ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 90 อาณาจักรที่เก้าด้ินแด้นด้าวตก!
ก้อนเมฆมากมายใต้ฝ่าเท้าของเนี่ยเทียนพลันหายไปอย่าง รวด้เรมว ไม่นานเขากมองเหมนพื้นกระด้านหินอีกครั้ง
เขาที่ยืนอยู่หน้ากระท่อม ร่างกายยังคงมีเส้นใยนับพัน นับหมื่นเคลื่อนไหว ทว่าหัวใจที่เต้นผิด้ปกติของเขากลับค่อยๆ นิ่ง สงบลง
มองกระท่อมหลังนั้น เขาพลันรู้สึกประหม่าเลมกน้อย ไม่ ได้้เข้าไปทันที
ก่อนหน้านี้ ครั้งแรกที่เขาใช้กระแสจิตไปรับสัมผัส ทำาให้เขารู้ว่าคนผู้นั้นที่อยู่ในห้อง…คือสิ่งมีชีวิตที่แขมงแกร่งจนน่า เหลือเชื่อ
จนถึงกระทั่งตอนนี้ เขายังไม่เคยเจอบุคคลที่น่ากลัว ขนาด้นี้มาก่อน
“เข้ามา” คนผู้นั้นที่อยู่ในห้องเอ่ยเร่งอีกครั้ง
เนี่ยเทียนที่ลังเลอยู่ชั่วครู่ เมื่อได้้ยินเสียงเรียกอีกครั้งจึง ไม่คิด้อะไรให้มากความอีก เลิกม่านขึ้นแล้วก้าวเด้ินเข้าไปด้้านใน
พอเข้ามาในห้องได้้เขากมคุกเข่าคำานับทันที “โปอกๆๆ” เอาหัวโขกพื้นด้ังๆ สามครั้ง ตะโกนเสียงด้ัง: “ศิษย์คารวะท่าน อาจารย์”
ตอนที่มา เขารู้จากปากลี่ฝานแล้วว่าคนผู้นั้นที่เขาจะได้้ มาพบหน้ากมคืออาจารย์ในสำานักหลิงอวิ๋นของเขานับจากนี้
คนผู้นั้นให้เขาเด้ินเข้ามาหาทีละก้าว เส้นใยนับพันนับ หมื่นที่แผ่ไปทั่วร่างกายของเขา เหมนได้้ชัด้ว่าคือบุญวาสนาครั้งยิ่ง ใหญ่ของเขา
หากเขาไม่เข้าใจความหวังด้ีของคนผู้นั้น เขากมไม่คู่ควร เป็นคนที่ถูกสำานักหลิงอวิ๋นยอมทำาลายกฎให้ ไม่คู่ควรกับการเป็นคน โปรด้ของคนผู้นั้น
“เด้มกฉลาด้”
ในกระท่อมเรียบง่าย ผู้เฒ่าร่างกายผ่ายผอมราวกับไม้ ฟืนผู้หนึ่ง มือทั้งสองข้างยัด้อยู่ในแขนเสื้อ นั่งอยู่บนเบาะรองนั่งอย่าง สงบ มองประเมินเขาด้้วยความสนใจ
ผู้เฒ่ามีหน้าตาธรรมด้า หากไม่มองเสื้อผ้าหรือเรือน กาย กมล้วนไม่มีจุด้ใด้ที่สะดุ้ด้ตา
เพียงแต่ว่าด้วงตาของเขาด้ึงดู้ด้คนอย่างมาก เตมไป ด้้วยความใฝ่รู้ คล้ายกำาลังสำารวจหาปัญหาลึกลับบางอย่าง มุมานะ และขยันหมั่นเพียรในการแสวงหาบางสิ่งอยู่ตลอด้เวลา
“เงยหน้าขึ้น” ผู้เฒ่าสั่งเสียงเบา
เนี่ยเทียนที่โขกหัวสามครั้งเสรมจกมก้มหน้านิ่ง พอได้้ยิน คำาพูด้นี้เขาจึงค่อยๆ เงยหน้าขึ้น กล้าประสานสายตากับผู้เฒ่าคนนั้น
“ข้าชื่ออูจี้ นับแต่วันนี้ไป ข้ากมคืออาจารย์ของเจ้าแล้ว” ผู้เฒ่ายิ้มน้อยๆ พูด้ด้้วยน้ำาเสียงผ่อนคลายคล้ายกำาลังคุยเรื่อง สัพเพเหระ: “เมื่อรวมเจ้าแล้ว ข้ามีลูกศิษย์ทั้งหมด้สามคน ศิษย์พี่ สองคนนั้นของเจ้าคือใคร รอจนเจ้าอยู่ในระด้ับที่สูงกว่านี้ เจ้าย่อมได้้ รู้เอง ไม่จำาเป็นต้องให้ข้าพูด้อะไรมาก”
“ข้าจะพูด้แค่เรื่องเด้ียว ศิษย์พี่สองคนนั้นของเจ้า ตอน นี้มีฝีมือเหนือข้าไปแล้ว”
“ข้าหวังว่าวันหนึ่งเจ้ากมจะเป็นเหมือนพวกเขา ที่ฝีมือ เหนือล้ำาอาจารย์ ก้าวผ่านฟอาด้ินแห่งนี้ไปแสวงหาสิ่งที่ข้าปรารถนา ได้้”
เนี่ยเทียนอึ้งตะลึง “ก้าวผ่านฟอาด้ินแห่งนี้?”
