ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 903 มรสุมแห่งความเลือดกำลังจะมา!
จิ่งโหรวรีบร้อนจากไป
ตามความคิดของนาง หากเนี่ยเทียนติดต่อกับพระราชวังโบราณสะเก็ด ดาวได้สำเร็จ เมื่อดินแดนพงฟูามิอาจต้านทานกองทัพพันธมิตรของพวก ชนต่างเผ่าได้ บางทีพวกเขาอาจได้อาศัยพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวมา ทำให้ชนต่างเผ่าพ่ายแพ้ถอยร่น
ยาและวัตถุดิบวิเศษที่บำรุงจิตวิญญาณมีน้อยยิ่งกว่าน้อย ต่อให้เนี่ย เทียนมอบแร่อโลหะเงินให้ต้วนสือหู่ไปหามาให้ก็ยังไม่ได้รับอะไรกลับคืน สักอย่าง
ทว่าจะอย่างไรเสียสำนักอักขระเทพก็คือสำนักอันดับหนึ่งในดินแดนพง ฟูา มีแดนเอตทัคคะอยู่สองคน รากฐานของสำนักอักขระเทพในหลายพัน ปีที่ผ่านมาจึงนับว่าลึกล้ำมาก หากคิดจะตามหาจริงๆ ก็ย่อมต้องหายาและ วัตถุดิบวิเศษที่บำรุงจิตวิญญาณมาให้เนี่ยเทียนฝึกตนได้
เห็นว่าจิ่งโหรวจากไปอย่างคนเต็มไปด้วยความหวัง เนี่ยเทียนก็รู้สึกถึง แรงกดดันมหาศาล
“ต่อให้ได้ยาประเภทนี้มา ทำให้ร่างแยกวิญญาณร่างที่สามก่อตัวจน เลื่อนสู่เขตลี้ลับได้สำเร็จ แต่ก็ยังต้องกลับไปที่อาณาจักรโพ่สุ้ยก่อนนี่นา” เนี่ยเทียนถอนหายใจอยู่ในใจ
จากนั้นเขาก็บอกทุกเรื่องราวให้ต้วนสือหู่ฟัง
พอต้วนสือหู่รู้ว่าต้องเดินทางไปที่อาณาจักรโพ่สุ้ยเพื่อใช้ค่ายกลนำส่ง แห่งมิติขนาดใหญ่ที่อยู่ในนั้นก่อน ถึงจะเดินทางไปถึงพระราชวังโบราณ สะเก็ดดาวได้ เขาก็รู้สึกจนใจไม่น้อยเช่นกัน
“ศิษย์น้อง บางทีตอนที่เจ้าเลื่อนสู่เขตลี้ลับ จ้าวซานหลิงผู้นั้นก็คงกลับ มาแล้วกระมัง?” ต้วนสือหู่กล่าวอย่างมีความหวัง
เนี่ยเทียนยิ้มเจื่อน “ก็คงมีวิธีเดียวเท่านั้น”
ไม่มีจ้าวซานหลิง ค่ายกลนำส่งห้วงมิติหลังนั้นก็ไม่สามารถพาเขาไปยัง อาณาจักรเลี่ยคงได้โดยตรง
มีเพียงไปถึงอาณาจักรเลี่ยคงเท่านั้นถึงจะใช้พระราชวังอีกหลังหนึ่งที่ พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวตั้งใจทิ้งไว้ให้เขาในอาณาจักรเลี่ยคงเดินทาง ไปยังอาณาจักรโพ่สุ้ย
“วัตถุดิบวิเศษประเภทจิตวิญญาณ จิ่งโหรวไปหาคนของสำนักอักขระ เทพก็คงพอจะรวบรวมมาได้บ้างบางส่วน” ต้วนสือหู่ฝืนยิ้ม “เรื่องอื่นเจ้า ยังไม่ต้องไปสนใจ พวกเราวางแผนกันไปทีละขั้นเถอะ”
“ข้าเข้าใจ” เนี่ยเทียนพยักหน้ารับ
หลายวันหลังจากนั้น ข่าวร้ายก็ทยอยส่งมาอย่างต่อเนื่อง
อาณาจักรคูเหยียนถูกยึดครองไปได้ไม่นาน เรือรบทางช้างเผือกของ ชนต่างเผ่าก็เริ่มทะยานไปในอาณาจักรใหญ่ของดินแดนพงฟูาอย่างกำเริบ เสิบสาน
