ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 910 กำรจัดกำรของเผยฉีฉี!
“ช้าก่อน!”
น้าเสียงกังวานของจ้าวซานหลิงพลันดังลอยมาจากท้องฟูาที่อยู่เหนือ อาณาจักรวอหลิว
“ฟิ้ว!”
ทันใดนั้น ร่างของจ้าวซานหลิงก็พลันมาปรากฏตัวที่หน้าประตูหอเรือน หินซึ่งมีค่ายกลน้าส่งข้ามดินแดนหลังนั้นตั้งอยู่
สีหน้าของจ้าวซานหลิงฮึกเหิม ท่วงท่าล่องลอยประดุจเซียน ดวงตา เป็นประกายแห่งความมีชีวิตชีวา
มีดแสงห้วงมิติจ้านวนนับไม่ถ้วน ตัดสลับเข้าๆ ออกๆ กันอยู่ตรงเจดีย์ซ วีหลิงเหนือศีรษะของเขา
เจดีย์ซวีหลิงมีขนาดเท่าแค่ฝุามือ แต่กลับเหมือนจะสามารถชักน้าการ เปลี่ยนแปลงของห้วงมิติและสามารถฉีกกระชากห้วงมิติได้ตลอดเวลา
เนี่ยเทียนสีหน้าฮึกเหิม ตะโกนเสียงดัง “ท่านฝุาขอบเขตแล้วรึ?”
ดวงตาของต้วนสือหู่และจิ่งโหรวเองก็ฉายความปิติยินดี
ในสายตาของพวกเขา จ้าวซานหลิงที่มาจากดินแดนดาวตกก็คือตัว ประหลาดคนหนึ่ง
คนผู้นี้สามารถเลื่อนจากแดนว่างเปล่าช่วงต้นเข้าสู่ช่วงกลางได้ใน ระยะเวลาสั้นแสนสั้น ใช้อาวุธล้าค่าห้วงมิติในมือมาฝุาปราการห้วงมิติหนา
ชั้นที่กั้นขวางระหว่างอาณาจักรวอหลิวและอาณาจักรเลี่ยคง ท้าให้ค่ายกล น้าส่งมีความสามารถมหัศจรรย์ที่ข้ามผ่านดินแดนได้
ความสามารถเช่นนี้ แม้แต่ผู้ฝึกลมปราณที่เชี่ยวชาญพลังห้วงมิติใน ดินแดนพงฟูาของพวกเขาเองก็ยังไม่มี
“ฝุาขอบเขต ไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้น” จ้าวซานหลิงถอนหายใจหนึ่งที “เพราะข้าคิดง่ายเกินไปว่าจะฝุาขอบเขตได้ในระยะเวลาสั้นๆ แต่พอเอา เข้าจริงถึงได้พบว่าการสั่งสมพลังยังไม่มากพอ ข้าใช้เวลานานมากก็เพื่อ ฟื้นฟูพลัง และท้าความเข้าใจกับความลี้ลับของห้วงมิติอีกพักหนึ่ง แต่ก็ยัง หาโอกาสเหมาะๆ ในการฝุาทะลุขอบเขตไม่ได้”
“ไม่ได้เลื่อนขั้น…” ต้วนสือหู่ตะลึงไปครู่ “แล้วสิ่งลี่เฟิงผู้นั้นล่ะ?”
สิ่งลี่เฟิงมีตบะแดนว่างเปล่าช่วงท้าย ต่อให้จ้าวซานหลิงมีอาวุธล้าค่า อย่างเจดีย์ซวีหลิง หากมีแค่ตบะแดนว่างเปล่าช่วงต้น คิดจะสังหารสิ่งลี่เฟิง ผู้นั้นก็คงเป็นจริงไม่ได้เท่าไหร่นัก
“คิดจะสังหารสิ่งลี่เฟิง ไม่แน่เสมอไปว่าข้าต้องฝุาสู่แดนว่างเปล่าช่วง กลาง” จ้าวซานหลิงสีหน้าเย่อหยิ่ง “ข้าย่อมมีวิธีอื่นมาสังหารสิ่งลี่เฟิงผู้ นั้น!”
