ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 878 ฝีมือที่ห่างชั้นกันไกล
เนี่ยเทียนจำสิ่งป่ายได้ แต่สิ่งป่ายกลับไม่มีความทรงจำใดๆ ต่อเนี่ย เทียน
ตอนนั้นที่พวกเนี่ยเทียนปะทะกับจ้งซื่อซู กองกำลังหลักคือพวกจ้าว ซานหลิง ตอนที่สิ่งป่ายพาคนของสำนักภูเขาพันกระบี่มาถึงก็ได้แต่ มองเห็นจ้าวซานหลิง หัวมู่ไกลๆ
เนื่องจากเนี่ยเทียนขอบเขตต่ำ เขาจึงไม่ได้ให้ความสนใจ
วันนี้มาอยู่ในเทือกเขาฝังเลือด อยู่ในเมืองหลวงของเผ่ามนุษย์หินแห่ง นี้ เมื่อได้เจอกันอีกครั้ง เนี่ยเทียนจึงจำสิ่งป่ายได้ทันที
สิ่งป่ายและคนของเผ่าโครงกระดูกบางส่วนอยู่ด้านบนหอเรือนหินที่ สูงตระหง่าน พวกเขาถูกวิญญาณร้ายล้อมโจมตี พอเห็นว่าจู่ๆ มีมนุษย์ กลุ่มหนึ่งโผล่มา พวกเขาก็มีสีหน้าตกตะลึงน้อยๆ
ผู้ที่กล้ามาเทือกเขาฝังเลือดล้วนมีแต่คนที่ศักยภาพไม่ธรรมดา สิ่งป่าย เองก็เพราะมีพวกเผ่าโครงกระดูกนำพามาถึงได้กล้ามาที่นี่
จับกลุ่มมากับพวกชนต่างเผ่า ไม่ถือว่าเป็นเรื่องร้ายแรงอะไร ยิ่งอยู่ใน สถานที่อย่างสนามรบสุ้ยเมี่ยแห่งนี้ด้วยแล้ว การที่เผ่ามนุษย์จะร่วมมือกับ ชนต่างเผ่าชั่วคราวก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ปกติมาก
เพียงแต่ว่าเป้าหมายที่พวกเขาร่วมมือด้วยคือเผ่าโครงกระดูก
เนื่องจากความพิเศษจากการฝึกวิชาความตายของเผ่าโครงกระดูกจึง จำเป็นต้องเอาศพมากมายมาสร้างเป็นพื้นที่ฝังกระดูก ทำให้แม้แต่ชนต่าง เผ่าเองก็ไม่ยินดีไปมาหาสู่กับพวกเขา
การร่วมมือระหว่างเผ่ามนุษย์กับเผ่าโครงกระดูกจึงยิ่งเป็นเรื่องที่หาได้ ยากยิ่ง
ดวงตาของสิ่งป่ายมีประกายประหลาดวาบผ่านแวบหนึ่ง เมื่อ สังเกตเห็นพวกหวงจินหนันที่ขยับเข้ามาใกล้ สีหน้าก็ค่อยๆ เปลี่ยนมา เป็นเคร่งขรึม
แม้ว่าดินแดนพงฟ้าจะเป็นดินแดนดวงดาวระดับกลางที่มีแดน เอตทัคคะเฝ้าบัญชาการณ์ แต่ผู้แข็งแกร่งแดนเอตทัคคะของดินแดนพง ฟ้ามีจำนวนจำกัด ขอบเขตก็ไม่สูง นี่จึงเป็นเหตุให้ดินแดนพงฟ้าอยู่ใน อันดับล่างๆ ของดินแดนดวงดาวระดับกลางที่มีจำนวนมากมาย
สิ่งป่ายไม่รู้ตัวตนของหวงจินหนัน
แต่ปราณของหวงจินหนันรวมไปถึงคนอื่นๆ ที่อยู่ข้างกายเขากลับทำ ให้สิ่งป่ายเกิดอาการไม่เป็นสุข เขามั่นใจเต็มร้อยว่าพวกหวงจินหนันต้องมี ฝีมือที่แข็งแกร่งมากแน่นอน
สมคบคิดกับเผ่าโครงกระดูกเป็นเรื่องที่ทำให้คนรังเกียจ สิ่งป่ายจึง แอบครุ่นคิดว่าควรจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไรดี
“หวังว่าพวกเขาจะไม่อยู่ที่นี่ต่อ” สิ่งป่ายแอบขอพรให้กับตัวเอง
“อู้!”
