ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 894 หาเรื่องใส่ตัว หาเหาใส่หัว
อู๋ซวี่ถูกหยวนจิ่วชวนสังหารไปในเสี้ยววินาที
คนอีกสี่คนเห็นว่าท่าไม่ดี คิดจะหนีไปให้พ้นหยวนจิ่วชวนก็เห็นๆ กัน อยู่ว่ามีทางเลือกมากมาย
แต่พวกเขากลับดันเลือกมายังตำแหน่งที่พวกเนี่ยเทียนอยู่
ชัดเจนว่าพวกเขาทั้งสี่คนคิดจะลากคนอำมหิตอย่างหยวนจิ่วชวนมา สร้างปัญหาให้พวกเนี่ยเทียนด้วย
ตรงรอยแยกห้วงมิติ ศพของอู๋ซวี่ร่วงตุบลงมาจากทะเลสายฟูา
อู๋ซวี่ที่ตายไป บนร่างไม่เหลือพลังสายฟูาอยู่แม้แต่เสี้ยวเดียว มหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียนแห้งขอด แหวนเก็บของก็ถูกหยวนจิ่วชวน ริบเอาไป
หยวนจิ่วชวนยืนอยู่กลางทะเลสายฟูา ปานประหนึ่งทวยเทพผู้ควบคุม สายฟูาของโลกทั้งใบ สายตาของเขาทอดมองไปยังทิศทางที่คนทั้งสี่หนีไป อย่างเย็นชา
“อู้!”
ทะเลสายฟูาที่กินอาณาบริเวณเกือบสิบกว่าไร่พลันกลิ้งซัดหลุนๆ พร้อมกับเสียงฟูาร้องคำราม
ลูกสายฟูาใหญ่มหึมาเจ็ดลูกลอยอยู่เหนือศีรษะของหยวนจิ่วชวน วิญญาณสัตว์ที่อยู่ด้านในต่างก็ร้องคำรามคล้ายต้องการขานรับหยวนจิ่วช วน
“เมื่อเทียบกับพวกเนี่ยเทียนแล้ว คนพวกนี้จัดการได้ง่ายกว่านัก”
หยวนจิ่วชวนหัวเราะเบาๆ พลางขับเคลื่อนทะเลสายฟูาให้ไล่กวดตาม ไป
ตอนที่เขาพูดคุยยิ้มแย้มกับจงเจิงตรงจุดรอยแยกห้วงมิติ แท้จริงแล้ว เขากำลังรอให้พวกเนี่ยเทียนกลับมาต่างหาก
เพราะเขารู้จากปากของจงเจิงว่าหัวมู่และฉีป๋ายลู่ถูกเขตวิญญาณเจ็ด คนไล่ล่า และเนี่ยเทียนก็กำลังไปให้ความช่วยเหลือ
เดิมทีเขาวางแผนไว้ว่ารอให้พวกเนี่ยเทียนกลับมาแล้วจะสังหารพวก เขาให้สิ้น
ทว่าหลังจากที่เนี่ยเทียนโดยสารเรือดาราพาพวกอินย่าหนันและมู่ปี้ฉง มาปรากฏตัว เขาถึงจำได้ว่าเนี่ยเทียนสามคนคือคนที่เขาเคยพบเจอตอน อยู่บ่อแห่งโชควาสนา
ตอนอยู่บ่อแห่งโชควาสนา หยวนจิ่วชวนได้เห็นความไม่ธรรมดาของ เนี่ยเทียน ได้เห็นโครงกระดูกปีศาจเลือด ค่ายกลกำเนิดไม้โบราณของเผ่า ไม้ แล้วก็มองออกว่างูเหลือมเลือดน้ำแข็งของอินย่าหนันเป็นระดับแปด บวกกับบุปผาร่วมชีวิตของมู่ปี้ฉงอีกคน
โครงกระดูกปีศาจเลือด งูเหลือมเลือดน้ำแข็งระดับแปด บุปผาร่วม ชีวิต ของสามสิ่งนี้ล้วนมีพลังที่ไม่ธรรมดา
หยวนจิ่วชวนผู้แข็งแกร่งก็คิดเหมือนกันว่าหากจะสังหารเนี่ยเทียนสาม คน คงต้องเปลืองแรงอย่างหนัก
เพราะหากของทั้งสามอย่างปลดปล่อยพลังที่แท้จริงทั้งหมดออกมาก็มี ศักยภาพเทียบเคียงกับแดนว่างเปล่าได้เลย
แล้วนับประสาอะไรกับที่ยังมีเขตวิญญาณช่วงท้ายอีกสามคนอย่าง ฉีป๋ายลู่ หัวมู่และจงเจิงอยู่ด้วย?
