ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 891 ประสบการณ์ของแต่ละคน
เนื่องจากคำสั่งของเนี่ยเทียนและอินย่าหนัน โครงกระดูกปีศาจเลือด และงูเหลือมเลือดน้ำแข็งจึงยังรออยู่ที่เดิม ไม่ได้ไล่ตามไปโจมตี
ผู้ฝึกลมปราณเขตวิญญาณสองคนที่ตายไป เนื่องจากเป็นเผ่ามนุษย์ จิง ชี่เลือดเนื้อจึงไม่เข้มข้นมากนัก เป็นเหตุให้โครงกระดูกปีศาจเลือดและงู เหลือมเลือดน้ำแข็งไม่มีแม้แต่ความสนใจที่จะกินศพของพวกเขา
กลับเป็นวิญญาณร้ายห้าดวงเสียอีกที่ดูดซับวิญญาณของคนทั้งสองที่ เพิ่งตายไปและยังไม่สลายไปจากฟูาดินมาเก็บไว้กับตัว
“แหวนเก็บของของเขตวิญญาณสองคนนั้นยังอยู่ พวกเจ้าสองคนไป เก็บเอามาเถอะ จะให้พวกเจ้าลงแรงเปล่าก็ใช่เรื่อง” เนี่ยเทียนเอ่ยเสียง เรียบ
“ถือว่าเจ้ารู้อะไรควรไม่ควร” อินย่าหนันเม้มปากยิ้ม ครั้นจึงบิน ออกไปจากเรือดาราอย่างไม่เกรงใจ
ดวงตาของมู่ปี้ฉงมีแววยินดีวาบผ่าน แล้วก็บินตามไปเช่นกัน
แหวนเก็บของของผู้ฝึกลมปราณเขตวิญญาณย่อมต้องมีของสะสมอุดม สมบูรณ์แน่นอน และมีความเป็นได้ถึงแปดเก้าส่วนที่จะได้ครอบครองอาวุธ วิเศษระดับเชื่อมโยงวิญญาณ บวกกับหยกวิเศษ ยา วัตถุดิบวิเศษอื่นๆ แค่ นี้ก็มากพอจะตอบสนองความพึงพอใจของหญิงสาวทั้งสองได้
วิญญาณร้ายทั้งห้าดวงยังไม่กลับมา หัวมู่และฉีป๋ายลู่สองคนก็ขึ้นมาอยู่ บนเรือดาราแล้ว
คนทั้งสองผ่านการต่อสู้ครั้งใหญ่ติดต่อกันหลายครั้ง พลังวิญญาณเผา ผลาญไปมากมหาศาล แม้แต่มหาสมุทรจิตวิญญาณก็ยังบาดเจ็บในระดับที่ ต่างกันออกไป
“เนี่ยเทียน…”
หัวมู่ยิ้มเจื่อน นั่งลงไปบนเรือดารา หยิบเอายาออกมาหลายเม็ดแล้ว กลืนเข้าไปรวดเดียว จากนั้นถึงได้พูดว่า “นึกไม่ถึงว่ามาอยู่ในสนามรบสุ้ย เมี่ย สุดท้ายแล้วพวกเรากลับจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากเจ้า”
ฉีป๋ายลู่มีสีหน้าซับซ้อนเล็กน้อย “ตอนอยู่ดินแดนดาวตก เจ้าก็โดดเด่น มากพออยู่แล้ว ใครเลยจะนึกว่ามาที่สนามรบสุ้ยเมี่ย เจ้าก็ยังสะดุดตาอยู่ เช่นเดิม”
“ลุงหัว เถาวัลย์ปีศาจสวรรค์ต้นนั้นของท่านล่ะ?” เนี่ยเทียนทำท่าจะ พูดต่อแต่ก็หยุดไปก่อน
เขาแอบสัมผัสได้ว่าเถาวัลย์ปีศาจสวรรค์ที่ฝังรากอยู่กลางหว่างคิ้วของ หัวมู่เหมือนมีลางว่าจะโรยรา
สายเลือดแห่งชีวิตของเขาพิเศษอย่างถึงที่สุด จึงมีการรับสัมผัสต่อ สิ่งมีชีวิตประหลาดเช่นเถาวัลย์ปีศาจสวรรค์ บุปผาร่วมชีวิตอย่างเฉียบไว เป็นพิเศษ
เมื่อพลังชีวิตแข็งแกร่งและแก่นเลือดเดือดพล่านถูกปลุกให้ตื่น สายเลือดเลื่อนสู่ระดับหก ความสามารถในการรับสัมผัสของเขาก็ยิ่ง เพิ่มขึ้นไปอีกระดับ
“เถาวัลย์ปีศาจสวรรค์ก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นกัน” หัวมู่ถอนหายใจ เบาๆ “ยังดีที่มีมัน หากไม่ยืมใช้พลังของมัน พวกเราก็คงยืนหยัดได้ไม่ถึง ตอนนี้ น่าเสียดายที่เมื่อผ่านการต่อสู้ครั้งแล้วครั้งเล่า พลังที่มันสั่งสมมา ตลอดเวลาหลายปีจึงเผาผลาญไปไม่น้อย คิดจะฟื้นคืนกลับมา เกรงว่าคง ไม่ง่ายนัก”
“แต่แน่นอนว่า สำหรับข้าแล้ว นี่ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไร”
เนี่ยเทียนถามอย่างแปลกใจ “ทำไมล่ะ?”
