ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 912 ไข่ยักษ์ฟักตัว
“มันฟักตัวได้จริงๆ น่ะหรือ?”
ต่งลี่มีท่าทีกังขา
ไข่ยักษ์สีดำฟองนี้มีแค่พลังชีวิตอันอ่อนจาง ราวกับว่าพลังชีวิตเสี้ยว สุดท้ายขุมนั้นสามารถมอดดับไปได้ทุกเมื่อ
ในสายตาของต่งลี่ ไข่ยักษ์ฟองนี้น่าจะใกล้ตายแล้ว ไม่สามารถฟักตัว ออกมาได้แน่นอน
“ข้าบอกว่าฟักตัวได้ก็ฟักตัวได้สิ” เนี่ยเทียนกล่าวด้วยรอยยิ้ม
และเวลานี้เอง จงเจิงจากหอหันปิงก็บินมาถึง
“เนี่ยเทียน!” ดวงตาของจงเจิงเผยความปิติยินดี “เจ้ากลับมาอย่าง ปลอดภัยก็ดีแล้ว หลังจากที่พวกเรากลับมาได้ไม่นานก็คิดจะกลับไปยัง อาณาจักรวอหลิวเพื่อร่วมรบกับเจ้า ทว่าค่ายกลนำส่งหลังนั้นไม่สามารถ พาพวกเรากลับไปได้”
“ข้ารู้สาเหตุ” เนี่ยเทียนพยักหน้าแสดงท่าทางว่าเข้าใจ “ศิษย์พี่หญิง เผยมีแผนการอีกอย่างหนึ่งสำหรับการใช้ค่ายกลนำส่งหลังนี้ นางให้พวก เราได้แต่กลับมา มิอาจกลับไป นั่นเพราะนางไม่ต้องการให้พวกเราไปมี ส่วนเกี่ยวข้องกับหายนะของดินแดนพงฟูา ผู้อาวุโสจง หากคนอื่นๆ มาถึง ก็ให้พวกเขาเฝูาอยู่ที่นี่กันไปก่อน หากมีชนต่างเผ่าเข้ามาให้สังหารและ ทำลายค่ายกลทิ้งได้ทันที”
จงเจิงคิดตามก็เข้าใจความหมายของเขา “เจ้ากังวลว่าชนต่างเผ่าจะ เดินทางผ่านค่ายกลนำส่งจากดินแดนพงฟูามาถึงที่นี่ เป็นเหตุให้ดินแดน ดาวตกต้องเผชิญกับหายนะ?”
“อืม” เนี่ยเทียนตอบรับหนึ่งประโยค “หากท่านลุงหัวมาถึงก็ให้เขารอ ข้าสักครู่ เมื่อข้าออกมาข้าจะพาเขาไปยังอาณาจักรโพ่สุ้ย ที่อาณาจักร โพ่สุ้ยมีเถาวัลย์ยักษ์เก่าแก่อยู่เส้นหนึ่ง เถาวัลย์ยักษ์นั่นเคยมอบพลัง บางส่วนให้แก่มู่ปี้ฉงจากเขาสุขาวดี บุปผาร่วมชีวิตในร่างของนางจึงเติบโต ได้อย่างรวดเร็ว”
“เถาวัลย์ปีศาจสวรรค์ของท่านลุงหัวอ่อนแรงเมื่อครั้งอยู่ในสนามรบสุ้ย เมี่ย ต่อให้มีพลังชีวิตจากผลไม้นั่น แต่หากคิดจะฟื้นคืนพลังอย่างเต็มที่ก็ยัง ถือเป็นเรื่องยาก”
“หากเถาวัลย์ปีศาจสวรรค์ได้พลังจากเถาวัลย์ยักษ์ก็จะสามารถฟื้นตัว ในได้เวลาสั้นๆ”
จงเจิงมีสีหน้าตื่นเต้น กล่าวเสียงหนัก “ข้าทราบแล้ว”
“ถ้าอย่างนั้นก็ดี ข้าจะพาต่งลี่เข้าไปในพระราชวังเพื่อมอบของสิ่งหนึ่ง ให้นางก่อน” เนี่ยเทียนจูงมือต่งลี่เข้าไปในพระราชวังด้วยท่วงท่าเป็น ธรรมชาติ
ต่งลี่เห็นว่าเขาจับมือตัวเองต่อหน้าจงเจิงอย่างไม่เหนียมอาย มุมปากก็ ยกยิ้มหวานจ๋อย
“แอด!”
