ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 890 ตัวตลกที่เต้นแร้งเต้นกา
พอวิญญาณร้ายทั้งห้าดวงเผยกาย ผู้เฒ่าเผ่ามนุษย์ที่ใบหน้าแห้งตอบก็ หน้าเปลี่ยนสีไปอย่างเห็นได้ชัด
นาทีถัดมา เส้นแสงสีเงินยวงนับพันนับหมื่นที่พุ่งเข้าหาเรือดาราของ เนี่ยเทียนก็พลันเกิดการเปลี่ยนแปลง!
เส้นแสงสีเงินพวกนั้นล้วนมาจากเสี้ยวจิตวิญญาณที่ผู้เฒ่าดึงออกมา จากในมหาสมุทรจิตวิญญาณของตัวเอง เวลานี้จู่ๆ เสี้ยวจิตวิญญาณของ เขาก็มารวมตัวกันแล้วกลายเป็นปลาสีเงินหลายตัว
ปลาเหล่านั้นยาวประมาณครึ่งเมตร พวกมันว่ายวนก่อนจะพุ่งตัว ออกมาจากเงาแสงสีเงิน
“พลังจิตวิญญาณกลายมาเป็นของจริง ปลาที่มีชีวิตจริงซึ่งเกิดจากการ รวมตัวกันของพลังจิตวิญญาณ!” เนี่ยเทียนตะลึงงัน เข้าใจทันทีว่านี่คือเวท ลับทางจิตวิญญาณที่มีเฉพาะผู้ฝึกลมปราณเขตวิญญาณเท่านั้น
มีเพียงตบะฝ่าทะลุสู่เขตวิญญาณ จิตวิญญาณที่แท้จริงแข็งแกร่งจนถึง ระดับที่แน่นอน จิตวิญญาณที่ปล่อยออกมาถึงจะแปลงมาเป็นสิ่งของที่จับ ต้องได้
ปลาสีเงินหลายตัวฝากฝังจิตวิญญาณของผู้เฒ่าคนนั้นเอาไว้ ทั้งยังนาบ ประทับเวทลับทางจิตวิญญาณบางอย่างที่ลึกลับซึ่งเขาบรรลุมาได้
ปลาสีเงินมีอยู่หลายสิบตัว พวกมันบินทะยานมากลางอากาศ เดี๋ยว ผลุบเดี๋ยวโผล่ พริบตาเดียวก็มาล้อมวนอยู่รอบกายเนี่ยเทียน
“เนี่ยเทียน! การโจมตีทางจิตวิญญาณพวกนี้ เจ้ามาเป็นคนต้านทาน! ” อินย่าหนันตวาดเบาๆ “หากงูเหลือมเลือดน้ำแข็งระดับแปดบินออกไปจาก กายของข้า ข้าก็ยากที่จะยืมใช้พลังจิตวิญญาณของมันมาคุ้มครองตัวเองได้ อีก”
“เข้าใจแล้ว!” เนี่ยเทียนตอบรับ
“โฮก!”