อาณาจักรมากมายที่เป็นของสำนักอักขระเทพและสำนักทองไพศาล ทยอยกันเสียการปูองกัน ผู้แข็งแกร่งเผ่ามนุษย์หลายคนถูกชนต่างเผ่า สังหาร หรือไม่ก็ถูกบีบให้ต้องหนีไปที่อื่น
สำนักอักขระเทพและสำนักทองไพศาลหมดสิ้นซึ่งความกล้าหาญที่จะ ออกมาเผชิญหน้ากับชนต่างเผ่าแล้ว ตอนนี้พวกเขาเลือกวิธีหดหัวอยู่ใน กระดอง รวบรวมกำลัง หมายพึ่งพาค่ายกลใหญ่ของสำนักมาพิทักษ์ตัวเอง
ผู้ฝึกลมปราณของสำนักอักขระเทพและสำนักทองไพศาลหลายคนที่ อยู่ในอาณาจักรวอหลิวก็พากันจากไปอย่างเงียบเชียบ
คนในอาณาจักรวอหลิวจึงบางตาเข้าไปอีก
“ไม่มีใครอยู่ที่นี่อีกแล้ว” ฉีป๋ายลู่ยืนอยู่บนหอเรือนหินที่สำนักอักขระ เทพแบ่งมาให้พวกเขาอยู่อาศัย ทอดสายตามองไปทิศไกล ก่อนจะค่อยๆ เก็บเอาพลังจิตวิญญาณกลับคืนมา “ถิ่นของสำนักภูเขาพันกระบี่ไม่มี ปราณจิตวิญญาณอยู่นานแล้ว ผู้ฝึกลมปราณทุกคนต่างก็หายไปอย่างไร้ ร่องรอย ช่วงเวลาก่อนหน้านี้ฝุายของสำนักทองไพศาลยังมีคนอยู่ไม่น้อย แต่ตอนนี้…มีคนเฝูาอยู่แค่ไม่กี่คนเท่านั้น”
“สำนักอักขระเทพก็เหมือนกันไม่ใช่หรือไง?” หัวมู่รับคำต่อ
เนี่ยเทียนเองก็มองออกว่าหลังจากที่คนของสำนักอักขระเทพเข้าไปใน ค่ายกลนำส่ง ก็ไม่มีใครหวนกลับออกมาอีก
คนเหล่านั้นยังฉวยทรัพยากรบางส่วนติดมือไปด้วย เห็นได้ชัดว่ามีท่าที เหมือนคนกำลังย้ายบ้าน
ในอดีตเวลาเขาฝึกตนจะต้องสัมผัสได้ถึงคลื่นเลือดลมที่อ่อนจางทว่า เด่นชัดจำนวนนับไม่ถ้วน แต่พอตอนนี้ใช้สายเลือดแห่งชีวิตรับสัมผัสดู การ เคลื่อนไหวของเลือดลมที่เขาสัมผัสได้ก็มีแค่ไม่กี่กลุ่มเท่านั้น
ซึ่งปราณเลือดลมในกลุ่มนั้น ส่วนใหญ่ยังมาจากพวกเขาเองด้วย
“หายนะครั้งใหญ่กำลังจะมาเยือน สำนักอักขระเทพและสำนักทอง ไพศาลเองก็ยังเอาตัวไม่รอด พวกเขาจึงพยายามเก็บพลังการต่อสู้เอาไว้ นี่ คือวิธีการที่ชาญฉลาด” จงเจิงหรี่ตามองไปยังลายเส้นห้วงมิติที่ตัดสลับกัน ซับซ้อนบนม่านน้ำของอาณาจักรวอหลิง “รอยแยกห้วงมิติที่เชื่อมโยงกับ อาณาจักรของชนต่างเผ่าล้วนถูกสามฝุายกำจัดทิ้งไปแล้ว ที่น่าเป็นห่วงก็ คือชนต่างเผ่าจะใช้ช่องทางอื่นเข้ามาที่นี่”
“อาณาจักรวอหลิวไม่ได้มีวัตถุดิบที่พิเศษถือกำเนิดขึ้นมา เดิมทีก็มี ความพิเศษเพียงเพราะมีรอยแยกห้วงมิติมากมายเท่านั้น”
“ผู้แข็งแกร่งถอนตัวออกไปหมด รอยแยกห้วงมิติถูกทำลาย ความ พิเศษที่สุดของอาณาจักรวอหลิวจึงหมดสิ้นไปเช่นกัน”
