ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 904 แอบให้ความช่วยเหลือ
เผยฉีฉีคือหนึ่งในเหตุผลที่กองทัพใหญ่ของชนต่างเผ่ารุกรานเข้ามาใน ดินแดนพงฟูา
แม้แต่ตอนนี้ก็ยังมีผู้แข็งแกร่งของชนต่างเผ่าติดตามร่องรอยของเผยฉีฉี เพื่อค้นหาตัวนาง
ก่อนหน้าที่เจ้าสำนักภูเขาพันกระบี่ยังไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัส การที่เผย ฉีฉีสังหารคนของสำนักภูเขาพันกระบี่ไปมากมายก็ทำให้เขาโกรธเกรี้ยว อย่างรุนแรง เพียงแต่เนื่องจากชนต่างเผ่าเข้ามารุกราน สำนักภูเขาพัน กระบี่จึงจำต้องล้มเลิกการตามหานาง
ในเมื่อสำนักอักขระเทพและสำนักทองไพศาลมั่นใจว่าเผยฉีฉีเกี่ยวข้อง กับการที่ชนต่างเผ่าเข้ามารุกราน หากพวกเขารู้ร่องรอยของเผยฉีฉี พวก เขาจะเกิดความคิดอย่างอื่นหรือไม่?
ยกตัวอย่างเช่นจับตัวเผยฉีฉี เอาเผยฉีฉีไปแลกกับการที่ชนต่างเผ่าจะ ยกทัพถอย?
หากร่องรอยของเผยฉีฉีถูกเปิดเผย ชนต่างเผ่า สำนักอักขระเทพและ สำนักทองไพศาลก็อาจจะลงมือกับนาง!
หากทำให้ดินแดนพงฟูาผ่านเคราะห์ครั้งนี้ไปได้ ต่อให้เป็นต้วนสือหู่ และจิ่งโหรวเองก็เกรงว่าคงจะยินดีสละเผยฉีฉี
ดูจากความหวาดกลัวของจิ่งโหรวซึ่งเกิดจากการที่อาณาจักรมากมาย ของดินแดนพงฟูาเสียการพิทักษ์ เนี่ยเทียนก็วิเคราะห์ได้เลยว่ามีความ เป็นไปได้มากที่นางจะทำเช่นนี้
“ถูกต้อง ต้องระวังเรื่องนี้ให้มากๆ” เนี่ยเทียนกล่าวเสียงหนัก
เมื่อรู้ว่าตอนนี้เผยฉีฉีอยู่ตรงริมขอบม่านน้ำนอกอาณาจักรวอหลิวเพื่อ ดูดดึงพลังงานในรอยแยกห้วงมิติไปอย่างเงียบเชียบ เดิมทีเขาอยากจะไป พบนางเสียเดี๋ยวนี้
ทว่าคำพูดของพวกหัวมู่ ฉีป๋ายลู่ ทำให้เขาเริ่มลังเล
และเวลานี้เอง การเปลี่ยนแปลงใหม่ก็ได้เกิดขึ้น
พวกหัวมู่สัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าค่ายกลนำส่งแห่งมิติขนาดใหญ่ที่จ้าว ซานหลิงสร้างไว้ในหอเรือนหินที่พวกเขาอยู่อาศัยมีคลื่นห้วงมิติที่ผิดปกติ เกิดขึ้น
คนทั้งกลุ่มเดิมทียืนอยู่บนดาดฟูา ทอดสายตามองไปทิศไกลของ อาณาจักรวอหลิว แต่พอสัมผัสได้ว่าท่าไม่ดี พวกเขาก็พากันลงไปยังชั้นล่าง ของหอเรือน
ในห้องโถงที่กว้างใหญ่ ค่ายกลนำส่งแห่งมิติที่จ้าวซานหลิงสร้างเอาไว้มี แสงส่องประกายออกมา
มีดแสงห้วงมิติจำนวนนับไม่ถ้วนคล้ายฝูงปลาที่ว่ายวนอยู่ในลวดลาย บนค่ายกลนำส่งแห่งมิติหลังนั้น
ลวดลายเหล่านั้นก็คือลวดลายที่จ้าวซานหลิงเป็นคนสร้างขึ้นมาเอง
ยามนี้มีดแสงห้วงมิติที่เป็นราวกับฝูงปลากำลังเคลื่อนไหวอยู่ด้านใน อย่างมีชีวิตชีวา เหมือนกำลังปรับทิศทางของค่ายกลนำส่งแห่งมิติ ทำให้ ความมหัศจรรย์อย่างใหม่ปรากฏขึ้น
หัวมู่ตัวสั่นเยือก ตวาดขึ้นว่า “มีดแสงห้วงมิติเหล่านี้คือพลังของฉีฉี!”
