ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 893 ไล่พยัคฆ์ขับหมาป่า
การดำรงอยู่ของหยวนจิ่วชวนมารสายฟูาทำให้พวกเนี่ยเทียนไม่กล้า เฝูารออยู่ตรงจุดที่มีรอยแยกห้วงมิติปริแตก
พวกเขารักษาระยะห่างกับมารสายฟูา คอยเฝูาระวังพลางฝึกตนของ ใครของมัน
หัวมู่ จงเจิงและฉีป๋ายลู่ผ่านการต่อสู้นองเลือดติดต่อกันหลายครั้ง ไม่ ว่าจะเป็นมหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียนหรือพลังจิตวิญญาณก็ล้วนถูกเผา ผลาญไปมหาศาล จึงยิ่งจำเป็นต้องทำเวลาในการฟื้นตัว
เนี่ยเทียนเองก็ได้เอาผลึกจิตวิญญาณที่ล้ำค่าหลายสิบก้อนออกมาแบ่ง ให้กับคนทั้งสาม
พอคนทั้งสามได้ผลึกจิตวิญญาณไป การรวบรวมพลังจิตวิญญาณของ พวกเขาจึงเร็วกว่าเดิมสิบกว่าเท่า ดวงตาที่หม่นมัวไร้แสงของพวกเขาก็เริ่ม ค่อยๆ มีประกายแห่งความมีชีวิตชีวา
พริบตาเดียวเวลาครึ่งเดือนก็ผ่านไปแล้ว
ครึ่งเดือนมานี้พลังการต่อสู้ของพวกหัวมู่ได้ฟื้นคืนมาถึงหกเจ็ดส่วน ทว่ายังอยู่ห่างจากพลังสูงสุดอีกไม่ใช่น้อย
วันนี้จู่ๆ ฉีป๋ายลู่ก็ตื่นขึ้นมาจากการฝึกตน เขาหันไปมองทิศทางหนึ่ง
“มีคนมา”
เพราะประโยคนี้ของเขา ทุกคนจึงลืมตาตื่นจากการฝึกตนแล้วมองไป ยังทิศทางที่เขาหันหน้าไป
“อู้ๆๆ!”
เงาร่างทั้งห้าทะยานมากลางม่านรัตติกาลเหนือทะเลทราย
ฉีป๋ายลู่มองไปไกลๆ ก่อนกล่าวว่า “ดูเหมือนว่าคนพวกนั้นจะเป็นผู้ฝึก ลมปราณจากดินแดนพงฟูา พวกเขาเคยเข้ามาในสนามรบสุ้ยเมี่ยพร้อมกับ พวกเรา”
คนทั้งห้าที่ขยับเข้ามาใกล้ก็สังเกตเห็นพวกเขาเช่นกัน จึงหยุดลอยตัว อยู่กลางอากาศนิ่งๆ
เนี่ยเทียนเพ่งมองอย่างละเอียดก็พอจะจำคนเหล่านั้นได้รางๆ
คนทั้งห้าที่เพิ่งมาใหม่ล้วนเป็นเขตวิญญาณ ทว่าอยู่กันคนละช่วง
คนทั้งห้านั้นหาได้มาจากสำนักอักขระเทพ สำนักภูเขาพันกระบี่และ สำนักทองไพศาลไม่ แต่เป็นผู้ฝึกตนอิสระบางส่วนจากดินแดนพงฟูา ก่อน หน้าที่พวกเขาจะเข้ามาในสนามรบสุ้ยเมี่ยก็เคยได้จ่ายหยกวิเศษให้กับ สำนักอักขระเทพ สำนักภูเขาพันกระบี่และสำนักทองไพศาล จึงได้รับ อนุญาตจากสามฝุายให้เข้ามาในนี้ได้
คนที่มีขอบเขตสูงสุดในบรรดาคนทั้งห้าฝึกวิชาสายฟูา เป็นเขต วิญญาณช่วงท้าย
ลูกสายฟูาหลายลูกที่มีสายฟูาตัดสลับกันลอยล้อมวนอยู่รอบกายของ คนผู้นั้น ลูกสายฟูาทั้งเจ็ดต่างก็แฝงเร้นพลังสายฟูาที่เข้มข้นเอาไว้