เพียงแค่เนี่ยเทียนวางมือลงบนประตูหิน พลังดวงดาวของเขาก็โคจร ทันที หลังจากที่ตราประทับสะเก็ดดาวสามดวงตรงหน้าอกรับสัมผัส ประตู หินก็เปิดออกในชั่วพริบตา
รอจนเนี่ยเทียนและต่งลี่เดินเข้ามาข้างใน ประตูหินบานนั้นก็ปิดลงอีก ครั้ง
ไข่ยักษ์ลักษณะเป็นวงรีสีดำขนาดเกือบสองเมตรถูกวางไว้ด้านหน้าเนี่ย เทียนและต่งลี่
ทว่าวินาทีที่ประตูปิดลงนั้น ต่งลี่ไม่ได้มองไปยังไข่ยักษ์ แต่กลับโถมตัว เข้ากอดเนี่ยเทียนอย่างแนบแน่นแล้วเอ่ยเบาๆ ว่า “ข้ากังวลมากว่าจะเกิด อุบัติเหตุกับเจ้าตอนอยู่ในสนามรบสุ้ยเมี่ย ช่วงเวลาที่เจ้าไม่อยู่ ยามใดที่ข้า ว่างจากการฝึกตน ข้าก็จะต้องคิดถึงเจ้า กลัวว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับ เจ้า”
ยามที่ไม่มีคนอื่นอยู่ ต่งลี่ก็เผยอารมณ์ที่แท้จริงออกมา นางกอดเนี่ย เทียนแน่นและจุมพิตเขาอย่างลึกซึ้ง
เนี่ยเทียนตอบกลับไปอย่างร้อนแรง
รอจนลมหายใจของคนทั้งสองค่อยๆ ถี่กระชั้น ต่งลี่ถึงได้ผลักเขาออก ด้วยใบหน้าแดงก่ำ เอ่ยกระเง้ากระงอด “พอแล้ว มาพูดเรื่องเป็นการเป็น งานกันเถอะ”
เนี่ยเทียนหัวเราะหึหึ มองนางด้วยสายตาลึกล้ำหนึ่งครั้งแล้วเอ่ยว่า “จูบ เจ้าก็เป็นคนจูบก่อน พอไฟเร่าร้อนของข้าถูกจุด เจ้ากลับบอกให้ หยุด”
“เอาน่าๆ” ต่งลี่หัวเราะคิกคัก “ข้าอยู่ที่สำนักคุมสัตว์นานมาก แล้วก็ ฝึกวิชาลับมากมายของสำนักคุมสัตว์ แต่กลับหาสัตว์วิเศษที่เหมาะสมกับ ข้าไม่เจอ”
“สำนักคุมสัตว์หาสัตว์วิเศษมาให้ข้าหลายตัว แต่พวกมันกลับไม่มีพลัง แห่งความมืดมิด ไม่สามารถผสานรวมกับวิชาและธาตุการฝึกตนของข้าได้ อย่างสมบูรณ์แบบ”
“ข้าหวังว่าสำนักคุมสัตว์จะหาสัตว์โบราณที่มีสายเลือดแห่งความมืดมา ตั้งแต่เกิดได้อย่างหงส์ดำ แต่น่าเสียดายที่สำนักคุมสัตว์กลับหาสัตว์โบราณ ที่หายากอย่างหงส์ดำนั้นไม่พบ”
“ข้าจึงไม่ต้องการรับเอาสัตว์ตัวอื่นที่สำนักคุมสัตว์เสนอให้”
“ไข่ยักษ์สีดำฟองนี้มีพลังแห่งความมืดมิดล้อมวนอยู่ก็จริง และข้าก็ สามารถสัมผัสได้ว่าหากของสิ่งนี้ฟักตัวออกมาได้จริง มันก็จะมีประโยชน์ อย่างสูงสำหรับวิชาและขอบเขตของข้า”
เนี่ยเทียนเอ่ยเบาๆ “วางใจเถอะ ข้าจะต้องช่วยให้มันฟักตัวให้เจ้าให้ ได้!”
แก่นเลือดแห่งชีวิตสีแดงราวอัญมณีสามหยดถูกเขาดึงออกมาจากหัวใจ
แก่นเลือดสามหยดนั้นส่องแสงสีเลือดเจิดจ้า แฝงเร้นความลี้ลับ มหัศจรรย์ของสายเลือดเอาไว้มากมาย
“ติ๋ง!”
แก่นเลือดหยดหนึ่งหยดลงบนเปลือกนอกที่แข็งแกร่งของไข่ยักษ์
เปลือกแข็งของไข่ยักษ์สีดำฟองนั้นพลันเปลี่ยนมาเป็นอ่อนนุ่ม
แก่นเลือดแทรกซึมเข้าไปด้านในอย่างรวดเร็ว!