“ชนต่างเผ่าน่าจะไม่มีอารมณ์เข้ามาในอาณาจักรวอหลิว เป็นอย่างนี้ก็ ดี อย่างน้อยระยะเวลาสั้นๆ นี้พวกเราก็ยังถือว่าปลอดภัย”
ทุกคนจึงพอจะสงบใจกันได้บ้าง
จิ่งโหรวที่จากไปเมื่อหลายวันก่อนพลันกลับมาพร้อมกับต้วนสือหู่ นาง ส่งแหวนเก็บของวงหนึ่งมาให้พลางพูดด้วยสีหน้าเหนื่อยล้า “ในแหวนเก็บ ของมียาและวัตถุดิบวิเศษที่ช่วยเพิ่มพลังจิตวิญญาณอยู่จำนวนมาก แม้ว่า จะมีปริมาณไม่น้อย ทว่าคุณค่าที่แท้จริงคงเทียบกับผลึกจิตวิญญาณไม่ได้
เนี่ยเทียน นี่คือสิ่งที่สำนักอักขระเทพพอจะหาได้ในตอนนี้แล้ว หวังว่าเจ้า จะไม่รังเกียจ”
“จะรังเกียจได้ยังไง?” เนี่ยเทียนรับมาแล้วกวาดพลังจิตวิญญาณมอง หนึ่งครั้ง
ในแหวนเก็บของมียาหลากหลายชนิด รวมไปถึงหญ้าวิเศษที่มีพลังจิต วิญญาณอ่อนจาง และยังมีเปลือกกะโหลกของสัตว์วิเศษซึ่งด้านในมีพลัง จิตวิญญาณอยู่เล็กน้อย
เป็นอย่างที่จิ่งโหรวกล่าวไว้ จำนวนของที่อยู่ด้านในมีไม่น้อย ทว่าพลัง จิตวิญญาณที่แฝงเร้นกลับน้อยนิดยิ่งนัก
ไม่เพียงแต่พลังจิตวิญญาณมีน้อย ทั้งยังมีสารเจือปนไม่บริสุทธิ์ อย่าง เปลือกกะโหลกของสัตว์วิเศษ หากคิดจะชุบหลอมคงต้องเปลืองแรงอีก เล็กน้อย
เมื่อเทียบกับผลึกจิตวิญญาณแล้ว ประสิทธิภาพจากยาและวัตถุดิบ วิเศษที่จิ่งโหรวหามาด้อยกว่าหลายเท่าตัว อีกทั้งยังเป็นพลังที่ไม่บริสุทธิ์ ด้วย
“ข้าจะลองดู จะพยายามใช้ของพวกนี้มาเลื่อนสู่เขตลี้ลับโดยเร็วที่สุด” เนี่ยเทียนแสดงท่าที “นอกจากนี้ต่อให้ข้าเลื่อนขั้นได้จริงก็ยังจำเป็นต้องหา วิธีกลับไปก่อน หากมีข่าวของจ้าวซานหลิง รบกวนช่วยแจ้งข้าทันที และ ยังมีศิษย์พี่หญิงเผยอีกคน หากเจอตัวนาง บางทีเราก็อาจกลับไปยัง ดินแดนดาวตกได้”
“หลังจากที่ศิษย์พี่หญิงเผยของเจ้าสังหารคนของสำนักภูเขาพันกระบี่ ไปมากมาย นางก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยโดยสิ้นเชิง” จิ่งโหรวเหนื่อยใจ จนแทบสิ้นเรี่ยวแรง “อันที่จริงการที่นางหายตัวไปนับว่าดีที่สุด เพราะพวก ชนต่างเผ่าก็กำลังควานหาตัวนางอย่างลับๆ หากชนต่างเผ่าเจอนางเข้า นางคงตกอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายเป็นแน่”
“ก็ได้” เนี่ยเทียนถอนหายใจ
ลำดับถัดมาเขาก็อาศัยยาและวัตถุดิบวิเศษที่มีพลังจิตวิญญาณซึ่งจิ่ง โหรวหามาให้ มาพยายามสร้างร่างแยกวิญญาณร่างที่สาม หมายฝุาสู่เขตลี้ ลับ
แต่ไม่นานเขาก็ค้นพบว่า เมื่อเทียบกับผลึกจิตวิญญาณแล้ว พลังจิต วิญญาณที่แฝงอยู่ในยาและวัตถุดิบวิเศษเหล่านั้นน้อยกว่าที่คิดไว้มากนัก
