ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 881 แท่นบูชาโบราณ
หวงจินหนันขยับร่างทีเดียวก็มาหยุดอยู่ตรงจุดที่กระบี่วิเศษเชื่อมโยง วิญญาณเล่มนั้นตกอยู่
พอเขายกมือขึ้นคว้า กระบี่วิเศษเล่มนั้นก็เหมือนหินเหล็กที่ถูกหิน แม่เหล็กดึงดูดจึงลอยหวืดเข้ามาอยู่ในมือเขาทันที
กระบี่วิเศษร้องคำรามเบาๆ ตัวกระบี่สั่นสะท้าน หมายจะดิ้นรนให้ หลุดพ้น
หวงจินหนันหัวเราะเบาๆ ใช้ปลายนิ้วที่มีแสงสีทองแตะลงไปบนตัว กระบี่ ทำให้แสงสีทองแทรกซึมเข้าไปในใบมีดคมกริบ
เสียงร้องครวญครางเบาๆ ของกระบี่วิเศษเล่มนั้นหยุดชะงักลงทันที กระบี่วิเศษเหมือนถูกปกคลุมไว้ด้วยม่านแสงสีทองชั้นหนึ่ง มันนอนนิ่งอยู่ กลางฝ่ามือของเขาคล้ายถูกกำราบไปในเสี้ยววินาที
“วิญญาณวัตถุที่อยู่ข้างในกระบี่คือวิญญาณของสัตว์เขาทองระดับแปด ตัวหนึ่ง สัตว์เขาทองคือสัตว์ธาตุทอง เมื่อผสานรวมเข้าไปอยู่ในกระบี่จึง สามารถเพิ่มความคมให้กับกระบี่เล่มนี้ได้ นับว่าเป็นอาวุธเชื่อมโยง วิญญาณที่ไม่เลวเลยทีเดียว” หวงจินหนันหุบสองนิ้วเข้าหากัน ปลายนิ้ว คีบอยู่ที่ตัวกระบี่ เขาเหลือบตามองเนี่ยเทียนแวบหนึ่งแล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เนี่ยเทียน กระบี่เล่มนี้มอบให้ข้าได้หรือไม่?”
ในฐานะที่เขาเป็นเทพบุตรสายทองของสำนักห้าธาตุ วิชาคาถาและ ธาตุพลังวิญญาณที่เขาใช้ฝึกตนจึงเป็นความลี้ลับแห่งทองคำ
กระบี่วิเศษที่มีวิญญาณวัตถุเป็นสัตว์เขาทองระดับแปดผสานรวมอยู่ ด้านในค่อนข้างเหมาะสมที่จะให้เขาเอามาใช้ เมื่อกระบี่นี้มาอยู่ในมือของ เขา อานุภาพของมันจึงเหนือกว่ายามที่อยู่ในมือของสิ่งป่าย
เนี่ยเทียนกล่าว “เจ้าช่วยข้าปัดกวาดอุปสรรค กระบี่นี้เป็นของเจ้าย่อม ไม่มีปัญหา”
“ฮ่าๆ ข้าไม่คิดเอาเปรียบเจ้าหรอก” หวงจินหนันหัวเราะยาวเหยียด ก่อนจะหยิบของชิ้นหนึ่งออกมาจากในแหวนเก็บของแล้วโยนให้แก่เนี่ย เทียน “รับไป ของสิ่งนี้ข้าเองก็ได้มาโดยบังเอิญเหมือนกัน เพียงแต่ว่ามัน ไม่เหมาะสมกับข้า ข้ามองออกว่าเจ้ายังฝึกวิชาเปลวเพลิงด้วย มันอาจจะ เหมาะกับเจ้ามากกว่า”
เนี่ยเทียนรับมาอย่างใคร่รู้ พอก้มหน้าลงมองก็พบว่านั่นคือกระดองเต่า สีแดงฉานชิ้นหนึ่ง
กระดองเต่ามีขนาดประมาณฝ่ามือ ทว่ากลับมีเปลวเพลิงร้อนแรงอย่าง ถึงที่สุดคล้ายกองเพลิงกองหนึ่งที่กำลังลุกไหม้
ลวดลายบนกระดองเต่าที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติเป็นเส้นสายของเปลว เพลิงซึ่งคล้ายจะสลักสัจธรรมความจริงบางอย่างของพลังเปลวเพลิงเอาไว้