เรือดาราของเนี่ยเทียนที่อยู่ด้านหลังเพิ่มความเร็วจนขยับเข้ามาใกล้ เทียบเคียงกับรถศึกสีทองของหวงจินหนัน
เนี่ยเทียนมองไปยังหวงจินหนัน
แสงสีทองในดวงตาของหวงจินหนันส่องประกาย เขากำลังร่ายใช้เวท ลับที่พิเศษของสำนักห้าธาตุมารับสัมผัสเงียบๆ
“ไม่มีอะไรพิเศษ” หวงจินหนันจ้องเขม็งไปยังหอเรือนหินที่เผ่าโครง กระดูกและสิ่งป่ายยืนอยู่ เขาสัมผัสถึงปราณของวัตถุดิบวิเศษระดับใต้ดิน ใดๆ ไม่ได้ จึงกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ “ไม่เกี่ยวอะไรกับพวกเรา เจ้าพวกนั้นจะ รับมือกับวิญญาณร้ายได้หรือไม่ พวกเราไม่จำเป็นต้องสนใจ แล้วก็ไม่ต้อง ไปเปลืองเวลากับพวกเขา”
แม้ว่าเขาจะไม่ชอบใจที่สิ่งป่ายจับกลุ่มมากับเผ่าโครงกระดูก แต่เมื่อ ไม่มีผลประโยชน์ให้ตักตวง เขาจึงไม่คิดจะสนใจ
“เผ่ามนุษย์คนนั้นมีแค้นส่วนตัวกับข้า” เนี่ยเทียนพูดขึ้นกะทันหัน
หวงจินหนันตะลึง กวาดสายตาผ่านร่างของคนเผ่าโครงกระดูกไปยัง สิ่งป่ายแล้วมองอย่างตั้งใจ “…ตบะเขตลี้ลับช่วงกลาง คนผู้นี้ข้าไม่เคยเจอ มาก่อน น่าจะไม่ใช่คนที่มีฝีมือร้ายกาจอะไร เขาคือใคร? ทำไมเจ้าถึงไปมี ความแค้นกับเขาได้?”
อาวุธวิเศษประเภทบินของทุกคนหยุดลงตอนที่อยู่ห่างจากหอเรือน หินแห่งนั้นอีกระยะหนึ่ง
วิญญาณร้ายของทางฝั่งนั้นยังเอาแต่โจมตีพวกเผ่าโครงกระดูกและสิ่ง ป่าย เนื่องจากอยู่ห่างกันค่อนข้างไกล จึงไม่มีวิญญาณร้ายตัวไหนแยกมา โจมตีพวกเขา
“คนผู้นั้นชื่อว่าสิ่งป่าย มาจากสำนักภูเขาพันกระบี่ของดินแดนพงฟ้า สำนักนี้มีผู้แข็งแกร่งแดนเอตทัคคะช่วงต้นนั่งบัญชาการณ์ ข้ากับเขามี แค้นต่อกันก็เพราะ… ” เนี่ยเทียนเล่ารายละเอียดให้หวงจินหนันฟัง จากนั้นจึงพูดว่า “พี่หวง พวกเจ้าไปกันก่อนได้เลย รอให้พวกเขาสู้กับ พวกวิญญาณร้ายเสร็จ ข้าจะสังหารคนผู้นี้ที่นี่”
หวงจินหนันมีสีหน้าปั้นยาก “ดินแดนดวงดาวระดับกลาง เป็นศิษย์ผู้ กล้าของสำนักภูเขาพันกระบี่ที่มีแค่แดนเอตทัคคะช่วงต้นนั่งบัญชาการณ์ ทั้งยังส่งศพของเผ่ามนุษย์ไปให้เผ่าโครงกระดูก จึงถูกสำนักภูเขาพันกระบี่ ตัดชื่อออก ถูกบีบให้ต้องมาเข้าพวกกับเผ่าโครงกระดูก กลายมาเป็นสุนัข รับใช้ของเผ่าโครงกระดูก ถูกบังคับให้มายังเทือกเขาฝังเลือดแห่งนี้…”