หากมองอย่างละเอียดจะเห็นว่าในลูกสายฟูาทั้งเจ็ดมีเงาวิญญาณของ สัตว์สายฟูาอยู่ด้วย
“นกอสนี สัตว์สายฟูานิลกาฬ งูฟูาแลบ…”
หัวมู่วิเคราะห์วิญญาณสัตว์ทั้งเจ็ดที่อยู่ข้างในพลางพูดเบาๆ “ลูก สายฟูาทั้งเจ็ดต่างก็มีวิญญาณสัตว์ธาตุสายฟูาอยู่ น่าจะเป็นอาวุธเชื่อมโยง วิญญาณธาตุสายฟูาชิ้นหนึ่ง ลูกสายฟูาทั้งเจ็ดประกอบกันขึ้นเป็นค่ายกล เกรงว่าอานุภาพคงไม่ธรรมดา”
กล่าวมาถึงตรงนี้สีหน้าของหัวมู่ก็เปลี่ยนมาเป็นแปลกประหลาด “มาร สายฟูายังอยู่ตรงรอยแยกห้วงมิติ คนทั้งห้านี้น่าจะรู้ว่ารอยแยกห้วงมิติที่ เชื่อมไปยังอาณาจักรวอหลิวใกล้จะเปิดขึ้นหรือไม่ก็เปิดแล้ว ดังนั้นเลย เตรียมจะกลับไปยังดินแดนพงฟูา กลัวก็แต่ว่า…”
“ทุกท่าน!” เนี่ยเทียนตะโกนขึ้นมาเสียงดัง
ผู้ฝึกลมปราณดินแดนพงฟูาห้าคนที่เพิ่งมาถึงสังเกตเห็นพวกเนี่ยเทียน นานแล้ว
ตอนนี้เนี่ยเทียนเก็บเรือดาราไปแล้ว และนั่งฝึกตนอยู่บนเนินทรายแห่ง หนึ่ง
คนทั้งห้าที่ลอยตัวอยู่กลางอากาศใช้สายตาพินิจพิเคราะห์เย็นชามอง มายังพวกเนี่ยเทียนห้าคน
ผู้เฒ่าเขตวิญญาณช่วงท้ายที่เป็นหัวหน้ายังไม่ทันรอให้เนี่ยเทียนเอ่ย เตือนกลับตวาดขึ้นมาก่อนว่า “ข้าเคยเจอพวกเจ้า ดูเหมือนพวกเจ้าจะมี ความสัมพันธ์กับสำนักอักขระเทพอยู่บ้าง แต่ไม่ใช่ผู้ฝึกลมปราณของ ดินแดนพงฟูาเราจริงๆ ในเมื่อพวกเจ้ามาแล้ว เหตุใดถึงไม่ไปยังจุดที่มีรอย แยกห้วงมิติ แต่เลือกมาอยู่ที่นี่?”
“ไม่คิดว่าเจ้าพวกนี้จะรอดชีวิตมาได้ นับว่าโชคดีจริงๆ” คนผู้หนึ่งเอ่ย เย้ยหยัน
หลังจากที่เนี่ยเทียนตะโกนไปเมื่อครู่นี้ก็เตรียมจะเอ่ยเตือนผู้เฒ่าที่เป็น หัวหน้า ไม่ให้เขารีบร้อนไปยังจุดที่มีรอยแยกห้วงมิติ ทว่าพอได้ยินประโยค เสียดสีเมื่อครู่จากอีกคน สีหน้าเขาก็เปลี่ยนมาเป็นเย็นเยียบ เงียบเสียงไป ในบัดดล
“ข้าถามพวกเจ้าอยู่นะ! ” ผู้เฒ่าที่เป็นหัวหน้าตะคอกอย่างไม่สบ อารมณ์
พวกเขาทั้งห้าคนต่างก็เป็นเขตวิญญาณ ทั้งยังไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ยามนี้จึงอยู่ในสภาวะพร้อมสุด
หัวมู่ จงเจิง ฉีป๋ายลู่สามคนที่แม้จะเป็นเขตวิญญาณช่วงท้ายทั้งหมด ทว่าพวกเขากลับรู้สึกได้ว่าพลังวิญญาณของคนทั้งสามไม่ได้อยู่ในสภาวะที่ เปี่ยมล้นที่สุด