เมื่อพลังจิตวิญญาณที่แฝงอยู่ในยาและวัตถุดิบวิเศษส่วนใหญ่ชุบหลอม เข้าไปในจิตวิญญาณแห่งดวงดาว เขาก็ยังจำเป็นต้องใช้วิธีการอื่นมากำจัด กากสิ่งเจือปนทิ้งไป
พลังจิตวิญญาณบริสุทธิ์ที่เหลืออยู่ในท้ายที่สุดจึงน้อยจนน่าสงสาร
ยังดีที่จำนวนของพวกมันมีมากพอ เมื่อเทียบกับการดึงเองพลังจิต วิญญาณมาจากในแกนดวงดาวแล้วก็นับว่ายังเร็วกว่าไม่น้อย
ดังนั้นเขาจึงตั้งใจฝึกตน หมายจะสร้างร่างแยกวิญญาณที่สาม ฝุาทะลุ ขั้นในเร็ววัน
หลังจากผ่านไปอีกหลายวัน
เนี่ยเทียนที่ตั้งใจฝึกตนก็ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาเพราะเหตุการณ์หนึ่ง
“รอยแยกห้วงมิติเล็กใหญ่มากมายที่ล้อมวนอยู่รอบม่านน้ำของ อาณาจักรวอหลิวกำลังหายไปอย่างเงียบเชียบ” ฉีป๋ายลู่ปลุกเนี่ยเทียนให้ ตื่น ก่อนจะพาเขาขึ้นมายังดาดฟูาทรงกลมแล้วชี้ไปยังม่านน้ำ กล่าวเบาๆ ว่า “เจ้าเองก็รู้ว่าจุดลึกของม่านน้ำที่อยู่รอบอาณาจักรวอหลิวมีรอยแยก ห้วงมิติมากมายคล้ายคลึงกับที่เทือกเขาฮว้านคง”
“ซึ่งในบรรดานั้นมีเพียงส่วนน้อยที่ถูกคนสำรวจเจอและสามารถ เชื่อมโยงไปยังอาณาจักรของชนต่างเผ่าหรืออาณาจักรของสัตว์โบราณได้”
“รอยแยกห้วงมิติส่วนใหญ่เชื่อมโยงไปที่ไหน ไม่มีใครรู้ คนที่เข้าไปล้วน ไม่ได้กลับออกมา”
“ก่อนหน้านี้ไม่นาน รอยแยกห้วงมิติที่เชื่อมโยงไปยังอาณาจักรของชน ต่างเผ่าได้ถูกสำนักอักขระเทพและสำนักทองไพศาลทำลายทิ้งไปแล้ว ชน ต่างเผ่าจึงเข้ามาไม่ได้”
“ทว่าก็ยังมีรอยแยกห้วงมิติอีกหลายเส้นที่ยังไม่ถูกสำรวจและยังเปิด อยู่ตลอดเวลา ไม่รู้ว่าพวกมันเชื่อมโยงไปยังที่แห่งใด”
“ตอนนี้รอยแยกห้วงมิติพวกนั้นกำลังหายไปทีละเส้น”
หัวมู่และจงเจิงมองม่านน้ำ สัมผัสกับคลื่นห้วงมิติที่ผิดปกติด้วยสีหน้าที่ ค่อนข้างซับซ้อน
ดวงตาเนี่ยเทียนก็ฉายความตกใจเช่นกัน
“สถานารณ์คล้ายคลึงกับที่สนามรบสุ้ยเมี่ยอย่างมาก” หัวมู่กดเสียงต่ำ “รอยแยกห้วงมิติจำนวนมากที่เชื่อมโยงสนามรบสุ้ยเมี่ยกับโลกภายนอกซึ่ง มั่นคงตลอดเวลา รวมไปถึงประตูข้ามอาณาจักรแต่ละบาน หากไม่
พังทลายก็หายไป ตามคำบอกของเยว่เหยียนสี่ ความผิดปกติของสนาม รบสุ้ยเมี่ยเกิดขึ้นก็เพราะการปรากฏตัวของวัตถุดิบวิเศษระดับเพาะฟูาชิ้น นั้น”
เนี่ยเทียนมีสีหน้าตื่นตะลึง กระจ่างแจ้งในชั่วพริบตา จึงตวาดเบาๆ “ท่านจะบอกว่าความประหลาดที่เกิดขึ้นในอาณาจักรวอหลิว เป็นฝีมือ ของศิษย์พี่หญิงเผยงั้นหรือ?”
