ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 911 มอบของ
ผู้ที่เฝูาอยู่ในสถานที่แห่งนี้เป็นเวลานานมีเพียงหลี่หลางเฟิงคนเดียว เท่านั้น
แต่หลี่หลางเฟิงกลับอาศัยกองกำลังของกะโหลกเลือด เดือนดับและ เปลวอัคคีที่อยู่ในอาณาจักรเลี่ยคงให้ไปแจ้งเจตจำนงของเนี่ยเทียนตาม สำนักและอาณาจักรต่างๆ ทั่วดินแดนดาวตก
หลี่หลางเฟิงได้กลายมาเป็นตัวแทนของเนี่ยเทียนในดินแดนดาวตกไป แล้ว
ตอนที่เนี่ยเทียนไม่อยู่ คนอื่นๆ ที่หากต้องการจะติดต่อกับเนี่ยเทียนก็ ต้องผ่านทางเขา
ขอบเขตของหลี่หลางเฟิงเองก็เป็นเขตลี้ลับช่วงกลาง หลายปีมานี้ที่เนี่ย เทียนไปยังดินแดนพงฟูาและสนามรบสุ้ยเมี่ย เขาไม่ได้ฝุาทะลุขั้นอีก
เพราะยิ่งเป็นช่วงหลัง การฝุาทะลุขั้นของเขาก็ยิ่งยาก
เมื่อหลี่หลางเฟิงได้พบเจอกับเนี่ยเทียน เขาก็ได้รับหัวใจดวงนั้นของเผ่า ทมิฬและเวทลับของเผ่าทมิฬอีกมากมายมาจากเนี่ยเทียน พลังและ ขอบเขตของเขาที่เพิ่มขึ้นมาจึงนับว่าเร็วมากพอแล้ว
“ตอนอยู่ในสนามรบสุ้ยเมี่ย ข้าได้สิ่งของมาอย่างหนึ่ง ข้าไม่สามารถ ชุบหลอมมันได้ แล้วก็ไม่คิดจะขายด้วย” หลังจากที่จ้าวซานหลิงจากไป เนี่ยเทียนก็ยิ้มบางๆ ก่อนจะหยิบเปลวเพลิงซีดขาวที่ถูกปิดผนึกออกมา
เปลวเพลิงซีดขาวกลุ่มนั้นถูกเขาใช้อักขระโบราณลึกลับผนึกเอาไว้
ตอนที่เปลวเพลิงเผยตัว หลี่หลางเฟิงก็อึ้งตะลึงไปอย่างเห็นได้ชัด “นี่ คือ?”
“แก่นเพลิงพิษศพ มีจิตสำนึกในขั้นต้น นับเป็นวัตถุดิบวิเศษระดับใต้ ดิน” เนี่ยเทียนอธิบาย “ของชิ้นนี้ขัดแย้งกับวิชาการฝึกตนของข้า ใครก็ ตามที่สัมผัสของชิ้นนี้ก็มีความเป็นไปได้มากว่าจะกลายมาเป็นศพผีตนหนึ่ง ในสนามรบสุ้ยเมี่ย ศพผีมีปราณศพเข้มข้นล้อมวนไปทั่วร่าง รับมือได้ยาก มาก”
“เปลวเพลิงกลุ่มนี้สามารถดึงพลังศพออกมาจากในร่างของศพผีเพื่อ เพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตัวเอง”
ปราณจากเปลวเพลิงซีดขาวทำให้เนี่ยเทียนรู้สึกรังเกียจโดย สัญชาตญาณ
ความขยะแขยงนี้มาจากสายเลือดแห่งชีวิตในร่างของเขา หากไม่เป็น เพราะใช้อักขระมายาผนึกเปลวเพลิงกลุ่มนี้เอาไว้แล้วโยนใส่แหวนเก็บของ แต่พกติดตัวเอาไว้ มันก็จะเผาผลาญพลังชีวิตของเขา ทำให้เขาจำเป็นต้อง ใช้สายเลือดมาต้านทานการรุกรานของพิษศพ
ตอนที่เขาได้วัตถุชิ้นนี้มาก็เดาได้แล้วว่าบนโลกนี้คนที่สามารถใช้มันได้ เกรงว่าคงมีแต่เผ่าทมิฬเท่านั้น