วิญญาณร้ายห้าดวงที่ลอยอยู่เหนือศีรษะของเนี่ยเทียนส่งเสียงคำราม ความคิดเชิงลบห้าอย่างที่ไม่เหมือนกันอันได้แก่ความอาฆาต หวาดกลัว สิ้นหวัง เดือดดาลและกระหายการเข่นฆ่าพลันอบอวลไปทั่วด้าน
วิญญาณร้ายแต่ละดวงลดตัวลงมาแล้วเริ่มจับปลาสีเงินพวกนั้นมาฉีก ทึ้ง
ทุกครั้งที่ปลาสีเงินสัมผัสโดนวิญญาณร้าย ผู้เฒ่าผอมแห้งที่เป็นคน ควบคุมก็จะต้องหน้าเปลี่ยนสี
ในปลาสีเงินทุกตัวล้วนมีผลึกจิตวิญญาณของเขาฝากฝังเอาไว้
หากกระแสจิตวิญญาณสัมผัสโดนกับวิญญาณร้ายก็จะต้องถูกอารมณ์ เชิงลบห้าอย่างเช่นความอาฆาต หวาดกลัว สิ้นหวัง เดือดดาลและกระหาย เลือดกลบทับในทันที
ในสมองของคนที่แข็งแกร่งเช่นเขากลับมีภาพมายาผุดขึ้นมา เหมือนว่า ตัวเองได้ไปอยู่ในเหตุการณ์ก่อนตายของวิญญาณร้ายมากมายและได้รับ การโจมตีจากความตายอย่างต่อเนื่อง
เงาวิญญาณที่พร่าเลือนของวิญญาณแห่งความกระหายเลือดได้ห่อหุ้ม ปลาสีเงินหลายตัวเอาไว้
ปลาสีเงินพลันปลดปล่อยแสงเงินยวงเจิดจ้า ทว่าแสงพวกนั้นกลับมิ อาจลอดทะลุการปกคลุมจากแสงเขียวรุบรู่ของวิญญาณแห่งความกระหาย เลือดไปได้
“ซี่ๆๆ!”
เสียงประหลาดดังออกมาจากในร่างของปลาสีเงิน ก่อนที่ปลาแต่ละตัว จะเป็นเหมือนหิมะขาวซึ่งถูกหลอมละลาย ร่างกายของพวกมันหดเล็กแล้ว จางหายไปในที่สุด
“เคร้งๆๆ!”
ผู้ฝึกลมปราณเผ่ามนุษย์อีกคนหนึ่งที่ควบคุมขวานยักษ์ถูกพายุน้ำแข็ง พัดหอบเข้าใส่
ขวานยักษ์ของคนผู้นั้น รวมไปถึงม่านแสงพลังวิญญาณที่เขาสร้างขึ้น ค่อยๆ เกาะตัวเป็นน้ำแข็ง ถูกแสงน้ำแข็งและแท่งน้ำแข็งจำนวนนับไม่ถ้วน โจมตี
เขาร้องโหยหวนหนึ่งครั้ง ขวานยักษ์ฟาดฟันไปทั่วทิศ พอเจาะน้ำแข็ง หนาหนักออกมาได้ก็หนีกลับมาอย่างกระเซอะกระเซิง
ทั้งร่างของงูเหลือมเลือดน้ำแข็งถูกปกคลุมไปด้วยเกล็ดน้ำแข็ง ทุกที่ที่ มันผ่าน ทะเลทรายที่ร้อนระอุก็จับตัวเป็นน้ำแข็ง เม็ดทรายกลายเป็นผลึก น้ำแข็งเม็ดเล็กละเอียดมากมาย
ผลึกน้ำแข็งนับพันนับหมื่นพวยพุ่งขึ้นมาจากกองทรายขาวโพลน แล้ว จึงไปรวมตัวกันที่พายุกระหน่ำ
เรือนกายที่ไม่ใหญ่โตนักของงูเหลือมเลือดน้ำแข็งผลุบๆ โผล่ๆ อยู่ใน พายุแห่งความเย็น คอยโจมตีเขตวิญญาณคนอื่นๆ
มือกระดูกใหญ่ยักษ์ของโครงกระดูกปีศาจเลือดคอยยื่นออกมาอย่าง ต่อเนื่อง มือกระดูกที่แหลมคมราวกระบี่แทงเข้าไปยังวงล้อสีเงิน ตอนที่ ปลาแต่ละตัวซึ่งจำแลงมาจากพลังจิตวิญญาณของผู้เฒ่าร่างผอมแห้งถูก วิญญาณร้ายทั้งห้ากัดกิน สายตาของเขาก็หม่นแสง ความคิดชั่วร้ายเกิดขึ้น ในใจอย่างต่อเนื่อง เวทลับมากมายมิอาจร่ายใช้ได้
“เคร้ง!”