“ไอ้หมอนี่ก็คู่ควรให้เป็นคู่ต่อสู้ของเจ้าด้วยหรือ? เจ้าเป็นถึงบุตรแห่ง ดวงดาวคนที่เจ็ดของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวเชียวนะ”
ตอนที่เขาพูดถึงสิ่งป๋าย สีหน้านั้นเต็มไปด้วยความดูแคลน เพราะพวก กลุ่มคนที่เขาเป็นผู้นำต่างก็มีฐานะและภูมิหลังที่เหนือกว่าสิ่งป่ายทั้งนั้น
แล้วนับประสาอะไรกับที่สิ่งป่ายถูกสำนักภูเขาพันกระบี่ตัดชื่อออก แล้ว
“ข้ายังไม่ได้เดินทางกลับสำนักโดยใช้เส้นทางแห่งดวงดาว ตัวตนบุตร แห่งดวงดาวนี้จึงยังไม่ถือว่ามั่นคงนัก” เนี่ยเทียนหัวเราะแห้งๆ “ข้ามา
จากดินแดนดาวตก ซึ่งเป็นเพียงแค่ดินแดนดวงดาวระดับต้นเท่านั้น ช่วง ที่ผ่านมาเพิ่งจะมีคนได้เลื่อนขั้นเป็นแดนว่างเปล่า ตำแหน่งและฐานะของ สิ่งป่ายก่อนหน้านี้สามารถกำราบพวกเราได้ ดังนั้นเขาถึงได้ฆ่าผู้อาวุโส ของข้าและจับตัวสหายคนหนึ่งของข้าไป…”
“บุคคลที่มีบทบาทเล็กๆ เช่นนี้ รอเจ้ากลับไปยังพระราชวังโบราณ สะเก็ดดาวก็ไม่จำเป็นต้องเห็นเขาอยู่ในสายตาอีก” หวงจินหนันพยักหน้า แสดงว่าเข้าใจ ก่อนหรี่ตาพูดว่า “ไอ้หมอนั่นมีตบะเขตลี้ลับช่วงกลาง ศักยภาพนับว่าไม่เลว อืม เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ข้าจะส่งคนไปสังหารพวก เขาให้หมด เจ้าจะได้ไม่ต้องเปลืองแรง”
“ข้าต้องการฆ่าเขาด้วยตัวเอง” เนี่ยเทียนกล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว
หวงจินหนันตะลึงลาน “จะทำอย่างนั้นไปทำไม? แม้เจ้าจะเป็นบุตร แห่งดวงดาว แต่ขอบเขตตอนนี้ก็นับว่ายังด้อยกว่าเขาไม่น้อย ข้ารู้ว่าเจ้า ร้ายกาจ อาจฆ่าเขาได้ แต่มันไม่มีความจำเป็นที่เจ้าต้องไปเปลืองแรงกับ ขยะอย่างเขาจริงๆ”
“ความแค้นบางอย่าง ให้คนอื่นทำแทน มันไม่สะใจมากพอ” เนี่ย เทียนยืนกราน
หวงจินหนันนิ่งคิดไปครู่ ก่อนจะพยักหน้ารับเบาๆ “ก็ได้ พวกเราจะ อยู่รออีกเดี๋ยว รอให้การต่อสู้ทางฝั่งนั้นสิ้นสุดลงแล้วค่อยลงมือแล้วกัน”
“ขอบคุณมาก” เนี่ยเทียนกุมมือคารวะ
“ถ้าอย่างนั้นข้าก็จะรอดูเรื่องสนุกล่ะนะ” หวงจินหนันกล่าวเสียง เรียบ
ด้านบนหอเรือนหิน
ตรงแท่นวงกลมกว้างขวาง เผ่าโครงกระดูกคนหนึ่งมองมายังพวกหวง จินหนันด้วยสายตาเย็นชาและจู่ๆ ก็ออกคำสั่ง “สิ่งป่าย ให้คนเผ่าของเจ้า แบ่งออกไปสองคน ล่อวิญญาณร้ายส่วนหนึ่งไปหาพวกเขา!”
