ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 905 อย่าได้บีบข้า!
ก้อนเมฆที่มีสายฟ้าแลบปลาบพุ่งเข้ามาอย่างเกรียงไกร เสียงอึกทึกดัง ไม่หยุด
“อู้!”
ชั่วพริบตานั้น ก้อนเมฆที่เต็มไปด้วยสายฟ้าก็พลันลดดิ่งลงมาจากปาก บ่อของอาณาจักรวอหลิว
ท่ามกลางก้อนเมฆสายฟ้า เงาร่างของหยวนจิ่วชวนผลุบๆ โผล่ๆ อยู่ ภายใน อำนาจน่าครั่นคร้าม
การมาถึงของเขาย่อมต้องสร้างความตกใจให้กับต้วนสือหู่อยู่แล้ว
ต้วนสือหู่เดินออกมาจากตำหนักโอ่อ่าของสำนักอักขระเทพ เมื่อเงย หน้าขึ้นมองจึงสังเกตเห็นเนี่ยเทียนทันที
ต้วนสือหู่ทะยานตัวขึ้นมาบนท้องฟ้า พริบตาเดียวก็ลดตัวลงมาอยู่ข้าง กายเนี่ยเทียน และยืนเคียงไหล่กับเขา
“คนผู้นั้น ใช่หยวนจิ่วชวนหรือไม่?” ต้วนสือหู่คำรามเบาๆ
เนี่ยเทียนสีหน้าเคร่งเครียด “ถูกต้อง”
เมฆสายฟ้าพลันพุ่งตัวเข้ามาในอาณาจักรวอหลิว แล้วหายเข้าไปในจุด ลึกของม่านน้ำที่มีรอยแยกห้วงมิติมากมายตัดสลับ
“เอ๊ะ คนอื่นๆ จากดินแดนดาวตกล่ะ?”
ต้วนสือหู่มองออกถึงความผิดปกติจึงมองซ้ายมองขวาไปรอบด้าน พลัง อำนาจของหยวนจิ่วชวนยิ่งใหญ่จนแม้แต่เขาเองก็ยังสัมผัสได้ แล้วพวก ฉีป๋ายลู่จะสัมผัสไม่ถึงได้อย่างไร
“ศิษย์พี่…” เนี่ยเทียนลังเลไปครู่ก็ตัดสินใจบอกอีกฝ่ายตามความเป็น จริง “พวกเขาจากไปแล้ว”
“จากไปแล้ว?” ต้วนสือหู่ตะลึง “จ้าวซานหลิงกลับมาแล้วหรือ? ทำไม ข้าถึงไม่รู้สึก?”
“ไม่ใช่จ้าวซานหลิง แต่เป็นศิษย์พี่หญิงเผยของข้าที่มาเยือนก่อนหน้า นี้” เนี่ยเทียนเล่ารายละเอียดให้อีกฝ่ายฟัง
ดวงตาของต้วนสือหู่ฉายประกายประหลาด “จ้าวซานหลิงผู้นั้น จำเป็นต้องใช้อาวุธล้ำค่าของห้วงมิติถึงจะทำให้ค่ายกลนำส่งแห่งมิติที่เขา จัดวางไว้โคจรข้ามผ่านดินแดนได้ ขอบเขตของนาง อยู่ไกลเกินกว่าจะ เทียบกับจ้าวซานหลิงได้ และมีหรือจะใช้มีดแสงห้วงมิติมาทำให้ค่ายกล กลับมาโคจรได้อีกครั้ง?”
ทว่าเนี่ยเทียนกลับเก็บเรื่องวัตถุดิบวิเศษระดับเพาะฟ้าไว้เป็นความลับ “รายละเอียด ข้าเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน”
“มาแล้ว แต่ก็จากไปอีกแล้ว…” ต้วนสือหู่มีสีหน้าประหลาด คิดอยู่ครู่ หนึ่งสีหน้าก็เปลี่ยนมาเป็นดีใจ “ในเมื่อค่ายกลนำส่งแห่งมิติสามารถใช้งาน ได้ หากกเจ้าฝ่าสู่เขตลี้ลับเมื่อไหร่ พอได้เข้าไปในพื้นที่มหัศจรรย์ที่ถูกปิด ผนึกแห่งนั้น เจ้าก็สามารถเข้าไปยังพระราชวังของพระราชวังโบราณ สะเก็ดดาวและฝึกเส้นทางแห่งดวงดาวได้สำเร็จน่ะสิ?”