วงล้อสีเงินถูกมือกระดูกของโครงกระดูกปีศาจเลือดโจมตีหนักๆ อีก ครั้ง ร่างที่ผอมแห้งของเขาและวงล้อสีเงินปลิวกระเด็นออกไปพร้อมกัน เพียงแค่พริบตาเดียวก็ลอยลิ่วออกไปไกลหลายร้อยเมตร
รากดอกไม้ปีศาจสีดำตรงกลางฝ่ามือซ้ายของมู่ปี้ฉงที่เชื่อมติดอยู่กับ เลือดเนื้อของนางคล้ายมีจิตสำนึกเป็นของตัวเอง มันต่อสู้โรมรันกับกระบี่ วิเศษและกระถางยักษ์สามขาสีดำอยู่อีกฟากหนึ่งของท้องฟ้า
กระบี่วิเศษและกระถางยักษ์สามขาสีดำถูกควบคุมทางจิตโดยเขต วิญญาณอีกสองคน ทว่าพวกเขากลับไม่สามารถฝ่าเส้นป้องกันของราก ดอกไม้ปีศาจสีดำไปได้
ไม่รู้ว่ารากดอกไม้ปีศาจสีดำมีหนามแหลมคมดุร้ายมากมายปรากฏ ขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่
หนามแหลมพวกนั้นส่องแสงสีดำน่าสะพรึงกลัว หนามแต่ละชิ้นปาน ประหนึ่งเคี้ยวแหลมคมที่ไม่ว่าปราณกระบี่ของกระบี่วิเศษเชื่อมโยง วิญญาณจะแทรกซึมเข้าไปมากแค่ไหนก็ล้วนไม่สามารถฟันให้หนาม เหล่านั้นขาดออกได้แม้แต่ชิ้นเดียว
ในกระถางยักษ์สามขาสีดำมีแมลงตัวเล็กๆ อยู่มากมายที่หวีดร้องเสียง โหยหวน
“สวบๆๆ!”
หนามดุร้ายบนรากดอกไม้ปีศาจสีดำบินออกมาราวฝนเข็มที่พุ่งเข้าไป ทิ่มแทงแมลงซึ่งอยู่ในกระถาง
แมลงจำนวนมากที่อยู่ในกระถางเริ่มพากันล้มตาย
กระถางยักษ์สามขาสีดำแผดเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด ตัวกระถาง สั่นระริก ก่อนจะกลายร่างมาเป็นคางคกสีดำตัวหนึ่ง
คางคกสีดำตัวนี้มีท่าทางหวาดกลัวรากดอกไม้ปีศาจสีดำของบุปผาร่วม ชีวิตอย่างเห็นได้ชัด แต่ทว่ามันถูกเจ้านายบังคับจึงจำต้องร่วมต่อสู้ สีหน้า ของมันจำใจอย่างถึงที่สุด
“สำนักเชื่อมฟ้า” มู่ปี้ฉงหัวเราะเบาๆ “สำนักเชื่อมฟ้าอีกแล้ว”
นางใช้พลังเพียงครึ่งเดียวของบุปผาร่วมชีวิตจึงยังมีเวลาเหลือมาจ้อง มองผู้ฝึกลมปราณร่างเล็กเตี้ยด้วยสายตาเย็นชา พลางพูดว่า “เจ้ารู้จัก ฟางอิ๋งอิ๋งไหม?”
คนผู้นั้นอึ้งงัน หันมามองนางอย่างฉงนฉงาย “นางคือหนึ่งในเมล็ดพันธ์ คนสำคัญของสำนักเชื่อมฟ้าเรา”
“อ้อ เมล็ดพันธ์คนสำคัญ? บังเอิญซะจริง นางตายด้วยน้ำมือข้าเอง” มู่ ปี้ฉงไม่ลืมใช้คำพูดเสียดแทงเขา “ไม่เพียงแค่นางตายเท่านั้น ในโพรงแมลง เกราะเงินที่สำนักเชื่อมฟ้าของพวกเจ้าเป็นคนค้นพบ แร่อโลหะเงินทั้งหมด ที่อยู่ในนั้นล้วนถูกพวกเรากวาดเอามาจนเกลี้ยง อีกอย่างนอกจากหลัวฮุย แล้ว ลูกศิษย์คนอื่นในสำนักพวกเจ้าที่อยู่รอบนอกของสนามรบสุ้ยเมี่ยล้วน ตายกันหมดแล้ว”
“ว่าไงนะ?” คนผู้นั้นเดือดดาลสุดขีด “ถูกพวกเจ้าสังหารรึ?”
