ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 909 น ้ำวนแปลงเป็นโอสถ!
การฝุาปราการของขอบเขตใหญ่มักจะมีการเปลี่ยนแปลงทาง คุณลักษณะเกิดขึ้นเสมอ
ตอนที่เนี่ยเทียนเลื่อนจากเขตต้นสวรรค์สู่เขตสามัญ น้าวนพลัง วิญญาณเก้าลูกได้ผสานรวมเข้าด้วยกัน สุดท้ายก็ก่อตัวขึ้นมาเป็นโอสถ วิญญาณหนึ่งเม็ด
เขตต้นสวรรค์สู่เขตสามัญ จิตวิญญาณที่แท้จริงก่อตัว พลังจิตเกิดการ แปรสภาพกลายมาเป็นพลังจิตวิญญาณที่บริสุทธิ์
เขตสามัญเลื่อนสู่เขตลี้ลับก็มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเช่นกัน
เมื่อวัตถุดิบวิเศษธาตุเปลวเพลิง ธาตุไม้และหินดวงดาวจ้านวนมากถูก ดึงพลังออกไปอย่างรวดเร็ว น้าวนพลังวิญญาณสามลูกต่างธาตุของเนี่ย เทียนก็มีการเปลี่ยนแปลงมหัศจรรย์เกิดขึ้น
น้าวนพลังวิญญาณสามลูกรวมตัวกันขึ้นเป็นเม็ดโอสถเช่นกัน…
โอสถสามเม็ด หนึ่งสีขาว หนึ่งสีแดง หนึ่งสีเขียว
มีไอน้าลักษณะเป็นวงๆ คล้ายน้าวน คล้ายอากาศที่ล้อมวนอยู่นอก ดินแดนดวงดาวห่อหุ้มโอสถทั้งสามเม็ดเอาไว้
โอสถทั้งสามแบ่งออกเป็นดวงดาว เปลวเพลิง พืชหญ้าที่ก่อตัวกันขึ้นใน ลักษณะหยดของเหลว
มองปราดๆ เม็ดยาทั้งสามที่มีสีไม่เหมือนกันนี้ดูคล้ายดวงดาว มหัศจรรย์ที่เปล่งแสงอยู่ในจุดลึกของทางช้างเผือก
ส่วนมหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียนก็เหมือนดินแดนแห่งหนึ่งที่ด้านใน มีโอสถทั้งหมดสี่เม็ด
ยาเม็ดหนึ่งก็คือผลึกจากพลังวิญญาณที่บริสุทธิ์ ส่วนยาอีกสามเม็ดก็คือ ความลี้ลับที่มีธาตุดวงดาว เปลวเพลิงและพืชหญ้า
ในโอสถวิญญาณดวงดาวที่มีลักษณะเป็นของเหลวยังคงมีบุปผาเก้า ดาราฝังรากอยู่ด้านใน
ส่วนโอสถวิญญาณพืชหญ้าก็มีใบไม้เขียวขจีสามใบที่เป็นสีเดียวกับตัว โอสถ
มีเพียงโอสถวิญญาณเปลวเพลิงเท่านั้นที่ด้านในไม่มีสิ่งใด มีเพียงแก่น เปลวเพลิงร้อนระอุเท่านั้น
“น้าวนพลังวิญญาณสามธาตุก่อตัวกันขึ้นเป็นโอสถ เขตลี้ลับควรจะ เป็นอย่างนี้อยู่แล้วหรือ?”
เนี่ยเทียนรับสัมผัสอยู่กับตัวเองก็ค้นพบอย่างรวดเร็วว่าเมื่อเขาชักดึง พลังงานสามธาตุที่ต่างกันให้เข้าไปในมหาสมุทรวิญญาณ ไอน้าที่โอบล้อม ยาทั้งสามเม็ดเอาไว้ก็หมุนโคจรแล้วดึงเอาพลังเปลวเพลิง พืชหญ้า ดวงดาวออกมาช้าระล้างรอบแล้วรอบเล่า สุดท้ายถึงเปลี่ยนมันให้เป็น พลังงานที่มีลักษณะเป็นของเหลว ครั้นจึงกรอกเทเข้าไปในโอสถวิญญาณ
เมื่อโอสถวิญญาณทั้งสามเม็ดก่อก้าเนิดขึ้นมา ความเร็วในการดูดซับ วัตถุดิบวิเศษสามชนิดของเขาก็เพิ่มขึ้นถึงเจ็ดแปดเท่า
หินดวงดาวแบบเดียวกัน ก่อนหน้านี้เวลาที่เขาดึงพลังดวงดาวจากข้าง ใน จ้าเป็นต้องใช้เวลาหนึ่งเค่อ
ทว่าตอนนี้เมื่อมีโอสถวิญญาณดวงดาวอยู่ ความเร็วในการดูดซับพลัง ดวงดาวของเขาก็เพิ่มขึ้นมาอีกหลายเท่าตัว
จากนั้นเขาก็เริ่มทดลองกับหินธาตุเปลวเพลิงและหินธาตุไม้
ไม่นานเขาก็เข้าใจว่าความเร็วในการดูดซับวัตถุดิบวิเศษให้กับโอสถ วิญญาณเปลวเพลิงนั้นด้อยกว่าโอสถวิญญาณดวงดาวและโอสถวิญญาณ พืชหญ้า
สาเหตุของความต่างนี้ก็เพราะในโอสถวิญญาณดวงดาวมีบุปผาเก้า ดารา ในโอสถวิญญาณพืชหญ้ามีใบไม้สามใบนั้น
“บุปผาเก้าดาราและใบไม้สามใบนั้นน่าจะเป็นสมบัติล้าค่าที่เมื่ออยู่ใน โอสถวิญญาณจะช่วยให้โอสถวิญญาณชักน้าพลังงานมารวมกันได้เร็วขึ้น!”