“กระดองเต่าของเต่าสีชาดระดับเก้าตัวหนึ่ง เต่าสีชาดไม่ใช่สัตว์โบราณ ในยุคบรรพกาล ทว่าเต่าสีชาดตัวนี้ที่อยู่มานานหลายแสนปีได้เลื่อนระดับ ไปทีละขั้น จึงมีสายเลือดระดับเก้า ต่อให้เอาไปไว้ในยุคบรรพกาลก็นับว่า เป็นสัตว์ที่ร้ายกาจตัวหนึ่ง” หวงจินหนันอธิบาย “กระดองเต่าชิ้นนี้ผู้อาวุโส ท่านหนึ่งในสำนักห้าธาตุของข้ากรีดมันออกมาตอนที่ต่อสู้กับเต่าสีชาดตัว นั้น”
“แม้จะเป็นเพียงแค่กระดองเต่าชิ้นเดียว ทว่าพลังงานเปลวเพลิงที่ซุก ซ่อนไว้ข้างในก็ยังคงน่าตะลึงมากอยู่ดี ลายกระดองเต่าที่อยู่ด้านบนก็มี ความมหัศจรรย์แฝงเร้นอยู่ เพียงแต่ว่ายากที่จะมองออกก็เท่านั้น”
“กระดองเต่าแผ่นหนึ่งของเต่าสีชาดระดับเก้า เมื่อเทียบกับกระบี่วิเศษ เล่มนั้นอาจจะมีมูลค่าน้อยกว่า แต่ก็ไม่น้อยกว่าเท่าใดนัก ขอเจ้าอย่าได้ รังเกียจ”
“ไม่รังเกียจๆ” เนี่ยเทียนหัวเราะร่า “วัตถุชิ้นนี้เหมาะสมกับข้าพอดี”
เมื่อกระดองเต่าของเต่าสีชาดมาอยู่ในมือ เนี่ยเทียนไม่ต้องทำอะไรสัก อย่างก็ยังรับสัมผัสได้ว่าน้ำวนเปลวเพลิงในมหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถีย นคอยดึงเอาพลังงานความร้อนเป็นเส้นๆ ออกมาจากในกระดองเต่าอย่าง ต่อเนื่อง
พลังงานของเต่าสีชาดที่กรอกเทเข้าไปในน้ำวนเปลวเพลิงเหมือน สะเก็ดไฟที่จมลงไปแล้วทำการชุบหลอมน้ำวนเปลวเพลิงอย่างรวดเร็ว
เขาแอบวิเคราะห์กับตัวเองและพบว่ากระดองเต่าเล็กๆ ของเต่าสีชาด ชิ้นนี้สามารถช่วยให้เขาชุบหลอมน้ำวนเปลวเพลิงได้ถึงขีดสุดในช่วงเวลา สั้นๆ
กระดองเต่าชิ้นนี้จะช่วยให้เขาดึงเอาพลังเปลวเพลิงมาได้มากกว่า พลังงานที่ปะทุออกมาจากบ่อแห่งโชควาสนาด้วยซ้ำ
ส่วนกระบี่วิเศษเล่มนั้นของสิ่งป่าย เนื่องจากเป็นวัตถุธาตุทอง ต่อให้ เขาเก็บเอามา วันหน้าก็ได้แต่เอาไปแลกเปลี่ยนกับใครสักคนเท่านั้น ทว่า
จะแลกมาได้ด้วยวัตถุดิบวิเศษที่เหมาะสมกับเขาอย่างกระดองเต่าสีชาดนี้ ได้หรือไม่ก็ยังไม่แน่
“ไม่รังเกียจก็ดีแล้ว” หวงจินหนันพลิ้วกายลงไปบนรถศึกทองคำแล้ว กล่าวว่า “คนผู้นั้นสมควรโดนเจ้าสังหารแล้ว พวกเราเสียเวลากับพวกเขา มามากพอแล้ว อย่ามัวล่าช้าอยู่อีกเลย”
เนี่ยเทียนพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะทะยานตัวไปที่เรือดารา กล่าวว่า “เอาล่ะ พวกเราไปต่อกันเถอะ”
หวงจินหนันพุ่งนำไปก่อนใคร เขาควบคุมรถศึกทองคำให้ทะยานไปใน นครหลวงของเผ่ามนุษย์หินอีกครั้ง