“ประมาณนั้นแหละมั้ง” มู่ปี้ฉงจงใจโยนความผิดมาให้กับตัวเอง “ฟางอิ๋งอิ๋งขุดหลุมเล่นงานพวกเราก่อน นางตายไปก็สมควรแล้ว!”
“ปัง!”
และเวลานี้เอง ร่างของเขตวิญญาณช่วงกลางคนหนึ่งที่ไล่ล่าฉีป๋ายลู่กับ หัวมู่มาก็ได้ระเบิดกระจายอยู่ท่ามกลางพายุน้ำแข็งเย็นเยียบของงูเหลือม เลือดน้ำแข็ง
นี่คือผู้ไล่ล่าคนแรกที่ถูกฆ่ากลับ
พอเขาตาย เขตวิญญาณอีกหกคนที่เหลือต่างก็เริ่มหวาดกลัว
พวกเขาคาดไม่ถึงเลยว่าเด็กรุ่นเล็กสามคนที่อยู่ตรงหน้าจะมีความ พิเศษมากถึงเพียงนี้
โครงกระดูกปีศาจเลือด งูเหลือมเลือดน้ำแข็งระดับแปด บุปผาร่วม ชีวิต สิ่งของมหัศจรรย์เหล่านี้ล้วนเพิ่มพลังการต่อสู้ให้กับคนทั้งสาม
ส่วนที่พึ่งของพวกเขามีเพียงขอบเขตที่สูงกว่าคนทั้งสามระดับหนึ่ง และสามารถใช้จิตวิญญาณมาบดขยี้อีกฝ่ายได้
แต่น่าเสียดายที่เนื่องจากการดำรงอยู่ของวิญญาณร้ายทั้งห้าดวง ที่พึ่ง สุดท้ายของพวกเขาจึงมิอาจบังเกิดประสิทธิผล
“พวกเจ้ามันสมควรตาย!”
คนผู้นั้นของสำนักเชื่อมฟ้าคำรามเดือดดาล แล้วจู่ๆ คางคกสีดำที่ จำแลงมาจากกระถางสามขาก็หลุดพ้นจากการโรมรันของบุปผาร่วมชีวิต แล้วตรงดิ่งเข้าหาเรือหาดา
คางคกสีดำอ้าปากพ่นของเหลวสีดำกลิ่นเหม็นคาวน่าสะอิดสะเอียน เข้าใส่เรือดารา
“ระวังพิษร้าย!”
ฉีป๋ายลู่ตะโกนเตือน เขาและหัวมู่สองคนรีบเร่งรุดเข้ามาใกล้
“พิษร้ายก็ไม่น่ากลัว”
มู่ปี้ฉงหัวเราะเบาๆ จุดลึกในดวงตาข้างขวามีเงาร่างของดอกไม้สวย หยดย้อยลอยขึ้นมา
ก่อนที่รากของดอกไม้สีสันสดใสจะบินออกมาจากมือขวาของนาง
รากของดอกไม้ปีศาจดอกนี้ส่องแสงพร่างพราวราวกับแสงรุ้ง คล้าย เกิดจากการรวมตัวกันของแสงศักดิ์สิทธิ์ ทั้งยังมีปราณแห่งความสะอาด บริสุทธิ์และยั่วยวนใจคนให้มัวเมาแผ่ออกมา
ของเหลวสีดำที่สาดพ่นจากปากคางคกถูกแสงสีรุ้งเจิดจ้าสกัดกั้นไว้ ในทันที
ไม่มีของเหลวหยดใดที่สามารถลอดผ่านแสงสีรุ้งไปกระทบโดนร่างของ พวกเนี่ยเทียนได้
คางคกสีดำตัวนั้นร้องคำรามเสียงแปร่ง เริ่มถูกรากดอกไม้ปีศาจสีสัน โจมตีกลับ แสงเจ็ดสีหลายเส้นบินออกมาจากปลายรากเหมือนกระบี่และ หอกที่แหลมคม
“เคร้งๆๆ!”