สำหรับเผ่าทมิฬแล้ว เปลวเพลิงซีดขาวกลุ่มนี้น่าจะเรียกได้ว่าเป็นอาวุธ ล้ำค่าเลยทีเดียว
ข้างกายของเขา คนที่เชี่ยวชาญเวทลับของเผ่าทมิฬ ในร่างเต็มไปด้วย พิษร้าย ก็มีเพียงหลี่หลางเฟิงคนเดียว
และหลี่หลางเฟิงเองก็ภักดีกับเขาเป็นอย่างมาก ตลอดหลายปีมานี้อีก ฝุายคอยช่วยเหลือเขาคุ้มครองตระกูลเนี่ย คอยจัดการดูแลที่แห่งนี้โดยไม่ ปริปากบ่นแม้แต่คำเดียว
“เจ้าลองดูสิว่าจะชุบหลอมของสิ่งนี้ได้หรือไม่” เนี่ยเทียนพูดด้วยสีหน้า เคร่งเครียด
เมื่อได้รับการให้กำลังใจจากเขา หลี่หลางเฟิงก็ยื่นมือออกมา ใช้ปลาย นิ้วแตะลงไปยังเปลวเพลิงสีขาวซีดที่อยู่ในผนึกมายานั่นเบาๆ
วินาทีที่ปลายนิ้วของเขาสัมผัสเข้ากับมัน ท้องนิ้วก็มีเสียง “ฟูุวๆ” ดัง ออกมา และเปลวเพลิงสีขาวซีดเป็นเส้นๆ กลุ่มๆ ก็ทำท่าจะมุดเข้ามาใน ร่างของเขา
อีกทั้งเนี่ยเทียนยังสังเกตเห็นว่าเปลวเพลิงสีขาวซีดที่ถูกปิดผนึกอยู่ใน อักขระมายายังเปลี่ยนมาเป็นลิงโลดผิดปกติ
บัดนี้เปลวเพลิงกลุ่มนั้นคล้ายจะได้กลิ่นพลังงานที่มีประโยชน์ในการ เติบโตของมันจากร่างของหลี่หลางเฟิง
“อู้ๆๆ!”
ควันพิษที่มีพิษร้ายแรงซึ่งเป็นสีเทาซีด สีเขียวเข้ม สีม่วงอ่อนถูก ปลดปล่อยออกมาจากในร่างของหลี่หลางเฟิง
เนี่ยเทียนใช้ทิพย์จักษุรับสัมผัสก็รับรู้ได้ว่ากลางมหาสมุทรวิญญาณจุด ตันเถียนของหลี่หลางเฟิงมีโอสถวิญญาณเม็ดหนึ่งที่มีสีสันหลากหลายก่อ ตัวขึ้นมานานแล้ว
โอสถเม็ดนั้นก็คือโอสถพิษที่เกี่ยวข้องกับการฝึกตนของหลี่หลางเฟิง
โอสถเม็ดนี้รวบรวมสารพิษ ควันพิษ เลือดของเผ่าทมิฬหลากหลาย ชนิดที่ใช้เวลานานหลายปีถึงจะก่อตัวขึ้นมาได้สำเร็จ
ยาเม็ดนี้ก็คือการที่หลี่หลางเฟิงใช้เวทลับหลายอย่างมารวบรวม พลังงานสารพิษที่น่าหวาดกลัวเอาไว้ ทำให้เวลาต่อสู้เขาสามารถอาศัยวิชา พิษมาทำให้ศัตรูบาดเจ็บสาหัสได้
ควันพิษที่บินออกมาจากในร่างของเขาเป็นกลุ่มๆ เล็กบางประดุจเส้น ขนที่ไหลรินเข้าหาเปลวเพลิงซีดขาวกองนั้นเบาๆ
ดวงตาของเขามีประกายประหลาดเปล่งวาบ
ผ่านไปพักใหญ่ เขาถึงได้สูดลมหายใจเข้าลึก “เปลวเพลิงกลุ่มนี้ ข้า น่าจะชุบหลอมได้ เพียงแต่ว่ามันค่อนข้างจะอันตราย หากทำไม่ดี ก็มีความ เป็นไปได้ว่าข้าจะถูกเปลวเพลิงกลุ่มนี้ช่วงชิงร่างของตัวเอง กลายมาเป็น ศพผีศพหนึ่งที่มีไว้ให้มันดึงพลังงานในร่างออกมา แต่ว่าหากสามารถ กำราบมันได้ เปลวเพลิงกลุ่มนี้ก็จะมีประโยชน์มหาศาลต่อโอสพิษของข้า!”