“แต่ว่า ก่อนหน้าที่จะเป็นเช่นนั้น ข้าต้องส่งเจ้ากลับอาณาจักรเลี่ยคง อย่างปลอดภัยเสียก่อน”
เนี่ยเทียนถามอย่างสงสัย “ข้ากลับอาณาจักรเลี่ยคงก็ไม่น่าจะมีปัญหา อะไรนี่นา”
“ก็ไม่แน่เสมอไป” จ้าวซานหลิงแค่นเสียงกล่าว
“ฟิ้ว!”
เจดีย์ซวีหลิงที่ลอยอยู่เหนือศีรษะเขาพลันบินเข้าไปยังหอเรือนหินและ พลิ้วตัวเข้าไปในค่ายกลน้าส่งห้วงมิติที่เขาจัดวางเอาไว้
มีดแสงห้วงมิติมากมายกลางเจดีย์ซวีหลิงปานประหนึ่งมีดที่สลัก ลวดลายใหม่ให้กับค่ายกลที่อยู่เบื้องล่าง
ค่ายกลใหม่เชื่อมโยงเข้ากับค่ายกลที่เผยฉีฉีสลักเอาไว้อย่างเงียบเชียบ
“ผู้อาวุโสจ้าว ท่าน…” เนี่ยเทียนไม่เข้าใจ
“ก็ไม่รู้ว่านังหนูนั่นฝึกตนอย่างไรถึงได้มีความรู้ต่อพลังห้วงมิติลึกซึ้ง ปานนี้ ในด้านการสร้างค่ายกล พรสวรรค์ของนางนับว่าน่าตะลึงเป็นอย่าง ยิ่ง” จ้าวซานหลิงหรี่ตาลง จ้องเขม็งไปที่ด้านล่างของค่ายกลน้าส่งและ อธิบายให้เนี่ยเทียนฟัง “ค่ายกลหลังนี้ ก่อนหน้านั้นข้ามองความลี้ลับของ มันได้ไม่ลึกซึ้งนัก แล้วก็เพราะการท้าความเข้าใจในคราวนี้ถึงท้าให้ข้า สัมผัสได้ถึงสิ่งใหม่และมองรายละเอียดของมันได้ชัดเจนขึ้น”
“ท้าไมหรือ?” เนี่ยเทียนถามอย่างแปลกใจ
“นังหนูเผยต้องการให้พวกเจ้ากลับไปยังดินแดนดาวตก และไม่ ต้องการให้พวกเจ้ากลับมาอีกแล้ว” จ้าวซานหลิงอธิบาย
เนี่ยเทียนยังคงไม่เข้าใจ
จ้าวซานหลิงแค่นเสียงในล้าคอก่อนหนึ่งที ถึงพูดว่า “ค่ายกลน้าส่งข้าม ดินแดน จะไปจะมาล้วนพิถีพิถัน ค่ายกลน้าส่งของอาณาจักรเลี่ยคง ข้าก็ เป็นคนสร้างขึ้นมา จึงถือว่าเป็นของข้า ค่ายกลนั่นนังหนูเผยไม่ได้สลัก
ลวดลายใหม่เข้าไป ด้วยเหตุนี้ค่ายกลน้าส่งของอาณาจักรเลี่ยงคงจึงไม่ สามารถเดินทางมายังอาณาจักรวอหลิวได้”
เนี่ยเทียนเข้าใจได้ในบัดดล เข้าใจความหมายแฝงในค้าพูดของเขา จึง กล่าวว่า “ท่านจะบอกว่าพวกเราได้แต่ไปยังอาณาจักรเลี่ยคงเท่านั้น แต่ ทางฝุายของอาณาจักรเลี่ยคงกลับเดินทางมายังอาณาจักรวอหลิวของเรา ไม่ได้?”