“ความอ่อนแอของมันก็หมายความว่าต่อให้เกิดเรื่องไม่คาดคิดกับการ ฝึกตนของหน้าในวันหน้า มันก็จะไม่มีความสามารถที่จะช่วงชิงจิตวิญญาณ กลายมาเป็นเจ้านายเรือนกายนี้ของข้าได้” หัวมู่มีท่าทางเสียใจไม่น้อย “เพียงแต่ว่าเมื่อมันอ่อนแอเกินไป มันก็จะดึงเอาพลังจิตวิญญาณของข้าไป อย่างบ้าคลั่ง ซึ่งนั่นย่อมต้องสร้างผลกระทบต่อการฝึกตนในภายหลังของ ข้า”
เนี่ยเทียนนิ่งคิดไปครู่ จู่ๆ ก็หยิบเอาผลไม้หลายลูกออกมาจากในแหวน เก็บของแล้วมอบให้แก่หัวมู่ “ท่านลุงหัว หากไม่ผิดไปจากที่คาด ของสิ่งนี้ น่าจะช่วยให้เถาวัลย์ปีศาจสวรรค์ของท่านฟื้นตัวกลับมาได้โดยเร็ว ส่วนจะ ฟื้นตัวได้ถึงระดับไหนนั้น ข้าเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่มั่นใจว่าต้องเร็ว กว่าให้เถาวัลย์ปีศาจสวรรค์ฟื้นตัวด้วยตัวเองแน่นอน”
“นี่คือ?” หัวมู่รับผลไม้มาด้วยสีหน้าสงสัย
“มันเรียกว่าอะไร ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ของสิ่งนี้ข้าได้มาจากถ้ำแห่ง หนึ่งในเทือกเขาฝังเลือด ภูเขาลูกนั้นฝังร่างของเทพยักษ์ค้ำฟูาไว้ตนหนึ่ง
ซึ่งพลังชีวิตที่หลงเหลืออยู่ในร่างของเทพยักษ์ค้ำฟูาที่ตัวใหญ่เท่าขุนเขาได้ ก่อตัวออกมาเป็นผลไม้พวกนี้ ด้านในมีพลังชีวิตที่ไม่อ่อนด้อยแฝงเร้นอยู่”
เนี่ยเทียนอธิบายช้าๆ “พลังชีวิตล้วนมีประโยชน์ต่อทุกสิ่งมีชีวิต”
“พลังแห่งชีวิต!” ดวงตาหัวมู่พลันเป็นประกาย “หากเป็นเช่นนี้จริง เถาวัลย์ปีศาจสวรรค์ต้นนั้นต้องฟื้นตัวได้เร็วขึ้นแน่! ปีนั้นที่เจ้ามอบผลไม้ แห่งชีวิตให้ข้าผลหนึ่งก็ทำให้เถาวัลย์ปีศาจสวรรค์ได้รับผลเก็บเกี่ยว มหาศาลเช่นกัน มันจึงเติบโตได้อย่างรวดเร็ว ปีนั้นตอนที่ข้าอยู่อาณาจักร เสวียนเทียนแล้วถูกเถาวัลย์ปีศาจสวรรค์ช่วงชิงร่างก็เพราะผลไม้แห่งชีวิตที่ เจ้ามอบให้ทำให้มันแข็งแกร่งกว่าเดิมเยอะมาก”