ทุกคนกวาดตามองหาไปรอบด้าน แต่ไม่เห็นเงาร่างของเผยฉีฉี เนี่ย เทียนใช้สายเลือดแห่งชีวิตก็ยังสัมผัสไม่ได้ถึงปราณเลือดเนื้อที่มาจากเผย ฉีฉี
นี่หมายความว่าตัวเผยฉีฉีเองไม่ได้มาที่นี่
“อู้!”
ดวงตาของจงเจิงมีประกายแสงเย็นเยียบเปล่งวาบ ก่อนที่ควันสีขาว โพลนกลุ่มหนึ่งจะไหลบ่าออกมาจากในร่างของเขาอย่างบ้าคลั่ง
เขตอาคมแห่งความเย็นใสแวววาวราวผลึกน้ำแข็งพลันปกคลุมไปทั่วทั้ง ห้องโถงแห่งนี้
“จะปล่อยให้คลื่นห้วงมิติที่ผิดปกตินี้ถูกเปิดเผยไม่ได้เด็ดขาด! ” จงเจิง ตวาดเบาๆ
ทุกคนจึงตระหนักได้ทันทีว่าจงเจิงเป็นกังวลว่าผู้แข็งแกร่งของสำนัก อักขระเทพและสำนักทองไพศาลที่อยู่ในอาณาจักรวอหลิวจะสัมผัสได้ถึง ความผิดปกติของที่แห่งนี้
ต้วนสือหู่และจิ่งโหรวอยู่ในหอเรือนใกล้ๆ นี้ รอจนคลื่นแห่วงมิติในห้อง โถงกระเพื่อมรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ พวกเขาก็อาจจะสัมผัสได้
หัวมู่และฉีป๋ายลู่เองก็รีบร่ายอาคม ใช้พลังวิญญาณของตัวเองมาสร้าง เขตอาคมชั้นใหม่
เขตอาคมหลายชั้นห้อมล้อมห้องโถงไว้อย่างแน่นหนา เพื่อหลีกเลี่ยง ไม่ให้ความผิดปกติของคลื่นห้วงมิติในค่ายกลนำส่งไปสร้างความแตกตื่น ให้กับคนอื่น
ค่ายกลนำส่งแห่งมิติที่สร้างขึ้นจากวัตถุดิบวิเศษที่มหัศจรรย์ ด้านใน สลักลวดลายแห่งมิติเอาไว้ ภายใต้การลอดทะลวงของมีดแสงมากมาย จึง มีลวดลายที่ลึกลับจำนวนมากปรากฏให้เห็นได้ด้วยตาเปล่า ลวดลาย เหล่านั้นเลื้อยขยุกขยิก ก่อนจะก่อตัวกันขึ้นมาเป็นค่ายกลอย่างใหม่ที่นาบ ประทับไว้ในค่ายกลนำส่ง
คลื่นห้วงมิติยิ่งไหลบ่ารุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ
ค่ายกลนำส่งแห่งมิติอย่างใหม่หลายค่ายกลผสานรวมเข้ากับค่ายกลเก่า ที่จ้าวซานหลิงจัดวางไว้อย่างมหัศจรรย์ ทำให้ส่วนที่ขาดไปในค่ายกลเดิม ได้รับการเต็มเติมใหม่อีกครั้ง
“ฟูุวๆ!”
