ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 91 ผ่านไปอีกครึ่งปี
หลายเด้ือนหลังจากนั้น เนี่ยเทียนกมอยู่ที่ภูเขาด้้านหลังเขาหลิ งอวิ๋น ฝึกบำาเพมญตบะตามคำาสอนของอูจี้
ทุกวันตอนเช้าอูจี้จะต้องอธิบายให้เขาฟังว่าผู้ฝึก ลมปราณเกิด้ขึ้นมาได้้อย่างไร บอกเขาถึงการแบ่งขอบเขต เล่าให้ เขาฟังถึงเรื่องราวมหัศจรรย์บางอย่างในอาณาจักรหลีเทียน
จากคำาบอกเล่าของอูจี้ เนี่ยเทียนถึงได้้รู้จักยุคบรรพ กาลเมื่อหนึ่งแสนปีก่อน
ในช่วงยุคบรรพกาล แต่ละเผ่าพันธุ์ตั้งถิ่นฐานอยู่ทั่วด้ิน แด้นกว้างใหญ่ไพศาล เทพยักษ์ค้ำาฟอา สัตว์ด้ึกด้ำาบรรพ์ และต้าจ วิน[1]ของแต่ละเผ่าพันธ์ล้วนเป็นผู้พิชิตของแต่ละด้ินแด้นใหญ่ ส่วนเผ่ามนุษย์เป็นเพียงลูกแกะที่รอวันถูกเชือด้ ถูกเผ่ายิ่งใหญ่แต่ละ เผ่าควบคุมจัด้การ ตกต่ำาจนกลายมาเป็นเพียงของเซ่นไหว้ที่แต่ละ เผ่าใช้บูชาฟอาด้ิน
จนกระทั่งผู้ฝึกลมปราณบรรพกาลค่อยๆ คลำาเจอเส้น ทางแห่งการบำาเพมญตบะ เข้าใจการรับเอาปราณวิญญาณฟอาด้ินมา ไว้ในมหาสมุทรวิญญาณ เผ่ามนุษย์ถึงได้้ค่อยๆ หลุด้พ้นจากการเป็น ทาสของเผ่าแขมงแกร่งมากมาย ตั้งตัวโด้ด้เด้่นขึ้นมาบนฟอาด้ินได้้ใน ที่สุด้
อูจี้บอกกับเขาว่า สิ่งมีชีวิตบนโลกใบนี้ล้วนมีจุด้ มหัศจรรย์ที่ต่างกันออกไป
เทพยักษ์ค้ำาฟอาและสัตว์ด้ึกด้ำาบรรพ์ นับตั้งแต่ถือกำาเนิด้ ขึ้นมากมเป็นลูกรักของทางช้างเผือก ในเลือด้เนื้อแฝงเร้นไว้ด้้วยพลัง น่าหวาด้กลัวอย่างที่ยากจะจินตนาการได้้
ต้าจวินของเผ่าพันธุ์ใหญ่ต่างกมีสายเลือด้ที่แขมงแกร่ง อย่างหาที่เปรียบมิได้้ บางสายเลือด้สามารถสื่อสารกับหินลาวาใต้ พิภพ บางสายเลือด้สามารถกระตุ้นให้เกิด้ฟอาผ่า บางสายเลือด้ซ่อน เร้นไว้ด้้วยความลึกลับด้้านความตาย บางสายเลือด้ให้กำาเนิด้พลัง ชีวิตมากมายไร้ขีด้จำากัด้
ทั้งยังมีต่างเผ่าพันธุ์ที่มีความประหลาด้ มีจิตวิญญาณ ลึกลับมาตั้งแต่กำาเนิด้ ราวกับด้วงวิญญาณที่ล่องลอยอยู่ตามหลุมด้ำา ของท้องฟอาที่เตมไปด้้วยด้วงด้าว
ตามที่อูจี้เล่าให้ฟัง ไม่ว่าจะเป็นเผ่าพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต ใด้กมตามล้วนสามารถมีพลังที่ต่างกันหนึ่งหรือสามอย่าง
พลังสามอย่างที่ว่านั้นแบ่งออกเป็นพลังวิญญาณ พลัง แห่งสายเลือด้ และพลังแห่งจิตวิญญาณ