สิ่งป่ายตะลึง “พวกเราจะต้องมีเรื่องกับพวกเขาด้วยหรือ? ศักยภาพ และฝีมือของพวกเขาแข็งแกร่งกว่าพวกเราเล็กน้อย ไม่จำเป็นต้องปะทะ กับพวกเขานี่นา”
“ฟิ้ว!”
กระบี่วิเศษเล่มหนึ่งลอยวนอยู่เหนือศีรษะของเขา พลังจิตวิญญาณ และพลังวิญญาณที่ปะปนอยู่ด้านในกระบี่วิเศษถูกสาดออกมา บีบให้ วิญญาณร้ายแต่ละตัวต้องถอยหนี
“วิญญาณร้ายพวกนี้เป็นปัญหารับมือยุ่งยากมากเกินไป หากไม่แบ่ง ออกไปส่วนหนึ่ง พวกเราต้องบาดเจ็บและล้มตายกันไปมากกว่านี้! ” เผ่า โครงกระดูกแค่นเสียงเย็นหนึ่งที พูดด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด “ขอแค่แยก วิญญาณร้ายออกไป พวกเราก็สามารถถอยออกไปจากที่นี่ ฝ่าวงล้อมของ วิญญาณร้ายพวกนี้ไปได้! เจ้าจงลงมือทำให้ข้าเดี๋ยวนี้!”
สิ่งป่ายถอนหายใจหนึ่งทีแล้วออกคำสั่งอย่างจนใจ
คนตระกูลสิ่งสองคนที่เป็นลูกพี่ลูกน้องของเขาถูกบังคับให้ต้องล่อ วิญญาณร้ายออกไป
วิญญาณร้ายสิบกว่าตัวไล่ตามคนทั้งสองไปติดๆ ตอนที่พวกเขาสอง คนเพิ่งจะฝ่าออกไปได้หนึ่งร้อยเมตรก็ถูกวิญญาณร้ายกลบทับร่าง ก่อน จะมีเสียงร้องโหยหวนดังออกมา จิตวิญญาณถูกวิญญาณร้ายดึงไปตาย อนาถ
ทว่าวิญญาณร้ายสิบกว่าตัวที่ออกมาจากหอเรือนหินก็ได้ขยับเข้ามา ใกล้เนี่ยเทียน จึงสังเกตเห็นเป้าหมายใหม่
วิญญาณร้ายร้องคำราม ไม่ได้กลับไปยังหอเรือนหินอีก แต่ตรงดิ่งไป หาพวกหวงจินหนันแทน
“เฮอๆ เอาพวกเรามาเป็นโล่กันกระสุน ความคิดไม่เลว” หวงจินหนัน หรี่ตาลง “ของบำรุงไข่มุกเม็ดนั้นของเจ้าพาตัวมาส่งถึงที่อีกแล้ว”
เนี่ยเทียนขับเรือดารานำหน้าไปก่อนใคร
ตอนที่ซากวิญญาณร้ายสิบว่าตัวลอยผ่านศีรษะของเขา ไข่มุก วิญญาณมืดก็ถูกเรียกออกมากะทันหัน และกักกันพวกมันไว้อย่างแน่น หนา
ซากวิญญาณเหล่านั้นเหมือนแมลงที่ถูกหมุดตอกตรึงลงบนพื้นดิน พวกมันดิ้นรน แต่กลับมิอาจขยับเขยื้อนได้
ไข่มุกวิญญาณมืดลอยขึ้นมาและกระชากพาวิญญาณร้ายทุกตัวที่ลอย ป้วนเปี้ยนให้หายเข้าไปข้างใน
เผ่าโครงกระดูกผู้นั้นและสิ่งป่ายต่างก็หน้าเปลี่ยนสีกันอย่างหนัก
“ช่างเถอะ ดูต่อไปก็ไม่มีความหมาย เสียเวลาเปล่าๆ” หวงจินหนัน ควบคุมรถศึกสีทองให้ลอยไปยังหอเรือนหิน แล้วหัวเราะร่า “คนกระจอก อย่างพวกเจ้าก็ยังมีหน้ากล้ามาที่เทือกเขาฝังเลือดอีกรึ!”