เนี่ยเทียนที่ได้กระดองเต่าสีชาดมาครองก็ควบคุมเรือดาราติดตามเขา ไปพลางแบ่งสมาธิไปสกัดดึงเอาพลังงานที่หลงเหลืออยู่ในกระดองเต่าสี ชาดชิ้นนั้นด้วย
เขาพบว่าในกระดองเต่าชิ้นนี้ไม่เพียงแต่มีพลังงานเปลวเพลิง ยังมีพลัง เลือดลมส่วนหนึ่งหลงเหลืออยู่ด้วย
เขาใช้การสูบดึงพลังชีวิตดูดซับเอาพลังเลือดลมที่อยู่ในกระดองเต่าสี ชาดชิ้นนั้นมาอย่างเงียบเชียบ และพลังเลือดลมที่เขาดูดเอามาก็ถูก สายเลือดแห่งชีวิตกลืนกินอย่างบ้าคลั่งทันที
จากนั้นเขาก็ดึงเอาพลังงานเปลวเพลิงร้อนแรงออกมาจากในกระดอง เต่าสีชาดระดับเก้าชิ้นนี้ต่อ
เมื่อพลังความร้อนกรอกเทเข้ามาก็กลายมาเป็นแสงเพลิงเป็นจุดๆ ที่ ตกตะกอนลงก้นน้ำวนเปลวเพลิง น้ำวนหมุนคว้างและคล้ายได้รับการ ชำระล้างจากเปลวเพลิงที่พิเศษจึงค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้น
ขณะเดียวกันนั้น เขายังมีเวลาหยิบเอาไข่มุกวิญญาณมืดออกมาด้วย
เมื่อกระแสจิตวิญญาณกลุ่มหนึ่งบินเข้าไป เขาก็พลันค้นพบด้วยความ ตะลึงว่าแผนที่ของเทือกเขาฝังเลือดในไข่มุกวิญญาณมืดเริ่มเปลี่ยนมาเป็น ชัดเจนมากแล้ว
เขาตามหาตำแหน่งของตัวเองในแผนที่นั้นก่อนสิ่งอื่นใด นั่นจึงทำให้ เขามองเห็นเค้าโครงนครหลวงของเผ่ามนุษย์หิน
“วิญญาณร้ายมากมายที่ล่องลอยอยู่ในนครหลวงของเผ่ามนุษย์หินได้ ถูกไข่มุกวิญญาณมืดทยอยดูดซับเอามา ความทรงจำที่สะเปะสะปะของ วิญญาณเหล่านั้นจึงช่วยวาดเค้าโครงของสถานที่แห่งนี้ให้ชัดเจนขึ้น…”
ความคิดกลุ่มนั้นของเขาไล่ตามหาอยู่ในแผนที่ของไข่มุกวิญญาณมืด
แล้วจู่ๆ เขาก็สังเกตเห็นพื้นที่พิเศษแห่งหนึ่ง
นั่นคือสถานที่ที่มีหอเรือนหินหกหลังตั้งตระหง่าน ตรงกลางของหอ เรือนหินทั้งหกมีลานที่กว้างขวางอยู่แห่งหนึ่ง ตรงกลางกลานกว้างมีเสาหิน อยู่หลายเสา
แผนที่นี้แค่เป็นเค้าโครงคร่าวๆ เท่านั้น ทว่าสถานที่แห่งนี้กลับมีจุดแสง สีขาวอยู่มากมายที่เบียดเสียดกันแน่นขนัด เนี่ยเทียนแค่มองจุดแสงสีขาว เหล่านั้นเพียงครู่เดียวก็พอจะคาดเดาได้ว่านั่นน่าจะเป็นวิญญาณร้าย
วิญญาณร้ายจำนวนนับไม่ถ้วนรวมตัวกันอยู่บนลานกว้าง และ เคลื่อนไหวไปรอบๆ เสาหินมากมายด้วยท่าทางประหลาด
เขาลองเทียบกับตำแหน่งที่ตัวเองอยู่ตอนนี้กับลานกว้างที่อยู่ตรงกลาง หอเรือนหินทั้งหกก็รู้ว่าควรมุ่งหน้าไปทางใด
กระแสจิตวิญญาณของเขากลับคืนมา นิ่งคิดไปครู่ก็หันไปพูดกับหวง จินหนันว่า “ข้าเป็นคนนำทางให้เองดีไหม?”