“ถูกต้องแล้ว” จ้าวซานหลิงพยักหน้ารับ “เว้นเสียแต่ว่าค่ายกลน้าส่ง นั่นจะมีการจัดเรียงลวดลายใหม่เช่นเดียวกัน ถึงจะสามารถเชื่อมโยงถึงกัน ได้”
“นอกจากนี้ แม้แต่ค่ายกลน้าส่งที่เชื่อมโยงไปยังอาณาจักรเลี่ยคงหลังนี้ ก็ยังไม่สามารถด้ารงอยู่ได้ตลอดกาล แต่สามารถจางหายไปได้ตลอดเวลา และเกิดการเปลี่ยนแปลงได้อย่างเงียบเชียบ”
“และตอนนี้ หากไม่ใช่ข้าลงมือปรับเปลี่ยน ค่ายกลน้าส่งหลังนี้ก็ยังไม่ สามารถส่งเจ้าไปยังอาณาจักรเลี่ยคงได้!”
พอเขากล่าวเช่นนี้ เนี่ยเทียนก็ยิ่งตกตะลึง
“นางท้าแบบนี้เพราะจงใจ” จ้าวซานหลิงบอกถึงความลับที่ซ่อนอยู่ ออกมาอย่างชัดเจน “นางท้าให้ค่ายกลเดินทางได้ แต่หาใช่จะมั่นคง ตลอดเวลา นั่นก็เพราะต้องการให้หลังจากพวกเจ้ากลับไปยัง อาณาจักรเลี่ยคงแล้ว ไม่สามารถกลับมายังดินแดนพงฟูาได้อีก นางไม่ ต้องการให้พวกเจ้าเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับภัยพิบัติในดินแดนพงฟูาครั้ง นี้”
“อีกอย่าง นางกังวลว่าหากค่ายกลหลังนี้ด้ารงอยู่นาน หากเผ่ามนุษย์ คนอื่นๆ หรือชนต่างเผ่ามาเจอเข้าก็อาจพากันเฮโลไปยังอาณาจักรเลี่ยคง”
เนี่ยเทียนเข้าใจได้อย่างกระจ่างแจ้ง “ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง”
เผยฉีฉีท้าเช่นนี้เพราะนางเป็นกังวลว่าดินแดนดาวตกจะเจอหายนะ เพราะดินแดนพงฟูา
นางต้องการให้พวกเนี่ยเทียนกลับไป แล้วไม่สามารถหวนกลับมาได้อีก และก็ไม่ต้องการให้คนของดินแดนพงฟูาอาศัยค่ายกลน้าส่งหลังนี้เดินทาง ไปถึงดินแดนดาวตก
หากผู้ฝึกลมปราณเผ่ามนุษย์ของดินแดนพงฟูาถูกชนต่างเผ่าโจมตีจน แตกพ่าย ย่อมต้องหาวิธีหลบหนีไป
เมื่อถึงเวลานั้น ก็มีความเป็นไปได้มากว่าส้านักอักขระเทพและส้านัก ทองไพศาลจะพุ่งเปูาไปยังค่ายกลน้าส่งที่เชื่อมโยงกับดินแดนดาวตก
อันที่จริงพอส้านักอักขระเทพรู้ว่ามีค่ายกลหลังหนึ่งที่สามารถเดินทาง ข้ามผ่านดินแดน ก็มีคนคิดอยากจะไปดินแดนดาวตกจริงๆ
หากส้านักอักขระเทพถูกภูตผีปีศาจ อสูรกายโจมตีจนแตกพ่ายจริงๆ คิดจะหลบเคราะห์ครั้งนี้ให้พ้น การส่งคนส่วนหนึ่งไปหลบภัยที่ดินแดนดาว ตกก็นับว่าเป็นทางออกที่ไม่เลว
“ข้าจะส่งเนี่ยเทียนไปที่นั่น” จ้าวซานหลิงเหลือบมองต้วนสือหู่แวบ หนึ่ง สีหน้าของเขาเฉยชา “ช่วงเวลาที่พวกเราจากไป ทางที่ดีที่สุดพวกเจ้า ควรเฝูาค่ายกลน้าส่งที่เชื่อมโยงไปยังดินแดนดาวตกและอาณาจักรเลี่ยคงนี้ ให้ดี หากมีคนของส้านักอักขระเทพและส้านักทองไพศาลเข้าไปที่นั่น หรือ
มีชนต่างเผ่าก้าวเข้าไปในดินแดนดาวตก ข้าจะเปลี่ยนแปลงค่ายกลน้าส่ง แห่งมิติอีกหลังที่ข้าจัดวางไว้ในดินแดนดาวตก จะไม่ยอมให้ใครเข้าไป เด็ดขาด!”