“คำาว่าก้าวผ่านฟอาด้ินแห่งนี้ที่ข้าพูด้ถึง ไม่ได้้อาศัยค่าย กลนำาส่งแห่งมิติ แต่อาศัยพละกำาลังของตัวเองข้ามผ่านทางช้าง เผือก” อูจี้สีหน้าราบเรียบ “ฟอาด้ินที่พวกเราอาศัยอยู่คืออาณาจักร แห่งหนึ่งที่เลมกกระจ้อยร่อยจนไม่มีค่าพอให้พูด้ถึงของทางช้างเผือก กว้างใหญ่ อาณาจักรนี้มีชื่อว่าหลีเทียน คืออาณาจักรที่เก้าของด้ิน แด้นด้าวตก”
“อาณาจักรที่เก้าของด้ินแด้นด้าวตก?” เนี่ยเทียนฉงน สนเท่ห์
อูจี้พยักหน้าเบาๆ “ถูกต้อง พื้นด้ินใต้ฝ่าเท้าที่เจ้าและ ข้าเหยียบอยู่นี้กมคืออาณาจักรที่เก้าของด้ินแด้นด้าวตก และ ท่ามกลางด้ินแด้นด้าวตก อาณาจักรฟอาด้ินที่เหมือนกับอาณาจักรหลี เทียนของเรา ยังมีอีกทั้งหมด้แปด้แห่ง”
เนี่ยเทียนเบิกตากว้างอ้าปากค้าง
คำาพูด้สั้นๆ แค่ไม่กี่ประโยคของอูจี้พลิกตลบความรู้ที่ เขามีต่อโลกทั้งใบ เกิด้เป็นการโจมตีรุนแรงสำาหรับเขา
“แน่นอน ตอนนี้ที่ข้าพูด้เรื่องพวกนี้กับเจ้าอาจจะดู้เรมว ไปหน่อยกมจริง” อูจี้พูด้ด้้วยสีหน้าเคร่งขรึม: “แต่ข้าเชื่อว่า อนาคต ของเจ้าย่อมไม่จำากัด้อยู่แค่ที่อาณาจักรหลีเทียนนี้อย่างแน่นอน ที่ข้า บอกเจ้าเรื่องพวกนี้กมเพื่ออยากให้เจ้ารู้ว่า นภากาศและทางช้างเผือก นั้นกว้างใหญ่ไพศาลเหนือล้ำาเกินกว่าเจ้าจะจินตนการได้้”
“ต้องมีสักวันหนึ่งที่เจ้าเป็นเหมือนกับศิษย์พี่ทั้งสอง ของเจ้า ก้าวออกจากอาณาจักรหลีเทียนไปเที่ยวเล่นยังด้ินแด้น ด้าวตกได้้อย่างสบายอารมณ์”
เนี่ยเทียนเกิด้ความเคลิบเคลิ้มขึ้นมาทันที
“อาณาจักรทั้งเก้าของด้ินแด้นด้าวตก ทุกแห่งล้วน เหมือนอาณาจักรหลีเทียน ต่างกมีผู้ฝึกลมปราณที่แขมงแกร่งมากมาย อาศัยอยู่ จำานวนของผู้ฝึกลมปราณในอาณาจักรหลีเทียนเมื่อเทียบ กับอีกแปด้อาณาจักรที่เหลือแล้ว ถือว่าน้อยกว่าเยอะมาก”
“ในอาณาจักรหลีเทียนของพวกเรา ขอบเขตพลัง อำานาจของผู้ฝึกลมปราณที่สามารถติด้อันด้ับได้้อย่างแท้จริงมีเพียง เจมด้แห่งเท่านั้น”
“ขอบเขตพลังอำานาจของผู้ฝึกลมปราณทั้งเจมด้แห่งนั้น เจ้าน่าจะรู้จักหมด้แล้ว แบ่งออกเป็นหอหลิงเป่า สำานักหลิงอวิ๋นของ
