ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 92 เสมือนอยู่กันคนละโลก
เทือกเขาชื่อเหยียน
ภูเขาหัวโล้นสามลูกเรียงกันเป็นรูปตัวอักษร “พิ่น[1]” ท่ามกลางภูเขาทั้งสามลูกนั้นมีหุบเขาขนาด้ยักษ์อยู่แห่งหนึ่ง ประตู สำานักของหอหลิงเป่าตั้งอยู่ตรงจุด้นั้น
ในหุบเขามีหอเรือนหินสูงตระหง่าน บนทางหินที่กว้าง ขวางมีกระแสคนหลั่งไหลไม่ขาด้สาย
บนผนังของภูเขาสามลูกที่ล้อมรอบหอหลิงเป่ามีถ้ำาหิน จำานวนมาก และมักจะมีคนของหอหลิงเป่าเด้ินเข้าๆ ออกๆ ถ้ำาหิน เหล่านั้นอยู่ตลอด้เวลา
ถ้ำาหินนี้คือถ้ำาที่อยู่ของช่างหลอมอาวุธวิเศษของหอ หลิงเป่า
ช่างหลอมอาวุธวิเศษที่เด้ินเข้าไปในถ้ำา แต่ละคนล้วน แต่งกายอย่างพิถีพิถัน ภูมิฐานสง่างาม
ทว่าช่างหลอมอาวุธที่เด้ินออกมาจากถ้ำากลับผมยุ่ง เป็นกระเซิง หน้าตากมสกปรกมอมแมม ช่างหลอมอาวุธ ที่เด้ินออกมาบางคนกมถืออาวุธวิเศษเอาไว้ในมือ หัวเราะร่าเสียงด้ัง บางคนคอตกเศร้าสร้อย ท่าทางราวกับบิด้ามารด้าเสีย
ตรงจุด้ทางเข้าทิศเหนือของหุบเขาคือประตูใหญ่ของ หอหลิงเป่า ตอนนี้มีรถม้าหรูหรามากมายทยอยกันเด้ินทางมาจาก สถานที่ห่างไกลนับพันลี้
อันซืออี๋แห่งตระกูลอันแต่งกายครบองค์หรูหรา บน ใบหน้างามพริ้งของนางเตมไปด้้วยรอยยิ้ม มองเหมนแขกมาถึงเมื่อ ไหร่กมจะต้องเข้าไปรับหน้าทักทาย จัด้การเรื่องปัญหาที่พักให้กับแขก ที่มา
นางที่สวมอาภรณ์สีแด้งสด้ บนข้อมือเรียวสวมกำาไลสี เงิน บนลำาคอขาวนวลห้อยจี้รูปหัวใจ ทุกอากัปกิริยาของนางล้วน แสด้งออกให้เหมนถึงภาพที่งด้งามที่สุด้ของสตรีคนหนึ่ง พาให้คนมอง คิด้ไปไกล
ทว่าถึงแม้นางจะยิ้มบางๆ อยู่ตลอด้เวลา แต่ในด้วงตา ของนางคล้ายจะมีความกังวลลึกล้ำาซุกซ่อนอยู่
ดู้จากตำาแหน่งของนางในหอหลิงเป่าในอด้ีต หอหลิง เป่าไม่มีทางให้นางต้องลำาบากมาคอยรับรองแขกเช่นนี้แน่นอน
ทว่าเนื่องจากงานประลองในโลกมายามรกตคราวที่ แล้ว นางซึ่งเป็นผู้รับผิด้ชอบของหอหลิงเป่าไม่ได้้สังเกตเหมนความ เคลื่อนไหวของสำานักภูตผีและสำานักโลหิตทันเวลา จนพวกอวี๋ถง โม่ ซีเข้าไปในโลกมายามรกตได้้ ทำาให้หุบเขาเทาพินาศย่อยยับกัน ทั้งหมด้ อีกทั้งสามฝ่ายที่เหลือต่างกมเสียหายอย่างใหญ่หลวง นั่นจึง ทำาให้ตำาแหน่งของนางในหอหลิงเป่าตกฮวบลงมา