ทวนยาวสีทองปรากฏขึ้นอีกครั้งพร้อมๆ กับที่ดวงตาสีทองเจิดจ้าข้าง หนึ่งส่องสว่างไปยังหอเรือนหิน
จู่ๆ บนร่างของเผ่าโครงกระดูกหลายคนก็มีรอยปริแตกเล็กละเอียด มากมายปรากฏขึ้น ทำเอาเผ่าโครงกระดูกทุกคนตะลึงลานกันไปหมด
“ฟู่วๆ!”
กะโหลกศีรษะที่ใสแวววาวของพวกเขามีรอยปริร้าว จิตวิญญาณถูก วิญญาณร้ายกระชากออกมาให้ลอยละล่อง บางคนถูกวิญญาณร้ายกลืน กินไปโดยตรง
คนของเผ่าโครงกระดูกเดือดดาลอย่างหนัก คนที่เป็นหัวหน้าตะโกน ด้วยภาษาชนต่างเผ่าแล้วพุ่งเข้ามาโจมตีหวงจินหนัน
“แม้แต่พ่าเก๋อเซินของเผ่าพวกเจ้าที่ครอบครองมีดกระดูกสลาย บวก กับฝูหลัวซือเท่อจากเผ่าอสูรกาย กู่ถ่าซือจากเผ่าภูตผีปีศาจ สามคน ร่วมมือกันก็ยังทำอะไรข้าไม่ได้ แล้วคนอย่างพวกเจ้าน่ะหรือจะกล้ามา ต่อสู้กับข้า?” หวงจินหนันกล่าวด้วยน้ำเสียงโอหัง
พอได้ยินเขาพูดย่างนี้ คนของเผ่าโครงกระดูกที่พุ่งมาโจมตีก็มีท่าทาง ตกใจอย่างเห็นได้ชัด “เจ้าเป็นใคร?”
“เทพบุตรสายทองแห่งสำนักห้าธาตุ” แสงสีทองโอบล้อมไปทั่วร่าง ของหวงจินหนัน ทำให้เขาดูเหมือนทวยเทพสีทองซึ่งกำลังพูดด้วยน้ำเสียง เย่อหยิ่ง “เนี่ยเทียน คนอื่นๆ ข้าจะช่วยเจ้าฆ่าให้หมด จะเหลือแค่คนที่ชื่อ สิ่งป่ายไว้ให้เจ้า”
“ตกลง!” เนี่ยเทียนทิ้งเรือดารา พลิ้วตัวลงบนลานวงกลมพร้อมปราณ เลือดที่ไหลพวยพุ่ง ถลึงตาใส่สิ่งป่าย “ข้าชื่อเนี่ยเทียน ท่านเจินฮุ่ยหลันที่ ถูกเจ้าสังหารคือผู้อาวุโสของข้า และเผยฉีฉีคือศิษย์พี่หญิงของข้า!”
——