ที่ทำให้หยวนจิ่วชวนแปลกใจและตะลึงมากที่สุดก็คือเรือดาราลำนั้น…
ในเมื่อเรือดาราที่เป็นของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวอยู่ในมือของ เนี่ยเทียน เขาก็เข้าใจได้ว่าเนี่ยเทียนต้องมีฐานะที่สำคัญอย่างยิ่งใน พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวแน่นอน
ต่อให้หยวนจิ่วชวนจะเก่งกล้าแค่ไหนก็ยังจำเป็นต้องพิจารณาถึงจุดจบ ของการล่วงเกินพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว
ที่เขาเป็นกังวลก็คือหากสังหารเนี่ยเทียนไปแล้วจะชักนำความเกรี้ยว กราดจากพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว เป็นเหตุให้อีกฝุายไล่ล่าเขาไปทั่ว ทุกหนแห่ง
หากเขาฟื้นคืนสู่ตบะแดนเอตทัคคะช่วงกลางอย่างที่เคยเป็น บางทีเขา อาจจะไม่เกรงกลัว
แต่น่าเสียดายที่เขาจุติมาเกิดเพื่อฝึกตนใหม่อีกครั้ง และตอนนี้ยังอยู่ใน สภาวะน่ากระอักกระอ่วนเพราะยังไม่ฟื้นคืนสู่พลังสูงสุด
ในช่วงเวลาเช่นนี้ เขายังจำเป็นต้องเผชิญหน้ากับศัตรูอีกมากมาย หาก พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวไล่ล่าเขาไปทั่วทุกมุมบนโลกจริงๆ การที่เขา ต้องรับมือกับอีกฝุายอย่างเหนื่อยล้าย่อมต้องส่งผลกระทบต่อการฝึกตนใน ภายหลัง
เหตุผลมากมายเป็นเหตุให้เขาไม่ได้ลงมือกับพวกเนี่ยเทียน
ทว่าพวกอู๋ซวี่ที่เป็นเพียงผู้ฝึกลมปราณทั่วไปของดินแดนพงฟูา ซ้ำร้าย ยังเป็นแค่ผู้ฝึกตนอิสระ ในเมื่อไม่มีวัตถุที่ทำให้เขายำเกรงได้อย่างโครง กระดูกปีศาจเลือด งูเหลือมเลือดน้ำแข็งระดับแปดหรือบุปผาร่วมชีวิต เขา ก็ย่อมกล้าฆ่าคนพวกนั้นอยู่แล้ว
“อู้!”
ทะเลสายฟูาทะยานผ่านขอบฟูาไป พริบตาเดียวก็ไล่ตามคนทั้งสี่ไปทัน
คนทั้งสี่ที่หนีเตลิดมามองเห็นพวกเนี่ยเทียนไกลๆ แล้ว
เนี่ยเทียนสีหน้าบึ้งตึง เรียกเรือดาราออกมาอีกครั้งพลางพูดขึ้นเบาๆ “พวกเราพยายามอย่าไปปะทะกับผู้เฒ่าประหลาดหยวนจิ่วชวน แต่หาก เขาคิดจะลงมือจริงๆ เราก็ค่อยว่ากันไปตามสถานการณ์ หากท่าไม่ดี เรือ ดาราลำนี้ของข้าน่าจะช่วยให้พวกเราหนีเขาได้พ้น”
อินย่าหนัน มู่ปี้ฉงรีบบินเข้าไปในเรือดาราโดยไม่พูดไม่จา
หัวมู่ลังเลไปแค่ไม่กี่วินาทีก็เหยียบเข้าไปในเรือดาราพร้อมกับฉีป๋ายลู่ จงเจิง ก่อนจะพากันหันไปมองคนทั้งสี่ด้วยสายตาเย็นชา
“สมควรตายนัก!”