เผ่าพันธุ์ที่แขมงแกร่งบางเผ่า ในสายเลือด้จะแฝงเร้นไว้ ด้้วยความลับของหลักฟอาด้ิน พวกเขาจะฝึกพลังของสายเลือด้เป็น หลัก พลังชีวิตในสายเลือด้จึงยิ่งใหญ่ดุ้จขุนเขาและมหาสมุทร
เผ่าใหญ่บางเผ่าจะมีพลังจิตวิญญาณที่แขมงแกร่ง การ ฝึกบำาเพมญตบะส่วนใหญ่ของพวกเขาจึงเกี่ยวข้องกับพลังจิต
และกมีสิ่งมีชีวิตบางเผ่าที่ใช้พลังวิญญาณในมหาสมุทร วิญญาณเป็นหลักในการฝึก
พลังวิญญาณ พลังแห่งสายเลือด้ และพลังแห่งจิต วิญญาณเป็นเพียงแค่วิธีการแสด้งออกถึงพลังที่แตกต่างกัน ต่างกมี ความลึกลับมากมายไร้ที่สิ้นสุด้ มีพลังที่สามารถเปลี่ยนฟอาปรับด้ินได้้
การฝึกบำาเพมญตบะของเผ่ามนุษย์ในยุคแรกมีพลัง วิญญาณเป็นหลัก เมื่อฝึกมาได้้ถึงขอบเขตหนึ่งแล้วกมจะทำาความ เข้าใจกับความลึกลับของพลังจิต เพื่อนำาไปชุบหลอมจิตวิญญาณ
แน่นอนว่าทุกสรรพสิ่งไม่มีอะไรที่ตายตัวเสมอไป บาง คนกมสามารถเข้าใจการด้ำารงอยู่ของกระแสจิตได้้อย่างเฉียบคมตั้งแต่ แรกเริ่ม
และกระแสจิตกมคือภาวะแรกสุด้ของพลังจิตวิญญาณ
เมื่อกระแสจิตค่อยๆ ถูกฝึกให้แขมงแกร่งขึ้นกมจะใช้ กระแสจิตนี้ไปบ่มอุ่นและชุบหลอมจิตวิญญาณ ทำาให้สามารถ ตระหนักถึงจิตวิญญาณของตัวเองได้้อย่างเฉียบคมมากขึ้น จากนั้น จึงเริ่มเด้ินเข้าสู่เส้นทางแห่งการฝึกจิตวิญญาณ
สำานักภูตผีของอาณาจักรหลีเทียน เนื่องจากความเป็น เอกลักษณ์ของคาถาวิเศษลับ เวลาที่พวกเขาเลือกลูกศิษย์จึงให้ ความสำาคัญกับจุด้นี้มากเป็นพิเศษ
และกมด้้วยเหตุนี้ ลูกศิษย์ส่วนใหญ่ของสำานักภูตผีจึงมัก จะมีกระแสจิตที่ไม่ธรรมด้า
เมื่อฝึกไปถึงช่วงหลัง ลูกศิษย์ของสำานักภูตผีจึงจะ ทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมด้ให้กับการฝึกจิตวิญญาณ ด้ังนั้นลูกศิษย์ ที่พวกเขาเลือกจึงต้องเป็นผู้ที่มีกระแสจิตแขมงแกร่งตั้งแต่เริ่มต้น
ช่วงเช้าของทุกวัน สิ่งที่อูจี้อธิบายให้เนี่ยเทียนฟังมักจะ เป็นเรื่องของผู้ฝึกลมปราณบรรพกาล เผ่าพันธุ์ต่างๆ รวมไปถึงความ แตกต่างและการแบ่งพลังสามประเภท
ตอนบ่าย เขาจะสอนอักขระยุคบรรพกาล อักษรของ เทพยักษ์ค้ำาฟอาและสัตว์ด้ึกด้ำาบรรพ์ให้กับเนี่ยเทียน บอกกับเขาว่าวัน หนึ่งหากเขาสามารถเด้ินออกไปจากอาณาจักรหลีเทียน ไม่ช้าหรือ เรมวกมต้องได้้ใช้
อักขระบรรพกาลคือวิธีการหนึ่งที่ผู้ฝึกลมปราณบรรพ กาลใช้สื่อสารกับฟอาด้ินในช่วงแรกเริ่มสุด้
ส่วนอักษรเทพยักษ์ค้ำาฟอาและสัตว์ด้ึกด้ำาบรรพ์ คือ ภาษาสองแขนง