“ถูกต้อง” เนี่ยเทียนตอบรับ
“ถ้าแบบนั้นก็ดี! ถ้าแบบนั้นก็ดี! ข้าก็บอกแล้วว่าบนโลกใบนี้ไม่มีใครที่ จนตรอกเสมอไป เจ้าคือบุตรแห่งดวงดาวคนที่เจ็ดของพระราชวังโบราณ สะเก็ดดาว รอจนเจ้ากลับไปถึงพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว ต้องสามารถ ทำให้พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวยอมรับสำนักอักขระเทพได้แน่นอน!” ต้ วนสือหู่กล่าวอย่างเต็มไปด้วยความหวัง
เรื่องประหลาดที่เกิดขึ้นกับเผยฉีฉี เขาไม่ได้ถามมากความ แล้วก็ไม่คิด อะไรมากด้วย
ที่เขาเป็นห่วงก็คือ เนี่ยเทียนจะสามารถฝึกเส้นทางแห่งดวงดาวของ พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวได้สำเร็จและเปิดทางให้กับดินแดนพงฟ้าได้ หรือไม่ต่างหาก
“หยวนจิ่วชวนผู้นั้น?” เนี่ยเทียนเอ่ยถาม
“ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขามาทำไม” ต้วนสือหู่ขมวดคิ้ว “เดิมทีเจ้า สำนักทองไพศาลคิดจะลอบโจมตีเขา ทว่าหลังจากที่ชนต่างเผ่าปรากฏตัว กันเป็นจำนวนมาก สำนักทองไพศาลก็เลยละทิ้งความคิดนี้ กองกำลังที่ฝึก ธาตุสายฟ้าซึ่งพึ่งพาสำนักทองไพศาลก็ได้ไปอยู่ที่สำนักทองไพศาล หมดแล้ว เกรงว่าหยวนจิ่วชวนเองก็คงไม่กล้าทำตัวเหลวไหล”
“แล้วทำไมเขาถึงได้มาอาณาจักรวอหลิว?” เนี่ยเทียนถามอย่างแปลก ใจ
“มารสายฟ้าผู้นี้น่าจะคิดหาวิธีไปจากดินแดนพงฟ้ากระมัง” ต้วนสื อหู่หรี่ตา เอ่ยคาดเดา “ผู้แข็งแกร่ง สัตว์วิเศษที่ฝึกวิชาสายฟ้าจำนวนมาก
ในดินแดนพงฟ้าล้วนถูกเขาสังหารไปหมดแล้ว ที่เหลืออยู่ก็ได้แต่ไปซ่อนตัว อยู่ในสำนักทองไพศาล เขาลงมือได้ยาก บวกกับที่ชนต่างเผ่ากำเริบเสิบ สานไปทั่ว เขาคงจะเตรียมไปหาเป้าหมายใหม่ที่ดินแดนอื่นล่ะมั้ง”
“ที่น่าแปลกก็คือ รอยแยกห้วงมิติและประตูข้ามอาณาจักรจำนวนมาก พากันแตกทลายและหายไปหมดแล้ว เขาคิดจะออกไปจากดินแดนพงฟ้า เกรงว่าคงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก”
“หากจะข้ามผ่านทางช้างเผือก เขาเองก็ยังไม่เลื่อนสู่แดนว่างเปล่า ก็ ย่อมต้องมีอันตรายอย่างแน่นอน”
“ต่อให้แย่งชิงเรือรบทางช้างเผือกมาได้ ก็มีความเป็นไปได้ที่จะไปเจอ ชนต่างเผ่าในทางช้างเผือกอันกว้างใหญ่ไพศาล”