ต้วนสือหู่ตะลึง รีบกล่าว “ข้าจะเฝูามันให้ดี!”
ค้าเตือนของจ้าวซานหลิงก็คือไม่ต้องการให้ผู้ฝึกลมปราณของดินแดน พงฟูาหรือชนต่างเผ่าอาศัยค่ายกลนี้เดินทางไปยังดินแดนดาวตก
หากมีคนอื่นโผล่หน้าเข้าไปในอาณาจักรเลี่ยคง เขาก็จะเปลี่ยนแปลง ค่ายกลตัดขาดความสัมพันธ์กับอาณาจักรวอหลิว!
ท้าเช่นนี้ก็เพื่อปูองกันไม่ให้ดินแดนดาวตกเผชิญหายนะของดินแดนพง ฟูา
“ผู้อาวุโสโปรดวางใจ พวกเราไม่มีทางปล่อยให้ใครฉวยโอกาสนี้บุกเข้า ไปแน่นอน!” จิ่งโหรวแสดงท่าที
จ้าวซานหลิงพยักหน้ารับอย่างพึงพอใจ ครั้นจึงพาเนี่ยเทียนเดินเข้าไป ในค่ายกล
ค่ายกลจึงท้าการโคจรทันที
“อู้ๆๆ!”
กลางม่านแสงระยิบระยับ เงาร่างของเนี่ยเทียนและจ้าวซานหลิงค่อยๆ เปลี่ยนมาเป็นพร่าเลือน ก่อนจะหายไปกลางอากาศ
อาณาจักรเลี่ยคงที่ไม่ได้กลับมานาน
เนี่ยเทียนและจ้าวซานหลิงสองคนปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าพระราชวัง หลังใหญ่ที่มีเพียงเนี่ยเทียนเท่านั้นถึงจะเปิดออกได้ ค่ายลของที่นั่นก็คือ ค่ายกลที่เชื่อมโยงกับอาณาจักรวอหลิวซึ่งจ้าวซานหลิงย้ายมาไว้
หลี่หลางเซิงนั่งอยู่ข้างค่ายกล พอเห็นเนี่ยเทียนก็ตัวสั่นเยือก ลุกพรวด ขึ้นยืนทันใด
“นายน้อยเนี่ย!” หลี่หลางเฟิงมีสีหน้าตื่นเต้น “ในที่สุดท่านก็กลับมา เสียที!”
มองเห็นหลี่หลางเฟิง เนี่ยเทียนเองก็อารมณ์ดีไม่น้อย จึงกล่าวด้วย รอยยิ้ม “สถานการณ์ของดินแดนดาวตกเป็นอย่างไรบ้าง?”
“ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไร” หลี่หลางเฟิงตอบอย่างนอบน้อม “ก่อน หน้านี้ไม่นานท่านหัวมู่ และยังมีพวกจงเจิงจากหอหันปิง ฉีป๋ายลู่จากส้านัก อาวุธล้วนกลับออกมาจากค่ายกลน้าส่งหลังนี้ เมื่อหลายวันก่อนพวกเขายัง ส่งคนให้ไปตามหาข่าวคราวของท่าน พวกเขากลับมาได้ไม่นานก็คิดจะ กลับไปที่อาณาจักรวอหลิวอีกครั้ง แต่ทดลองอยู่หลายครั้งกลับพบว่าค่าย กลหลังนี้ไม่สามารถส่งพวกเขาไปยังอาณาจักรวอหลิวได้ ดังนั้นจึงล้มเลิก ความตั้งใจ ก้าชับข้าว่าหากมีข่าวของท่านให้แจ้งพวกเขาทราบทันที”
“เป็นอย่างนี้จริงเสียด้วย” เนี่ยเทียนเข้าใจได้โดยพลัน
ก่อนหน้านี้เขาเองก็แปลกใจว่าเหตุใดหลังจากพวกหัวมู่ จงเจิงกลับมา ดินแดนดาวตกแล้วถึงยังไม่กลับไปหาเขาเสียที
