ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 908 ฝ่าปราการ!
อาณาจักรอักขระเทพ
ต้วนสือหู่เดินทางมาถึงที่นี่โดยใช้ค่ายกลนำส่งของอาณาจักรวอหลิว
ตอนที่สำนักอักขระเทพยังไม่มาตั้งถิ่นฐานเป็นของตัวเองอยู่ที่นี่ อาณาจักรอักขระเทพมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่ง
ทว่าเมื่อสำนักอักขระเทพกลายมาเป็นสำนักของผู้ฝึกลมปราณเผ่า มนุษย์ที่ร้ายกาจที่สุดของดินแดนพงฟูา อาณาจักรแห่งนี้จึงถูกตั้งชื่อใหม่ให้ เป็นอาณาจักรอักขระเทพ
กลางนครที่กว้างใหญ่ไพศาล ต้วนสือหู่เดินออกมาจากค่ายกล มายืน อยู่บนดาดฟูาของหอเรือนหินที่สูงที่สุด ทอดสายตามองไปยังทิศไกล
บนท้องฟูาเหนือนครแห่งนี้มีอักขระห้าแสงหกสีที่ว่ายเวียนประดุจฝูง ปลา
บนผนังที่แข็งแกร่งเองก็สลักภาพค่ายกลที่ซับซ้อนและยิบย่อยเอาไว้ มากมาย มันคอยดูดซับปราณวิญญาณฟูาดินมาหล่อเลี้ยงสำนักอักขระเทพ ปกปูองนครเก่าแก่ที่มีอายุมานานหลายพันปีแห่งนี้
ลานกว้างในนครมีเรือรบทางช้างเผือกลำใหญ่มหึมาจอดอยู่สามลำ ลูก ศิษย์มากมายของสำนักอักขระเทพต่างก็ถูกจัดตัวให้เข้าไปอยู่ข้างในนั้น
“ท่านพี่ ท่านพ่อกำลังรอท่านอยู่”
จิ่งโหรวมาหยุดอยู่ข้างกายต้วนสือหู่อย่างเงียบเชียบและเอ่ยขึ้นเบาๆ
ต้วนสือหู่พยักหน้ารับช้าๆ แล้วจึงไปพบจิ่งเฟยหยางเจ้าสำนักของ สำนักอักขระเทพพร้อมกับจิ่งโหรว
กลางตำหนักใหญ่ของสำนักอักขระเทพ เจ้าสำนักจิ่งเฟยหยางนั่งอยู่ ตรงตำแหน่งประธาน ภรรยาของเขานั่งนิ่งๆ อยู่ด้านข้าง ไม่ว่าจะเป็น บุคลิกหรือหน้าตาของนางก็มีส่วนคล้ายกับจิ่งโหรวมากถึงหกเจ็ดส่วน
ต่อให้จิ่งเฟยหยางนั่งอยู่เฉยๆ ก็ยังคงมีเรือนกายมหึมา ทว่าใบหน้า กลับหล่อเหลาไม่ธรรมดา มองดูแล้วน่าจะอายุประมาณสี่สิบกว่าปี ท่วงท่า สุภาพอ่อนโยน
เขาคือบุคคลอันดับหนึ่งของดินแดนพงฟูา มีตบะแดนเอตทัคคะช่วง ต้น!
สองข้างกายของจิ่งเฟยหยางมีผู้แข็งแกร่งแดนว่างเปล่ามากมายตั้งท่า รออย่างเคร่งเครียด เมิ่งหลีเองก็เป็นหนึ่งในนั้น
การมาถึงของต้วนสือหู่ทำให้เส้นสายตาของทุกคนมารวมกันที่ตัวเขา โดยอัตโนมัติ
“สือหู่ เจ้าไม่ได้อยู่ในอาณาจักรวอหลิวหรอกหรือ ทำไมถึงได้มาที่นี่ กะทันหัน?” จุดลึกในดวงตาที่เรียวยาวของจิ่งเฟยหยางมีอักขระ เคลื่อนไหว เขาเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มราวกับไม่รู้ว่ากองทัพพันธมิตรของภูตผี ปีศาจและอสูรกายกำลังขยับเข้ามาใกล้ทุกขณะ
“ค่ายกลนำส่งห้วงมิติที่เชื่อมโยงไปยังอาณาจักรเลี่ยคงได้ถูกเปิดใช้อีก ครั้งหนึ่งแล้ว” ต้วนสือหู่เอ่ยขึ้น
“ในที่สุดก็มีข่าวดีเสียที” จิ่งเฟยหยางหัวเราะเบาๆ หนึ่งที “คนที่ชื่อ จ้าวซานหลิงนั่นกลับมาแล้วใช่หรือเปล่า?”