มีดแสงห้วงมิติที่ปรากฏขึ้นกะทันหันค่อยๆ หายไปท่ามกลางความว่าง เปล่า
คลื่นห้วงมิติที่ชัดเจนผิดปตกหยุดนิ่งลงอย่างรวดเร็ว
หากมองจากภายนอก ค่ายกลนำส่งขนาดใหญ่ยักษ์ รวมไปถึงห้องโถง กว้างใหญ่แห่งนี้ยังคงเป็นเพียงแค่สี่เหลี่ยมที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเด่นชัด อะไร
ทว่าพวกเนี่ยเทีนกลับรู้ว่าแกนกลางที่สำคัญที่สุดในค่ายกลนำส่งแห่ง มิติขนาดใหญ่หลังนี้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่พลิกฟูาพลิกดินแล้ว
“ฟิ้ว!”
ฉีป๋ายลู่ก้าวเข้าไปในค่ายกล ตามหาตำแหน่งพิกัดที่เชื่อมต่อกับ อาณาจักรเลี่ยคงและลองปรับเปลี่ยน
หินวิเศษห้วงมิติที่สลักไว้รอบรอบค่ายกลพลันส่องประกายแสง ระยิบระยับ
ตลอดทั้งค่ายกลพลันเคลื่อนโคจร พลังห้วงมิติที่ถูกดึงออกมาทำให้มี แสงขมุกขมัวเกิดขึ้น ราวกับว่ามันสามารถทำการนำส่งได้ทุกเวลา
ดวงตาฉีป๋ายลู่เปล่งแสงวาบ ตะโกนเสียงดัง “ค่ายกลนำส่งนี้สามารถ ใช้งานได้แล้ว มันสามารถพาพวกเราส่งกลับไปยังอาณาจักรเลี่ยคงได้ในชั่ว พริบตา!”
พวกหัวมู่ก็ปิติยินดีกันอย่างบ้าคลั่ง
ทว่าขณะเดียวกันกับที่ดีใจ พวกเขาก็รู้สึกตื่นตะลึงมากด้วย ใบหน้าแต่ ละคนเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ
ค่ายกลหลังนี้คือค่ายกลที่มีพลังห้วงมิติแข็งแกร่งที่สุดซึ่งจ้าวซานหลิง สร้างขึ้นมาให้เชื่อมโยงกับดินแดนดาวตก แต่ต่อให้เป็นจ้าวซานหลิงเองก็ ยังจำเป็นต้องอาศัยเจดีย์ซวีหลิงถึงจะทำให้ค่ายกลนี้โคจรและทำการนำส่ง ข้ามดินแดนได้
ไม่มีอาวุธล้ำค่าอย่างเจดีย์ซวีหลิง จ้าวซานหลิงผู้แข็งแกร่งก็ยังทำอะไร มันไม่ได้
ในช่วงเวลาที่จ้าวซานหลิงหายไปจากสนามรบสุ้ยเมี่ยและยังไม่กลับมา เสียที เนี่ยเทียนก็เคยไหว้วานให้ผู้ที่เชี่ยวชาญเวทลับห้วงมิติของสำนัก อักขระเทพมาทดลองโคจรค่ายกลหลังนี้ ทว่าทุกคนกลับล้มเหลว
ใครจะไปคาดคิดว่า มีดแสงห้วงมิติที่เผยฉีฉีปลดปล่อยออกมาอย่าง ลึกลับจะสามารถสลักลวดลายค่ายกลขึ้นมาได้ใหม่ ไม่จำเป็นต้องใช้อาวุธ ล้ำค่าใดๆ ก็สามารถทำให้ค่ายกลที่ใช้งานไม่ได้กลับมาโคจรได้อีกครั้ง?
ความรู้ด้านพลังห้วงมิติของเผยฉีฉีเหนือกว่าจ้าวซานหลิงแล้วอย่างนั้น หรือ?
“น่าเหลือเชื่อ! น่าเหลือเชื่อจริงๆ!”