ส่วนพวกเนี่ยเทียนนั้นก็มีแค่ตบะเขตสามัญกับเขตลี้ลับเท่านั้น พวกเขา จึงไม่เห็นอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย
คนที่เป็นหัวหน้ามีนามว่าอู๋ซวี่ มาจากพันธมิตรของผู้ฝึกตนอิสระกลุ่ม หนึ่งในดินแดนพงฟูา ก่อนหน้าที่จะเข้ามาในสนามรบสุ้ยเมี่ย เขาก็แอบ สังเกตเห็นพวกเนี่ยเทียนแล้ว
เขารู้ตั้งแต่ตอนนั้นแล้วว่าคนแปลกหน้าอย่างพวกเนี่ยเทียนไม่ใช่ผู้ฝึก ลมปราณของดินแดนพงฟูา แต่มาจากดินแดนอื่น
โดยทั่วไปแล้วหากเป็นดินแดนที่แข็งแกร่งก็ล้วนต้องมีวิธีให้เข้ามาใน สนามรบสุ้ยเมี่ยได้
ในเมื่อพวกเนี่ยเทียนเข้ามาในสนามรบสุ้ยเมี่ยผ่านทางอาณาจักรวอ หลิว ก็หมายความว่าดินแดนดวงดาวของพวกเขาต้องสู้ดินแดนพงฟูาไม่ได้ แน่นอน
และก็ด้วยเหตุนี้ อู๋ซวี่ที่มั่นใจว่าคนต่างดินแดนอย่างพวกเนี่ยเทียนต้อง มาจากดินแดนดวงดาวระดับที่ต่ำกว่า ในใจจึงเกิดความรู้สึกว่าตัวเอง เหนือกว่าพวกเนี่ยเทียน
“รอยแยกห้วงมิติที่เชื่อมไปยังอาณาจักรวอหลิวยังไม่มั่นคง พวกเราจึง เลือกมาฝึกตนอยู่ที่นี่ก่อน” เนี่ยเทียนกล่าวพร้อมอมยิ้มน้อยๆ
“ไม่มีมารยาทเอาซะเลย” อู๋ซวี่แค่นเสียงเย็น “อาจารย์และผู้อาวุโส ของเจ้าไม่เคยสอนหรือว่าคนที่ขอบเขตต่ำสุดไม่มีสิทธิ์สอดปากพูดกับ ผู้ใหญ่น่ะ?”
จากนั้นเขาก็หันมามองพวกจงเจิง “ทำไมพวกเจ้าถึงไม่ไปรออยู่ตรงจุด ที่มีรอยแยกห้วงมิติ?”
ในสายตาของเขา เนี่ยเทียนที่มีตบะแค่เขตสามัญไม่มีคุณสมบัติจะพูด กับเขาด้วยซ้ำ
เนี่ยเทียนที่ถูกเขาตำหนิกลับไม่โกรธ แถมยังหัวเราะหึหึ แล้วก็ไม่พูด อะไรอีก
เขาใช้สายตาที่เต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งมองพวกจงเจิงแวบหนึ่ง
พวกจงเจิงรู้ใจเนี่ยเทียนดี หัวมู่จึงเป็นฝุายเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้ม “ตรง นั้นมีเขตวิญญาณช่วงต้นคนหนึ่งไปรออยู่ก่อนแล้ว พวกเราไม่ลงรอยกับ เขาสักเท่าไหร่จึงไม่ไปที่นั่น”
“เขตวิญญาณช่วงต้น?” อู๋ซวี่อึ้งตะลึงไปครู่ ก่อนสีหน้าจะเปลี่ยนมา เป็นเหยเก “ต่อให้พวกเจ้าสามคนยังไม่ฟื้นคืนสู่สภาวะสูงสุด แต่ก็ล้วนเป็น ถึงเขตวิญญาณช่วงท้าย ทว่ากลับยอมถอยมาอยู่เสียไกลเพียงเพราะเขต วิญญาณช่วงต้นคนหนึ่งเนี่ยนะ?”