พอได้ฟังค้าอธิบายจากจ้าวซานหลิงและหลี่หลางเฟิง เขาจึงข้าใจว่าหา ใช่พวกหัวมู่ไม่อยากกลับไปช่วยเขา แต่เป็นเพราะไปไม่ได้ต่างหาก
“พวกฝานข่ายและจ้าวลั่วเฟิงแห่งวิมานสวรรค์ก็น่าจะทยอยกันกลับ มาแล้วกระมัง?” เนี่ยเทียนถามอีกครั้ง
“ยังเลย” หลี่หลางเฟิงส่ายหัว “ตอนที่ท่านหัวมู่มาถึงก็ถามเช่นนี้ แต่ พวกฝานข่ายกลับไม่ได้กลับมาจากเส้นทางอื่น หรือกลับมาจากค่ายกลของ ตระกูลเหลยในดินแดนปราการดวงดาว”
“ท้าไมถึงเป็นอย่างนี้ไปได้?” เนี่ยเทียนขมวดคิ้ว
ภายใต้การจัดการของต้วนสือหู่ พวกฝานข่ายได้ใช้ค่ายกลของส้านัก ทองไพศาลเดินทางไปยังอาณาจักรที่ใกล้กับดินแดนปราการดวงดาวมาก ที่สุด ไล่ตามทิศทางที่พวกบรรพบุรุษหุนเทียนจากไป เพื่อกลับไปยัง ดินแดนปราการดวงดาว
นับเวลาดูแล้วพวกเขาควรจะกลับมาถึงอย่างราบรื่นนานแล้วถึงจะถูก
“หรือว่าตอนที่พวกฝานข่ายเดินทางไปยังดินแดนปราการดวงดาวแล้ว เกิดอุบัติเหตุอะไรขึ้น?” เนี่ยเทียนนิ่งคิด ก่อนจะถามอีกว่า “ทางฝุายของ ตระกูลเหลยมีข่าวบอกหรือไม่ว่าพวกเยว่เหยียนสี่จากส้านักไฟศักดิ์สิทธิ์ กลับไปถึงอย่างปลอดภัยนานแล้ว?”
“เยว่เหยียนสี่กลับมาถึงส้านักไฟศักดิ์สิทธิ์นานแล้ว ทั้งยังส่งข่าวมา บอกตระกูลเหลยว่าหากตระกูลเหลยมีข่าวของท่านให้รีบแจ้งเขาทันที ” หลี่หลางเฟิงแสดงท่าที
“พวกเยว่เหยียนสี่กลับไปยังดินแดนปราการดวงดาวอย่างราบรื่นแล้ว ทว่าพวกฝานข่าย จ้าวลั่วเฟิงกลับยังไม่มาถึงเสียที แปลกจริง” จ้าวซานห ลิงเองก็ตะลึงอย่างเห็นได้ชัด
แต่เพียงแค่ครู่เดียว จ้าวซานหลิงก็กลับมาเยือกเย็นดังเดิม เขาหันมา พูดกับเนี่ยเทียนว่า “ตอนนี้ข้าจะยังไม่เปลี่ยนโครงสร้างของค่ายกลน้าส่ง หลังนี้ จะยังให้มันเชื่อมโยงไปยังอาณาจักรวอหลิวได้ดังเดิม ข้าจะอยู่ใน ดินแดนดาวตกพักหนึ่งเพื่อเก็บรวบรวมวัตถุดิบวิเศษ และหลอมอาวุธที่ สามารถสังหารสิ่งลี่เฟิงได้”
“รอจนอาวุธหลอมส้าเร็จแล้ว ข้าจะมาที่นี่อีกครั้ง รอเจ้ากลับมาแล้ว เราก็กลับไปยังอาณาจักรวอหลิวพร้อมกัน”
“เจ้าสั่งให้คนมาเฝูาที่นี่เอาไว้ หากมีคนของดินแดนพงฟูาหรือชนต่าง เผ่าเข้ามาที่นี่ก็จงสังหารคนที่มาทิ้งซะ และท้าลายค่ายกลหลังนี้ทิ้งไปได้ เลย”
สั่งความเสร็จ จ้าวซานหลิงก็แหวกอากาศ พลิ้วกายจากไป
——