เพื่อให้ความกระจ่างกับอีกสามสำานัก อันซืออี๋จึงถูก ลงโทษลด้ตำาแหน่งให้ตกต่ำาจนต้องมาทำาหน้าที่รับแขกอยู่หน้าประตู สำานัก
นางที่หลายปีมานี้อยู่ในหอหลิงเป่าอย่างราบรื่น ได้้รับ ความสำาคัญจากเจ้าหอมาโด้ยตลอด้ แทบจะไม่เคยเจออุปสรรคอันใด้
เนื่องจากการให้ความสำาคัญของเจ้าหอ พวกตาแก่ใน หอหลิงเป่าที่คิด้ชั่วร้ายต่อนางจึงพากันเกมบงำาความคิด้เอาไว้ ไม่กล้า กำาเริบเสิบสาน
คราวนี้เนื่องด้้วยบกพร่องในหน้าที่ที่โลกมายามรกต เจ้าหอที่คอยปกปองให้ท้ายนางมาตลอด้กมคล้ายจะเริ่มกังขาความ สามารถในการจัด้การของนาง จึงปลด้ตำาแหน่งผู้ควบคุมของนาง ออก
พวกตาแก่ของหอหลิงเป่าที่น้ำาลายไหลทุกครั้งเมื่อเหมน ความงามของนาง จึงพากันเคลื่อนไหวทันที
ช่วงที่ผ่านมานี้ คนเหล่านั้นล้วนส่งคนมาหยั่งเสียงของ นางทั้งแบบทางลับและทางแจ้ง เผยความต้องการว่าอยากผูกสมัคร เป็นคู่บำาเพมญตนกับนาง
นางปฏิเสธติด้ต่อกันไปแล้วหลายรอบ และกมต้องพบว่า สภาพของนางในหอหลิงเป่ายิ่งเปลี่ยนมาเป็นยากแค้นมากขึ้น
“งานเลี้ยงฉลองครั้งนี้ต้องห้ามมีปัญหาใด้เกิด้ขึ้นเด้มด้ ขาด้ มิฉะนั้น…ต่อไปกมจะยิ่งลืมตาอ้าปากได้้ยากแล้ว” อันซืออี๋แอบ พูด้กับตัวเองอยู่ในใจ
“กุบกับ! กุบกับ!”
สัตว์เขาทองสามตัวลากรถลากคันใหญ่ค่อยๆ เคลื่อน มาจากทางทิศเหนือ
บนรถลาก ซางปิ่งแห่งหุบเขาเทาใบหน้านิ่งสนิทดุ้จ ผิวน้ำา มองอันซืออี๋อย่างเยมนชา
ข้างกายซางปิ่ง หยวนเสียนเหลือบมองอันซืออี๋ครั้ง เด้ียวกมตวาด้ขึ้นอย่างดุ้ด้ันทันที: “อันซืออี๋ เจ้ายังมีหน้ามาต้อนรับ พวกเราอีกรึ? หากไม่เป็นเพราะเจ้า เฟิงเอ๋อของข้ากมคงไม่ตายอยู่ใน
โลกมายามรกต! เป็นเพราะเจ้าไม่สังเกตเหมนความเคลื่อนไหวของ สำานักภูตผีและสำานักโลหิต ถึงได้้ทำาให้เฟิงเอ๋อร์ของข้าต้องตาย!”
หยวนเสียนคือน้องสาวแท้ๆ ของหยวนเฝิงชุนประมุข ตระกูลหยวนแห่งเมืองหันสือ
หยวนเฟิงที่นำาผู้ประลองของหุบเขาเทาเข้าไปในโลก มายามรกตคือหลานชายแท้ๆ ของหยวนเฝิงชุน หยวนเสียนที่ยังไม่ ได้้แต่งงานจึงมองหยวนเฟิงเป็นเหมือนหลานชายแท้ๆ ของตัวเอง
หยวนเฟิงสามารถถูกหุบเขาเทามองเป็น “เมลมด้พันธุ์” นอกจากพรสวรรค์ของตัวเขาเองที่ไม่ธรรมด้าแล้ว ยังมีสาเหตุมา จากนางด้้วย
หยวนเฝิงชุนแห่งตระกูลหยวน แม้จะถือว่าเป็นบุคคลที่ มีหน้ามีตาคนหนึ่งในบรรด้าตระกูลใหญ่มากมายของเจมด้เมือง ทว่า เมื่อเทียบกับน้องสาวคนนี้ของเขาแล้ว เรียกได้้ว่าหยวนเฝิงชุนนั้น ไม่มีค่าพอให้พูด้ถึงเลยสักนิด้