คนที่เอ่ยแขวะเนี่ยเทียนก่อนหน้านี้มีสีหน้าเกรี้ยวกราด “ทั้งๆ ที่พวก เจ้ารู้ว่าเจ้าคนที่อยู่ตรงรอยแยกห้วงมิติเป็นคนอำมหิตกินเนื้อไม่คาย กระดูก แต่กลับไม่เตือนพวกเราสักคำ!”
“พวกเราสนิทกันนักรึ? ทำไมพวกเราต้องเตือนพวกเจ้าด้วย?” เนี่ย เทียนยิ้มเจิดจ้า
คนผู้นั้นยังคิดจะพูดต่อ แต่พอเขาหันหน้ากลับไปมองข้างหลังก็ตกใจ จนแทบขวัญกระเจิง
เวลาสั้นๆ เพียงไม่กี่วินาที ทะเลสายฟูาที่ไล่ตามพวกเขามากลับขยาย ขนาดใหญ่กว่าเดิมหลายเท่าตัว จนกินพื้นที่ไปหลายร้อยไร่ ปานประหนึ่ง ทะเลสายฟูาที่อยู่เบื้องใต้ทางช้างเผือกอันกว้างใหญ่ไพศาล
ร่างและจิตวิญญาณของหยวนจิ่วชวนผสานรวมเป็นหนึ่งเดียวกับทะเล สายฟูาผืนนั้น
ทะเลสายฟูากลิ้งซัดหลุนๆ สายฟูาแต่ละเส้นเป็นดั่งมังกรว่ายวนที่พุ่ง ออกมาอย่างบ้าคลั่ง และคล้ายจะมีจิตสำนึกเป็นของตัวเอง พริบตาเดียว สายฟูาเหล่านั้นก็สาดยิงมาที่ร่างของพวกเขา
พวกเขาต่างคนต่างเรียกเอาอาวุธวิเศษออกมา รวมไปถึงสร้างม่านแสง เพื่อคุ้มกันกาย ทว่าพอถูกสายฟูาพุ่งแทงเข้ามา ม่านแสงคุ้มกันกายกลับ เกิดเสียงลั่น “เปรี๊ยะๆ” แล้วแตกทลายลงอย่างรวดเร็ว
ทะเลสายฟูาที่มาพร้อมกับเส้นสายฟูาแลบแปลบปลาบคล้ายโลกลับ แห่งสายฟูาใบหนึ่งที่ในที่สุดก็เคลื่อนมาปกคลุมพวกเขาเอาไว้
“พลังแห่งดินแดน…”
ฉีป๋ายลู่มองทะเลสายฟูาผืนนั้นแล้วยิ้มเจื่อน “เป็นแค่เขตวิญญาณช่วง ต้นก็สามารถใช้พลังแห่งดินแดน และก็คงมีเพียงเขาที่เกิดใหม่เพื่อฝึกตน ทั้งยังได้รับซากดินแดนของชาติก่อนไปเท่านั้นถึงจะทำได้”
“พลังดินแดนของเขตดินแดนอยู่กันคนละระดับกับพลังของเขต วิญญาณเลย” จงเจิงเองก็ถอนหายใจ
ทะเลสายฟูากลบทับลงมา คนที่สี่ที่คิดจะพุ่งมาจู่โจมพวกเนี่ยเทียน เหมือนถูกตราผนึกโบราณพันธนาการเอาไว้ แล้วจู่ๆ ร่างก็ถูกดูดสวบเข้าไป ในทะเลสายฟูา
พอพวกเขาเข้าไปในทะเลสายฟูาก็ค้นพบว่าปราณของหยวนจิ่วชวนมี อยู่ทั่วทุกหนแห่ง
ทะเลสายฟูาก็คือหยวนจิ่วชวน หยวนจิ่วชวนก็คือทะเลสายฟูา
ทะเลสายฟูาที่ปกคลุมท้องฟูาเป็นบริเวณกว้างใหญ่มีเสียงร้องคำราม ของสัตว์สายฟูานิลกาฬดังสนั่น คลอเคล้ามากับเสียงหวีดร้องเกรี้ยวกราด จากดวงวิญญาณสัตว์อีกหลายดวงที่ดังออกมาจากในลูกสายฟูา
“ครืนๆๆ!”