“ตึง!”
แสงสีเลือดอ่อนจางถูกปลดปล่อยออกมาจากในไข่ยักษ์สีดำ พลังชีวิต ในไข่ยักษ์ที่เดิมทีอ่อนจางก็ค่อยๆ เปลี่ยนมาเป็นแข็งแกร่งเพราะแก่นเลือด หยดนั้น
ชีวิตจากไข่ยักษ์ที่ยังไม่ฟักตัวดูดซับเอาแก่นเลือดหยดนั้นไปอย่างบ้า คลั่ง พลังชีวิตที่เข้มข้นพลันก่อกำเนิดขึ้นมาด้วยตัวเอง
“ติ๋ง! ติ๋ง!”
แก่นเลือดแห่งชีวิตอีกสองหยดที่หยดตามมาก็ถูกเปลือกไข่ดูดซับไปอีก ครั้ง
แล้วจู่ๆ ก็มีม่านแสงสีดำมืดแผ่อวลออกมาจากในไข่ยักษ์สีดำใบนั้น
ม่านแสงดำสนิทปกคลุมเนี่ยเทีนและต่งลี่เอาไว้จนมิด คนทั้งสองที่อยู่ ภายในถึงขั้นมองไม่เห็นกันและกัน เหมือนคนที่อยู่ในโลกแห่งความมืดมิด ที่ยื่นมือไปก็ยังมองไม่เห็นนิ้วทั้งห้าของตัวเอง เพียงแค่ได้ยินเสียงหัวใจเต้น และได้กลิ่นอายของอีกฝุายเท่านั้น
บนยอดพระราชวังโบราณมีแสงดาวเป็นจุดๆ สาดส่องลงมา
แสงดาวนั้นคือพลังดวงดาวที่ค่ายกลลับของพระราชวังหลังนี้ดูดดึงมา จากทางช้างเผือกอันกว้างใหญ่ไพศาลเพื่อเพิ่มพลังให้กับค่ายกลมากมายใน พระราชวัง และมอบพลังให้กับคนที่ฝึกคาถาดวงดาวเฉกเช่นเนี่ยเทียน
ทว่าเมื่อแสงดวงดาวเหล่านั้นสาดส่องลงมากลับไม่สามารถลอดทะลุ ความดำมืดนี้ไปได้
ความดำมืดเข้มข้นกลืนกินแสงดาวเข้าไป
“ตึกตัก! ตึกตัก!”
เสียงหัวใจเต้นอ่อนจางค่อยๆ ดังออกมาจากในไข่ยักษ์สีดำใบนั้น
เนี่ยเทียนไม่จำเป็นต้องใช้ดวงตา ลำพังเพียงแค่ใช้สายเลือดแห่งชีวิต รับสัมผัสก็สัมผัสได้ว่าในไข่ยักษ์นี้มีบางอย่างกำลังฟักตัว
“อู้ๆ!”
เสียงประหลาดพลันดังออกมา ต่งลี่ร้องอุทานด้วยความตกใจ ตะโกน ขึ้นมาว่า “มันกำลังดูดดึงพลังความมืดมิดในร่างของข้าไป!”
เนี่ยเทียนรีบสั่งความ “ปล่อยให้มันดูดไป!”
ชีวิตที่อยู่ในไข่ยักษ์กำลังฟักตัว สายเลือดของเขาคือตัวกระตุ้นที่สำคัญ ที่สุด
และก็เพราะเนี่ยเทียนเข้าใจว่ามีความเป็นไปได้นี้ หลังจากที่เขาได้รับ ไข่ยักษ์สีดำมา ถึงได้แค่ถ่ายเลือดลมเป็นกลุ่มๆ ไปรั้งชีวิตที่อยู่ในไข่ยักษ์นี่ เอาไว้ ไม่ได้รีบร้อนใช้แก่นเลือดกรอกเทเข้าไป
“นอกจากพลังแห่งความมืดมิดแล้ว ทดลองผสานรวมเลือดสดของเจ้า และพลังจิตวิญญาณของเจ้าเข้าไปข้างในด้วย ระหว่างที่มันฟักตัว มันจะได้ ขานรับเลือดสดและจิตวิญญาณที่เป็นของเจ้าโดยเฉพาะ” เนี่ยเทียนกล่าว
“เฮอะ ข้ารู้ว่าควรต้องทำอย่างไร” ต่งลี่กล่าวอย่างฮึกเหิม
ท่ามกลางความมืดมิด คนทั้งสองต่างก็มองไม่เห็นกันและกัน ทว่าเนี่ย เทียนกลับสัมผัสได้ถึงปราณจิตวิญญาณจากร่างของต่งลี่ พอจะเดาได้ว่า นางกรีดปลายนิ้วของตัวเองแล้วหยดเลือดสดลงไปในไข่ยักษ์
เลือดสดของต่งลี่ไม่ได้มีพลังแห่งชีวิต ทว่าในช่วงต้นของการฟักตัว เนื่องจากพลังวิญญาณแห่งความมืดมิดที่ล้อมวนอยู่บนร่างของต่งลี่ สิ่งมีชีวิตที่อยู่ในไข่ยักษ์จึงเกิดความใกล้ชิดกับต่งลี่โดยสัญชาตญาณ
เลือดสดที่ต่งลี่หยดลงมาไม่ได้ช่วยกระตุ้นการฟักตัวของมัน แต่ก็ยัง นาบประทับลงไปยังจุดลึกในความทรงจำของมัน
“ติ๋ง! ติ๋ง!”