ฉีป๋ายลู่จุ๊ปากชื่นชมไม่หยุด “ต้องเป็นเพราะวัตถุดิบวิเศษระดับเพาะ ฟูาชิ้นนั้นแน่นอนที่ทำให้ความรู้ด้านพลังงานห้วงมิติของนางเพิ่มพูนขึ้นสูง ได้ถึงขนาดนี้! วันหน้านางต้องเก่งกว่าจ้าวซานหลิง เก่งกว่าอาจารย์ของข้า กลายมาเป็นผู้แข็งแกร่งที่เชี่ยวชาญพลังงานห้วงมิติที่สุดของดินแดนดาว ตกแน่นอน! วัตถุดิบวิเศษระดับเพาะฟูาทำให้เส้นทางการฝึกตนของนาง ยาวไกลไร้ที่สิ้นสุด!”
“แต่ดูเหมือนว่านางจะไม่อยากพบหน้าพวกเรา” เนี่ยเทียนกล่าวอย่าง ห่อเหี่ยว
“นางมีความลำบากใจ นางไม่มาพบพวกเราน่าจะเพราะกังวลว่าจะนำ ปัญหามาให้กับพวกเรา” หัวมู่ถอนหายใจอย่างปลงตก “แต่นังหนูคนนี้ ต้องเปลืองแรงกายแรงใจมากมายเพื่อทำให้ค่ายกลนำส่งแห่งนี้โคจรได้อีก ครั้ง นี่หมายความว่าในใจของนางเป็นห่วงพวกเราอยู่ตลอดเวลา”
“การโคจรของค่ายกลนำส่งหลังนี้ก็คือท่าทีอย่างหนึ่งของนาง นาง ต้องการให้พวกเราไปจากดินแดนพงฟูาโดยเร็วที่สุด”
ขณะที่เนี่ยเทียนกำลังจะพูด ฉีป๋ายลู่กลับเลิกคิ้วแล้วพูดขึ้นอย่างเสียใจ “นางไปแล้ว”
หัวมู่และจงเจิงสองคนแผ่พลังจิตวิญญาณออกมารับสัมผัสเล็กน้อยก็ได้ แต่ถอนหายใจเบาๆ
พวกเขาสัมผัสไม่ได้อีกแล้วว่ารอยแยกห้วงมิติในจุดลึกของม่านน้ำรอบ นอกของอาณาจักรวอหลิวกำลังจางหายไป
นี่หมายความว่าหากเผยฉีฉีไม่ไปจากอาณาจักรวอหลิวแล้ว นางก็คง หายเข้าไปในรอยแยกห้วงมิติบางจุดอย่างเงียบเชียบและไปยังพื้นที่ลึกลับ บางแห่งที่ไม่มีใครรู้
“นางน่าจะมาที่นี่เพราะพวกเรา พลังห้วงมิติที่นางดึงเอาไปช่วยทำให้ ค่ายกลนำส่งหลังนี้กลับมาโคจรได้อีกครั้ง ทำให้พวกเรากลับไปยัง อาณาจักรเลี่ยคงได้อย่างราบรื่น” จงเจิงกล่าวเบาๆ
“ศิษย์พี่หญิงไม่เคยหยุดเป็นห่วงพวกเราจริงๆ” อารมณ์ของเนี่ยเทียน เองก็ซับซ้อนอย่างมาก
ทั้งๆ ที่ค่ายกลโคจรและสามารถพาพวกเขากลับไปยังอาณาจักรเลี่ยคง ได้แล้ว แต่เขากลับไม่รู้สึกดีใจ
เขาเป็นห่วงเผยฉีฉีมากกว่า
เผยฉีฉีเองก็สามารถกลับไปยังอาณาจักรเลี่ยคงโดยอาศัยค่ายกลนำส่ง แห่งมิติหลังนี้ ทว่านางกลับไม่ได้ทำเช่นนั้น
เนี่ยเทียนเข้าใจดีว่าหากการรุกรานของชนต่างเผ่าเกี่ยวข้องกับนาง จริงๆ ถ้าเช่นนั้นการที่นางปรากฏตัวในดินแดนดาวตกก็มีความเป็นไป ได้มากว่าจะล่อให้ชนต่างเผ่าจำนวนมากกว่าเดิมไปรุกรานที่นั่น