เสียงระเบิดของสายฟูาที่ดังราวกับจะสะเทือนฟูาดินให้พังพินาศพลัน กึกก้องออกมาจากร่างของคนทั้งสี่
ท่ามกลางเสียงฟูาร้องฟูาผ่า เรือนกายที่มีเลือดเนื้อของคนทั้งสี่ก็แตก กระจาย เศษเลือดเศษเนื้อปลิวว่อน
ดวงวิญญาณของพวกเขาเพิ่งจะปรากฏตัวอยู่ในทะเลสายฟูาก็แหลก สลายกลายเป็นเถ้าธุลี พริบตาเดียวก็หายวับไป
“คิดจะให้จิตวิญญาณที่แท้จริงหนีออกมาแล้วถือโอกาสไปเกิดใหม่จาก น้ำมือมารร้ายที่เชี่ยวชาญเวทลับสายฟูาอย่างหยวนจิ่วชวน เป็นเรื่องที่ แทบไม่มีความเป็นไปได้เลย” จงเจิงสีหน้าเย็นเยียบ “เดิมทีพลังสายฟูาก็ เป็นพลังที่พิชิตดวงวิญญาณอยู่แล้ว จิตวิญญาณยังไม่หลุดจากร่างก็ยัง พอใช้ร่างที่มีเลือดเนื้อมาต้านทานได้ แต่หากสูญเสียร่างกายไปเมื่อไหร่ ใช้
จิตวิญญาณที่แท้จริงมาสัมผัสกับสายฟูาบ้าระห่ำเช่นนี้ก็เรียกได้ว่ารนหาที่ ตายชัดๆ”
ทิพย์จักษุของเนี่ยเทียนถูกเขาเรียกกลับมานานแล้ว ไม่กล้าเข้าไปใกล้ ทะเลสายฟูาแม้แต่น้อย
เขาแค่มองอยู่ครู่เดียวก็เห็นว่าจิตวิญญาณที่แท้จริงของคนทั้งสี่สลาย กลายเป็นฝุนผงอยู่ในทะเลสายฟูา แม้แต่จิตวิญญาณสักเสี้ยวก็หนีออกมา ไม่ได้
นี่หมายความว่าเขตวิญญาณทั้งสี่คนตายอย่างจริงแท้แน่นอน แม้แต่ ความเป็นไปได้ที่จิตวิญญาณแท้จริงจะหนีออกมาแล้วไปเกิดใหม่ก็ยังไม่มี
ไม่นานศพที่ไหม้เกรียมและขาดออกเป็นชิ้นๆ ของพวกเขาก็ร่วงกราว ลงมาจากทะเลสายฟูา
หยวนจิ่วชวนที่อยู่ในทะเลสายฟูาถือแหวนเก็บของเอาไว้สี่วง สายตา มองไกลๆ มาที่พวกเนี่ยเทียน
พวกเนี่ยเทียนตั้งท่าราวกับเจอศัตรูตัวฉกาจ
ที่น่าแปลกก็คือหยวนจิ่วชวนไม่มีท่าทีที่จะต่อสู้กับพวกเขา แถมยังหลุด หัวเราะพรืด กล่าวว่า “ขอบคุณพวกเจ้ามากที่ส่งคนทั้งห้าไปให้ข้า”
กล่าวจบ หยวนจิ่วชวนที่มีทะเลสายฟูาห่อหุ้มร่างก็บินไปยังจุดที่มีรอย แยกห้วงมิติอีกครั้ง
จงเจิงตกใจจนเหงื่อเย็นๆ แตกพลั่กไปทั้งร่าง พูดขึ้นเบาๆ ว่า “ดู เหมือนว่าเขาจะได้ยินบทสนทนาที่พวกเราพูดกับคนทั้งห้า”
หัวมู่เองก็หน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ “อยู่ห่างกันไกลขนาดนี้ แถมเขายังตั้งใจ ฝึกตน ทว่ากลับแอบมาจับตามองความเคลื่อนไหวของพวกเขา”
“ยังอยู่ใกล้เขาเกินไป” เนี่ยเทียนนิ่งคิด พอเห็นว่าหยวนจิ่วชวนบินจาก ไปแล้วเขาก็ขับเคลื่อนเรือดาราให้ถอยไปข้างหลังอีกระยะหนึ่ง หลีกเลี่ยง ไม่ให้ทุกการกระทำของพวกเขาอยู่ในการควบคุมของหยวนจิ่วชวน