ระหว่างที่พูด เขาก็กลืนผลไม้เหล่านั้นลงไปในปากทันที
พอผลไม้ลงท้อง เถาวัลย์ปีศาจสวรรค์กลางหว่างคิ้วของเขาก็รับสัมผัส ได้
เถาวัลย์ปีศาจสวรรค์ที่เดิมที่อ่อนจางจนแทบสังเกตไม่เห็นเริ่มเปลี่ยน มาเป็นชัดเจนกว่าเดิมเยอะมาก
ผลไม้พวกนั้นระเบิดพลังอยู่ในกระเพาะของหัวมู่ ทำให้มีพลังแห่งชีวิต เป็นเสี้ยวๆ อบอวล พลังแห่งชีวิตพวกนั้นถูกเถาวัลย์ปีศาจสวรรค์คว้าจับไป ยังหว่างคิ้วของหัวมู่ทันที
การเติบโตของเถาวัลย์ปีศาจสวรรค์ต้องอาศัยจิตวิญญาณและพลัง เลือดลมของหัวมู่
แต่เนื่องจากหัวมู่คือมนุษย์ เลือดลมของเขาจึงไม่มากพอ ทำให้ ความเร็วในการเติบโตของเถาวัลย์ปีศาจสวรรค์เชื่องช้ามาโดยตลอด
ผลไม้แห่งชีวิตและผลไม้นี้ล้วนมีพลังชีวิตแฝงเร้น ซึ่งเป็นพลังที่ลึกลับ ยิ่งกว่าพลังชีวิตจากเลือดเนื้อเสียอีก!
เพียงแค่เถาวัลย์ปีศาจสวรรค์ดูดซับพลังชีวิตที่แผ่ออกมาจากผลไม้ไม่กี่ ผล มันก็ลอยขึ้นมากลางหว่างคิ้วของหัวมูได้ชัดเจนอีกครั้ง
หัวมู่หลับตาลง รับสัมผัสการเปลี่ยนแปลงของร่างกายตัวเองพลางพูด กับเนี่ยเทียนว่า “ผลไม้พวกนี้ไม่เพียงแต่มีพลังแห่งชีวิต ยังมีเลือดลมของ เทพยักษ์ค้ำฟูาหลงเหลืออยู่ด้วย เพราะผลไม้พวกนี้ อายุขัยของข้าถึงได้ เพิ่มขึ้นมาอีกยี่สิบสามสิบปี! แค่นี้ก็พอแล้ว ข้ามั่นใจว่าก่อนหน้าที่ขีดจำกัด ของอายุขัยจะมาถึง ข้าจะเลื่อนสู่แดนว่างเปล่าได้!”
หากเลื่อนสู่แดนว่างเปล่า ขีดจำกัดอายุของเผ่ามนุษย์ก็จะเพิ่มจากสาม พันปีเป็นหนึ่งหมื่นปี!
อายุขัยที่เพิ่มมาถึงเจ็ดพันปีทำให้หัวมู่วางใจได้ว่าตนสามารถเลื่อนขั้นสู่ ขอบเขตใหม่ได้เรื่อยๆ!