เนี่ยเทียนกระจ่างแจ้งทันใด
นอกจากนี้ เขายังค้นพบด้วยว่าบุปผาเก้าดาราและใบไม้สามใบนั้นก็ได้ ดึงเอาแก่นดวงดาวและแก่นพืชหญ้าในโอสถวิญญาณสองเม็ดมาหล่อเลี้ยง ให้ตัวเองเติบโตเช่นกัน
บุปผาเก้าดาราและใบไม้สามใบที่มหัศจรรย์คล้ายภาชนะอีกสองใบที่ สามารถกักเก็บพลังดวงดาวและพลังพืชหญ้าไว้ได้
“ของสองอย่างนี้คล้ายคลึงกับบุปผาร่วมชีวิตของมู่ปี้ฉง มันพึ่งพาพลัง ดวงดาวและพลังพืชหญ้าของข้า เมื่อข้าแข็งแกร่ง พวกมันก็จะเติบโตตาม ข้าไปด้วย พร้อมๆ กับที่ค่อยๆ มีสติปัญญาเป็นของตัวเอง สักวันหนึ่งบางที ข้าอาจเชื่อมโยงจิตวิญญาณเข้ากับพวกมัน และสามารถสื่อสารกันได้อย่าง ไร้อุปสรรค”
“เมื่อถึงเวลานั้น ข้าก็จะเข้าใจประโยชน์ลี้ลับในการใช้งานพวกมันมาก ขึ้น หรืออาจถึงขั้นยืมพลังของพวกมันมาช่วยต่อสู้อย่างที่มู่ปี้ฉงใช้บุปผา ร่วมชีวิตด้วยก็เป็นได้!”
เนี่ยเทียนตื่นเต้นอย่างถึงที่สุด
เมื่อโอสถวิญญาณสามเม็ดอย่างเปลวเพลิง ดวงดาว พืชหญ้าก่อตัวได้ ส้าเร็จ การเปลี่ยนแปลงในมหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียนของเขาจึงค่อยๆ สงบลง
จากนั้นเขาก็มาส้ารวจมหาสมุทรจิตวิญญาณ
กลางมหาสมุทรจิตวิญญาณ นอกจากจิตวิญญาณที่แท้จริงแล้วยังมีร่าง แยกวิญญาณสามร่าง ซึ่งพวกมันก็คือจิตวิญญาณที่ตั้งตัวเป็นอิสระ มี สติปัญญาอย่างแท้จริง ด้านในนาบตราประทับต้นก้าเนิดจิตวิญญาณของ เขาเอาไว้
ร่างแยกวิญญาณสามารถติดต่อกับโอสถวิญญาณทั้งสามเม็ด และใช้ จิตส้านึกของตัวเองมาท้าความเข้าใจกับความลี้ลับของพลังเปลวเพลิง พืช หญ้าและดวงดาว
“สัญลักษณ์ของเขตลี้ลับ นอกจากจิตวิญญาณออกมานอกร่างได้แล้ว ยังสามารถบินไปกลางอากาศได้ด้วย!”
เนี่ยเทียนนิ่วหน้า ใช้พลังของโอสถวิญญาณและพลังของจิตวิญญาณที่ แท้จริงมาทดลองดูว่าหากไม่ใช้อาวุธวิเศษประเภทบิน เขาจะสามารถ ทะยานไปกลางอากาศได้หรือไม่
เมื่อความคิดบังเกิดขึ้น ความรู้สึกที่เหมือนจิตวิญญาณที่แท้จริง ล่องลอยอยู่ในส่วนลึกของร่างกายและพลังวิญญาณหลายชนิดห้อมล้อมไป ทั่วร่างก็พลันเกิดขึ้น
พลังวิญญาณช่วยประคับประคองให้จิตวิญญาณที่แท้จริงท้าท่าจะบิน ออกมา และร่างกายนี้ของเขาก็ค่อยๆ ลอยขึ้นได้ทีละนิดจริงดังคาด
ทว่าเมื่อท้าอยู่ได้ช่วงหนึ่ง เนี่ยเทียนกลับหน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ
เขาพบว่าขอแค่ร่างของเขาลอยขึ้นมาจากพื้น พลังวิญญาณของเขาก็ จะถูกเผาผลาญไปเป็นจ้านวนมาก
“อู้!”