ตามที่อูจี้เล่าให้ฟัง สักวันเมื่อเขาเด้ินออกจาก อาณาจักรไปยังฟอาด้ินลึกลับแห่งอื่น จะต้องได้้เหมนอักษรสองประเภท นี้ในบางสถานที่ หรือยังอาจถึงขั้น…ได้้เจอกับเทพยักษ์ค้ำาฟอาและ สัตว์ด้ึกด้ำาบรรพ์ด้้วย
ถึงเวลานั้น เขาที่รู้จักภาษาสองแขนงนี้กมจะได้้แสด้ง ความสามารถอย่างเตมที่ และกลายมาเป็นฝ่ายรุก
อย่างน้อย เขากมสามารถสื่อสารกับเผ่าพันธุ์สิ่งมีชีวิตที่ น่าหวาด้กลัวเหล่านั้นได้้
ตั้งแต่เริ่มต้น เนี่ยเทียนกมไม่ได้้คัด้ค้านการเรียนภาษา ของเทพยักษ์ค้ำาฟอาและสัตว์ด้ึกด้ำาบรรพ์ ในจุด้นี้ทำาให้อูจี้แปลกใจเลมก น้อย
เขาไม่รู้ว่าครั้งแรกที่เนี่ยเทียนเหมนอักษรเผ่าสัตว์ ด้ึกด้ำาบรรพ์ที่เขาสอนกมกระหวัด้ไปถึงตำาหนักหินใต้ทะเลทรายในโลก มายามรกต
บนผนังของตำาหนักหินแห่งนั้น บนเสาหินทุกต้นล้วน สลักอักษรลึกลับของเผ่าสัตว์ด้ึกด้ำาบรรพ์เอาไว้
ตอนนี้หากเขาได้้เรียนรู้อักษรของเผ่าสัตว์ด้ึกด้ำาบรรพ์ แล้ว เขากมจะเข้าใจว่าอักขระที่สลักไว้บนตำาหนักหินเหล่านั้น หมายความว่าอย่างไร
ส่วนอักษรเทพยักษ์ค้ำาฟอา…
ครั้งแรกที่เขารู้เรื่องของเทพยักษ์ค้ำาฟอาจากปากของอูจี้ กมั่นใจเตมร้อยว่าด้ินแด้นลึกลับที่กระดู้กสัตว์พาเขาไป แขนขนาด้ ใหญ่ยักษ์ราวกับภูเขาที่ชี้ขึ้นไปยังท้องฟอาเหล่านั้น ต้องเป็นของเทพ ยักษ์ค้ำาฟอาแน่นอน!
ใต้พื้นด้ินของด้ินแด้นลึกลับแห่งนั้น มีร่างของเทพยักษ์ ค้ำาฟอามากมายหลายตนที่เวลาผ่านไปแล้วไม่รู้กี่ปีกมยังไม่สลายหายไป
หมัด้พิโรธรูปแบบที่หนึ่งซึ่งเขาได้้เรียนรู้กมาจากหนึ่งใน เทพยักษ์ค้ำาฟอานั่น หากสามารถเข้าใจอักษรของพวกเขา เขาต้องได้้รู้ ความลับที่มากกว่าเด้ิมจากด้ินแด้นลึกลับนั่นแน่นอน
ด้้วยเหตุนี้ การเรียนรู้อักษรเผ่าสัตว์ด้ึกด้ำาบรรพ์และ เทพยักษ์ค้ำาฟอาในตอนกลางวัน เขาจึงไม่เพียงแต่ไม่ต่อต้าน ทั้งยัง ตั้งใจมากอีกด้้วย
ความเอาจริงเอาจังของเขาทำาให้อูจี้พอใจอย่างมาก
ตอนกลางวันเขาเรียนรู้อักขระของสองเผ่าที่แขมงแกร่ง ทำาความเข้าใจกับสาเหตุการด้ำารงอยู่ของผู้ฝึกลมปราณ ฟังอูจี้ วิเคราะห์ความมหัศจรรย์ในการใช้พลังต่างๆ
ตอนกลางคืน เขาจะใช้หินวิเศษระด้ับต่ำาที่อูจี้มอบให้ มาฝึกคาถาหลอมลมปราณ เพื่อขยายมหาสมุทรวิญญาณของตัวเอง
ทุกระยะห่างสองสามวันจะมีสัตว์สายฟอานิลกาฬลงมา จากฟอาแล้วทิ้งสัตว์วิเศษระด้ับสองตัวหนึ่งให้เป็นอาหารแก่เขา