“ถ้าอย่างนั้นเจ้า อยากจะลองเสี่ยงดูหรือไม่?” เนี่ยเทียนเอ่ยถาม
หากเปลวเพลิงขาวซีดที่มีจิตสำนึกกลุ่มนั้นผสานรวมเข้าไปในร่างของห ลี่หลางเฟิงก็เหมือนเถาวัลย์ปีศาจสวรรค์ในร่างของหัวมู่ เหมือนบุปผาร่วม ชีวิตในร่างของมู่ปี้ฉงที่สามารถหดตัวอยู่ในร่างของเจ้านายและช่วยเจ้านาย ต่อสู้
หากเจ้านายแข็งแกร่งก็จะสามารถกำราบของสิ่งนี้ได้ สามารถใช้มันมา เพิ่มพลังการต่อสู้ให้กับตัวเอง และเพิ่มความเร็วในการฝึกตน
แต่หากเกิดเรื่องกับเจ้านาย หรือพลังงานของมันเหนือกว่าเจ้านาย ตัวเอง มันก็จะเป็นฝุายกลับมาช่วงชิงร่างของเจ้านาย
“ความรวยและความมีเกียรติ ต้องใช้ความเสี่ยงช่วงชิงมา! ” หลี่หลาง เฟิงสีหน้าเด็ดเดี่ยว “หากคิดจะฝึกตนได้เร็วกว่าเดิม ข้าจำเป็นต้องสลัดตัว ให้หลุดจากขอบเขตที่พันธนาการข้าเอาไว้ วัตถุชิ้นนี้เป็นตัวกระตุ้นอย่าง หนึ่งสำหรับข้า กระตุ้นให้ข้าเปลี่ยนมาเป็นแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง หากข้า ขี้เกียจ ของสิ่งนี้ก็จะกลืนกินข้า ทำให้จิตวิญญาณของข้ามอดดับและถูกมัน เข้ามาแทนที่!”
“มันคือแรงผลักดันที่ทำให้ข้าจำเป็นต้องแข็งแกร่ง!”
เนี่ยเทียนเผยสีหน้าชื่นชม “ตัดสินใจดีแล้วรึ?”
“ตัดสินใจดีแล้ว!” หลี่หลางเฟิงกัดฟัน
เนี่ยเทียนยิ้ม “ถ้าอย่างนั้นก็ดี ข้าจะถอนอักขระโบราณที่ผนึกของสิ่งนี้ ออกให้”
กล่าวจบเขาก็ใช้วิธีกลับกันกับการสร้างอักขระโบราณมาโคจรคาถา
“ฟูุวๆๆ!”
พลังงานลึกลับที่สร้างอักขระโบราณมายาตัวนั้นมาเหมือนเชือกที่ขมวด เข้าเป็นปมซึ่งกำลังค่อยๆ ถูกคลายปมออก
“อย่าให้มันหนีไปได้!”