ร่างของเขาบินออกไปจากดาดฟูาของหอเรือนหิน บินได้ครู่เดียวก็ จ้าต้องลดตัวลงมา
“การเผาผลาญพลังวิญญาณนี้รุนแรงเกินไปแล้ว!”
เขาขมวดคิ้ว ครุ่นคิดว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง
ผู้ฝึกลมปราณเขตลี้ลับคนอื่นๆ ที่พอเลื่อนสู่เขตลี้ลับแล้วต่างก็บินขึ้น ฟูากันได้อย่างสบายๆ ทั้งยังบินได้นานมาก ราวกับว่าขอแค่พลังวิญญาณ ไม่แห้งขอดก็สามารถบินได้ตลอดเวลา และความเร็วก็เร็วมากด้วย
แต่เขา ทั้งๆ ที่เลื่อนสู่เขตลี้ลับแล้วแท้ๆ แล้วก็บินได้แล้วด้วย ทว่าการ เผาผลาญพลังวิญญาณกลับรุนแรงผิดปกติ
“ร่างกายที่บินขึ้นมาย่อมต้องแบกรับการดึงรั้งจากพลังโน้มถ่วง ยิ่งร่าง หนักเท่าไหร่ พลังงานที่เผาผลาญไปก็เพิ่มขึ้นมากเท่านั้น และเรือนกายนี้ ของข้าก็แตกต่างจากมนุษย์ทั่วไปอย่างสิ้นเชิง ยิ่งผ่านการชุบหลอมนาน
เท่าไหร่ก็ยิ่งหนักราวหินเหล็ก ดังนั้นน้าหนักจึงมากกว่าคนทั่วไปไม่รู้ต่อกี่ เท่า”
“นี่ก็หมายความว่าหากข้าคิดจะสลัดการดึงรั้งของแรงโน้มถ่วงให้หลุด และสามารถบินอยู่กลางอากาศได้เป็นเวลานาน ก็ยิ่งจ้าเป็นต้องเผาผลาญ พลังงานมากกว่าเดิม”
“เดิมทีนึกว่าเมื่อเลื่อนสู่เขตลี้ลับแล้วก็ไม่จ้าเป็นต้องใช้เรือดารา คาดไม่ ถึงว่าจะยังไม่ได้”
พอคิดตก เนี่ยเทียนก็ยิ้มเจื่อนให้กับตัวเอง ตระหนักได้ว่าเนื่องจาก ร่างกายของเขาแข็งแกร่งเกินไป หลังจากเลื่อนสู่เขตลี้ลับ หากเขาคิดจะ ทะยานไปกลางอากาศเป็นเวลานานอย่างผู้แข็งแกร่งเผ่ามนุษย์คนอื่นๆ ก็ จ้าเป็นต้องเผาผลาญพลังงานมากมหาศาล
ถิ่นของส้านักอักขระเทพ นอกจากเนี่ยเทียนแล้วก็ไม่มีคนอื่นอยู่อีก
จ้าวซานหลิงหายเข้าไปในม่านน้าของอาณาจักรวอหลิวเกินครึ่งเดือน มานานแล้ว และเนี่ยเทียนก็เลื่อนสู่เขตลี้ลับได้อย่างราบรื่นแล้ว ทว่าจ้าว ซานหลิงกลับยังไม่มีความเคลื่อนไหว
เนี่ยเทียนค้นพบว่าแม้แต่ต้วนสือหู่ศิษย์พี่ของเขาที่ไปยังอาณาจัก อักขระเทพก็ยังไม่กลับมาเสียที
“ทางฝั่งของส้านักอักขระเทพจะเริ่มเปิดฉากต่อสู้กับชนต่างเผ่าแล้ว หรือเปล่า?”
เนี่ยเทียนครุ่นคิด แอบรู้สึกแปลกใจ
ที่ท้าให้เขาแปลกใจก็คือพวกหัวมู่ ฉีป๋ายลู่ที่จากไปต่างก็ไม่มีใคร กลับมาอีก ตามค้าบอกของหัวมู่คือรอให้พวกเขากลับไปดูสถานการณ์ทาง ดินแดนดาวตกแล้ว หากนานวันเข้าเนี่ยเทียนยังไม่ตามกลับไป พวกหัวมู่ก็ จะมาที่อาณาจักรวอหลิวเพื่อต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับเขา
“ดินแดนดาวตกคงไม่เกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้นหรอกกระมัง?”