ต้วนสือหู่วิเคราะห์ เขาคิดว่าการที่หยวนจิ่วชวนมาอาณาจักรวอหลิว น่าจะเป็นเพราะต้องการดูว่าในจุดลึกม่านน้ำของอาณาจักรวอหลิวมีรอย แยกห้วงมิติที่พิเศษซึ่งทำให้เขาไปจากที่นี่อย่างง่ายดายอยู่หรือไม่
เนี่ยเทียนเองก็คิดว่ามีความเป็นไปได้นี้สูงมาก
ทว่าครึ่งชั่วยามต่อมา หยวนจิ่วชวนกลับขยับเมฆสายฟ้าออกมาจากจุด ลึกของม่านน้ำ
กระแสจิตวิญญาณที่เป็นของเขาแผ่ไปเต็มเมฆสายฟ้าก้อนนั้นเพื่อรับ สัมผัสกับปราณจิตวิญญาณ
เนี่ยเทียนและต้วนสือหู่สองคนต่างก็รู้สึกเหมือนถูกคนแอบจับตามอง
“เป็นเขา เขาสัมผัสได้ถึงเจ้าและข้าแล้ว” ต้วนสือหู่สีหน้าหนักอึ้ง พลัน หันมามองยังหอเรือนหินหลังที่เป็นของสำนักอักขระเทพแล้วเอ่ยขึ้นว่า
“จิ่งโหรวไปที่สำนักอักขระเทพแล้ว ผู้อาวุโสเมิ่งหลีก็อยู่ที่นั่น หยวนจิ่วชวน ผู้นี้…”
ประโยคนี้ยังไม่ทันเอ่ยจบ เมฆสายฟ้าก้อนนั้นก็พลันหดเข้าหากันแล้ว ผสานเข้าไปในร่างของหยวนจิ่วชวน
หยวนจิ่วชวนพลันกลายร่างเป็นสายฟ้าพุ่งตัวมาตรงจุดนี้
เวลาสั้นๆ เพียงไม่กี่วินาที สายฟ้าที่หยวนจิ่วชวนแปลงกายออกมาก็ ข้ามผ่านระยะทางหลายหมื่นเมตรมาปรากฏตัวอยู่บนท้องฟ้าเหนือศีรษะ เนี่ยเทียนและต้วนสือหู่โดยตรง
หยวนจิ่วชวนก้มหน้าลง มองเห็นเนี่ยเทียนที่คุ้นหน้าคุ้นตาก็อึ้งไปครู่ “เป็นเจ้าอีกแล้วรึ?”
เนี่ยเทียนทำท่าเหมือนเผชิญศัตรูตัวฉกาจ เรียกโครงกระดูกปีศาจ เลือดออกมาก่อนโดยไม่เอ่ยคำใด
หลังจากโครงกระดูกปีศาจเลือด เกราะมังกรเพลิงก็บินออกมา เกราะสี แดงเข้มสวมทับลงบนร่างของเขา
“หึหึ” หยวนจิ่วชวนหัวเราะเสียงแปร่ง “หากข้าเดาไม่ผิด เจ้าน่าจะ เป็นบุตรแห่งดวงดาวอีกคนหนึ่งของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวกระมัง? เพียงแต่ว่าขอบเขตของเจ้าต่ำเกินไป เกรงว่าคงผ่านประสบการณ์การช่วง ชิงในประตูสวรรค์มาจึงได้รับการยอมรับจากพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว สินะ ตอนนี้เจ้าน่าจะยังข้ามผ่านเส้นทางแห่งดวงดาวไปไม่ได้ และคงยัง ไม่ได้กลับไปยังพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวเลยกระมัง?”