ทุกครั้งที่สัตว์สายฟอานิลกาฬตัวนั้นทิ้งอาหารไว้ให้แล้วกม จะกลับเข้าไปในชั้นเมฆ หายตัววับไปทันที
ตอนที่อยู่ในโลกมายามรกต จะได้้กินเลือด้เนื้อของสัตว์ วิเศษระด้ับสองสักตัว สำาหรับเขาแล้วถือว่ายากลำาบากถึงขีด้สุด้
ทว่าเมื่อมาอยู่ที่นี่ อาหารที่เขาได้้กินทุกวันล้วนเป็นเนื้อ ของสัตว์วิเศษระด้ับสอง
เลือด้เนื้อของสัตว์วิเศษระด้ับสองเหล่านั้นกลายมาเป็น อาหารประจำาวันของเขา เขาเองกมทำาตามคำาสั่งของอูจี้ ไม่ได้้จงใจใช้ พลังงานที่เกิด้ขึ้นจากสัตว์วิเศษระด้ับสองไปขยับขยายมหาสมุทร วิญญาณ
พลังงานที่มาจากสัตว์วิเศษระด้ับสองจึงแผ่กระจายไป ตามเลือด้เนื้อของเขา หลอมรวมเข้ากับกระดู้กและอวัยวะภายใน ของเขา
เพราะหินวิเศษระด้ับต่ำาที่เขาใช้ฝึกบำาเพมญตบะในตอน กลางคืนมีพลังวิญญาณฟอาด้ินที่เปี่ยมล้นมากพอให้เขาค่อยๆ ขยับ ขยายมหาสมุทรวิญญาณไปทีละนิด้อยู่แล้ว
เวลาผ่านไปอย่างรวด้เรมว พริบตาเด้ียวเขากมติด้ตามอูจี้ มาฝึกบำาเพมญตบะอยู่บนยอด้เขาได้้ครึ่งปีแล้ว
ครึ่งปีที่ผ่านมา มหาสมุทรวิญญาณในร่างของเขาได้้ ขยายกว้างออกไปถึงขีด้จำากัด้ของหลอมลมปราณขั้นเก้าแล้ว!
ขาด้เพียงแค่ก้าวเด้ียวเขากมจะสามารถฝ่าทะลุอุปสรรค จากขอบเขตหลอมลมปราณเหยียบย่างเข้าสู่ขอบเขตท้ายสวรรค์
เขาที่กินเลือด้เนื้อของสัตว์วิเศษระด้ับสองมาตลอด้ครึ่ง ปี ร่างกายจึงยิ่งเปลี่ยนมาเป็นแขมงแรงบึกบึน ทั้งความสูงกมเพิ่มขึ้นมา
อีกเลมกน้อยด้้วย พลังชีวิตที่แฝงเร้นอยู่ในร่างเปี่ยมล้นยิ่งกว่าคน ระด้ับเด้ียวกันมากมายนัก
และครึ่งปีมานี้ กระแสจิตของเขากมยืด้ขยายออกไปได้้ ถึงรัศมีสามร้อยเมตร
เช้าตรู่วันนี้เป็นเหมือนทุกวัน เนี่ยเทียนตั้งใจจะไปฟัง คำาอธิบายเรื่องสิ่งที่จำาเป็นต้องระวังในการฝ่าทะลุหลอมลมปราณสู่ ท้ายสวรรค์จากอูจี้ สามวันมานี้อูจี้ไม่ได้้พูด้ถึงเรื่อง ลักษณะพิเศษของพลังวิญญาณ พลังแห่งสายเลือด้ และพลังแห่งจิต วิญญาณอีกแล้ว แต่เน้นอธิบายว่าควรจะฝ่าอุปสรรคของขอบเขต เพื่อก้าวเข้าสู่ท้ายสวรรค์อย่างไร
“ความลึกลับของหลอมลมปราณถึงท้ายสวรรค์ เรื่องที่ ควรพูด้ข้ากมพูด้ไปหมด้แล้ว ที่เหลือจำาเป็นต้องให้เจ้าคลำาหาทางเอา เอง”
ที่น่าแปลกกมคืออูจี้เป็นฝ่ายเด้ินออกมาจากในกระท่อม ด้้วยตัวเองแล้วพูด้กับเขาว่า: “หลอมลมปราณขั้นเก้าถึงท้ายสวรรค์ นี่คืออุปสรรคแรกที่เจ้าต้องเจอบนเส้นทางการบำาเพมญตะ ต่อไปเจ้า จะยิ่งพบเจออุปสรรคเช่นนี้มากขึ้นเรื่อยๆ การฝ่าทะลุอุปสรรค ไม่ได้้ อาศัยความมุมานะฝึกบำาเพมญตบะอย่างเด้ียว ยังจำาเป็นต้องใช้การ ตระหนักรู้ของตัวเองไปฝ่าฟันด้้วย”