ภายใต้ความช่วยเหลือจากผลไม้แห่งชีวิต เขาก็มีอายุขัยเพิ่มขึ้นมาอีก ร้อยปีแล้ว พอบวกอายุขัยอีกยี่สิบสามสิบปีจากผลไม้พวกนี้ หัวมู่ก็เต็มไป ด้วยความมั่นใจทันที
แล้วนับประสาอะไรกับที่เขาเองก็ได้ผลพวงมาจากในสนามรบสุ้ยเมี่ย ไม่น้อย รอจนกลับไปถึงอาณาจักรวอหลิว วัตถุดิบวิเศษที่เขาได้รับมาก็ สามารถช่วยให้เขาเอาไปแลกเปลี่ยนเป็นวัตถุดิบที่จำเป็นสำหรับการสร้าง ดินแดนของเขาได้
หัวมู่หลับตาลงด้วยสีหน้าปลื้มปิติอย่างเห็นได้ชัด
ฉีป๋ายลู่ที่อยู่ข้างๆ มองเนี่ยเทียนมอบผลไม้ที่มีพลังชีวิตให้กับหัวมู่อย่าง ใจกว้าง ทั้งยังได้ยินประโยคเหล่านั้นของหัวมู่ ดวงตาก็ฉายความอิจฉา น้อยๆ
เขาได้รู้แล้วว่าผลไม้แห่งชีวิตที่หัวมู่ได้มาก่อนหน้านี้ เป็นเนี่ยเทียนนี่เอง ที่เป็นคนเอามาให้
ผลไม้แห่งชีวิตผลนั้นได้มาจากที่ไหน เขารู้ดีอยู่แก่ใจ
“ตอนอยู่อาณาจักรต้าฮวาง เขาและต่งลี่สองคนพบเจอพื้นที่ในตำนาน ที่บอกว่ามีผลไม้แห่งชีวิตถือกำเนิดขึ้น และต่งลี่ก็ใช้ผลไม้แห่งชีวิตผลหนึ่ง มาทำให้ฐานะตระกูลต่งของตัวเองโดดเด่นขึ้นมา ผลไม้แห่งชีวิตสองผลที่ เนี่ยเทียนได้มาก็ล้วนเอาไปแบ่งให้หัวมู่กับอูจี้อาจารย์ของเขา”
“เด็กคนนี้ช่างมีโชคดีค้ำฟูาจริงๆ ตราประทับสะเก็ดดาว ผลไม้แห่ง ชีวิต…”
ฉีป๋ายลู่ทอดถอนใจอย่างปลงตก พลันตระหนักได้ว่าขอแค่แสดงความ เป็นมิตรต่อเนี่ยเทียน ไม่ว่าเป็นใครก็ล้วนได้รับผลประโยชน์จากเนี่ยเทียน ทั้งสิ้น
“ผู้อาวุโสฉี พวกท่านพบเจออะไรกันแน่? อาจารย์ของข้าล่ะ ท่านเจอ จ้าวซานหลิงหรือไม่ แล้วคนอื่นๆ ล่ะ?” เนี่ยเทียนเปิดปากถาม
ฉีป๋ายลู่ตื่นขึ้นมาจากอาการครุ่นคิด เขาจัดระเบียบคำพูดอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่พวกเขาพบเจอหลังแยกจากเนี่ยเทียนให้อีก ฝุายฟัง
เนี่ยเทียนจึงได้รู้ว่าหลังจากที่เข้ามาในสนามรบสุ้ยเมี่ยได้ไม่นาน จ้าว ซานหลิงได้แยกตัวออกไปเพียงลำพัง ไม่ได้เดินทางร่วมกับคนอื่น
ฝานข่ายจากวิมานสวรรค์ซึ่งมาถึงสนามรบสุ้ยเมี่ยพร้อมกับผู้ฝึก ลมปราณส่วนหนึ่งที่สนิทสนมกับวิมานสวรรค์ก็ได้แยกย้ายกันไปเช่นกัน พวกเขาไม่เคยพบกันอีกหลังจากนั้น
ส่วนฉีป๋ายลู่ หัวมู่ อูจี้และจงเจิงได้จับกลุ่มกันไปสำรวจในจุดลึกของ สนามรบสุ้ยเมี่ย
ระหว่างทางอูจี้รู้ตำแหน่งคร่าวๆ ของแม่น้ำแห่งกาลเวลาจากปากของ ผู้ฝึกลมปราณต่างดินแดนจึงแยกตัวไปเพียงลำพัง
ก่อนหน้าที่อูจี้จะจากไปได้บอกกับพวกเขาว่าขอแค่เจอแม่น้ำแห่ง กาลเวลา เขาก็จะไม่สนใจอีกว่ารอยแยกห้วงมิติที่เชื่อมโยงไปยังอาณาจักร วอหลิวจะเปิดขึ้นเมื่อไหร่หรือจะหายไปตอนไหน