หัวมู่พยักหน้ารับอย่างเชื่องช้า “มีความเป็นไปได้แปดถึงเก้าส่วน”
“ทางฝุายของสำนักอักขระเทพรู้ความผิดปกตินี้หรือไม่?” เนี่ยเทียน ถามเสียงดัง
“ตอนนี้คนที่เฝูาอยู่ที่นี่มีเพียงต้วนสือหู่และจิ่งโหรว แม้แต่เมิ่งหลีก็ยัง ใช้ค่ายกลนำส่งเดินทางกลับไปยังสำนักอักขระเทพแล้ว” หัวมู่เหลือบตา มองไปยังตำแหน่งที่ต้วนสือหู่และจิ่งโหรวอยู่ ก่อนพูดขึ้นเบาๆ “ต้วนสือหู่ และจิ่งโหรวขอบเขตไม่สูงพอจึงยังสัมผัสไม่ได้ถึงความผิดปกติ แต่หากยัง เป็นอย่างนี้ต่อไป ไม่ช้าก็เร็วพวกเขาย่อมต้องมองออก”
“นอกจากนี้ ก่อนหน้านั้นข้าเคยพูดคุยกับต้วนสือหู่จึงรู้จากปากของ เขาว่าหลังจากที่ฉีฉีหายตัวไปจากอาณาจักรวอหลิว นางไปปรากฏตัวที่ใดก็ มักจะทำให้รอยแยกห้วงมิติและค่ายกลซึ่งแฝงพลังห้วงมิติในอาณาจักร ต่างๆ ของดินแดนพงฟูาทยอยกันจางหายไป หรือไม่ก็ได้รับความเสียหาย อย่างใหญ่หลวง”
ฉีป๋ายลู่เอ่ยแทรก “การวิเคราะห์ของพวกเราน่าจะถูกต้อง วัตถุดิบ วิเศษระดับเพาะฟูาชิ้นนั้น ฉีฉีต้องไปได้ครองแน่นอน”
“อีกอย่าง ซึ่งก็คือตอนนี้ นางได้มาที่อาณาจักรวอหลิวแล้ว” หัวมู่สูด ลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้ง “นางเองก็น่าจะรู้ว่าตอนนี้อาณาจักรวอหลิวว่าง เปล่าไร้ผู้คน ดังนั้นถึงได้แอบกลับมาอย่างเงียบเชียบ เพื่อดูดซับพลังห้วง มิติในรอยแยกห้วงมิติแต่ละเส้นมาช่วยวัตถุดิบวิเศษระดับเพาะฟูาของ นาง”
“ตอนแรกที่นางเพิ่งมาถึงที่นี่ นางไม่ได้ลงมือทันทีก็เพราะผู้แข็งแกร่ง ของสำนักอักขระเทพ สำนักทองไพศาลและสำนักภูเขาพันกระบี่ต่างก็ยัง อยู่ อีกทั้งพวกผู้ฝึกลมปราณจากดินแดนต่างๆ ที่มาจากสนามรบสุ้ยเมี่ยก็ อยู่ด้วย”
“ตอนนี้อาณาจักรวอหลิวยังไม่ถูกชนต่างเผ่าบุกเข้ามา พวกผู้ฝึก ลมปราณเผ่ามนุษย์จากดินแดนต่างๆ จึงได้พากันจากไปนานแล้ว”
“คนของสำนักอักขระเทพ สำนักทองไพศาลและสำนักภูเขาพันกระบี่ก็ ถอนกำลังกันออกไปหมด ทำให้อาณาจักรวอหลิวในตอนนี้กลายมาเป็น สถานที่ที่ไม่มีใครสนใจ”
หัวมู่อธิบาย
หัวคิ้วเนี่ยเทียนขมวดเป็นปมแน่น ทอดสายตามองไปยังม่านน้ำเป็น วงๆ ที่โอบล้อมอาณาจักรวอหลิวอยู่ “นางรู้หรือไม่ว่าพวกเรายังอยู่ใน อาณาจักรวอหลิว?”
“ไม่แน่ใจเหมือนกัน” หัวมู่ส่ายหน้า “แต่ว่า หากพวกเราคิดจะเจอนาง ก็จำเป็นต้องระวังตัวให้มาก”
“หากนางมาเจอกับพวกเราก็มีความเป็นไปได้มากว่าจะเปิดเผย ร่องรอยของตัวเอง” ฉีป๋ายลู่เองก็เอ่ยเตือน
——