ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 918 แอบตรวจสอบ
ตอนที่เนี่ยเทียนเข้าไปในหอเก็บคัมภีร์ สมาชิกสภาผู้อาวุโสทั้งสี่ท่าน อย่างเว่ยไหล เหยียนจั้น ซินฉิงและจู่กวางเหย้าก็มาอยู่บนจุดสูงแห่งหนึ่ง ของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวเพื่อจับตามองเนี่ยเทียนเงียบๆ
ตอนที่เถาจิ่นพาเนี่ยเทียนไปทำความคุ้นเคยกับหอเรือนต่างๆ ในนคร แห่งนี้ สายตาของพวกเขาก็ติดตามเนี่ยเทียนไปอย่างเงียบเชียบอยู่ ตลอดเวลา
เมื่อรู้ว่าเนี่ยเทียนเข้าไปในหอเก็บคัมภีร์ พวกเขาถึงได้พากันถอน สายตากลับคืนมา
“เหล่าเว่ย เจ้าเองก็น่าจะมองออกแล้วว่าบุตรแห่งดวงดาวคนที่เจ็ดที่ ชื่อเนี่ยเทียนผู้นี้ไม่ใช่เผ่ามนุษย์เต็มร้อย แต่เป็นพวกเลือดผสม” เหยียนจั้น กล่าวขึ้นกะทันหัน
สายตาของซินฉิงและจู่กวางเหย้าก็เปล่งประกายวาบ ทว่าพวกเขากลับ ยังคงเงียบงัน
“ถูกต้อง เขาคือเลือดผสมที่ประสบความสำเร็จคนหนึ่งอย่างแท้จริง เรือนกายที่มีเลือดเนื้อของเขามีพลังชีวิตที่เข้มข้นและแข็งแกร่งยิ่งนัก อีก ทั้งยังมีความลี้ลับซ่อนอยู่” เว่ยไหลสูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้ง “เลือด ผสมที่ประสบความสำเร็จหาได้ยากยิ่ง ข้าเองก็คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าเหตุใด สถานที่อย่างดินแดนดาวตกนั่นถึงได้มีเลือดผสมที่ประสบความสำเร็จถือ กำเนิดขึ้น”
“ประวัติความเป็นมาของเขา ที่มาของสายเลือดเขา เป็นสิ่งที่พวกเรา ต้องใคร่ครวญกันให้ดี” เหยียนจั้นมีสีหน้าเคร่งเครียด “รอให้ผู้อาวุโสใหญ่ กลับมา สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือทดสอบสายเลือดของเขา เพื่อให้รู้ความพิเศษ ของสายเลือดที่แน่ชัด ดูว่าบิดามารดาของเขามีปัญหาอะไรหรือไม่”
เว่ยไหลพยักหน้ารับ “ข้าเองก็คิดอย่างนี้เหมือนกัน เลือดผสมที่ประสบ ความสำเร็จนับว่าพิเศษเกินไป หากความเป็นมาไม่มีปัญหา อนาคตของ บุตรแห่งดวงดาวคนที่เจ็ดคนนี้ก็จะยาวไกลอย่างไร้ที่สิ้นสุด”
“คงไม่ใช่ว่าชนต่างเผ่าจงใจสร้างเขาขึ้นมาหรอกกระมัง?” ซินฉิงคิดอยู่ ครู่ก็เอ่ยว่า “หากชนต่างเผ่าสร้างเลือดผสมขึ้นมาเพื่อหมายลักลอบขโมย การสืบทอดสะเก็ดดาว จะกล้าปล่อยให้เขาผ่านการทดสอบของเส้นทาง แห่งดวงดาวจนมาถึงที่นี่ได้อย่างไร? พวกเราก็ไม่ใช่คนโง่เสียหน่อย ขอแค่ จับสังเกตเล็กน้อยก็ต้องรู้ความพิเศษของสายเลือดของเขา และตรวจสอบ ที่มาของเขาได้อย่างแน่ชัด”
“เรื่องจริงเป็นเช่นไร ใครก็บอกไม่ได้ ” เว่ยไหลเองก็มีท่าทาง ระมัดระวังตัวอย่างมาก “ขณะที่ยังไม่รู้ว่าที่มาของสายเลือดเขา ไม่ สามารถยืนยันได้ว่าเขาจะมีปัญหาหรือไม่ เราก็ยังปล่อยเขาไปไม่ได้ รอจน ผู้อาวุโสใหญ่กลับมาแล้วค่อยสอบถามให้แน่ชัด เมื่อเขาผ่านการประเมิน แล้วก็ค่อยว่ากันอีกที แต่ว่าการที่ประตูสวรรค์ไปเปิดอยู่ในดินแดนดาวตกก็ นับว่าเป็นเรื่องที่ผิดปกติจริงๆ…”
ซินฉิงตะลึง “ผิดปกติ?”