หยวนเสียนมีพรสวรรค์ที่ไม่ธรรมด้ามาตั้งแต่เด้มก ตอนนี้ นางจึงได้้กลายมาเป็นเจ้าหุบเขาที่ห้าของหุบเขาเทา
หุบเขาเทา มีทั้งหมด้ห้าหุบเขาเขา แม้ว่านางจะเป็น เจ้าหุบเขาที่อยู่อันด้ับสุด้ท้าย ทว่าในหุบเขาเทา นางกมเป็นบุคคล หมายเลขห้าที่มีฐานะสูงศักด้ิ์
และกมเพราะการด้ำารงอยู่ของนาง ในบรรด้าตระกูลใต้ บังคับบัญชาของหุบเขาเทา ตระกูลหยวนถึงได้้มีอิทธิพลแขมงแกร่งถึง เพียงนั้น
และกมเพราะนาง ตระกูลหยวนถึงได้้กลายมาเป็นตระกูล ใหญ่อันด้ับหนึ่งของเมืองหันสือ
ปีนั้นที่ตระกูลอวิ๋นหย่าขาด้เนี่ยเฉี่ยน ให้อวิ๋นจื้อกั๋ว แต่งงานกับหยวนชิวอิ๋ง กมเป็นเพราะมองเหมนความสำาคัญตำาแหน่งที่ พิเศษของนางในหุบเขา เพราะยังไงซะ ตระกูลอวิ๋น และตระกูลหยวนต่างกมเป็นตระกูลในสังกัด้ของหุบเขาเทา
“ผู้อาวุโสหยวน การตายของหยวนเฟิงนั้น…เป็นฝีมือ ของสำานักภูตผีและสำานักโลหิต คงไม่เกี่ยวข้องอะไรกับข้ากระมัง? หากท่านคิด้จะแก้แค้น ควรจะไปหาสำานักภูตผีและสำานักโลหิต เหตุ ใด้ต้องทำาให้ข้าลำาบากใจด้้วย?” อันซืออี๋ยิ้มเจื่อน ฝืนกล่าวด้้วยรอย ยิ้ม
“สำานักภูตผีและสำานักโลหิตข้าย่อมไม่ปล่อยไปอยู่ แล้ว!” ด้วงตาของหยวนเสียนราวกับน้ำาแขมง “แต่เจ้าเองกมปัด้ความ รับผิด้ชอบไม่พ้น! หากไม่เป็นเพราะเจ้าทำาหน้าที่บกพร่อง ไม่สังเกต เหมนความเคลื่อนไหวของสำานักภูตผีและสำานักโลหิต มีหรือที่พวกเขา
จะเข้าไปในโลกมายามรกตได้้? เมื่อพวกเขาเข้าโลกมายามรกตไปไม่ ได้้ แล้วจะเกิด้เรื่องกับเฟิงเอ๋อร์หรือ?”
พูด้มาถึงตรงนี้หยวนเสียนกมหยุด้ไปครู่หนึ่ง มองอันซืออี๋ ด้้วยสีหน้ามาด้ร้าย อยู่ๆ กมพูด้ขึ้นว่า: “แม่หนูอัน หากเจ้าคิด้จะใช้ ความงามตั้งตัวอยู่ในอาณาจักรหลีเทียน กมจงรีบหาที่พึ่งพิงที่ร้ายกาจ เสียหน่อย ข้าได้้ยินมาว่า…ในสำานักของเจ้ามีพวกตาแก่ที่แก่หง่อมจน ใกล้จะตายอยู่แล้วรู้สึกพึงใจเจ้าไม่น้อย เจ้าจงรีบยอมพวกเขาไป เถอะ”
“ผู้หญิงอย่างเจ้านอกจากความงามแล้ว กมไม่มีอะไรที่ ได้้เรื่องอีก”
“หากเจ้ากลายเป็นภรรยาหลวงหรือภรรยาน้อยของตา แก่พวกนั้น เหมนแก่หน้าพวกเขา บางทีข้าอาจจะไม่ทำาอะไรเจ้า แต่…หากไม่มีคนปกปองเจ้า ด้้วยตำาแหน่งของเจ้าในหอหลิงเป่าตอน นี้ ข้าย่อมมีวิธีจัด้การกับเจ้าแน่!”
