ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 907 ต้องฆ่าให้ได้!
“อู้!”
เจดีย์ซวีหลิงบินออกมาแล้วลอยไปยังม่านน้ำที่อยู่รอบนอกของ อาณาจักรวอหลิว
รอยแยกห้วงมิติเส้นที่เชื่อมโยงไปยังสนามรบสุ้ยเมี่ยซึ่งกลับมาอุดตัน อีกครั้งมีแสงสว่างพร่างพราว ก่อนจะระเบิดออก
จ้าวซานหลิงมีสีหน้าผ่อนคลาย ยิ้มบางๆ “เอาล่ะ นับแต่นี้ไป ไม่ว่าใคร ก็ตามที่อยู่ในสนามรบสุ้ยเมี่ยก็อย่าหวังว่าจะได้เข้ามาในดินแดนพงฟูาอีก”
เขาทำลายรอยแยกห้วงมิติเส้นนั้นทิ้งไปโดยตรง
ต้วนสือหู่ยิ้มเจื่อน “รอยแยกห้วงมิติเส้นนั้นระเบิดออก เกรงว่าวันหน้า คนของดินแดนพงฟูาก็อย่าหวังว่าจะได้เข้าไปสนามรบสุ้ยเมี่ยง่ายๆ อีก เช่นกัน”
“ทิ้งรอยแยกห้วงมิติเส้นนั้นไว้หาใช่เรื่องดีสำหรับดินแดนพงฟูา” จ้าว ซานหลิงเอื้อมมือคว้าจับเจดีย์ซวีหลิงที่ร่วงลงมาจากที่สูง ก่อนที่มันจะ หายไปจากกลางฝุามือของเขา “ข้าสามารถอาศัยอาวุธล้ำค่าห้วงมิติชิ้นนี้ เข้ามา หากคนอื่นมีวัตถุห้วงมิติลักษณะเดียวกันก็สามารถทำให้รอยแยก ห้วงมิติที่ไม่มั่นคงกลับมาโล่งโปร่งในเวลาสั้นๆ และเดินทางมาถึงที่นี่ได้อีก ครั้ง”
ต้วนสือหู่ถอนหายใจเบาๆ หนึ่งที แล้วก็ไม่ได้พูดอะไรมากความอีก
“ผู้อาวุโสจ้าว ท่านเจออะไรมาในสนามรบสุ้ยเมี่ยหรือ? ทำไม ท่านถึง ได้รับบาดเจ็บหนักขนาดนี้?” เนี่ยเทียนเอ่ยถาม
จ้าวซานหลิงขมวดคิ้วน้อยๆ “เรื่องมันยาว”
เขาไม่มีท่าทีที่จะอธิบายให้ฟัง กลับเป็นฝุายถามเนี่ยเทียนเสียเองว่า “เกิดเรื่องอะไรในดินแดนพงฟูา? เหตุใดอาณาจักรวอหลิวถึงได้เปลี่ยวร้าง เช่นนี้ ไม่มีผู้แข็งแกร่งอยู่เลยแม้แต่คนเดียว”
“ชนต่างเผ่าเข้ามารุกราน…” เนี่ยเทียนบอกที่มาที่ไปให้เขาทราบ
“ตระกูลสิ่ง สิ่งลี่เฟิง!” ดวงตาจ้าวซานหลิงฉายปราณสังหาร “เขายังมี ชีวิตอยู่? พาเผ่าโครงกระดูกเข้ามาโจมตีสำนักภูเขาพันกระบี่?”
ต้วนสือหู่เอ่ยแทรก “เขาไม่เพียงแต่ยังมีชีวิตอยู่ ยังเลื่อนสู่แดนว่าง เปล่าช่วงท้ายแล้วด้วย”
“แดนว่างเปล่าช่วงท้าย… ” จ้าวซานหลิงสูดลมหายใจหนึ่งครั้ง ก่อน แค่นเสียงขึ้นจมูก “แดนว่างเปล่าช่วงท้ายแล้วอย่างไร? ขอแค่ไม่ใช่แดน เอตทัคคะ ข้าก็สามารถฆ่าเขาได้!”
เนี่ยเทียนตะลึง “ท่าน?”