“ตามหลักแล้วประตูสวรรค์ของดินแดนดาวตกยังไม่ถึงเวลาที่ต้องเปิด ออก ระหว่างนั้นมีความบังเอิญเกิดขึ้นมากมาย เพราะเรื่องราวหลายอย่าง ที่เกิดขึ้นเป็นเหตุให้ประตูสวรรค์เปิดขึ้นก่อนกำหนด” เว่ยไหลเอ่ยเนิบช้า
เหยียนจั้นเองก็อึ้งไปอย่างเห็นได้ชัด “เหล่าเว่ย เจ้าคงไม่ได้สงสัยว่า บุตรแห่งดวงดาวคนที่เจ็ดผู้นี้ถูกใครบางคนหรือพละกำลังบางอย่างจงใจ สร้างขึ้นมาหรอกกระมัง?”
“มีความเป็นไปได้ทั้งหมดนั่นแหละ” เว่ยไหลกล่าวด้วยน้ำเสียงลึกล้ำ เกินจะหยั่ง
“ถ้าอย่างนั้นก็น่าสนใจแล้ว” เหยียนจั้นหัวเราะหึหึ
“เหยียนจั้น เจ้าไปที่ดินแดนดาวตกสักรอบ ไปสืบหาชาติกำเนิดของ เนี่ยเทียนให้แน่ชัดเสียก่อน” เว่ยไหลนิ่งคิดไปครู่ก็กล่าวว่า “แล้วก็ถือ โอกาสทำความเข้าใจเรื่องของจ้าวซานหลิง ยื่นมือเข้าแทรกเรื่องของ ดินแดนพงฟ้านั่นไปด้วยเลย ทางฝ่ายของลัทธิจิตตวิสุทธิ์ ข้าจะเป็นคน ติดต่อไปเอง ขอแค่แน่ใจว่าที่มาของเนี่ยเทียนไม่มีปัญหา ดินแดนพงฟ้าก็ จะตกเป็นของเขา”
เหยียนจั้นพยักหน้ารับ
“ระวังตัวสักหน่อย อย่าให้คนของดินแดนดาวตกจับได้” เว่ยไหลกำชับ
“วางใจเถอะ” เหยียนจั้นยิ้มกว้าง
“หากเขาไม่ได้ผ่านการทดสอบเส้นทางแห่งดวงดาว ไม่มาถึงที่นี่ ตัวตน ของบุตรแห่งดวงดาวก็ไม่ถือว่าเป็นจริง” เว่ยไหลสีหน้าเคร่งเครียด “บุตร แห่งดวงดาวที่ตายไประหว่างทางก็ใช่ว่าจะไม่มีอยู่ หากตายไปก่อนที่จะ
มาถึงที่นี่ แน่นอนว่าไม่จำเป็นต้องสนใจที่มาที่ไปอะไรของเขา”
“แต่ในเมื่อเขามาแล้ว ระฆังเทพดังกังวาน คนใต้หล้าล้วนรับรู้ ก็ จำเป็นต้องปฏิบัติต่อเขาอย่างจริงจัง”
“บุตรแห่งดวงดาวของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวเราเป็นสิ่งที่สำคัญ มาก จะให้เกิดเรื่องไม่คาดฝันจนกลายมาเป็นที่หัวเราะเยาะของคนไปทั่ว ไม่ได้เด็ดขาด”
เหยียนจั้นพยักหน้ารับแล้วจึงพลิ้วกายจากไป
เขาเดินทางไปตามเส้นทางเดียวกับเนี่ยเทียนโดยไปถึงพระราชวังที่ อาณาจักรโพ่สุ้ยก่อน แล้วค่อยใช้ค่ายกลที่นั่นเดินทางไปยังอาณาจักรเลี่ย คง
ไม่เหมือนกับเนี่ยเทียน หลังจากที่เขามาปรากฏตัวอยู่ในค่ายกลของ อาณาจักรเลี่ยคง เขากลับไม่ได้ผลักประตูหินให้เปิดออก แต่พรางตัวไว้ อย่างเงียบเชียบ
