ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 89 ฝึกฝนและขัด้เกลา
เขาหลิงอวิ๋น
บนยอด้เขาที่โอบล้อมไปด้้วยหมอกสีขาว อาภรณ์สี เขียวของเจียงจือซูเจ้าสำานักหลิงอวิ๋นปลิวสะบัด้ไปตามสายลม ด้วงตาของเขาจ้องมองไปที่เขาด้้านหลัง
ข้างกายเขามีเจียงหลิงจูและลี่ฝานยืนอยู่ด้้วย ทั้งสอง คนกมเหมือนกับเจียงจือซูที่ใช้สายตาตกตะลึงระคนแปลกใจมองไปยัง หลังเขาอย่างลึกล้ำา
“ทิศทางการไหลของปราณวิญญาณฟอาด้ินเปลี่ยนไป แล้ว…”
ลี่ฝานจับสังเกตอยู่ครู่หนึ่ง อยู่ๆ กมพูด้ขึ้นว่า: “คำานวณ เวลาดู้ เนี่ยเทียนผู้นั้นกมน่าจะไปถึงยอด้เขาของเขาหลังแล้ว”
เจียงจือซูกล่าวเบาๆ: “ได้้เริ่มขึ้นแล้ว”
“ท่านพ่อ ทำาไมท่านอาจารย์อาถึงเลือกเนี่ยเทียนล่ะ?” เจียงหลิงจูสงสัยไม่คลาย
ลี่ฝานแอบขมวด้คิ้ว แล้วพูด้ว่า: “กมแปลกจริงๆ นั่น แหละ ข้ามองไม่ออกถึงพรสวรรค์พิเศษใด้ๆ ในการฝึกบำาเพมญตบะ ของเนี่ยเทียน พันป่ายของหอหลิงเป่านั่นกมีชื่อเสียงในด้้านการมอง คน ในเมื่อเขาหมายตาเนี่ยเทียนกมย่อมหมายความว่าเนี่ยเทียนมีจุด้ที่ พิเศษ แต่ต่อให้เป็นเช่นนี้ ท่านอาจารย์อากมไม่น่าจะเลือกเนี่ยเทียนได้้ นี่นา?”
เจียงจือซูที่เป็นเจ้าสำานักหลิงอวิ๋นส่ายหัว กล่าว: “ข้าเองกมไม่รู้แน่ชัด้เหมือนกัน ชีวิตนี้ของอาจารย์อารับศิษย์ทั้งหมด้ แค่สามคน เนี่ยเทียนคือคนที่สาม สองคนแรกนั้นตอนนี้อยู่ขอบเขต อะไร ฐานะไหน พวกเจ้ากมน่าจะพอได้้ยินกันมาบ้าง”
ลี่ฝานพลันเผยความความเลื่อมใส
“อาจารย์อาไม่ได้้ฝ่าทะลุขอบเขตมาหลายปี อายุขัย…ใกล้จะสิ้นสุด้ลงแล้ว หากไม่มีอุบัติเหตุล่ะกม เนี่ยเทียนกมน่า จะเป็นลูกศิษย์คนสุด้ท้ายของเขา เด้ิมทีข้านึกว่าเขาจะไม่รับศิษย์อีก แล้ว นึกไม่ถึงว่าจะหมายตาเนี่ยเทียน” เจียงจือซูเงียบงันไปครู่หนึ่งกม พูด้ขึ้นกะทันหันว่า: “เขาสามารถรับลูกศิษย์คนใหม่ได้้ ถือเป็นความ โชคด้ีอย่างใหญ่หลวงของสำานักหลิงอวิ๋นเรา”
“วันหน้าไม่รู้ว่าเนี่ยเทียนจะเด้ินไปได้้ไกลแค่ไหน ไม่รู้ ว่าเขาจะเด้ินไปได้้ถึงก้าวใด้?” ลี่ฝานจิตใจเคลิบเคลิ้มตามไป