หยวนเสียนพูด้เรื่องน่าขายหน้าภายในหอหลิงเป่าออก มาต่อหน้าทุกคนอย่างไม่มีการไว้หน้ากันแม้แต่นิด้
หลังจากที่อันซืออี๋ได้้ยินประโยคนี้สีหน้านางกมเปลี่ยนไป อย่างเหมนได้้ชัด้ ใจนางอยากจะตอกกลับไปสักสองสามประโยค ทว่า พอนึกถึงสภาพของตัวเองในตอนนี้จึงได้้แต่ข่มกลั้นเอาไว้
นางสังเกตเหมนว่าสายตาของลูกศิษย์หลายคนในหอ หลิงเป่ารอบกายที่มองนางตอนนี้เปลี่ยนมาเป็นแปลกประหลาด้เลมก น้อย
นางตระหนักได้้ทันทีว่าเรื่องวุ่นวายที่นางพบเจอช่วงนี้ แท้จริงแล้วมันได้้ค่อยๆ แพร่ออกไปท่ามกลางความไม่รู้ตัวของนาง
“ผู้อาวุโสหยวน รีบเข้าไปด้้านในเถิด้เจ้าค่ะ” อันซืออี๋ ค้อมตัวน้อยๆ บอกเป็นนัยให้ซางปิ่งและหยวนเสียนเข้าด้้านใน
“ตระกูลอันของพวกเจ้ารากฐานตื้นเขินยิ่งนัก ในหอ หลิงเป่า ตระกูลอันของพวกเจ้าไม่มีผู้อาวุโสอยู่แม้แต่คนเด้ียว กลับ กลายเป็นว่าต้องพึ่งพาเจ้าและน้องสาวผู้นั้นของเจ้า ตระกูลอันถึงจะ ตั้งตัวได้้มั่นคงในเมืองเฮยอวิ๋น” หยวนเสียนกลับไม่รีบร้อนที่จะ เข้าไป นางยังคงนั่งอยู่บนรถลาก มองเหยียด้มายังอันซืออี๋ พูด้ด้้วย น้ำาเสียงเยมนชา: “หากเจ้าสูญเสียอำานาจในหอหลิงเป่า น้องสาวของ เจ้า ตระกูลอันของเจ้าล้วนต้องเด้ือด้ร้อนไปด้้วย แม่หนูอัน เจ้าจง พิจารณาให้มากเข้าไว้เพื่อน้องสาว เพื่อตระกูลอันของเจ้าเถอะ”
“ขอบคุณผู้อาวุโสหยวนที่เป็นห่วง” อันซืออี๋ขมวด้คิ้ว พูด้
เมื่อหยวนเสียนพูด้ถึงขนาด้นี้ ในใจนางจึงมั่นใจแล้ว
นางรู้ว่าในบรรด้าคนที่หลงใหลในความงามของนาง มี คนหนึ่งที่สนิทสนมกับหยวนเสียนไม่น้อย ประโยคนี้ของหยวนเสียน แปด้เก้าส่วนกมคือพูด้เพื่อคนผู้นั้น
ความหมายของอันเสียนกมคือขอแค่นางยอมคนผู้นั้น อย่างว่าง่าย หยวนเสียนกมจะไม่คิด้เลมกคิด้น้อยกับการที่นางบกพร่อง ในหน้าที่ที่โลกมายามรกตอีก
มิฉะนั้น หยวนเสียนกมจะซักไซ้เอาความผิด้ต่อไป ใช้วิธี การอื่นๆ พุ่งเปอามาที่นาง พุ่งเปอามาที่ตระกูลอัน
ทว่าพอนึกถึงสภาพน่าขยะแขยงของคนผู้นั้น นางกม ขนลุกขนชันไปหมด้ หนาวเยือกไปทั้งร่าง
“เจ้าคิด้ดู้ด้ีๆ เถอะ” หยวนเสียนมองนางด้้วยสายตา เยมนชาหนึ่งครั้งแล้วโบกมือ บอกเป็นนัยให้ซางปิ่งลงจากรถ เตรียม ตัวเข้าไปด้้านใน
และเวลานี้เอง พลันมีเสียงร้องแว่วเบาด้ังลอยมาจาก จุด้ลึกของชั้นเมฆ
หลังจากที่ทุกคนซึ่งรวมตัวกันอยู่หน้าหอหลิงเป่าได้้ยิน เสียงนั้นจึงเงยหน้าขึ้นมองโด้ยอัตโนมัติ
ไม่นานนัก พวกเขากมองเหมนว่าท่ามกลางชั้นเมฆ มีเงา ร่างของสัตว์วิเศษตัวหนึ่งค่อยๆ ปรากฏขึ้น
“อู้!”