ต้วนสือหู่พยักหน้ารับ “ใช่แล้ว”
สำหรับการที่เผยฉีฉีมาถึงแล้วแกะสลักลวดลายค่ายกลอย่างใหม่ลงไป ทำให้ค่ายกลนำส่งแห่งมิติที่เดิมทีต้องอาศัยเจดีย์ซวีหลิงเท่านั้นถึงจะ เดินทางไปยังอาณาจักรเลี่ยคงได้กลับมาโคจรอีกครั้ง เขาล้วนไม่ได้พูดถึง
เขาจงใจปิดบังเรื่องที่เผยฉีฉีเคยมา
“จ้าวซานหลิงกลับมาแล้ว คนที่ชื่อหยวนจิ่วชวนก็ถูกเขาใช้พลังห้วงมิติ ส่งเข้าไปในพื้นที่ห้วงมิติปั่นปุวน” ต้วนสือหู่อธิบาย
“หยวนจิ่วชวนมารสายฟูาถูกเขาเนรเทศส่งไปยังพื้นที่ห้วงมิติปั่นปุวน หรือนี่…” จิ่งเฟยหยางตะลึงงัน ก่อนจะพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม “เป็นข่าวดีอีก ข่าวหนึ่งแล้ว”
“ศิษย์น้องของเจ้าจะฝุาทะลุสู่เขตลี้ลับได้เมื่อไหร่?” เมิ่งหลีรีบถาม
จิ่งเฟยหยางมีท่าทีไม่รีบไม่ร้อน แต่เมิ่งหลีกลับรู้ดีว่าสภาพการณ์ของ ดินแดนพงฟูาย่ำแย่มากแล้ว
กองทัพใหญ่ของชนต่างเผ่าเคลื่อนที่ไปทั่วดินแดนพงฟูา อีกทั้งหลาย อาณาจักรยังเสียการปูองกัน คนมากมายถูกสังหาร
เวลานี้เรือรบทางช้างเผือกของภูตผีปีศาจและอสูรกายยังกำลัง ขับเคลื่อนมาที่อาณาจักรอักขระเทพด้วย
ผู้ที่มีขอบเขตต่ำของสำนักอักขระเทพล้วนขึ้นไปโดยสารอยู่บนเรือรบ ทางช้างเผือก และมีบางคนที่อาศัยประตูข้ามอาณาจักรลึกลับเดินทางไป ยังดวงดาวมอดดับบางส่วนของดินแดนพงฟูาก่อนแล้ว
ดวงดาวที่มอดดับย่อมไม่ได้รับความสนใจจากชนต่างเผ่า คนพวกนั้น จึงถือว่าปลอดภัยชั่วคราว
ทว่าดวงดาวที่มอดดับไม่สะดวกในการฝึกตน สำหรับผู้ที่มีขอบเขตต่ำ แล้ว สภาพแวดล้อมของดวงดาวที่มอดดับจึงเลวร้ายเกินไป ไม่เหมาะให้อยู่ นาน
“ศิษย์น้องกำลังตั้งใจฝึกตน ส่วนเรื่องที่ว่าจะเลื่อนขั้นได้สำเร็จเมื่อไหร่ นั้น ข้าเองก็ไม่รู้คำตอบที่แน่ชัดเหมือนกัน” ต้วนสือหู่แบมือ สีหน้าจนใจ “แต่ว่าพอจ้าวซานหลิงผู้นั้นรู้ว่าสิ่งลี่เฟิงแยกห่างจากเผ่าโครงกระดูกแล้ว เดินทางไปยังอาณาจักรเหออวิ๋นของตระกูลสิ่ง เขาก็เตรียมจะฉวยโอกาสนี้ สังหารสิ่งลี่เฟิง”
จิ่งเฟยหยางดวงตาเป็นประกาย “จ้าวซานหลิงผู้นี้มีความมั่นใจก็นับว่า ไม่แล้ว แต่เขาจะทำสำเร็จจริงๆ หรือ?”