“สาเหตุหนึ่งที่สำคัญที่ข้าต้องการไปสนามรบสุ้ยเมี่ยก็คือสังหารคน ตระกูลสิ่ง ในเมื่อเจ้าเด็กสิ่งปุายนั้นตายด้วยน้ำมือเจ้าก็ยังพอทำเนา นึกไม่ ถึงว่าสิ่งลี่เฟิงผู้นั้นจะยังมีชีวิตอยู่ ข้าไม่ได้พบเขาตอนอยู่ในสนามรบสุ้ยเมี่ย แต่ข้าไม่มีทางยอมเลิกราง่ายๆ แน่! ” จ้าวซานหลิงกล่าวด้วยน้ำเสียงแข็ง กระด้าง
เนี่ยเทียนเองก็เข้าใจว่าเรื่องที่ตระกูลสิ่งคบคิดกับเผ่าโครงกระดูก สังหารเจินฮุ่ยหลันคือปมในใจของจ้าวซานหลิง
เมื่ออยู่ในดินแดนดาวตก จ้าวซานหลิงผู้นี้มองดูเหมือนวางตัวโอหัง ไม่ แยแสผู้ใด ขนาดจ้าวลั่วเฟิงพี่ชายแท้ๆ ของเขา เขาก็ยังไม่ไว้หน้า แต่เขาก็ ไม่ใช่คนแล้งน้ำใจ
เนี่ยเทียนเคยเห็นว่าเขาโกรธแค้นและเศร้าสลดแค่ไหนหลังจากที่ปูาย หน้าหลุมศพของซวีอิงหลงอาจารย์ของเขาถูกทำลาย
ด้วยเหตุนี้เขายังลงมือกับตระกูลเหลยที่ยึดครองสำนักอาวุธอย่างไม่ เห็นแก่หน้าใคร
บางทีซวีอิงหลงอาจารย์ของเขา และยังมีเจินฮุ่ยหลันที่ไม่เห็นว่าเขา เป็นศิษย์พี่อาจเป็นคนสองคนบนโลกใบนี้ที่เขาห่วงใยมากที่สุด
เจินฮุ่ยหลันตายเพราะตระกูลสิ่ง นับตั้งแต่นาทีที่เขารู้ข่าวนี้เขาก็ กลับมาที่เทือกเขาฮว้านคงแล้วบุกตามไปยังเส้นทางที่เจินฮุ่ยหลันจากไป จนกระทั่งเข้ามาถึงดินแดนพงฟูาอย่างไม่สนใจสิ่งใด
เมื่อรู้ว่าสิ่งปุายและสิ่งลี่เฟิงจากตระกูลสิ่งถูกเผ่าโครงกระดูกรับตัวไป และอาจไปปรากฏตัวที่สนามรบสุ้ยเมี่ย เขาก็เข้าไปที่สนามรบสุ้ยเมี่ยอีก ครั้ง
อันที่จริงเขาเองก็เหมือนกับเผยฉีฉีที่คิดแต่จะแก้แค้นชำระหนี้เลือด ให้แก่เจินฮุ่ยหลัน
“สิ่งลี่เฟิง!”
พอคิดมาถึงตรงนี้ เนี่ยเทียนก็พลันตัวสั่นสะท้าน เข้าใจได้ทันทีว่าเหตุ ใดเผยฉีฉีถึงอยู่ต่อในดินแดนพงฟูาเป็นเวลานาน
เผยฉีฉีน่าจะรู้ว่าสิ่งลี่เฟิงก็อยู่ที่นี่ นางจึงเตร็ดเตร่ไปทั่วทุกพื้นที่ใน ดินแดนพงฟูา ตามหารอยแยกห้วงมิติทุกเส้น ประตูข้ามอาณาจักรทุกบาน เพื่อเพิ่มพลังการต่อสู้ที่แข็งแกร่งให้กับวัตถุดิบวิเศษระดับเพาะฟูาชิ้นนั้น เพิ่มพลังตบะให้กับตัวเอง เกรงว่าคงเป็นเพราะนางคิดจะสังหารสิ่งลี่เฟิงให้ จงได้!
เขาตระหนักได้ทันทีว่า เผยฉีฉีน่าจะคิดอาศัยดินแดนพงฟูามาสะสม พลังของตัวเอง!