“พวกเราไม่อยากให้มีปัญหาแทรกซ้อน” หัวมู่กล่าวน้ำเสียงเฉยเมย
อู๋ซวี่หมดความสนใจจะพูดกับเขาอีก
จงเจิง หัวมู่และฉีป๋ายลู่ต่างก็เป็นเขตวิญญาณช่วงท้าย หากพวกเขาคิด จะช่วงชิงผลเก็บเกี่ยวที่พวกจงเจิงได้มาจากในสนามรบสุ้ยเมี่ยก็นับว่าเป็น เรื่องที่ยุ่งยากไม่น้อย แล้วก็มีความเป็นไปได้มากว่าฝุายพวกเขาจะมีคน ตาย
ด้วยเหตุนี้อู๋ซวี่ถึงได้ล้มเลิกความคิดนี้และฉุกคิดแผนใหม่ขึ้นมาได้
“ก็แค่เขตวิญญาณช่วงต้นเท่านั้น แถมยังตัวคนเดียว ในเมื่อไปรออยู่ ตรงรอยแยกห้วงมิติ เกรงว่าก็คงได้ผลเก็บเกี่ยวไม่น้อยไปจากสนามรบสุ้ย เมี่ย…”
อู๋ซวี่โบกมือ คนทั้งกลุ่มก็บินทะยานผ่านเหนือศีรษะของพวกเนี่ยเทียน ไปอย่างรวดเร็ว
“ดูเหมือนว่าคนผู้นั้นจะคิดเล่นงานหยวนจิ่วชวน” หัวมู่หรี่ตาลงน้อยๆ “หากพวกเราสามคนไม่ใช่เขตวิญญาณช่วงท้าย ก็มีความเป็นไปได้มากว่า จะกลายเป็นเปูาหมายของพวกเขา”
“ในสนามรบสุ้ยเมี่ย เรื่องแบบนี้มีให้พบเห็นบ่อยนักล่ะ” ฉีป๋ายลู่ถอน หายใจกล่าว
“ไอ้พวกรนหาที่ตาย!” อินย่าหนันเอ่ยอย่างคนรอสมน้ำหน้า
“ให้พวกเขาไปตายกันนั่นแหละ อย่างไรซะพวกเขาก็ไม่ได้รู้จักมักจี่ อะไรกับพวกเรา” เนี่ยเทียนพูดด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย ทั้งยังแอบสร้าง ทิพย์จักษุให้ติดตามไปด้านหลังคนทั้งห้า
“เฮ้อ หากพวกเขามีท่าทีดีกว่านี้อีกสักหน่อย ข้าก็คิดจะเอ่ยเตือนพวก เขาสักคำ ให้คนที่เป็นหัวหน้าไม่ต้องเข้าไปใกล้รอยแยกห้วงมิติเส้นนั้น ” ฉีป๋ายลู่ส่ายหัว “แต่ดูจากท่าทางของพวกเขาแล้ว หากพวกเราอ่อนแอกว่า นี้อีกสักนิด แม้แต่เราพวกเขาก็คงไม่คิดปล่อยไป คนแบบนี้ตายไปก็ไม่น่า เสียดาย”
ไม่นานหลังจากนั้น คนทั้งห้าที่มีอู๋ซวี่เป็นผู้นำก็บินมาถึงจุดที่มีรอยแยก ห้วงมิติตัดสลับกัน
เนี่ยเทียนใช้ทิพย์จักษุติดตามพวกเขามา พวกฉีป๋ายลู่สามคนก็แบ่ง กระแสจิตวิญญาณกลุ่มหนึ่งให้จับสังเกตเงียบๆ เช่นกัน
แล้วก็เป็นดังคาด พอพวกอู๋ซวี่มาถึง เพียงแค่เห็นหยวนจิ่วชวนก็เกิด ความยินดีล้นเหลือ “เป็นคนที่ฝึกวิชาสายฟูาด้วย!”
ฝึกวิชาสายฟูาเหมือนกัน ผลเก็บเกี่ยวของหยวนจิ่วชวนที่ได้จากใน สนามรบสุ้ยเมี่ย ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบวิเศษหรือยาวิเศษก็ล้วนต้องเหมาะสม กับเขาอย่างถึงที่สุดแน่นอน
“พี่อู๋โชคดีไม่น้อยเลยทีเดียว” คนที่เอ่ยแขวะเนี่ยเทียนก่อนหน้านี้พูด ขึ้นอย่างเสียดาย
หยวนจิ่วชวนที่หลับตาฝึกตนเห็นว่าคนทั้งห้ามาถึงก็เหลือบตามองหนึ่ง ครั้ง พอเห็นอู๋ซวี่ เขาก็มีท่าทีตะลึงระคนยินดียิ่งกว่าอู๋ซวี่เสียอีก
เขาจึงหันขวับไปจ้องอู๋ซวี่เขม็ง
“อู้!”