เมื่อเขาเข้ามาที่นี่ก็สัมผัสได้ถึงการดำรงอยู่ของต่งลี่อย่างเฉียบไว
หลังจากที่เนี่ยเทียนจากไป ต่งลี่ยังคงอยู่ในห้องลับแห่งหนึ่งของ พระราชวังหินที่ถูกปิดผนึกเพื่อทำการฟักไข่ยักษ์ต่อ
ประตูหินมีเพียงเนี่ยเทียนเท่านั้นที่เปิดออกได้ เนี่ยเทียนไม่กลับมา ต่อ ให้ต่งลี่ฟักไข่ยักษ์นั่นได้สำเร็จแล้วก็ออกไปไม่ได้ คนอื่นก็เข้ามาไม่ได้เช่นกัน
การมาถึงของเหยียนจั้น เนื่องจากร่างของเขาเป็นภาพมายาพร่าเลือน ปราณถูกอำพรางเอาไว้ ต่งลี่ที่กำลังฟักไข่ยักษ์จึงสัมผัสไม่ได้แม้แต่น้อย
“พลังวิญญาณแห่งความมืดมิด…”
เหยียนจั้นที่สัมผัสได้ถึงความผิดปกติจึงผสานรวมร่างจริงเข้าไปในห้อง ลับแห่งหนึ่งที่ไม่สะดุดตาของพระราชวัง และใช้กระแสจิตวิญญาณมารับ สัมผัส
ครู่หนึ่งเงาจิตวิญญาณก็ลอยออกมาจากในมหาสมุทรจิตวิญญาณของ เหยียนจั้น
เงาจิตวิญญาณนั้นลอดผ่านค่ายกลของพระราชวังมาปรากฏตัวอยู่ข้าง นอกโดยตรง ไม่มีใครมองเห็นวิญญาณไร้รูปลักษณ์ของเขาที่มองสังเกต เหล่าผู้แข็งแกร่งของดินแดนดาวตกที่กำลังเฝ้าอยู่ตรงค่ายกลนำส่งซึ่ง เชื่อมโยงไปยังอาณาจักรวอหลิว
พวกฉีป๋ายลู่ จงเจิงต่างก็ไม่มีใครรับรู้ถึงการดำรงอยู่ของเขา ไม่มีใครรับ ปราณทางจิตวิญญาณของเขาได้แม้แต่คนเดียว
วิญญาณที่แยกออกมาจากร่างของเหยียนจั้นหยุดรับฟังบทสนทนาของ พวกฉีป๋ายลู่อยู่ครู่หนึ่ง เมื่อเข้าใจเรื่องราวบางอย่างระหว่างดินแดนดาวตก กับดินแดนพงฟ้าแล้ว เขาก็พาจิตวิญญาณของตัวเองติดตามพวกฉางเซิง จากอาณาจักรหลีเทียนเข้าไปยังค่ายกลของอาณาจักรหลีเทียน
จิตวิญญาณของเขามาลอยอยู่เหนือตระกูลเนี่ย สถานที่ที่เนี่ยเทียนถือ กำเนิด
คนของตระกูลเนี่ยยังหลับสนิท และไม่มีใครรู้ว่าได้ถูกจิตวิญญาณของ เหยียนจั้นเข้าไปค้นความทรงจำทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับเนี่ยเทียน
จิตวิญญาณของเหยียนจั้นยังได้ไปยังสถานที่ต่างๆ ที่เนี่ยเทียนเคยไป เยือนอย่างสำนักหลิงอวิ๋น หอหลิงเป่า สำนักโลหิตที่อยู่ในอาณาจักรหลี เทียน เพื่อแอบขโมยความทรงจำที่คนพวกนั้นมีต่อเนี่ยเทียนมาเก็บไว้
ไม่มีใครรับรู้การมาของเขา ไม่มีใครรู้ว่าหลังจากที่จิตวิญญาณของเขา หลุดออกมาจากร่างได้เดินทางจากอาณาจักรเลี่ยคงมาถึงอาณาจักรหลี เทียนอย่างเงียบเชียบ ทั้งยังตรวจสอบประวัติความเป็นมาของเนี่ยเทียน อย่างละเอียด