ลมแรงระลอกหนึ่งพัด้ผ่าน สัตว์วิเศษที่อยู่ในชั้นเมฆตัว นั้นกมเหยียบลงบนพื้นอย่างมั่นคง
สัตว์เขาทองสามตัวของหุบเขาเทาที่ลากรถคันใหญ่ พอได้้ยินเสียงร้องกมตัวสั่นสะท้าน ค่อยๆ นั่งหมอบลงไป
“สัตว์สายฟอานิลกาฬ!”
ด้้านหน้าหอหลิงเป่า หลายคนที่พอมองเหมนสัตว์วิเศษ ตัวนั้นเยื้องกรายมาเยือนกมหน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ
แม้แต่หยวนเสียนและซางปิ่งแห่งหุบเขาเทา พอมอง เหมนสัตว์สายฟอานิลกาฬตัวนั้นค่อยๆ ร่วงลงมากมพลันเงียบกริบทันที
“ที่นี่กมคือหอหลิงเป่าหรือ?”
บนร่างของสัตว์สายฟอานิลกาฬพลันมีเสียงประหลาด้ใจ เสียงหนึ่งด้ังลอยมา ทุกคนหันไปเพ่งมองถึงได้้พบว่าที่แท้มีเด้มกหนุ่ม รูปร่างบึกบึนคนหนึ่งนั่งอยู่บนหลังของสัตว์สายฟอานิลกาฬ
“คือ คือเขา?” อันซืออี๋ตะลึง
“เอาะ พี่หญิงอัน!” เนี่ยเทียนมองไปรอบด้้านจึงสังเกต เหมนอันซืออี๋ทันที เขาโบกมือหยอยๆ ให้อันซืออี๋จากบนหลังของสัตว์ สายฟอานิลกาฬ พูด้ด้้วยรอยยิ้ม: “ไม่เจอกันนานเลยนะ!”
“ครึ่งปีแล้วสินะ” อันซืออี๋ตอบด้้วยรอยยิ้มน้อยๆ
“เขากมคือเด้มกคนนั้นของตระกูลเนี่ย” ทางฝั่งของ หุบเขาเทา ซางปิ่งที่อยู่บนรถแนะนำาให้หยวนเสียนฟังด้้วยสีหน้า เรียบเฉย
หยวนเสียนมองเนี่ยเทียนด้้วยสายตาลึกล้ำาหนึ่งครั้ง แล้วพยักหน้าเบาๆ ไม่ได้้พูด้อะไรอีก
“ลูกศิษย์ของตาแก่อู พวกเราจะไปหาเรื่องไม่ได้้ ต่อ ไป…ควรต้องให้ตระกูลอวิ๋นสำารวมกิริยาหน่อยหรือไม่?” ซางปิ่งพูด้ ขึ้นอีกครั้ง
หยวนเสียนไตร่ตรองอยู่ชั่วครู่จึงกล่าวว่า: “แม้ว่า หยวนชิวอิ๋งจะเป็นหลานสาวของข้า แต่สตรีที่ออกเรือนกมเหมือนน้ำาที่ สาด้ออกไป ข้าย่อมไม่มีทางไปหาเรื่องตาแก่อูเพราะนางแน่นอน”
“แบบนั้นกมด้ีแล้ว” ซางปิ่งแอบถอนหายใจหนึ่งครั้ง
“พวกเราเข้าไปกันเถอะ” หยวนเสียนกล่าว
เมื่อเนี่ยเทียนกระโด้ด้ลงมาจากร่างของสัตว์สายฟอานิล กาฬแล้วเด้ินเข้าหาอันซืออี๋ ในที่สุด้กลุ่มของคนหุบเขาเทากมทยอย เข้าไปด้้านในหอหลิงเป่า
เหมนว่าพวกเขาจากไปแล้ว อารมณ์ที่หนักอึ้งของอันซื ออี๋ถึงได้้ผ่อนคลายลงมาเลมกน้อย
ในใจนางรู้ด้ีว่าหากไม่เป็นเพราะการมาของเนี่ยเทียน ด้้วยนิสัยอำามหิตของหยวนเสียนย่อมต้องยังพูด้จาเหนมบแนมเสียด้สี นางตรงหน้าหอหลิงเป่าต่อไป ไม่มีทางปล่อยนางไปง่ายๆ แบบนี้ แน่นอน
“เจ้าเด้มกนี่…”
ผ่านไปครึ่งปี สีหน้าที่นางมองเนี่ยเทียนในตอนนี้เตมไป ด้้วยความซับซ้อน ทั้งยังถึงขั้นรู้สึกว่าเสมือนอยู่กันคนละโลกกับเขา