ขนาดดินแดนพงฟูายังไม่มีกำลังให้ต้านทานชนต่างเผ่าพวกนั้น ถ้าพวก ชนต่างเผ่าไปที่ดินแดนดาวตกจริงๆ ผลที่ตามมาเกรงว่าคงเลวร้ายจนเกิน จะคาดคิด
มีบ้านไม่กล้ากลับ ไม่อาจกลับ ได้แต่เร่ร่อนอยู่นอกดินแดน ทั้งยังต้อง คอยระวังการไล่ล่าจากชนต่างเผ่าอยู่ตลอดเวลา แถมยังต้องกังวลว่าผู้ แข็งแกร่งเผ่ามนุษย์ที่ออกมาจากสนามรบสุ้ยเมี่ยอาจตามมาค้นหา…
สภาพการณ์ของเผยฉีฉี อันตรายกว่าพวกเขามากนัก
นางเอาปัญหาทั้งหมดมาไว้ที่ตัวเองคนเดียว ทั้งยังเสี่ยงมาที่อาณาจักร วอหลิวเพื่อช่วยให้พวกเขาได้กลับบ้าน
“ค่ายกลนำส่งหลังนี้สามารถเดินทางข้ามผ่านได้แล้ว พวกเราควรจะ ทำยังไง?” หัวมู่ขมวดคิ้ว “หากพวกเราจากไปอย่างเงียบๆ ก็คงไม่รู้จะ อธิบายให้ทางฝุายของต้วนสือหู่ฟังอย่างไร ต้วนสือหู่ผู้นี้ดีกับพวกเราไม่ น้อย พวกเราไม่ควรจากไปโดยที่ไม่ลา”
“พวกเราจากไปแล้ว เกรงว่าสำนักอักขระเทพก็คงรู้ว่าเผยฉีฉีเคยมา ที่นี่” ฉีป๋ายลู่เองก็ปวดหัวอย่างมาก “จากไปโดยไม่ลา บางทีพวกเขาอาจ คิดว่าเผยฉีฉีเองก็ไปที่อาณาจักรเลี่ยคงเหมือนกัน และไม่แน่ว่าอาจมี ความคิดอย่างอื่น”
เนี่ยเทียนนิ่งคิดไปนาน แล้วจู่ๆ ก็พูดขึ้นว่า “ท่านลุงหัว พวกท่าน กลับไปก่อนเถอะ ข้าจำเป็นต้องคุยกับศิษย์พี่สักหน่อย การจากไปโดยไม่ บอกลานับเป็นเรื่องที่ไม่สมควร อีกทั้งศิษย์พี่และจิ่งโหรวต่างก็ดีกับพวกเรา ไม่น้อย ทั้งยังเห็นข้าเป็นความหวังที่จะช่วยให้ดินแดนพงฟูาพ้นเคราะห์ ข้า ยังกลับไปไม่ได้”
หัวมู่คิดอยู่ครู่หนึ่งก็กล่าวว่า “เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน พวกเราจะกลับไป ยังดินแดนดาวตกก่อน ไปดูว่าสถานการณ์ที่นั่นเป็นอย่างไร หากนานแล้ว เจ้ายังไม่ตามกลับไป พวกเราจะมาที่นี่อีกครั้งเพื่อรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับ เจ้า”
“เอาแบบนี้ก็ได้” เนี่ยเทียนเห็นด้วย
จากนั้นพวกหัวมู่ก็อาศัยค่ายกลหลังนั้นเดินทางออกจากที่แห่งนี้ กลับไปยังอาณาจักรเลี่ยคง
ในหอเรือนที่กว้างใหญ่ จู่ๆ ก็เหลือแค่เนี่ยเทียนเพียงลำพัง
เขาเดินขึ้นมาบนดาดฟูาของหอเรือนหิน มองไปยังท้องฟูามากหมู่ดาว นอกปากบ่อด้วยอากาศเหม่อลอย ครุ่นคิดว่าควรจะอธิบายให้ต้วนสือหู่ และจิ่งโหรวฟังอย่างไร
ทันใดนั้นท้องฟูาเหนืออาณาจักรวอหลิวกลับมีเมฆที่สายฟูาแลบปลาบ ปรากฏขึ้นแล้วลดตัวลงต่ำอย่างรวดเร็ว
“หยวนจิ่วชวน!”
——