เสียงโลหะกระทบกันดังมาจากร่างของคางคกสีดำ คางคกร้องคราง อย่างเจ็บปวดพลางถอยกรูดต่อเนื่อง แล้วก็ไม่กล้าขยับเข้าไปใกล้อีก
ส่วนคนของสำนักเชื่อมฟ้าผู้นั้นก็หวาดผวาขวัญกระเจิงไปหมดแล้ว เขาจึงอ้าปากแล้วดูดสวบหนึ่งครั้ง คางคกสีดำจึงกลายร่างเป็นแสงสีดำที่ ถูกเขากลืนเข้าไปในร่าง
พอเขาหันตัวกลับได้ก็บินทะยานออกไปไกลโดยไม่เอ่ยสิ่งใด เห็นได้ชัด ว่าล้มเลิกความคิดที่จะไล่ฆ่าฉีป๋ายลู่กับหัวมู่แล้ว
“ตึง!”
ผู้ฝึกลมปราณเขตวิญญาณช่วงกลางอีกคนหนึ่งถูกแสงสีเลือดแดงฉาน ที่สาดออกมาจากในร่างของโครงกระดูกปีศาจเลือดทะลวงร่างกายจึงตก ลงมาจากฟ้าสูง
ทันใดนั้น เขตวิญญาณอีกสี่คนที่ยังต่อสู้ก็ขวัญหนีดีฝ่อกันไปหมด
พวกเขาไม่พูดคำใดต่อกันแม้แต่คำเดียว ทว่าต่างคนต่างแยกย้ายกัน หนีคนละทิศคนละทางราวกับได้ข้อตกลงร่วมกัน
“อู้ๆ!”
หัวมู่และฉีป๋ายลู่สองคนฉวยโอกาสพลิ้วตัวลงมาบนเรือดาราของเนี่ย เทียน วินาทีที่คนทั้งสองเหยียบเข้ามาในเรือดารา สีหน้าของพวกเขาก็บิด เบี้ยวน้อยๆ สายตาของพวกเขามองไปยังวิญญาณร้ายทั้งห้าอย่างหวาด เกรง
แม้อารมณ์เชิงลบอย่างอาฆาต หวาดกลัว สิ้นหวัง เดือดดาลและ กระหายการเข่นฆ่าที่ปล่อยออกมาจากร่างของวิญญาณร้ายจะไม่ได้เพ่ง เป้ามาที่พวกเขา ทว่าพวกเขาที่เวลานี้อ่อนแอก็ยังรู้สึกกดดันอย่างเลี่ยง ไม่ได้
เนี่ยเทียนขมวดคิ้ว ความคิดเปลี่ยนไปอีกครั้ง
วิญญาณร้ายทั้งห้าและไข่มุกวิญญาณมืดจึงลอยตัวออกไปจากเขา มุ่ง หน้าไปยังตำแหน่งที่เขตวิญญาณสองคนตายอนาถ
ไข่มุกวิญญาณมืดชักนำให้พวกวิญญาณร้ายฉีกกระชากจิตวิญญาณที่ แท้จริงของเขตวิญญาณเผ่ามนุษย์ที่เพิ่งตายไปแล้วกลืนกินลงท้องของ ตัวเอง
“เนี่ยเทียน จะไล่ตามไปฆ่าพวกเขาหรือไม่?” อินย่าหนันเอ่ยถาม
“ไม่จำเป็น ก็แค่พวกตัวตลกที่เต้นแร้งเต้นกาเท่านั้น ไม่มีค่าพอให้พูด ถึง” เนี่ยเทียนส่ายหน้า
——