ตามความหมายของอูจี้ก็คือหากเขาเจอแม่น้ำแห่งกาลเวลา เขาก็จะไม่ จากไปไหนอีก
ไม่ว่าจะสามปีห้าปี หรือสามสิบปี ห้าสิบปี เขาก็จะอยู่ในแม่น้ำแห่ง กาลเวลา ทำความเข้าใจกับเวทลับแห่งกาลเวลา จนกระทั่งเขาไม่บรรลุสิ่ง ใหม่ๆ จากแม่น้ำแห่งกาลเวลาอีกแล้วถึงจะคิดหาวิธีไปจากสนามรบสุ้ยเมี่ย
ภายหลังฉีป๋ายลู่ หัวมู่และจงเจิงเข้าไปในจุดลึกของสนามรบสุ้ยเมี่ยก็ได้ ค้นพบสุสานแห่งหนึ่งที่เคยมีชนเผ่าต่างๆ เปิดศึกนองเลือดกัน
สุสานแห่งนั้นฝังร่างชนต่างเผ่าและสัตว์โบราณ รวมไปถึงดินแดนของ เผ่ามนุษย์ที่ถูกโจมตีออกเป็นเสี่ยงๆ มีทั้งเศษซากของแดนว่างเปล่า แล้วก็ มีเศษซากของแดนเอตทัคคะอีกเล็กน้อย
เมื่ออยู่ที่นั่น พวกเขาต่างคนต่างก็ได้ผลเก็บเกี่ยวมาเป็นของตัวเอง
ขณะที่พวกเขาคิดจะไปจากสุสานแห่งนั้นด้วยความพึงพอใจ กลับเจอผู้ ฝึกลมปราณของดินแดนดวงดาวแห่งอื่นเสียก่อน
เนื่องจากตอนอยู่ในสุสาน เถาวัลย์ปีศาจสวรรค์เคยเผยตัวหนึ่งครั้ง หัวมู่จึงสูญเสียสติไปในระยะเวลาสั้นๆ
และเวลานั้นหัวมู่ก็ได้เปิดฉากสังหารครั้งใหญ่ ทำให้ผู้ฝึกลมปราณเผ่า มนุษย์ตายไปไม่น้อย
ผู้ฝึกลมปราณเผ่ามนุษย์จากต่างดินแดนที่รู้ว่าพวกเขาได้ผลเก็บเกี่ยว อุดมสมบูรณ์ จึงใช้ข้ออ้างที่หัวมู่ถูกพืชปีศาจช่วงชิงร่างสังหารคนของอีก ฝุายมาไล่ล่าพวกเขา
ระหว่างทางที่กลับมา ด้วยพลังที่แข็งแกร่งของเถาวัลย์ปีศาจสวรรค์ก็ ได้ช่วยพวกเขาสังหารผู้ไล่ล่าไปไม่น้อย
ทว่าผู้ไล่ล่ากลุ่มใหม่กลับปรากฏตัวอย่างต่อเนื่อง
จนกระทั่งเถาวัลย์ปีศาจสวรรค์สูญเสียพลังมากเกินไป พวกเขาเกิด ความหวาดกลัว และเมื่อนับเวลาดูแล้วรู้ว่าใกล้จะถึงช่วงที่รอยแยกห้วงมิติ ซึ่งเชื่อมไปยังอาณาจักรวอหลิวจะกลับมามั่นคงอีกครั้ง พวกเขาจึงได้มุ่ง หน้ามาทางนี้
“ที่แท้ก็เป็นอย่างนี่นี่เอง”
ขณะที่รับฟังเหตุการณ์อย่างละเอียดจากปากของฉีป๋ายลู่ อินย่าหนัน และมู่ปี้ฉงก็พากันกลับมานานแล้ว
เนี่ยเทียนจึงเรียกเอาโครงกระดูกปีศาจเลือดและวิญญาณร้ายห้าดวง กลับมาเก็บอีกครั้ง จากนั้นก็กล่าวว่า “ไปรวมตัวกับผู้อาวุโสจงเจิงก่อน จากนั้นพวกเราค่อยรอให้รอยแยกห้วงมิติเส้นนั้นมั่นคง จะได้กลับไปยัง อาณาจักรวอหลิวโดยเร็ว”
ฉีป๋ายลู่พยักหน้ารับเห็นด้วย
เรือดาราจึงบินทะยานไปอีกครั้ง ไม่นานก็มาถึงทะเลทรายที่บนอากาศ มีรอยแยกห้วงมิติตัดสลับและมีจงเจิงรออยู่
ทว่าเมื่อมองไปยังจุดที่จงเจิงยืนอยู่ เนี่ยเทียนกลับตกตะลึงไปทันที เพราะเขาเห็นคนคุ้นเคยคนหนึ่ง
“หยวนจิ่วชวน!” อินย่าหนันตะลึงพรึงเพริด
——