“แดนว่างเปล่าช่วงท้าย สิ่งลี่เฟิงผู้นั้น… ” เนี่ยเทียนก้มหน้าลงต่ำ รู้สึก ละอายใจเล็กน้อย “ผู้อาวุโสเจินดีกับข้าไม่น้อย ข้าเองก็คิดอยากสังหารสิ่ง ลี่เฟิงผู้นั้น เพียงแต่ว่าพอนึกถึงตบะของเขา และยังมีมหาราชาสายเลือด ระดับเก้าของเผ่าโครงกระดูก ข้าจึงคิดว่าควรวางแผนในระยะยาว รอให้มี พลังมากพอจนแน่ใจแล้วค่อยไปจัดการกับสิ่งลี่เฟิง”
“แค่เจ้ามีใจก็ดีแล้ว อีกอย่างเจ้าได้ฆ่าสิ่งปุายไปแล้วด้วย” จ้าวซานห ลิงกวาดตามองเขาหนึ่งครั้ง ก่อนจะกล่าวเรียบๆ “ส่วนเรื่องสิ่งลี่เฟิงผู้นั้น เจ้าไม่จำเป็นต้องสนใจ ด้วยขอบเขตของเจ้าในตอนนี้ คิดจะฆ่าเขา ก็ไม่มี ความหวังแม้แต่เสี้ยวเดียวจริงๆ นั่นแหละ”
“ผู้อาวุโสจ้าว สิ่งลี่เฟิงผู้นั้น ท่านมั่นใจจริงๆ หรือว่าจะฆ่าเขาได้?” ต้ วนสือหู่เองก็ถูกความปรารถนาแห่งการเข่นฆ่าลุกลามมายังจิตใจเช่นกัน “ข้าได้ข่าวมาว่าสิ่งลี่เฟิงคนนี้แยกจากเผ่าโครงกระดูกไปอยู่ในอาณาจักรที่
คนตระกูลสิ่งเคยใช้ชีวิตแล้ว เพียงแต่ท่านเองก็บอกแล้วว่า ได้รับบาดเจ็บ สาหัสตอนอยู่สนามรบสุ้ยเมี่ย…”
“เขาแยกกับเผ่าโครงกระดูกแล้วรึ?” จ้าวซานหลิงตะโกนขึ้นด้วย น้ำเสียงยินดี
ต้วนสือหู่พยักหน้ารับ
“ข้าได้รับบาดเจ็บตอนอยู่ในสนามรบสุ้ยเมี่ยจริงๆ นั่นแหละ แต่ว่าผล พวงที่ข้าได้รับมาจากตอนอยู่ในสนามรบสุ้ยเมี่ยก็มากมหาศาลเหมือนกัน!” จ้าวซานหลิงสูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้งแล้วหัวเราะหึหึ “อาณาจักรวอ หลิวเองก็ค่อนข้างจะพิเศษ บวกกับที่ได้รับของบางอย่างมาจากในสนาม รบสุ้ยเมี่ย ข้าจึงสามารถฟื้นคืนสู่สภาพสูงสุดได้ในระยะเวลาสั้นๆ!”
“อีกทั้งข้ายังสามารถเลื่อนสู่แดนว่างเปล่าช่วงกลางได้ด้วย!”
“ไอ้หนูต้วน เจ้าจงจับตามองสิ่งลี่เฟิงผู้นั้นไว้ให้ข้า ไปตรวจสอบ ตำแหน่งที่เขาเคลื่อนไหวมาให้ชัดเจน! ให้เวลาข้าครึ่งเดือน ข้าจะต้องฟื้น คืนพลังกลับมาได้แน่นอน!”
“ฟิ้ว!”
พอกล่าวจบ จ้าวซานหลิงก็กลายร่างเป็นลำแสงเส้นหนึ่งหายวับเข้าไป ในม่านน้ำที่มีรอยแยกห้วงมิติตัดสลับซึ่งอยู่รอบนอกของอาณาจักรวอหลิว อย่างร้อนใจ
คราวก่อนที่เขาเลื่อนจากเขตวิญญาณช่วงท้ายสู่แดนว่างเปล่าก็ได้ไป อยู่ในรอยแยกห้วงมิติหนาแน่นของม่านน้ำเช่นกัน
“นับตั้งแต่ช่วงที่เข้าไปยังสนามรบสุ้ยเมี่ยก็เป็นเวลาแค่ห้าหกปีเท่านั้น พวกเจ้าสามารถเลื่อนขั้นได้ไวไม่นับว่าน่าแปลก ” ต้วนสือหู่มีสีหน้า ประหลาด “แต่เขาเพิ่งจะเลื่อนสู่แดนว่างเปล่าช่วงต้นได้ไม่นานกลับบอก ว่าจะยังเลื่อนขั้นสู่แดนว่างเปล่าช่วงกลางอีกครั้งในช่วงเวลาสั้นๆ เขาไป เจออะไรในสนามรบสุ้ยเมี่ยมากันแน่ แล้วได้รับผลพวงอะไรมาถึงได้มีความ มั่นใจมากขนาดนี้?”