หวงจินหนันที่อยู่หน้าสุดของกลุ่มดูอึ้งไปอย่างเห็นได้ชัด เขาชะลอ ความเร็วของรถศึกทองลงแล้วพูดขึ้นอย่างแปลกใจ “เจ้าค้นพบอะไรอย่าง นั้นหรือ?”
เนี่ยเทียนพยักหน้ารับ
ดวงตาหวงจินหนันเป็นประกาย กล่าวด้วยน้ำเสียงยินดี “แบบนั้นก็ดี เลย!”
เขาไม่สงสัยในคำพูดของเนี่ยเทียนแม้แต่น้อย เพราะเขารู้สึกว่าในเมื่อ เนี่ยเทียนกล้าพูดว่าจะนำทางก็แสดงว่าอีกฝ่ายต้องมีความมั่นใจมากพอ
เวลานี้พวกเขาเองก็เตร็ดเตร่อยู่ในนครหลวงของเผ่ามนุษย์หินมาได้สัก พักแล้ว และเขาเองก็หาของที่พอมีมูลค่าเจอจากบ่อที่ภูตผีปีศาจเพศหญิง เฝ้าไว้อย่างเดียวเท่านั้น
เขากำลังหงุดหงิดอยู่ทีเดียวว่าวัตถุดิบวิเศษจะซ่อนอยู่ที่ใดในนครหลวง ของเผ่ามนุษย์หินแห่งนี้
“ฟิ้ว!”
เรือดาราพลันเพิ่มความเร็วทะยานไปอยู่หน้าสุดของกลุ่ม เนี่ยเทียนมุ่ง หน้าไปตามทิศทางที่วาดออกมาในใจและคอยปรับทิศทางนำคนทั้งกลุ่ม ทะยานไปข้างหน้า
อาวุธวิเศษประเภทบินด้านหลังที่มีรถศึกทองเป็นคันนำก็พุ่งตามหลัง มาติดๆ
“ครืนๆๆ!”
จุดที่ห่างไปไกลมากเหมือนจะมีเสียงอื้ออึงหนักๆ คล้ายแผ่นดินไหว ภูเขาสะเทือนดังมาแว่วๆ
เสียงพวกนั้นเหมือนจะอยู่ห่างจากนครหลวงของเผ่ามนุษย์หินที่พวก เขาอยู่ ครอบคลุมไปทั่วทั้งเทือกเขาฝังเลือดอีกระยะหนึ่ง คล้ายว่าดังมา จากจุดลึกของสนามรบสุ้ยเมี่ย
หวงจินหนันมองไปยังทิศทางที่เสียงดังมา สีหน้าก็เคร่งเครียดน้อยๆ “เกรงว่าคงมีการต่อสู้ระหว่างแดนว่างเปล่า แดนเอตทัคคะ หรือไม่ก็ชน ต่างเผ่าสายเลือดระดับแปด ระดับเก้าเกิดขึ้น เสียงที่ดังรุนแรงจนอยู่ ห่างไกลขนาดนี้ก็ยังแว่วมาให้ได้ยิน มากพอจะบอกให้รู้ถึงความน่ากลัวของ ผู้ที่ประมือกัน จุดลึกของสนามรบสุ้ยเมี่ยต้องมีสงครามนองเลือดเกิดขึ้น แน่นอน หวังว่าจะไม่เกี่ยวพันมาถึงพวกเรา”
คนอื่นๆ ที่ได้ยินเสียงประหลาดก็แอบตึงเครียดไม่น้อย สายตาก็คอย เหลือบมองไปยังทิศทางที่เสียงดังขึ้นเป็นระยะ
แม้ว่าเนี่ยเทียนจะตะลึงระคนตกใจ แต่กลับไม่ได้เก็บเอามาใส่ใจนัก เขายังคงมองสภาพรอบด้านเพื่อเปรียบเทียบกับแผนที่ในไข่มุกวิญญาณมืด และคอยปรับทิศทางอยู่เป็นระยะ
เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วยามเต็ม
หอเรือนสูงเกือบร้อยเมตรหกหลังก็ปรากฏขึ้นสู่สายตาของทุกคน หอ เรือนหินทั้งหกหลังนั้นสูงใหญ่กว่าหอเรือนอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด
ตรงกลางของหอเรือนหินทั้งหกก็คือลานกว้างขวาง ราวกับว่าที่นี่เป็น สถานที่ที่คนของเผ่ามนุษย์หินเคยใช้จัดพิธีบวงสรวง ตรงกลางของเสาหิน ขนาดมหึมาหลายเสาที่อยู่ในลานกว้างยังมีแท่นบูชาลึกลับตั้งอยู่ด้วย
วิญญาณร้ายหลายร้อยตัวล่องลอยอยู่ใกล้ๆ กับลานกว้าง ล้อมวนไป ตามเสาหินพวกนั้นอย่างไร้จิตสำนึก
ด้านบนเสาหินยังมีรูปภาพสลักอยู่ เมื่อมองอย่างละเอียดจะเห็นได้ว่า รูปภาพพวกนั้นเป็นรูปของวิญญาณร้ายที่แข็งแกร่งซึ่งถูกพันธนาการอยู่ ด้านใน
เนี่ยเทียนมองปราดๆ ก็พบว่าเสาหินมีทั้งหมดสิบแปดต้น เสาทุกต้น ล้วนมีวิญญาณร้ายมากมายว่ายวนอยู่ภายในคล้ายถูกกักขัง ทั้งคล้ายถูก เลี้ยงเอาไว้
วิญญาณร้าย ศพผีที่อยู่ที่นี่มีจำนวนมากกว่าที่พวกเขาเคยเจอมาตลอด ทาง ทั้งยังแข็งแกร่งกว่ามาก
นอกจากวิญญาณร้ายและศพผีแล้ว ด้านบนและรอบแท่นบูชาลึกลับ ยังมีโครงกระดูกที่นับไม่หมดกองทับซ้อนกันอยู่ ดูจากลักษณะของโครง กระดูกเหล่านั้นมีทั้งของชนต่างเผ่า ทว่าส่วนมากกลับเป็นของเผ่ามนุษย์
ดูเหมือนว่าบางยุคสมัยในอดีตกาล คนเผ่ามนุษย์หินจะใช้โครงกระดูก ของชนต่างเผ่าและเผ่ามนุษย์มาทำพิธีเซ่นสังเวยครั้งใหญ่
ใช้โครงกระดูกของชนต่างเผ่าและเผ่ามนุษย์มาเป็นเครื่องเซ่นคล้าย เพื่อวิงวอนอะไรจากสวรรค์ หรือไม่ก็ขอให้เทพมารในเทพนิยายปกปักษ์ คุ้มครองเผ่าพันธ์ของพวกเขา
“เกรงว่าที่นี่คงเป็นสถานที่ที่สำคัญที่สุดในนครแห่งนี้” หวงจินหนันมีสี หน้าประหลาดใจ บอกเนี่ยเทียนว่าไม่ต้องรีบร้อนเข้าไปใกล้ ให้เขาเป็นคน ตรวจสอบก่อนว่ามีอะไรอยู่กันแน่
หลังจากพยักหน้ารับ เนี่ยเทียนก็แอบใช้ทิพย์จักษุและสายเลือดแห่ง ชีวิตมารับสัมผัสกับความลึกลับที่ซ่อนอยู่ภายใน
——