“ลูกศิษย์สองคนนั้นของอาจารย์อาต่างกมเป็นศิษย์ที่เก่ง กว่าครู หวังว่าเนี่ยเทียนกมจะเป็นแบบนี้เหมือนกัน” เจียงจือซูหรี่ตา ใช้ใจรับสัมผัสทิศทางของพลังวิญญาณฟอาด้ินเข้มข้นในบริเวณใกล้ เคียงกับเขาหลิงอวิ๋น “ความสามารถแฝงของเนี่ยเทียนมีมากเท่าไหร่ ผ่านวันนี้ไปกมน่าจะค่อยๆ ชัด้เจนขึ้นมาบ้างแล้ว”
ลี่ฝานและเจียงหลิงจูได้้ยินเขาพูด้เช่นนี้ นัยน์ตาจึงเผย ความอิจฉาออกมา
เหมือนพวกเขาจะรู้ว่าเวลานี้เนี่ยเทียนกำาลังเผชิญอยู่ กับอะไร
……
ภูเขาด้้านหลัง
เนี่ยเทียนที่เด้ินออกมาได้้เจมด้ก้าวกมิอาจก้าวเท้าออก มาได้้อีก จึงจำาเป็นต้องหยุด้ลง
“ตึกๆๆ!”
เสียงหัวใจถี่กระชั้นด้ังออกมาจากหน้าอกของเขา
เนี่ยเทียนที่เกือบจะหมด้สติไปยืนอยู่ที่เด้ิม ใช้ใจสัมผัส กับการเปลี่ยนแปลงเลมกๆ น้อยๆ ของร่างกายนี้
เวลานี้ ในร่างของเขามีเส้นใยจำานวนนับไม่ถ้วนที่เขา ไม่รู้จักกำาลังเคลื่อนไหว
เส้นใยเหล่านั้นต่างกมแฝงไว้ด้้วยพลังงานบริสุทธิ์ ไหล วนเวียนไปมาอยู่ในเลือด้เนื้อ กระดู้ก อวัยวะภายในของเขา
“คาถาหลอมลมปราณ!”
เขาไม่รีบร้อนที่จะเด้ินออกไปอีก แต่ทด้ลองใช้คาถา หลอมลมปราณมาชักนำาเส้นใยพลังงานที่พลุ่งพล่านเหล่านั้น
เมื่อฉุกคิด้ขึ้นได้้ เขากมสัมผัสได้้อย่างเฉียบคมว่าเส้นใย พลังงานมากมายไหลทะลักเข้ามาในมหาสมุทรวิญญาณของเขา
เพียงแค่ชั่วขณะเด้ียว มหาสมุทรวิญญาณกมเปี่ยมล้นไป ด้้วยพลังวิญญาณ ความมากมหาศาลของพลังวิญญาณนั้นแขมงแกร่ง มากยิ่งกว่าพลังงานที่เขาได้้รับจากเนื้อสัตว์วิเศษในโลกมายามรกต เสียอีก!
ตอนที่เขาใช้คาถาหลอมลมปราณมาขยายมหาสมุทร วิญญาณ พบว่าในช่วงระยะเวลาสั้นๆ มหาสมุทรวิญญาณของเขากม คล้ายถูกกระชากออกให้ขยายขนาด้ใหญ่อย่างรวด้เรมว!
ไม่เพียงเท่านี้ เมื่ออัตราการเต้นของหัวใจรัวเรมวขึ้น เขา จึงสัมผัสได้้ว่าเส้นใยพลังงานไร้ระเบียบเหล่านั้นสามารถควบคุมได้้
เส้นใยมากมายหลายเส้น เด้ิมทีไหลวนขึ้นลงอย่างบ้า คลั่ง ทว่าเมื่อเขาหยุด้ใช้คาถาหลอมลมปราณไปขยายมหาสมุทร วิญญาณ เขากมสังเกตเหมนว่าเส้นใยพลังงานที่วนเวียนอยู่ภายในเลือด้ เนื้อ กระดู้ก และอวัยวะภายในของเขากำาลังหายไปด้้วยความเรมวที่ น่าตกใจ!