เนี่ยเทียนส่ายหัวแสดงว่าไม่รู้
“เขาฝึกวิชาห้วงมิติ ในมือมีวัตถุล้ำค่าชิ้นนั้น มันชื่อว่าเจดีย์ซวีหลิง… ” ต้วนสือหู่พึมพำกับตัวเอง “เจดีย์ซวีหลิง ลัทธิจิตตวิสุทธิ์” (ลัทธิจิตตวิสุทธิ์ ชื่อภาษาจีนคือซวีหลิงเจี้ยว)
ต้วนสือหู่พลันตัวสั่น “เจดีย์ซวีหลิงนั่นมีความสัมพันธ์อะไรกับลัทธิจิตต วิสุทธิ์?”
“เจดีย์ซวีหลิง ซวีหลิงจื่อ ลัทธิจิตตวิสุทธิ์…” เนี่ยเทียนตะลึง
ซวีหลิงจื่อคือผู้แข็งแกร่งอันดับที่ห้าของดินแดนปราการดวงดาว เชี่ยวชาญพลังห้วงมิติ ทว่าภายหลังที่เนี่ยเทียนทำความเข้าใจจึงรู้ว่าซวีห ลิงจื่อไม่ใช่ผู้ฝึกลมปราณที่ถือกำเนิดในดินแดนปราการดวงดาว
ห้าสำนักสามตระกูลของดินแดนปราการดวงดาวได้แก่สำนักฟูากลม สำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ สำนักคุมสัตว์ สำนักเขาสุขาวดี สำนักสามกระบี่ ตระกูล ฉู่ ตระกูลเจี่ยนและตระกูลกวาน กลุ่มอิทธิพลเหล่านี้ล้วนไม่ใช่สถานที่ที่ซ วีหลิงจื่อเคยปรากฏกาย
“หรือว่าซวีหลิงจื่อแห่งดินแดนปราการดวงดาว แท้จริงแล้วก็คือลูก ศิษย์ของลัทธิจิตตวิสุทธิ์? หรือว่าเจดีย์ซวีหลิงในมือของเขาเกี่ยวข้องกับ ลัทธิจิตตวิสุทธิ์?” เนี่ยเทียนแอบครุ่นคิด
เขาไพล่นึกไปถึงหินเทพคืนพลังก้อนหนึ่งที่ซ่อนอยู่ในซากโบราณสถาน ของซวีหลิงจื่อ
หินเทพคืนพลังไม่ใช่วัตถุธรรมดาทั่วไป ในดินแดนดวงดาวระดับกลาง แทบจะหาไม่เจอ แต่ซวีหลิงจื่อกลับสามารถเอาเทพคืนพลังก้อนหนึ่งมา ผสานรวมกับดินแดนของตัวเอง ซึ่งหินก้อนนั้นแตกออกไปพร้อมกับ ดินแดนของเขา
“บางทีเจดีย์ซวีหลิงที่อยู่ในมือของผู้อาวุโสจ้าวอาจจะเกี่ยวข้องกับลัทธิ จิตตวิสุทธิ์ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่สำนักใหญ่ที่เก่าแก่จริงๆ ก็ได้” เนี่ยเทียนนิ่งคิด ก่อนพูดว่า “หากเจดีย์ซวีหลิงคือวัตถุห้วงมิติที่ลัทธิจิตตวิสุทธิ์ชุบหลอม ขึ้นมาเอง ด้านในย่อมต้องประทับเวทลับของซวีหลิงจื่อเอาไว้ และเกรงว่า น่าจะเกี่ยวข้องกับลัทธิจิตตวิสุทธิ์”
“บวกกับที่เขาไปได้รับผลเก็บเกี่ยวอื่นจากในสนามรบสุ้ยเมี่ย ความเร็ว ในการฝุาทะลุขั้นของเขาน่าตะลึงขนาดนี้ก็หาใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เสียเลย”
เนี่ยเทียนพูดถึงการคาดเดาในใจออกมา