เนี่ยเทียนตวาดเบาๆ
วินาทีที่อักขระมายาตัวนั้นกำลังจะจางหายไป ฝุามือของหลี่หลางเฟิงก็ พลันเอื้อมมากดที่เปลวเพลิงขาวซีดกลุ่มนั้น
หลี่หลางเฟิงร้องอึกอัก หน้าขาวซีดในพริบตา
เนี่ยเทียนสังเกตเห็นว่าเปลวเพลิงสีขาวกลุ่มนั้นฉลาดอย่างมาก และ ตอนที่อักขระโบราณจางหาย มันก็ไม่ได้หนีไปอย่างที่เขาคิดเอาไว้
กลับกันคือวินาทีที่หลี่หลางเฟิงกดมันไว้ เปลวเพลิงกลุ่มนั้นกลับผสาน รวมเข้าไปในร่างของหลี่หลางเฟิงอย่างยินดี
พริบตานั้น เปลวเพลิงซีดขาวก็เหมือนได้จมจ่อมลงไปยังโอสถวิญญาณ ที่อยู่ในมหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียนของหลี่หลางเฟิง
ปราณแห่งการกัดกร่อนของพิษศพพลันแผ่ไปทั่วร่างหลี่หลางเฟิง จน หน้าผากของเขามีเม็ดเหงื่อไหลรินลงมา คล้ายกำลังแบกรับกับความ เจ็บปวดของการผสานรวม
“นายน้อยเนี่ย ข้าคงไม่สามารถเฝูาอยู่ที่นี่ได้ชั่วคราว ข้าจำเป็นต้องหา สถานที่เหมาะๆ มาชุบหลอมของสิ่งนี้! ” หลี่หลางเฟิงพูดด้วยน้ำเสียง เจ็บปวด
“เจ้าจัดการเองได้เลย!” เนี่ยเทียนกล่าว
หลี่หลางเฟิงพลันพลิ้วกายจากไป ดูจากทิศทางที่เขามุ่งหน้าไปเหมือน จะเป็นเทือกเขาฮว้านคง ราวกับว่าเขาต้องการตามหาพื้นที่ที่มีพิษร้าย อบอวลในเทือกเขาฮว้านคง อาศัยวัตถุดิบที่อยู่ในมือมาชุบหลอมเปลว เพลิงพิเศษกลุ่มนั้นให้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของโอสถพิษ เพื่อจะได้กำราบ เปลวเพลิงซีดขาวนั่นให้ดี
“เปลวเพลิงกลุ่มนั้นมีจิตสำนึกเป็นของตัวเอง แต่สติปัญญายังไม่เปิด ออกทั้งหมด สิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่ไม่สามารถแบกรับพลังงานของมันได้ ดังนั้น มันถึงได้มีความพิเศษขนาดนี้ ส่วนหลี่หลางเฟิง เนื่องจากหลายปีมานี้ฝึก วิชาพิษร้าย ร่างกายของเขาเดิมทีก็มีพิษร้ายจำนวนนับไม่ถ้วนปะปนอยู่ แล้ว น่าจะมีพลังการต้านทานพิษศพที่แข็งแกร่ง”
“หลี่หลางเฟิงสามารถอดทนต่อพิษศพของมันก็มีความเป็นไปได้ที่จะ ปราบพยศมันได้”
“อย่างน้อยในระยะเวลาสั้นๆ นี้หลี่หลางเฟิงก็ยังพอจะกำราบมันได้ วันหน้าจะสามารถกำราบมันได้ตลอดไปหรือไม่ก็ต้องดูที่โชควาสนาและ ความสามารถของหลี่หลางเฟิงเอง”
เนี่ยเทียนมองทิศทางที่เขาจากไปพลางพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะ รออยู่ที่เดิม
เขามองออกนานแล้วว่าตอนที่เขาและจ้าวซานหลิงกลับมา หลี่หลาง เฟิงได้ใช้หินส่งข้อความเสียงส่งข้อความออกไปแล้ว
อีกไม่นานพวกคนที่ได้รับข้อความเสียงก็น่าจะพากันมาถึงที่นี่
เขาแค่ต้องรออยู่ที่เดิมก็เท่านั้น
คนที่มาถึงคนแรก ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นต่งลี่จากตระกูลต่ง!