เส้นใยพลังงานเหล่านั้นดุ้จด้ั่งสายน้ำาที่ถูกร่างของเขา ดู้ด้ซับเข้าไป
หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง อาการมึนงงของเขากมจางหาย กลายมาเป็นฟื้นคืนสติ
เรือนกายของเขายังคงรู้สึกเสียวปลาบไม่คลาย ทว่า เขากลับสามารถควบคุมเรือนกายนี้ได้้ใหม่อีกครั้ง
“ทำาต่อไป!” เสียงเร่งเร้าในห้องด้ังขึ้นมาอีกรอบ
เนี่ยเทียนแอบกัด้ฟัน แล้วจึงก้าวเท้าออกมาข้างหน้า อีกหนึ่งก้าว
เมื่อขยับเขากมรู้สึกได้้ว่ามีเหงื่อขุ่นคลั่กมากมายร่วง พราวลงมาจากบนร่างตามการเคลื่อนไหวของเขา
“ตึง!”
เท้าของเขาสัมผัสพื้น พลังงานเชี่ยวกรากอีกระลอก หนึ่งกมแทรกซึมเข้ามาใต้ฝ่าเท้าของเขาอีกครั้ง
พลังงานนั้นพอเข้ามาในร่างของเขาได้้กมกลายมาเป็น เส้นใยพลังงานนับพันนับหมื่นเส้น แล้วแผ่ซ่านไปทั่วกระดู้กแขนขา ของเขาในชั่วพริบตา
“ตึงๆ!”
เขาเด้ินติด้ต่อกันอีกสองก้าว พลังงานระลอกใหม่เข้า มาในร่างกาย และเปลี่ยนมาเป็นพลุ่งพล่านยุ่งเหยิงด้ังเด้ิม
หัวสมองของเขาที่เพิ่งจะโปร่งโล่งขึ้นมาพลันตกอยู่ใน สภาวะเลื่อนลอยอีกครั้ง ความรู้สึกเจมบปวด้ราวถูกฉีกกระชากเลือด้ เนื้อส่งออกมาจากทุกจุด้ทั่วร่างของเขา ร่างของเขาส่ายโอนเอนจน เกือบจะล้มลง
เขาตระหนักได้้ทันทีว่าพลังงานที่เรือนกายนี้สามารถ แบกรับได้้ ไต่ไปถึงขีด้จำากัด้อีกครั้งหนึ่งแล้ว
เขาหยุด้ลงใหม่ ไม่รีบร้อนที่จะเคลื่อนไหว ใช้คาถา หลอมลมปราณมาชักนำาพลังงานเหล่านั้น ให้เรือนกายนี้ของเขาดู้ด้ ซับเส้นใยพลังงานพวกนั้นอย่างบ้าคลั่ง
“กราอบๆ!”
กระดู้กของเขาส่งเสียงประหลาด้ด้ังออกมา ราวกับว่า ข้อต่อกระดู้กกำาลังกู่ร้องด้้วยความยินด้ี เลือด้สด้กำาลังลิงโลด้ อวัยวะ ตันห้าอวัยวะกลวงหกกำาลังคำารามอย่างบ้าระห่ำา!
ไม่นานหลังจากนั้น เขาพบว่าพลังงานที่เตมล้นใน มหาสมุทรวิญญาณของเขาซึ่งกำาลังพองขยายพลันสั่นครั่นครืน ราวกับว่าได้้แปรสภาพมหาสมุทรวิญญาณของเขาไปอย่างสมบูรณ์ แบบ
เขารวบรวมสมาธิไปรับสัมผัส แล้วกมต้องเผยความด้ีใจ อย่างบ้าคลั่งออกมาทางสีหน้าทันที “ขอบเขตหลอมลมปราณ! ขั้นที่ เก้า!”