เรา หุบเขาเทา อารามเสวียนอู้ รวมไปถึงสำานักภูตผี สำานักโลหิตและ วังยมบาล”
“ขอบเขตพลังอำานาจของผู้ฝึกลมปราณทั้งเจมด้แบ่ง ออกอีกเป็นสองพันธมิตร สำานักภูตผี สำานักโลหิตและวังยมบาลคือ พันธมิตรร่วมกัน หอหลิงเป่า สำานักหลิงอวิ๋นของเรา หุบเขาเทา อารามเสวียนอู้คืออีกพันธมิตรหนึ่ง”
“…”
ในห้องกระท่อม เสียงของอูจี้ล่องลอยเนิบช้า เขาไม่ได้้ พูด้ถึงเรื่องด้ินแด้นด้าวตกมากนัก ไม่ได้้พูด้ถึงอาณาจักรอีกแปด้แห่ง ที่เหลือ แค่เล่าถึงเรื่องราวบางอย่างของอาณาจักรหลีเทียนเท่านั้น
เนี่ยเทียนตั้งใจฟัง จด้จำาคำาพูด้ทั้งหมด้ของเขาไว้ขึ้นใจ
อูจี้ได้้เปิด้ประตูโลกบานใหม่ให้กับเขา ทำาให้เขาค่อยๆ ตระหนักถึงความเลมกจ้อยของตัวเอง ทำาให้เขาเข้าใจว่าอาณาจักรหลี เทียนที่เขาอาศัยอยู่กมเป็นเพียงแค่อาณาจักรที่เก้าของด้ินแด้นด้าวตก เท่านั้น
วันนี้อูจี้ไม่ได้้พูด้เรื่องอะไรเกี่ยวกับการฝึกบำาเพมญตบะ มีเพียงอธิบายเรื่องการกระจายของอาณาจักรต่างๆ อย่างละเอียด้ ความซับซ้อนของขอบเขตอำานาจ และการต่อสู้ระหว่างผู้ฝึก ลมปราณด้้วยกันเอง
เนิ่นนานหลังจากนั้น
อูจี้กมหยุด้เล่าแล้วกล่าวว่า: “เรื่องราวที่ได้้ฟังในวันนี้เจ้า ใคร่ครวญดู้เอาเอง จากนั้นกมไปพักผ่อนซะ ปรับความผิด้ปกติต่างๆ ในร่างกายของเจ้าให้เรียบร้อยแล้วรับสัมผัสถึงการเปลี่ยนแปลง เลมกๆ น้อยๆ ที่เกิด้ขึ้นในร่าง”
“รอเจ้าพักผ่อนแล้วฟื้นตัวกลับมาเป็นด้ังเด้ิม ข้าจะเริ่ม อธิบายความเกี่ยวข้องระหว่างพลังวิญญาณฟอาด้ินกับผู้ฝึกลมปราณ ให้เจ้าฟัง ให้เจ้าได้้รู้ถึงความรู้ที่เป็นพื้นฐานที่สุด้”
“ก่อนหน้าที่เจ้ายังไม่ได้้เหยียบย่างเข้าสู่ขั้นท้ายสวรรค์ ข้าจะไม่ถ่ายทอด้คาถาวิเศษในการฝึกฝนใด้ๆ ให้กับเจ้า เจ้าจำาเป็น ต้องใช้คาถาหลอมลมปราณมาฝึกหลอมมหาสมุทรวิญญาณเอาเอง เท่านั้น”
อูจี้กล่าวอย่างสบายๆ
“อ้อ” เนี่ยเทียนพยักหน้าอย่างว่าง่าย
อูจี้มองเขาด้้วยสายตาลึกล้ำา เงียบงันไปครู่หนึ่งอยู่ๆ กม พูด้ขึ้นว่า: “ก่อนหน้าข้า มีคนคนหนึ่งช่วยชุบหลอมเลือด้เนื้อเอมนและ กระดู้กให้เจ้ามาก่อน คนผู้นั้นคือใคร?”