ตราราชาสายฟูาที่เขาได้มาจากมือของโม่ชิงเหลยพลันบินออกมาจาก กลางฝุามือของเขา ทันใดนั้นตราราชาสายฟูาก็ปลดปล่อยสายฟูาสีเขียววูบ วาบ ก่อนที่สายฟูาเหล่านั้นจะก่อตัวกันขึ้นมาเป็นทะเลเพลิงสายฟูา
เสียงร้องคำรามจากสัตว์สายฟูานิลกาฬดังออกมาจากในตราราชา สายฟูา สั่นสะเทือนแก้วหูคนฟังจนหูแทบดับ
อู๋ซวี่ตะลึงงัน ลูกสายฟูาทั้งเจ็ดบินพรวดออกไปจากรอบกายของเขา ทันที พวกมันปล่อยเสียงฟูาผ่าอย่างบ้าคลั่ง ก่อนจะผสานรวมเข้ากับทะเล สายฟูา
แล้วทันใดนั้นการเปลี่ยนแปลงที่น่าตกใจก็เกิดขึ้นจากในลูกสายฟูาทั้ง เจ็ด
พอลูกสายฟูาทั้งเจ็ดหายวับเข้าไปในทะเลสายฟูาที่เกิดจากตราราชา สายฟูา พลังสายฟูาทั้งหมดที่อู๋ซวี่ฝากฝังไว้ด้านในลูกสายฟูาก็พลันผสาน รวมเข้ากับทะเลสายฟูาอย่างที่เขามิอาจควบคุม
อู๋ซวี่ร้องอุทานอย่างแตกตื่น
หยวนจิ่วชวนหัวเราะเสียงแปร่ง แล้วจู่ๆ ทะเลสายฟูาผืนนั้นก็หายไป กลางทะเลสายฟูามีเงาร่างของเขาที่ถูกห่มทับด้วยเส้นสายฟูาแลบวูบวาบ ปรากฎขึ้นมา โดยที่ในมือของเขาถือลูกสายฟูาเอาไว้
ลูกสายฟูาทั้งเจ็ดที่นาบประทับกระแสจิตวิญญาณของอู๋ซวี่ไว้ภายใน กลับถูกหยวนจิ่วชวนลบทิ้งไปในระยะเวลาสั้นๆ
ลูกสายฟูาพลันเปลี่ยนเจ้าของ วิญญาณสัตว์ที่อยู่ข้างในก็ล้วนเชื่อฟัง หยวนจิ่วชวนเป็นอย่างดี
อู๋ซวี่ร้องอึกอักอยู่ในลำคอ ปากและจมูกมีเลือดสกปรกเป็นลิ่มๆ ไหล ออกมา เขาตะโกนขึ้นอย่างหวาดกลัว “ช่วยข้าหน่อย!”
ทว่านาทีถัดมา หยวนจิ่วชวนและทะเลสายฟูานั้นกลับแปลงมาเป็น สัตว์สายฟูานิลกาฬขนาดใหญ่ยักษ์ ดูเหมือนว่าสัตว์สายฟูานิลกาฬตัวนี้จะ เกิดจากการรวมตัวกันของสายฟูาหลายเส้นนับไม่ถ้วน รวมไปถึงพลังของ ลูกสายฟูา ซึ่งพอก่อตัวได้มันก็พุ่งเข้ามากลบทับร่างของอู๋ซวี่ไว้จนมิด
ลูกสายฟูาลูกแล้วลูกเล่าบินเข้าไปในร่างของอู๋ซวี่ พลังสายฟูาที่อู๋ซวี่ ฝึกฝนอย่างยากลำบากมานานหลายปีไหลหายไปอย่างน่ากลัว
คนอื่นๆ อีกสี่คนที่พอเห็นว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าหยวนจิ่วชวน อู๋ซวี่ซึ่ง แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาพวกเขากลับไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงให้ต้านทานก็ตกใจ
จนขวัญกระเจิง พากันถอยกรูดไปข้างหลังอย่างไม่คิดชีวิต ไม่มีความคิดที่ จะช่วยอู๋ซวี่แม้แต่น้อย
ทว่าทิศทางที่พวกเขาหนีไปดันเป็นทิศทางที่พวกเนี่ยเทียนอยู่
“ไอ้พวกระยำ!” แม้แต่ฉีป๋ายลู่ที่อ่อนโยนที่สุดก็ยังสบถด่าอย่างอดไม่ ไหว
——