“เจ้าอยู่ที่นี่มาครึ่งปีแล้ว ควรจะออกไปหา ประสบการณ์ข้างนอกบ้าง มันจะเป็นผลด้ีกับเจ้ามาก”
“หอหลิงเป่าจะจัด้งานเลี้ยงฉลองขึ้น ข้าจะให้สัตว์ สายฟอานิลกาฬไปส่งเจ้า เอ้า ปอายนี้มอบให้เจ้า ไปที่หอหลิงเป่าเจ้า สามารถเลือกของมาได้้ตามใจชอบสามชิ้น แค่เจ้าแสด้งปอายนี้กมได้้ แล้ว”
“ก่อนหน้าที่จะเข้าสู่ขอบเขตท้ายสวรรค์ อันที่จริงไม่ จำาเป็นต้องทำาความเข้าใจกับอาวุธวิเศษ เพราะขอบเขตไม่เพียงพอ พลังวิญญาณไม่มากพอ จึงไม่สามารถแสด้งความมหัศจรรย์ของ อาวุธวิเศษออกมาได้้”
“ทว่าหากเลื่อนขั้นสู่ท้ายสวรรค์เมื่อไหร่กม สามารถทด้ลอง เรียนรู้ที่จะใช้อาวุธวิเศษได้้แล้ว”
พูด้มาถึงตรงนี้ อูจี้กมกวักมือไปทางท้องฟอา
ท่ามกลางชั้นเมฆมีเสียงร้องเบาๆ ด้ังลอยมา สัตว์ สายฟอานิลกาฬที่มองดู้เหมือนรูปปั้นซึ่งบนร่างล้อมวนไปด้้วยสายฟอา เส้นละเอียด้เลมกมากมายพลันบินลงมาจากท้องฟอา
ร่างของสัตว์สายฟอานิลกาฬมีสีเขียวเข้มค่อนไปทางด้ำา ในด้วงตาสีเขียวรุบรู่บางครั้งกมีสายฟอาเปล่งวาบ
หลังจากที่มันบินลงมาที่พื้นแล้วกมพัด้กระพือปีกน้อยๆ สายฟอาที่ปกคลุมไปทั่วราวกับงูตัวเลมกที่มุด้ลอด้เข้าไปในร่างกาย
“ไปเถอะ มันจะพาเจ้าไปยังหอหลิงเป่า” อูจี้กล่าว กำาชับ
เนี่ยเทียนรับเอาปอายที่สลักคำาว่า “จี้” แผ่นนั้นมา แล้ว จึงค่อยๆ ปีนขึ้นไปบนร่างของสัตว์สายฟอานิลกาฬช้าๆ ด้้วยความ ระมัด้ระวัง
ดู้เหมือนสัตว์สายฟอานิลกาฬจะไม่ค่อยเตมใจเท่าไหร่นัก มันบิด้ร่างน้อยๆ เนี่ยเทียนกมโงนเงนจนเกือบจะร่วงลงมา
อูจี้แค่นเสียงเยมนหนึ่งครั้ง กล่าว: “เจ้าไม่ต้องรู้สึกอึด้อัด้ ใจไป สักวันมารผจญอย่างเจ้าต้องมาอ้อนวอนเนี่ยเทียน!”
ด้วงตาเขียวรุบรู่ของสัตว์สายฟอานิลกาฬเผยประกาย เฉลียวฉลาด้ หลังจากได้้ยินคำาพูด้ของอูจี้ มันกมทำาท่าคล้ายเตมไป ด้้วยความสงสัย ยังคงไม่เข้าใจความหมายนั้น
“ส่งเนี่ยเทียนไปที่หอหลิงเป่า หากระหว่างทางเจ้ากล้า ทำาตัวเหลวไหล ข้าจะให้เจ้าได้้เหมนด้ีแน่!” อูจี้เอมด้เสียงด้ัง
สัตว์สายฟอานิลกาฬส่งเสียงร้องเบาๆ ด้้วยความ กล้ำากลืนหนึ่งครั้ง แล้วกมไม่กล้าขยับตัวสะเปะสะปะอีก รอจนเนี่ย
เทียนนั่งได้้มั่นคงแล้วมันจึงโบกกระพือปีก พริบตาเด้ียวกมบินทะยาน เข้าไปในกลุ่มเมฆ