“เขาสังหารคนห้าคนติดต่อกัน พลังสายฟูาที่เขาได้ไปจากเขตวิญญาณ ช่วงท้ายที่ฝึกธาตุสายฟูาทำให้เขารวบรวมพลังได้มากขึ้น แข็งแกร่งขึ้น แต่ ทำไมถึงไม่ลงมือกับพวกเรา?” มู่ปี้ฉงพูดขึ้นอย่างคลางแคลงใจ
“ไม่รู้เหมือนกัน” เนี่ยเทียนเองก็สงสัยเช่นกัน
เรือดาราบินทะยานไปอย่างรวดเร็ว คราวนี้ออกมาห่างจากจุดเดิม หลายสิบลี้
เขาเชื่อว่าอยู่ห่างขนาดนี้ เว้นเสียแต่ว่าหยวนจิ่วชวนไม่ทำอะไรสัก อย่าง เอาแต่ใช้กระแสจิตวิญญาณที่มากไพศาลจับตามองพวกเขา หาไม่ แล้วก็ไม่น่าจะรู้ความเคลื่อนไหวและได้ยินบทสนทนาของพวกเขาอีก
สองเดือนหลังจากนั้น พวกเนี่ยเทียนได้เห็นผู้ฝึกลมปราณอีกหลายกลุ่ม ที่มาจากทิศทางอื่น ซึ่งคนเหล่านั้นต่างก็มุ่งหน้าไปยังจุดที่มีรอยแยกห้วง มิติซึ่งหยวนจิ่วชวนรออยู่
แต่เนื่องจากอยู่ห่างกันเกินไป ทิพย์จักษุของเนี่ยเทียนจึงไม่สามารถ ครอบคลุมไปถึงจุดนั้น
ทว่าบางครั้งก็ยังพอจะมองเห็นว่าตรงจุดนั้นมีการต่อสู้เกิดขึ้น และทุก ครั้งที่มีการต่อสู้ พวกเขาจะต้องมองเห็นทะเลสายฟูาผืนนั้นได้จากท้องฟูา ที่ห่างไปไกล
พวกเขาจึงรู้ว่าหยวนจิ่วชวนลงมือติดต่อกันอีกหลายครั้ง
วันนี้ฝานข่ายจากวิมานสวรรค์พาจ้าวลั่วเฟิง และยังมีพวกเหลยเจิ้นอวี่ จากภูเขาสายฟูามาปรากฏตัว
หลังจากมองเห็นเนี่ยเทียน ฝานข่ายก็มีสีหน้าตะลึง รีบพาคนเหล่านั้น มาพบเนี่ยเทียนทันที
“นายน้อยเนี่ย”
พอขยับเข้ามาใกล้ ฝานข่ายก็คารวะอย่างนอบน้อมหนึ่งครั้ง “ข้ารู้อยู่ แล้วว่าเจ้าต้องปลอดภัยแน่นอน”
พวกจ้าวลั่วเฟิงและเหลยเจิ้นอวี่เองก็ทยอยกันลดตัวลงมาจากท้องฟูา ผงกศีรษะทักทายเนี่ยเทียน
“หึ พวกเจ้าโชคดีไม่น้อย” เนี่ยเทียนยิ้มบางๆ มองเหลยเจิ้นอวี่แวบห นึ่งแล้วพูดว่า “ตอนนี้อย่าเพิ่งไปยังจุดที่มีรอยแยกห้วงมิติเลย”
หากตำแหน่งที่พวกเหลยเจิ้นอวี่ผ่านมาไม่ใช่ตำแหน่งที่พวกเขาอยู่ ด้วย ความพิเศษของพลังสายฟูาที่เหลยเจิ้นอวี่ฝึกฝนย่อมต้องกระตุ้นความ สนใจอย่างเข้มข้นจากหยวนจิ่วชวนแน่นอน
เหลยเจิ้นอวี่เป็นเพียงแค่เขตวิญญาณ หากเจอเข้ากับหยวนจิ่วชวนก็ ย่อมตายอย่างมิต้องสงสัย
แม้ฝานข่ายจากวิมานสวรรค์จะเป็นแดนว่างเปล่า อาจจะพอเอาชนะ หยวนจิ่วชวนได้ ทว่าจะปกปูองเหลยเจิ้นอวี่จากน้ำมือหยวนจิ่วชวนได้ หรือไม่นั้น เนี่ยเทียนกลับไม่แน่ใจเอาเสียเลย
——