“ตอนนี้สิ่งลี่เฟิงผู้นั้นคือแดนว่างเปล่าช่วงท้ายแล้วนะ! ” เมิ่งหลีอุทาน เบาๆ “แดนว่างเปล่าช่วงท้าย เว้นเสียแต่ว่าท่านเจ้าสำนักจะเดินทางไปเอง หาไม่แล้วคนที่มีระดับเดียวกันก็อาจไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา ต่อให้เอาชนะเขา ได้ก็ไม่มีความมั่นใจเต็มร้อยว่าจะสังหารเขาได้ เหตุใดจ้าวซานหลิงผู้นั้นถึง ได้มั่นใจขนาดนี้?”
“ข้าเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน” ต้วนสือหู่ลังเลอยู่ครู่ก็กล่าวว่า “แต่ศิษย์ น้องของข้าคาดเดาว่าเจดีย์ซวีหลิงที่อยู่ในมือจ้าวซานหลิวอาจจะเป็นวัตถุ
ของลัทธิจิตตวิสุทธิ์ที่หายสาบสูญไป วิชาและเวทลับที่เขาฝึกตนก็อาจมี ความเกี่ยวข้องกับลัทธิจิตตวิสุทธิ์!”
“ลัทธิจิตตวิสุทธิ์!”
ในตำหนักใหญ่ ผู้ฝึกลมปราณหลายคนของสำนักอักขระเทพที่พอได้ ยินเรื่องนี้ต่างก็พากันตกตะลึง
สายตาของคนมากมายเริ่มมีเปลวเพลิงแห่งความหวังลุกไหม้ขึ้นมาอีก ครั้ง
“ดินแดนดาวตกที่เป็นดินแดนกันดารห่างไกล ทว่ากลับมีคนประหลาด ปรากฏตัวอย่างต่อเนื่อง มีทั้งเนี่ยเทียน แล้วก็มีทั้งจ้าวซานหลิง!”
“เนี่ยเทียนมีความเกี่ยวข้องกับพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว จ้าวซานห ลิงมีวัตถุของลัทธิจิตตวิสุทธิ์อยู่ในครอบครอง ก็ไม่เท่ากับเกี่ยวข้องกับลัทธิ จิตตวิสุทธิ์ด้วยหรอกหรือ?”
“บางทีจ้าวซานหลิงผู้นั้นอาจจะสังหารสิ่งลี่เฟิงได้จริงก็ได้!”
“หายนะของดินแดนพงฟูามาจากเจ้าสิ่งลี่เฟิงผู้นั้น! เพราะเขาสมคบ คิดกับเผ่าโครงกระดูก เชิญให้มหาราชาสายเลือดระดับเก้าของเผ่าโครง กระดูกมาทำลายสำนักภูเขาพันกระบี่จนเสียหายอย่างหนัก!”
“หลังจากที่เขามาเยือน เรือรบทางช้างเผือกของชนต่างเผ่าถึงได้ทยอย กันปรากฏตัว คนผู้นี้มีโทษสมควรตาย!”