เขาบอกที่มาที่ไปของเนี่ยเทียนออกมาอย่างแน่ชัด พูดทุกเรื่องที่รู้ ออกมาหมด
เนี่ยเทียนเองก็ไม่ได้ปฏิเสธ เขาถึงขนาดเรียกเอาเรือดาราออกมา หลังจากวักมือบอกเป็นนัยให้ต้วนสือหู่เข้ามาในเรือดารา เขาถึงพูดว่า “ผู้ อาวุโสหยวน เจ้าและข้าไร้ความแค้นต่อกัน ข้าเองก็ไม่ได้ฝึกวิชาสายฟ้า ไม่ มีพลังสายฟ้าให้เจ้าได้ใช้ ทุกการกระทำของเจ้าในบ่อแห่งโชควาสนาที่ สนามรบสุ้ยเมี่ยก็ไม่เกี่ยวอะไรกับข้า ขอแค่เจ้าไม่ลงมือกับข้า ข้าก็ย่อมไม่ รบกวนเจ้า”
“ดูท่า เจ้าเด็กโม่ชิงเหลยนั่นคงเล่าสถานการณ์ของข้าให้เจ้าฟังอย่าง ละเอียดแล้วสินะ” หยวนจิ่วชวนยิ้มเสแสร้ง
เนี่ยเทียนพยักหน้ารับ ยังคงเงียบงัน แต่แอบเตรียมการรับมืออย่าง ลับๆ
ที่เขาไม่เรียกไข่มุกวิญญาณมืดออกมาก็เพราะรู้ดีว่าไข่มุกวิญญาณมืด คงไม่สามารถเล่นงานมารสายฟ้าที่อยู่เบื้องหน้าผู้นี้ได้
หยวนจิ่วชวนที่ชาติก่อนฝึกได้ถึงตบะแดนเอตทัตคะช่วงกลางและ เชี่ยวชาญเวทลับสายฟ้าหลากหลายชนิด ย่อมไม่กลัวการโจมตีทางจิต วิญญาณใดๆ ทั้งสิ้น
หยวนจิ่วชวนเห็นว่าเนี่ยเทียนเงียบจึงหัวเราะหึหึ
“ฟู่วๆ!”
สายฟ้าที่เล็กละเอียดราวเส้นใยบินออกมาจากในร่างของหยวนจิ่วชวน เหมือนมีจิตสำนึกเป็นของตัวเอง ก่อนจะมุดหายเข้าไปในหอเรือนหินที่เป็น ของสำนักอักขระเทพ
เนี่ยเทียนไม่เข้าใจการกระทำของเขา
“ยังมีค่ายกลนำส่งอยู่หลังหนึ่ง แถมยังข้ามผ่านดินแดนได้ด้วยหรือนี่!”
ดวงตาของหยวนจิ่วชวนเป็นประกาย พลันบังเกิดความสนใจ มองไป ยังหอเรือนหินที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าของตัวเองและสัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงค่ายกล นำส่งห้วงมิติขนาดใหญ่ที่จ้าวซานหลิงสร้างเอาไว้
“เดิมทีนึกว่าข้าคงต้องเปลืองแรงถึงจะไปจากสถานที่บ้าๆ อย่าง ดินแดนพงฟ้านี่ได้ คาดไม่ถึงว่าการเดินทางมายังอาณาจักรวอหลิวจะเป็น เรื่องที่ถูกต้องแล้ว!”
รอยแยกห้วงมิติมากมายที่อยู่นอกอาณาจักรวอหลิวซึ่งสามารถ เชื่อมโยงไปยังอาณาจักรของชนต่างเผ่าล้วนถูกทำลายไปหมดแล้ว
รอยแยกห้วงมิติส่วนหนึ่งที่เหลืออยู่ซึ่งค่อนข้างมั่นคงก็ถูกเผยฉีฉีดึงเอา พลังห้วงมิติออกไปหมด
รอยแยกห้วงมิติที่ยังเหลืออยู่ส่วนใหญ่ล้วนไม่มั่นคง หรือไม่ก็ไม่รู้ว่า เชื่อมโยงไปยังที่ใด
หยวนจิ่วชวนไม่เชี่ยวชาญเวทลับห้วงมิติ ต่อให้เป็นเขาเองก็ยังไม่กล้า บุ่มบ่ามเข้าไปในรอยแยกห้วงมิติที่ไม่มั่นคงพวกนั้น
ค่ายกลนำส่งแห่งมิติของสำนักอักขระเทพ สำนักทองไพศาลและสำนัก ภูเขาพันกระบี่ยังคงอยู่ ทว่าสถานที่ที่ค่ายกลนำส่งของสำนักภูเขาพันกระบี่
เชื่อมโยงไปเกรงว่าคงเป็นจุดที่มีเผ่าโครงกระดูกและสิ่งลี่เฟิงนั่งบัญชา การณ์
ค่ายกลอีกสองหลังเป็นของสำนักอักขระเทพและของสำนักทองไพศาล ทว่าตอนนี้ทั้งสองสำนักใหญ่ต่างก็มีผู้แข็งแกร่งรวมตัวอยู่ ทั้งยังมีแดน เอตทัคคะอยู่ด้วย
ซึ่งหยวนจิ่วชวนเองก็ไม่กล้าไปที่นั่นเหมือนกัน
การดำรงอยู่ของค่ายกลนำส่งแห่งมิติหลังที่สี่ ทำให้เขาที่หาวิธีอย่าง ยากลำบากมองเห็นความหวังที่จะออกไปจากดินแดนพงฟ้า
แถมค่ายหลังนี้ยังข้ามดินแดนได้ด้วย!