เนี่ยเทียนตะลึงพรึงเพริด้ เขาพิจารณาประโยคนี้ของอู จี้อย่างจริงจัง หวังหาคำาตอบมาให้เขา
“ได้้ยินว่ามีอยู่ครั้งหนึ่ง เจ้าเป็นไข้สูงมาก หมด้สติไป หลายวัน?” ด้วงตาของอูจี้เปล่งประกายวาววับ
เนี่ยเทียนนึกขึ้นมาได้้กะทันหัน กล่าว: “ใช่แล้วขอรับ”
“หมอที่มาจากต่างแด้นคนหนึ่งช่วยรักษาให้เจ้าเจมด้วัน ใช่ไหม?” อูจี้ถามอีกครั้ง
เนี่ยเทียนพยักหน้า “ใช่ขอรับ”
“เขาชื่ออะไร?”
“ดู้เหมือนว่าจะชื่อหัวมู่”
“หัวมู่?” อูจี้ขมวด้คิ้วครุ่นคิด้หนัก ผ่านไปครู่ใหญ่เขา ถึงได้้ส่ายหัว กล่าว: “ไม่เคยได้้ยินชื่อนี้มาก่อน หากนี่ไม่ใช่ชื่อปลอม ถ้าอย่างนั้น…เขากมไม่ใช่คนของอาณาจักรหลีเทียนของเรา”
“ในอาณาจักรหลีเทียน คนที่สามารถใช้วิธีการเช่นนั้น ช่วยชุบหลอมเลือด้เนื้อเอมนและกระดู้กให้กับเจ้า แทบจะทำาให้เจ้า เปลี่ยนมาเป็นคนใหม่ มีน้อยจนนับนิ้วได้้”
“คนที่มีความสามารถเช่นนี้ ข้าล้วนรู้จักทุกคน ทว่า พวกเขาไม่มีใครชื่อหัวมู่”
เนี่ยเทียนตะลึง “หมอจากต่างถิ่นคนนั้นช่วยชุบหลอม เลือด้เนื้อเอมนและกระดู้กให้กับข้า? เขา…เก่งมากเลยหรือ?”
“แน่นอนว่าต้องเก่งมาก” อูจี้พยักหน้า “ข้าไม่รู้ว่าเขา มีจุด้ประสงค์อันใด้ ถึงได้้ยินด้ีสูญเสียพลังกายใจมากถึงเพียงนั้นเพื่อ ช่วยชุบหลอมเลือด้เนื้อเอมนและกระดู้กให้กับเจ้า ทว่าคนผู้นี้ย่อม ไม่ใช่คนธรรมด้าอย่างแน่นอน หากเขามาจากอาณาจักรอื่นจริงๆ ถ้า เช่นนั้น…”
พูด้มาถึงตรงนี้ อูจี้กมหยุด้ลง ใช้สายตาคล้ายกำาลัง ครุ่นคิด้ถึงอะไรบางอย่างมองประเมินเนี่ยเทียน
ผ่านไปครู่ใหญ่เขาถึงได้้โบกมือ บอกเป็นนัยให้เนี่ย เทียนไปได้้ “ห้องที่สามทางซ้ายมือ นับแต่นี้ไปคือห้องของเจ้า เจ้าไป พักผ่อนฟื้นตัวที่นั่นเถอะ”
“ท่านอาจารย์ ถ้าอย่างนั้นข้าไปก่อนนะขอรับ” เนี่ย เทียนลุกขึ้นยืน หลังจากโค้งตัวคารวะกมเด้ินออกไป
ได้้ยินประโยคเหล่านั้นของอูจี้ สมองของเขายุ่งเหยิง เลมกน้อย จำาเป็นต้องใช้เวลาในการย่อยข้อมูล
อีกอย่างเขากมรู้สึกเหนื่อยล้าอย่างยิ่ง ต้องการนอนหลับ ด้ีๆ สักตื่น
“หัวมู่…”
ในห้อง อูจี้พึมพำากับตัวเอง “ดู้ท่าจำาเป็นต้องไหว้วาน เพื่อนหลายคนให้ไปตรวจสอบที่อาณาจักรทั้งแปด้ดู้เสียแล้วว่ามีคนผู้
นี้จริงหรือไม่? ในเมื่อเขายินด้ีทุ่มเทพละกำาลังกายมหาศาลถึงเพียง นั้นเพื่อช่วยชุบหลอมเลือด้เนื้อเอมนและกระดู้กให้กับเนี่ยเทียน แสด้ง ว่าย่อมมีสาเหตุ”
“หรือว่า เขากมเหมือนกับข้าที่มองออกถึงพลังแฝงและ พรสวรรค์ของเนี่ยเทียน เลยคิด้จะรับเอาไว้เป็นศิษย์?”
“ทว่า หากคิด้จะรับเป็นศิษย์ ทำาไมตอนนั้นถึงไม่พาตัว เนี่ยเทียนไปด้้วยล่ะ?”
“แปลกนัก แปลกมากจริงๆ”