ผู้อาวุโสแดนว่างเปล่าจำนวนมากของสำนักอักขระเทพโหวกเหวก โวยวาย ต่างก็หวังให้จ้าวซานหลิงสังหารสิ่งลี่เฟิงผู้นั้นได้จริงๆ จะได้กำจัด ตัวหายนะที่ก่อให้เกิดความวุ่นวายของดินแดนพงฟูานี่ทิ้งไปซะ
“สิ่งลี่เฟิงสมควรตาย แต่การตายของเขามิอาจเปลี่ยนแปลง สถานการณ์ได้” พอจิ่งเฟยหยางอ้าปากพูด ทุกคนก็พากันเงียบงัน “ทาง ฝุายของสิ่งลี่เฟิง เจ้าให้คนไปจับตาดูและยืนยันตำแหน่งที่แน่ชัดของเขามา ให้ได้ ทว่าที่สำคัญที่สุดก็ยังคงเป็นเนี่ยเทียนศิษย์น้องของเจ้าอยู่ดี หากเขา เลื่อนสู่เขตลี้ลับได้ ก็จะได้ช่วยให้พวกเราติดต่อไปหาพระราชวังโบราณ สะเก็ดดาว”
“ต่อให้มหาราชาสายเลือดระดับเก้าของเผ่าภูตผีปีศาจและอสูรกาย เยื้องกรายมาถึงที่นี่ นครแห่งนี้ก็ยังพอจะยืนหยัดได้ระยะเวลาหนึ่ง”
“ค่ายกลใหญ่ที่เกิดจากอักขระจำนวนนับไม่ถ้วนซึ่งสำนักอักขระเทพสั่ง สมมานานหลายพันปี หาได้ถูกจู่โจมง่ายขนาดนั้น”
ต้วนสือหู่พยักหน้ารับ “ข้ารู้ว่าอะไรสำคัญ”
……
ผ่านไปอีกครึ่งเดือน
อาณาจักรวอหลิว บนดาดฟูาหอเรือนที่สำนักอักขระเทพยกให้กับเนี่ย เทียน
เมื่อได้รับการช่วยเหลือจากวัตถุดิบวิเศษที่มีพลังจิตวิญญาณซึ่งจิ่งโหรว มอบให้ ร่างแยกวิญญาณร่างที่สามของเนี่ยเทียนก็ก่อตัวได้สำเร็จในที่สุด!
ร่างแยกวิญญาณร่างที่สามประทับความลับมากมายที่เกี่ยวข้องกับพลัง แห่งดวงดาว
พอร่างแยกวิญญาณนี้ก่อตัวได้สำเร็จ เนี่ยเทียนก็พลันเกิดความรู้สึก มหัศจรรย์ ร่างแยกวิญญาณดวงดาวไม่เพียงแต่เชื่อมโยงกับน้ำวนดวงดาว
อย่างไร้อุปสรรค แม้แต่ตราประทับสะเก็ดดาวสามดวงของเนี่ยเทียนก็ยัง เปลี่ยนมาเป็นเปล่งประกายเพราะร่างแยกวิญญาณดวงดาวนี้ด้วย
ในตราประทับสะเก็ดดาวดวงที่สองมีอักขระบรรพกาลจำนวนมาก เปล่งวาบขึ้นมา
ตราประทับสะเก็ดดาวดวงที่สองเดิมทีบันทึกเวทลับสองอย่างเช่นจิต วิญญาณแห่งดวงดาวและโซ่ดวงดาวเอาไว้
ตอนนี้เมื่อมีอักขระบรรพกาลใหม่ลอยขึ้นมาก็หมายความว่าเวทลับที่ เกี่ยวข้องกับการชุบหลอมจิตวิญญาณอย่างใหม่ได้เผยตัวขึ้นมาอีกครั้ง
ร่างแยกวิญญาณดวงดาวเปล่งประกายระยิบระยับอยู่ในมหาสมุทรจิต วิญญาณของเนี่ยเทียน ซึ่งกำลังใช้จิตสำนึกที่เป็นอิสระมาจัดเรียงอักขระ บรรพกาลที่เกิดขึ้นมาใหม่และวิเคราะห์ความลี้ลับของพวกมัน
ขณะเดียวกันร่างแยกวิญญาณอีกสองดวงของเนี่ยเทียนก็กำลังขานรับ อยู่กับจิตวิญญาณของเขา
น้ำวนพลังวิญญาณสามลูกและโอสถวิญญาณที่อยู่ในมหาสมุทร วิญญาณจุดตันเถียนของเขาต่างก็ถูกกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
“อู้!”
ความรู้สึกที่เหมือนดวงวิญญาณหลุดออกจากร่างพลันเกิดขึ้นมาจาก ส่วนลึกในใจของเนี่ยเทียน
ขณะที่เขากำลังเลื่อนลอยก็เห็นว่าจิตวิญญาณที่แท้จริงได้ลอยออกมา จากกลางหว่างคิ้วของเขา
เมื่อจิตวิญญาณที่แท้จริงหลุดออกจากร่าง ดวงตาของเนี่ยเทียนก็ฉาย ความปิติยินดีอย่างบ้าคลั่ง
“เขตลี้ลับ!”