เนี่ยเทียนได้ยินเสียงเลือดสดของต่งลี่ที่กระทบลงบนไข่ยักษ์
เมื่อเลือดสดหยดลงไป กระแสจิตวิญญาณที่เป็นของต่งลี่ก็ไหลรินเข้า ไปยังเปลือกไข่ราวกับสายน้ำ เข้าร่วมการฟักตัวของมัน
เนี่ยเทียนสัมผัสอย่างละเอียดก็พบว่าใช้แก่นเลือดแค่สามหยดก็ เพียงพอให้หนึ่งชีวิตถือกำเนิดขึ้นมาแล้ว
เขาจึงค่อยๆ ขยับออกห่างจากไข่ยักษ์
หลังจากห่างออกมาได้หลายสิบเมตร เขาก็เดินพ้นจากความมืดมิดมา หยุดอยู่ข้างค่ายกลขนาดใหญ่ยักษ์
“อู้ๆๆ!”
เนื้อสัตว์วิเศษระดับหกและระดับเจ็ดมากมายมากองอยู่ตรงหน้าเขา เขาจึงใช้การสูบดึงพลังชีวิตดึงเอาปราณเลือดในเนื้อสัตว์วิเศษพวกนั้นมา ทันที
ปราณเลือดเนื้อถูกชักนำมายังหัวใจของเขา แต่ปราณเลือดสีเขียวจอม ละโมบเส้นนั้นไม่ได้รีบร้อนกลืนกินมันเข้าไป
ราวกับว่าปราณเลือดสีเขียวเองก็เข้าใจดีว่าการสร้างแก่นเลือดขึ้นมา อีกครั้งต่างหากถึงจะเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในตอนนี้
ปราณเลือดเข้มข้นมารวมตัวกันอย่างต่อเนื่อง ภายใต้พรสวรรค์ทาง สายเลือดของเนี่ยเทียน มันจึงก่อตัวกันขึ้นมา ทำให้แก่นเลือดแห่งชีวิต หยดใหม่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ
ที่เนี่ยเทียนกล้าเอาแก่นเลือดออกมาสามหยดอย่างใจป้าเช่นนี้ นอกจากความรู้สึกที่มีต่อต่งลี่แล้ว เป็นเพราะเขายังรู้ด้วยว่าเนื้อสัตว์วิเศษ ที่ต้วนสือหู่หามาให้มีจำนวนมากมหาศาลจนสามารถทำให้เขาสร้างแก่น เลือดหยดใหม่ขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว
เพียงแต่ว่ามาจนถึงวันนี้ เขาก็ยังหาวิธีใช้แก่นเลือดไม่พบ
ขณะที่เขาและต่งลี่อยู่ในพระราชวังช่วยให้ไข่ยักษ์ทำการฟักตัว ผู้ แข็งแกร่งของสำนักต่างๆ ในดินแดนดาวตกก็ทยอยกันมาถึง
แม้แต่เหลยเทียนฉี่ของตระกูลเหลยก็ยังมาที่นี่ด้วยตัวเอง หวังรอให้เขา ออกมาแล้วถามคำถามแทนสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์
เพราะเหลยเทียนฉี่ยังต้องส่งข่าวใหม่ที่ได้รับไปให้กับสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ ทันทีที่เขารู้
เวลาเลยผ่านไปทีละนิด ผู้แข็งแกร่งที่มารวมอยู่นอกตำหนักก็ยิ่งมาก ขึ้นเรื่อยๆ
——