“มารดาคือคนของดินแดนดาวตก ไม่มีความพิเศษอะไร เป็นเผ่า มนุษย์”
“บิดาต่างหากที่ถึงจะเป็นต้นกำเนิดของสายเลือดเขา!”
“ที่น่าแปลกก็คือทุกคนในตระกูลเนี่ยและผู้ฝึกลมปราณอาณาจักรหลี เทียนต่างก็ไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับคนผู้นั้น รู้แค่ว่ามีคนผู้นั้นอยู่ แต่กลับ ไม่มีใครเคยเห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของเขา”
“เห็นได้ชัดว่าคนผู้นี้เคยมาที่นี่ ทว่ากลับไม่ได้ทิ้งเบาะแสอะไรเอาไว้ แม้แต่น้อย”
“นอกจากนี้พื้นที่ฝังศพของมารดายังว่างเปล่า ทั้งๆ ที่ในความทรงจำ ของคนตระกูลเนี่ย ศพของมารดาเขาได้ถูกฝังไปแล้ว แต่เหตุใดในหลุมศพ ถึงไม่มีโครงกระดูกอยู่?”
“บิดาของเนี่ยเทียนผู้นี้น่าจะผิดปกติ คิดจะรู้ต้นกำเนิดสายเลือดของ เขา บิดาที่ลึกลับของเขาต่างหากถึงจะเป็นกุญแจสำคัญ!”
ร่างจริงของเหยียนจั้นซ่อนตัวอยู่ในจุดลึกของพระราชวังที่ อาณาจักรเลี่ยคง
ทว่าจิตวิญญาณของเขาที่ดึงออกไปจากมหาสมุทรจิตวิญญาณกลับ สามารถล่องลอยอยู่ภายนอกได้เป็นเวลานาน
เหยียนจั้นเป็นแดนเอตทัคคะช่วงท้าย เขาจึงแบ่งจิตวิญญาณเส้นหนึ่ง ออกไปตรวจสอบเรื่องราวทุกอย่างที่เกี่ยวกับเนี่ยเทียนผ่านทางคนที่มี ความเกี่ยวข้องกับเนี่ยเทียนตามอาณาจักรหลีเทียน อาณาจักรเลี่ยคง อาณาจักรเสวียนเทียน ทุกๆ อาณาจักรที่เนี่ยเทียนเคยเดินทางไปเยือน ทว่าสุดท้ายแล้วก็ยังหาร่องรอยบิดาของเนี่ยเทียนไม่พบ
ขณะที่เหยียนจั้นกำลังตรวจสอบเรื่องของเนี่ยเทียนอยู่นั้นเขาก็มีการ ค้นพบที่น่าตะลึงอย่างหนึ่ง
“อาจารย์ของเนี่ยเทียน อูจี้ ทำความเข้าใจกับพลังแห่งเวลา ตอนนี้ยัง อยู่ในสนามรบสุ้ยเมี่ยเพื่อทำความเข้าใจกับสัจธรรมความจริงของแม่น้ำ แห่งกาลเวลา”
“พลังแห่งเวลาคือวิชาที่ลึกลับและพิเศษที่สุดในโลก แม้แต่ในหอเก็บ คัมภีร์ของสำนักก็ยังมีแค่คัมภีร์ที่บรรยายถึงความพิเศษของพลังแห่งเวลา เอาไว้ แต่ไม่มีวิชาการฝึกตน”
“การฝึกพลังแห่งเวลา เดิมทีก็คือปริศนาอย่างหนึ่ง ขนาดวิธีที่จะฝึกให้ เข้ารูปเข้ารอย สำนักยังไม่มี”
“แต่อูจี้ผู้นั้นกลับบรรลุความลี้ลับของพลังแห่งเวลาได้!”