สัญลักษณ์ของเขตลี้ลับก็คือจิตวิญญาณที่แท้จริงสามารถหลุดออกจาก เรือนกายมาล่องลอยอยู่ข้างนอกได้
และก็มีเพียงจิตวิญญาณหลุดออกจากร่างได้เท่านั้นที่หากวันหน้าประ มือกับผู้แข็งแกร่งถึงจะมีความหวังว่า ถ้าเรือนกายดับสลาย จิตวิญญาณที่ แท้จริงจะกลับไปจุติแล้วมาฝึกตนใหม่
เพียงแต่ว่าเมื่อจิตวิญญาณที่แท้จริงของเขตลี้ลับลอยออกมาจากร่าง เนี่ยเทียนกลับรู้สึกอ่อนแรง
ราวกับว่าจิตวิญญาณที่แท้จริงของระดับนี้ยังไม่บริสุทธิ์มากพอ จึงไม่ สามารถหลุดออกมาจากเรือนกายที่มีเลือดเนื้อได้นานนัก
นี่ก็หมายความว่าหลังจากที่เรือนกายแหลกสลาย จิตวิญญาณที่แท้จริง ของเขตลี้ลับไม่สามารถล่องลอยอยู่ภายนอกได้ตามลำพังนานเกินไป
“จิตวิญญาณที่แท้จริงของเขตลี้ลับยังจำเป็นต้องผ่านการชุบหลอมอีก ครั้ง มีเพียงถึงเขตวิญญาณเท่านั้นที่บางทีถึงจะสามารถหลุดพ้น พันธนาการของเรือนกายออกไปอยู่ข้างนอกได้นาน”
เนี่ยเทียนพลันตระหนักได้ แล้วก็รับสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงครั้ง ใหญ่ในมหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียน
โอสถวิญญาณและน้ำวนพลังวิญญาณสามลูกต่างก็เกิดความปรารถนา ต่อพลังวิญญาณอย่างไร้ที่สิ้นสุด
จิตวิญญาณที่แท้จริงของเขาที่ลอยออกมาอยู่ข้างนอกได้แค่ไม่กี่วินาทีก็ หวนกลับคืนมายังมหาสมุทรจิตวิญญาณอย่างอ่อนแรง
“อู้ๆๆ!”
วัตถุดิบวิเศษมากมายมากองอยู่เบื้องหน้าเขา ไม่ว่าจะเป็นหยกวิเศษ หรือวัตถุดิบวิเศษธาตุต่างๆ ก็ล้วนปลดปล่อยคลื่นเคลื่อนไหวของพลัง วิญญาณออกมา
เขากลับมามีสติในชั่วพริบตา รู้ดีว่าเมื่อครู่นี้เป็นเพียงแค่การทำลาย ปราการได้ แต่ยังไม่ได้ข้ามผ่านขอบเขตมาอย่างสมบูรณ์แบบ
เขาเริ่มลืมเลือนทุกอย่าง เอาแต่คอยดึงพลังงานต่างธาตุจากในหยก วิเศษและวัตถุดิบวิเศษมายังมหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียน
แสงดาวเปล่งประกาย ทางช้างเผือกเหนืออาณาจักรวอหลิวที่มี ลักษณะเป็นปากบ่อมีพลังดวงดาวสาดส่องลงมาทีละนิด
พลังดวงดาวราวกับเกล็ดหิมะที่พอร่วงลงโดนร่างเขาก็หลอมละลายไป อย่างรวดเร็ว ก่อนจะมาปรากฏตัวอยู่ในน้ำวนดวงดาวกลางมหาสมุทร วิญญาณจุดตันเถียนของเขา
บุปผาเก้าดาราต้นนั้นส่องแสงเจิดจ้า คล้ายคอยช่วยให้เขาดึงเอาพลัง ดวงดาวมาได้เร็วมากขึ้น
ตอนที่ได้ใบไม้สามใบมาจากนครเผ่ามนุษย์หิน หยดพืชหญ้าในน้ำวน พืชหญ้าก็ปรารถนาจะได้เต็มเติมพลังพืชหญ้าอยู่ตลอดเวลา
เนี่ยเทียนหลับตา ตัดขาดความคิดวุ่นวายทั้งหมดในสมองแล้วตั้งหน้า ตั้งตารวบรวมพลังมาชุบหลอมโอสถวิญญาณและน้ำวนพลังวิญญาณสาม ลูก
——