ต้วนสือหู่ตื่นตะลึงอย่างยิ่ง “ดินแดนดาวตกของพวกเราคือพื้นที่ มหัศจรรย์อย่างแท้จริง มีผู้ที่เชี่ยวชาญพลังแห่งเวลาเช่นอาจารย์ มีบุตร แห่งดวงดาวอย่างเจ้าที่ได้รับการยอมรับจากพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว และยังมีเผยฉีฉีที่ขอบเขตธรรมดา ทว่ากลับมีความสามารถในการสร้าง
ค่ายกลนำส่งข้ามดินแดน แล้วก็ยังมีคนประหลาดอย่างจ้าวซานหลิงที่ใน มือครอบครองเจดีย์ซวีหลิง”
เนี่ยเทียนหัวเราะเบาๆ หนึ่งที “ศิษย์พี่เองก็เป็นหนึ่งในคนมหัศจรรย์ เช่นกัน ท่านออกมาจากดินแดนดาวตก แต่กลับส่องประกายโดดเด่นอยู่ใน ดินแดนพงฟูา สร้างความตื่นตะลึงให้กับสำนักอักขระเทพ จนพวกเขายอม เปิดประตูรับท่าน ให้ท่านได้กลายเป็นศิษย์ผู้กล้าของสำนักอักขระเทพ”
“เมื่อเทียบกับพวกเจ้าแล้ว ข้ายังด้อยกว่าเยอะมาก” ต้วนสือหู่ถอน หายใจหนึ่งที “ตามความเห็นข้า คนอย่างเจ้า อาจารย์ เผยฉีฉี จ้าวซานห ลิงสี่คนนี้ วันหน้าต้องกลายมาเป็นดวงดาวที่โดดเด่น สักวันหนึ่งชื่อของ พวกเจ้าจะโด่งดังไปถึงดินแดนดวงดาวระดับสูงของเผ่ามนุษย์”
ไม่รอให้เนี่ยเทียนเอ่ยถ่อมตัว เขาก็โบกมือพูดว่า “เอาล่ะ เจ้าตั้งใจฝึก ตนไปเถอะ หวังว่าเจ้าจะเลื่อนสู่เขตลี้ลับในเร็ววัน สำนักอักขระเทพมองข้า เป็นเสาหลักค้ำยันสำนักในวันหน้า ข้าเองก็ไม่อยากเห็นสำนักอักขระเทพ ต้องล่มจมเพราะหายนะครั้งนี้”
เนี่ยเทียนพยักหน้ารับ “ข้าเข้าใจความคิดของศิษย์พี่”
หลังจากนั้นเขาก็อยู่ในอาณาจักรวอหลิว ใช้วัตถุดิบที่แฝงเร้นพลังจิต วิญญาณซึ่งจิ่งโหรวมอบให้มาสร้างร่างแยกวิญญาณร่างที่สามทั้งวันทั้งคืน หมายจะให้ร่างแยกวิญญาณที่สามก่อตัวขึ้นมาโดยเร็วที่สุด เพื่อฝึกเส้นทาง แห่งดวงดาวของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวให้เสร็จสิ้น
ส่วนต้วนสือหู่นั้นก็ไปจากอาณาจักรวอหลิว กลับไปยังฐานที่ตั้งของ สำนักอักขระเทพเพื่อบอกสถานการณ์ที่เกิดขึ้นล่าสุดให้สำนักอักขระเทพ รับรู้
จ้าวซานหลิงกลับมา ค่ายกลนำส่งถูกเปิดใช้ล่วงหน้า ขอแค่เนี่ยเทียน เลื่อนสู่เขตลี้ลับก็สามารถตามหาเส้นทางกลับคืนไปยังพระราชวังโบราณ สะเก็ดดาว นี่คือข่าวดีที่ทำให้คนฮึกเหิม เขาจึงต้องการไปปลอบใจสำนัก อักขระเทพ
——