พอต่งลี่มาถึง เนี่ยเทียนแค่มองนางปราดเดียวก็ร้องอุทานอย่างตก ตะลึง “เจ้าเองก็เลื่อนขอบเขตถึงเขตสามัญช่วงท้ายแล้วรึ?”
ต่งลี่ที่ก่อนหน้านี้ชอบสวมกระโปรงยาวสีแดงเพลิง มาวันนี้กลับสวมชุด รัดรึงสีดำ นางยิ้มแย้มแจ่มใส ให้ความรู้สึกถึงเสน่ห์เย้ายวนที่มืดดำ บางอย่าง น่าประทับใจอย่างยิ่ง
ต่งลี่ยิ้มหวาน กล่าวว่า “ข้าได้ยินศิษย์พี่หญิงอินเล่าว่าตอนอยู่สนาม รบสุ้ยเมี่ยเจ้าโชคดีไม่น้อย ศิษย์พี่หญิงอินยังบอกด้วยว่า เจ้ากับผู้หญิงที่ ชื่อมู่ปี้ฉงจากเขาสุขาวดีมีความสัมพันธ์บางอย่างที่คลุมเครือต่อกัน”
เนี่ยเทียนตะลึง
ก่อนหน้านี้ความสัมพันธ์ระหว่างต่งลี่กับอินย่าหนันไม่นับว่าดีนัก ตอน ที่หญิงสาวสองคนได้เจอกันครั้งแรก ต่งลี่ยังชอบพูดจาเสียดสีอินย่าหนัน
คาดไม่ถึงว่าหลังจากต่งลี่ไปที่สำนักคุมสัตว์ของดินแดนปราการ ดวงดาวและสนิทสนมกับอินย่าหนันมากขึ้น ความสัมพันธ์ของพวกนางจะ ดียิ่งกว่าเก่า
การที่อินย่าหนันซึ่งกลับไปจากดินแดนพงฟูาและบอกกับต่งลี่ว่าเขา กับมู่ปี้ฉงมีความสัมพันธ์คลุมเครือต่อกัน ทำให้เนี่ยเทียนแอบสบถด่าอีก ฝุายอยู่ในใจ
“ไม่มีเรื่องแบบนั้นสักหน่อย มู่ปี้ฉงรังเกียจข้าจะตาย ตอนนี้ก็ยังเป็น เหมือนเดิม” เนี่ยเทียนหัวเราะแห้งๆ ก่อนจะหยิบเอาไข่ยักษ์สีดำลักษณะ เป็นวงรีออกมาจากในแหวนเก็บของแล้วส่งให้ต่งลี่ “ข้ามีของมามอบให้ เจ้า”
“ของที่เจ้าจะมอบให้ข้าก็คือสิ่งนี้น่ะหรือ?” ต่งลี่ตะลึง
“น่าจะเหมาะสมกับเจ้าที่สุด” เนี่ยเทียนกล่าวสีหน้าจริงจัง
ต่งลี่หรี่ตา รับสัมผัสอยู่ชั่วครู่ก็กล่าวอย่างตะลึงระคนยินดี “ไข่ยักษ์นี่ ยังไม่ฟักตัว อีกทั้งยังมีแค่พลังชีวิตอ่อนจางขุมหนึ่งเท่านั้น ดูเหมือนว่าจะ ไม่สามารถฟักตัวออกมาได้นี่นา ต่อให้ไข่ยักษ์นี่จะมีพลังความมืดที่ เหมาะสมกับการฝึกตนของข้า แต่หากฟักตัวไม่ได้แล้วจะช่วยอะไรข้าได้?”
“ใครบอกว่ามันฟักตัวไม่ได้เล่า?” เนี่ยเทียนยิ้มกว้าง
——