“นอกจากนี้วิชาฝึกตนของสำนักหยินและสำนักหยางก็เห็นได้ชัดว่า เป็นวิชาของตำหนักมหาตะวันและตำหนักจันทร์หนาว พรสวรรค์ของเจ้า สำนักสองคนต่างก็ไม่ธรรมดา มีพลังแฝงไร้ที่สิ้นสุด”
“และยังมีซวีเฉิงที่ลึกลับนั่นอีก ผู้ฝึกลมปราณของซวีเฉิงหลายคนฝึก เวทลับห้วงมิติ พวกเขาหายเข้าไปในอาณาจักรลึกลับแห่งหนึ่ง จากนั้นก็ไม่ เคยเผยกายอีกเลย”
“คาดไม่ถึงเลยว่าดินแดนดาวตกที่ถูกหลงลืมมาหลายปีจะมีความ มหัศจรรย์เช่นนี้ หากไม่ตรวจสอบก็ไม่รู้ แต่พอตรวจสอบกลับมีเรื่องไม่ คาดคิดที่ทำให้คนตะลึงได้จริงๆ”
เหยียนจั้นพลันบังเกิดความสนใจที่เข้มข้นต่อดินแดนดาวตก จึงไม่รีบ ร้อนจากไป ยังคงล่องลอยอยู่ตามอาณาจักรต่างๆ
ดินแดนดาวตกมีบันทึกอยู่ในหอเก็บคัมภีร์ของพระราชวังโบราณ สะเก็ดดาว แต่เนื่องจากสถานที่แห่งนี้เปลี่ยวร้าง ห่างไกลจากพระราชวัง โบราณสะเก็ดดาวเกินไป จึงถูกหลงลืมไปแล้วไม่รู้กี่ปี
ต่อให้เป็นเหยียนจั้นเองก็ยังรู้แค่ว่ามีดินแดนดาวตกนี้อยู่ ซึ่งดินแดน แห่งนี้ผู้แข็งแกร่งหลายรุ่นก่อนของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวเป็นคนทิ้ง เอาไว้
ผู้แข็งแกร่งหลายรุ่นก่อนของสำนักได้ตายไปในประวัติศาสตร์อัน ยาวนานที่ผ่านมา แต่เหตุใดพวกเขาถึงได้ทิ้งทางเข้าประตูสวรรค์ไว้ใน ดินแดนดาวตกอันทุรกันดาร มอบความหวังให้กับผู้ฝึกลมปราณของ ดินแดนแห่งนี้ แม้แต่เหยียนจั้นก็ยังไม่รู้เรื่องภายในที่ซ่อนอยู่
“หรือว่าดินแดนดาวตกยังซุกซ่อนความลับอะไรเอาไว้อีก?” เหยียนจั้น ยิ่งทำความเข้าใจ ความสงสัยก็ยิ่งเพิ่มพูน
——