ตอนอยู่ในโลกมายามรกต เขาต้องใช้เวลานานมากถึง จะขยายมหาสมุทรวิญญาณแปด้ชั้นออกไปได้้ทีละนิด้ ทว่าระยะห่าง กว่าที่เขาจะขยายมหาสมุทรวิญญาณไปได้้ถึงหลอมลมปราณขั้นเก้า นั้นยังคงไกลโขอยู่ด้ี
ไม่ว่าอย่างไรเขากมคิด้ไม่ถึงเลยว่า เพียงแค่เด้ินอยู่บนม หาสมุทรก้อนเมฆไม่กี่ก้าว มหาสมุทรวิญญาณขั้นเก้าที่เขายังจำาเป็น ต้องใช้ระยะเวลานานอีกหลายเด้ือนถึงจะขยายขนาด้ไปได้้อย่าง สมบูรณ์ มาบัด้นี้ได้้แปรสภาพสำาเรมจเรียบร้อยแล้ว!
แล้วเขากมเหยียบย่างเข้าสู่ขอบเขตหลอมลมปราณขั้นที่ เก้าทั้งอย่างนี้!
“กราอบๆ!”
กระดู้กตลอด้ร่างของเขายังคงส่งเสียงด้ังต่อเนื่อง หยาด้เหงื่อที่ผสมปนเปไปด้้วยสิ่งสกปรกไหลออกมาจากรูขุมขนของ เขา
หลังจากที่เหงื่อพวกนั้นไหลออกไป เขาพลันรู้สึกว่าเส้น เอมนของเรือนกายนี้เปลี่ยนมาเป็นเหนียวทนทานมีพลัง กระดู้กกม เปลี่ยนมาแขมงแกร่งประดุ้จเหลมกกล้า อวัยวะตันห้าและอวัยวะกลวง หกกมคล้ายจะเตมเปี่ยมไปด้้วยพลังงานไร้ที่สิ้นสุด้
ด้้วยความตะลึงระคนด้ีใจเขาจึงทด้ลองปลด้ปล่อย กระแสจิตออกมา หมายจะรับสัมผัสกับรอบด้้าน
กระแสจิตประหนึ่งงวงสัมผัสของจิตวิญญาณใช้ ความเรมวสูงอย่างยากจะจินตนาการได้้ แผ่ขยายไปรอบด้้านในรัศมี หนึ่งร้อยห้าสิบเมตรภายในพริบตาเด้ียว!
ในรัศมีหนึ่งร้อยห้าสิบเมตร การเคลื่อนไหวของสายลม พลังงานมหาศาลที่อยู่ในชั้นเมฆ ฟางบนกระท่อมที่ส่ายไหว ความ เยมนชื้นของกระด้านหิน เขาล้วนสัมผัสได้้อย่างชัด้เจนแจ่มแจ้ง
ในกระท่อมที่อยู่ด้้านหน้า คลื่นพลังชีวิตน่าหวาด้กลัวที่ แขมงแกร่งจนถึงขั้นทำาให้เขาหายใจลำาบากกมพลันสะท้อนเข้ามาใน สมองของเขา!
หลับตาลง เขาใช้ใจไปสัมผัส…
ภายใต้การสัมผัสจากจิตวิญญาณของเขา ในกระท่อม นั้นคล้ายมีด้วงอาทิตย์ร้อนแรงแผด้เผาอยู่ด้วงหนึ่ง กำาลังปลด้ปล่อย เปลวเพลิงพลังชีวิตสะท้านฟอาสะเทือนด้ิน!
ปราณของพลังงานและพลังชีวิตที่ส่งออกมาจากใน กระท่อมช่างมากมหาศาล ช่างน่าหวาด้กลัวยิ่งนัก!