เนี่ยเทียนเริ่มเป็นกังวล
เขาอยากจะรอให้ต้วนสือหู่และจ้าวซานหลิงกลับมาเสียก่อน เมื่อได้ พูดคุยกับคนทั้งสองแล้ว เขาก็จะกลับไปดูสถานการณ์ที่ดินแดนดาวตก
การที่จ้าวซานหลิงคิดจะสังหารสิ่งลี่เฟิง ตัวเขาเองก็อยากเข้าร่วมด้วย
เพียงแต่ว่าสิ่งลี่เฟิงผู้นั้นมีตบะแดนว่างเปล่าช่วงท้าย ต่อให้เขาเลื่อนสู่ เขตลี้ลับ มีของวิเศษมากมายให้ใช้ แต่เมื่อเผชิญหน้ากับสิ่งลี่เฟิง เขาก็ยังไม่ มีความมั่นใจอยู่ดี
เขายังถึงขั้นรู้สึกด้วยว่าหากตนเดินทางไปพร้อมกับจ้าวซานหลิงก็มี ความเป็นไปได้มากว่าจะเป็นตัวถ่วงให้กับจ้าวซานหลิง
“บางทีการรีบกลับไปยังอาณาจักรโพ่สุ้ย เปิดใช้ค่ายกลน้าส่งที่ เชื่อมโยงไปยังพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว ด้าเนินการฝึกเส้นทางแห่ง ดวงดาวของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวให้เสร็จสิ้นเสียก่อน ถึงจะเป็น เรื่องที่ส้าคัญที่สุด”
พอคิดมาถึงตรงนี้ ค่ายกลน้าส่งแห่งมิติที่อยู่ในหอเรือนหินของส้านัก อักขระเทพก็พลันเกิดคลื่นเคลื่อนไหว
ไม่นานนัก ต้วนสือหู่ก็เดินออกมาจากด้านใน
จิ่งโหรวก็มากับเขาด้วย
วินาทีที่คนทั้งสองเห็นเนี่ยเทียน ดวงตาก็ฉายประกายแห่งความยินดี อย่างบ้าคลั่ง “ศิษย์น้อง เจ้าเลื่อนสู่เขตลี้ลับส้าเร็จแล้วรึ?” ต้วนสือหู่ ตะโกนก้อง
“ข้าปฏิบัติหน้าที่ส้าเร็จโดยไม่ท้าให้ท่านผิดหวัง” เนี่ยเทียนตอบรับ ด้วยรอยยิ้ม
“ดี! ดียิ่งนัก!” ดวงตาของจิ่งโหรวมีประกายไฟแห่งความหวังลุกไหม้ “ตอนนี้ภูตผีปีศาจและอสูรกายต่างก็อยู่ที่อาณาจักรอักขระเทพ พวกเขา เริ่มโจมตีนครโบราณที่ตั้งของส้านักเราแล้ว! พวกเราอาศัยนครโบราณแห่ง นั้นต้านทานชนต่างเผ่าอย่างยากล้าบาก ทุกคนล้วนก้าลังรอคอยโอกาส พลิกฟื้นสถานการณ์! ข้ากับสือหู่มาที่นี่ก็เพราะอยากมาดูเจ้า นึกไม่ถึงว่า เจ้าจะเลื่อนขอบเขตได้แล้วจริงๆ!”
ต้วนสือหู่กล่าวอย่างเร่งร้อน “เจ้ารีบติดต่อไปหาพระราชวังโบราณ สะเก็ดดาวเถอะ!”
“ทางฝุายของจ้าวซานหลิง…” เนี่ยเทียนเอ่ยขึ้นเบาๆ
“พวกเราจะอยู่ที่อาณาจักรวอหลิว หากเขาออกมา พวกเราจะน้าทาง ให้เขาไปตามหาสิ่งลี่เฟิง ความเป็นความตายของสิ่งลี่เฟิงไม่ได้ส่งผล กระทบกับสถานการณ์ของดินแดนพงฟูาเท่าไหร่นัก มีเพียงศิษย์น้องเจ้า เท่านั้นที่หากติดต่อกับพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวได้ ดินแดนพงฟูาถึงจะ มีโอกาสลืมตาอ้าปาก!”
เนี่ยเทียนสูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้ง กล่าวว่า “ข้าเข้าใจแล้ว”
เขาจึงรีบก้าวเข้าไปยังค่ายกลน้าส่งขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงไปยัง อาณาจักรเลี่ยคงอย่างไม่ลังเลอีกต่อไป
——