ดินแดนใหม่ที่จะไปเยือนต้องมีผู้ที่ฝึกวิชาสายฟ้าและสัตว์วิเศษที่กลืน กินสายฟ้าเป็นอาหารดำรงชีวิตอยู่อย่างแน่นอน!
สำหรับเขาแล้ว การไปยังดินแดนแห่งใหม่ก็หมายความว่าจะมีเหยื่อ จำนวนมากให้ล่า ซึ่งเขาสามารถดูดซับพลังสายฟ้ามาช่วยให้ฝ่าทะลุขั้นได้ เร็วขึ้น
เขาร้อนใจอยากเลื่อนสู่ขอบเขตสูงสุดของชาติก่อนเร็วๆ!
“ผู้อาวุโส!” เนี่ยเทียนพลันกระจ่างแจ้งถึงจุดประสงค์ของอีกฝ่ายจึง ตะโกนเสียงดัง “ค่ายยกลนำส่งแห่งมิติหลังนั้นเชื่อมโยงไปยังดินแดนดาว ตก ดินแดนดาวตกไม่มีเหยื่อที่เหมาะสมกับผู้อาวุโส! อีกอย่าง ดินแดนดาว ตกถือเป็นของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว ผู้อาวุโสโปรดตรองดูให้ดี!”
ดินแดนดาวตกถูกเนี่ยเทียนมองเป็นดินแดนของตัวเองนานแล้ว
หากหยวนจิ่วชวนที่เป็นมารสายฟ้าผู้นี้เข้าไปที่นั่น เกรงว่าคนมากมาย ที่ฝึกวิชาสายฟ้าคงต้องตายกันเป็นเบือ
ต่อให้มีเหลยเทียนฉี่ที่มีตบะแดนว่างเปล่าช่วงต้นนั่งบัญชาการณ์อยู่ใน ดินแดนดาวตก แต่ก็อาจจะเอาชนะหยวนจิ่วชวนไม่ได้ ขอแค่มีเวลาให้ หยวนจิ่วหยวน ให้เขาได้สั่งสมพลังที่มากพอ เขาก็จะสามารถเลื่อนขั้น ติดต่อกันได้อย่างไร้อุปสรรค เมื่อถึงเวลานั้นแม้แต่เหลยเทียนฉี่เองก็คง กลายมาเป็นเหยื่อของคนผู้นี้ไปด้วย
“เป็นของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวงั้นรึ?” หยวนจิ่วชวนแสยะปาก หัวเราะ “ขอแค่ข้าไม่สังหารบุตรแห่งดวงดาวอย่างเจ้า พระราชวังโบราณ สะเก็ดดาวก็ไม่มีทางลงมือไล่ล่าข้าเพียงเพราะผู้ที่ฝึกวิชาสายฟ้าของ ดินแดนในครอบครองแห่งหนึ่งตายไป”
พอกล่าวจบ หยวนจิ่วชวนก็บินลงมาอย่างอาจหาญ หมายจะเข้าไปยัง ห้องโถงที่อยู่ชั้นล่างของหอเรือนหิน
“ผู้อาวุโสอย่าได้บีบบังคับข้า!” เนี่ยเทียนตวาดเดือดดาล
“บีบบังคับเจ้าแล้วอย่างไร?” หยวนจิ่วชวนหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
——