เพียงแค่ใช้กระแสจิตรับสัมผัส เขากมเกิด้ความรู้สึก ต่ำาต้อย รู้สึกว่าแค่ชีวิตที่อยู่ในกระท่อมนั้นมองเขาปราด้เด้ียว หรือ ขยับความคิด้ขึ้นมาเลมกน้อย เขากมจะสลายกลายเป็นเถ้าถ่านได้้ใน พริบตาเด้ียว
ตอนที่อยู่ในโลกมายามรกต เขากมเคยใช้กระแสจิตที่ โด้ด้เด้่นเป็นพิเศษสัมผัสหากิ้งก่าด้ินและงูเหลือมน้ำาแขมงยักษ์มาก่อน
สัตว์วิเศษสองตัวนี้มีปราณเลือด้เนื้อที่แขมงแกร่งกว่าอ วี๋ถงเลมกน้อย คลื่นพลังชีวิตที่เกิด้จากตัวมันทำาให้ตอนนั้นเขารู้สึกว่า แขมงแกร่งจนมิอาจหาอะไรมาเปรียบเทียบได้้
ทว่าเมื่อเทียบกับคลื่นพลังชีวิตที่อยู่ในกระท่อมหลังนั้น แล้ว กิ้งก่าด้ินและงูเหลือมน้ำาแขมงยักษ์กมราวกับเป็นเพียงแค่เหลือบไร บนร่างมังกรเท่านั้น
ช่างเลมกกระจิด้ริด้น่าตลก ดุ้จด้ั่งหิงห้อยที่คิด้จะประชัน แสงกับด้วงอาทิตย์
“แขมง แขมงแกร่งเกินไปแล้ว เจ้าหมอนั่น…เป็นคนจริงๆ หรือ?” เขาร้องอุทานแตกตื่นอยู่ในใจ
“เอาะ!” ในกระท่อมมีเสียงอุทานเบาๆ ด้ังขึ้นมา “ไม่นึก ว่าขอบเขตหลอมลมปราณจะมีพลังจิตน่าชื่นชมขนาด้นี้ ไม่เลว…”
หยุด้ชะงักไปครู่ คนในห้องผู้นั้นกมตวาด้ขึ้น: “อย่ามัวคิด้ อะไรเหลวไหล เด้ินต่อไป!”
พูด้จบ กระแสจิตที่เนี่ยเทียนปลด้ปล่อยออกมากมคล้าย กับถูกมือยักษ์ที่มองไม่เหมนขับไล่บีบคั้น จึงต้องกลับพรวด้เข้ามาใน สมองของเขา
ร่างเขาสั่นเยือกหนึ่งครั้งแล้วคืนสติกลับมาทันที รู้ว่า เวลานี้ไม่ใช่ช่วงเวลาที่เขาจะมัวมาพิจารณาอีกฝ่าย
ทว่าเมื่อผ่านอาการเลื่อนลอยมาได้้พักหนึ่งกมดู้เหมือน ว่าร่างกายของเขาคล้ายจะปรับตัวได้้แล้ว เส้นใยพลังงานที่ไหลกราก เข้ามาก่อนหน้านั้นถูกย่อยไปแล้วเกินครึ่ง
ด้ังนั้นเขาจึงก้าวขาต่อไป
แล้วกมเป็นเช่นนี้ เขาเด้ินๆ หยุด้ๆ เคลื่อนหน้าเข้าใกล้ กระท่อมไปทีละก้าว
เขาไม่รู้ว่าใช้เวลาไปนานเท่าไหร่ และกมไม่รู้ว่าเรือนกาย นี้ของเขารับเอาเส้นใยพลังงานมามากน้อยแค่ไหนกันแน่ เขาถึง กระทั่งลืมไปแล้วด้้วยว่าเขาเด้ินมาแล้วกี่ก้าว
สุด้ท้าย เมื่อเขาเด้ินมาหยุด้อยู่หน้าประตูกระท่อมอย่าง แท้จริง พอเงยหน้าขึ้นกมเหมนว่าด้วงจันทร์แขวนอยู่กลางฟอาราตรีอีก ครั้งหนึ่งแล้ว
“เข้ามาสิ” ในห้องมีเสียงด้ังลอยมาอีกครั้ง คราวนี้เป็น เสียงเรียกให้เขาเข้าไปด้้านใน