ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 923 มอบรางวัล
“ว่าไงนะ? หอหงเทียนที่ถูกปิดมานานหลายปีถูกยกให้เขาแล้ว?”
“เริ่มต้นก็ได้ค่าความดีหนึ่งแสนคะแนน!”
“หลังจากที่สำนักติดต่อไปยังลัทธิจิตตวิสุทธิ์ ดินแดนดาวตก ดินแดน ปราการดวงดาวและดินแดนพงฟ้าก็ล้วนอยู่ในนามของเขา?”
“ผลหลังการประเมินบุตรแห่งดวงดาวคนที่เจ็ดคืออะไรกันแน่? เหตุใด ผู้อาวุโสใหญ่ถึงได้รักคนผู้นี้ลำเอียงนัก?”
“ตอนที่นายท่านของพวกเราได้รับการแต่งตั้งเป็นบุตรแห่งดวงดาวก็ยัง ไม่ได้รับความเอ็นดูขนาดนี้!”
“…”
กลางหอเรือหินตั้งตระหง่านหลายหลังของนครสะเก็ดดาวมีเสียงร้อง อุทานแตกตื่นดังมาจากปากของผู้ที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของบุตรแห่งดวงดาว อีกหกคน
เรื่องราวที่เนี่ยเทียนผ่านการประเมิน ได้รับป้ายดวงดาว หอทงเทียน ค่าคุณความดีหนึ่งแสนคะแนนและได้ครอบครองดินแดนปราการดวงดาว ดินแดนพงฟ้า ลูกศิษย์ส่วนใหญ่ในสำนักล้วนยังไม่รับรู้ข่าว
ทว่าพวกลูกน้องของบุตรแห่งดวงดาวกลับอาศัยช่องทางต่างๆ จนได้รู้ ข่าวที่น่าตะลึงข่าวนี้
“เรื่องนี้ต้องบอกให้นายท่านรู้โดยเร็วที่สุด!”
“ในอนาคต บุตรแห่งดวงดาวคนที่เจ็ดจะต้องกลายมาเป็นศัตรูที่ แข็งแกร่งที่สุดแน่นอน!”
“เขาได้รับความสำคัญมากเกินไปแล้ว”
หลังจากที่ความตื่นตะลึงผ่านพ้นไป คนเหล่านั้นก็พากันใช้ค่ายกลนำส่ง แห่งมิติที่อยู่ในหอเรือนของบุตรแห่งดวงดาวเดินทางไปหาเจ้านายของ ตัวเองเพื่อรายงานเรื่องนี้
……
หอหงเทียน
หอเรือนนี้สูงหลายร้อยเมตร ตรงกลางของชั้นใต้ดินมีค่ายกลนำส่งแห่ง มิติขนาดใหญ่ยักษ์ตั้งวาอยู่
ค่ายกลใหญ่หลังนี้ไม่เคยถูกเปิดใช้มาหลายปีแล้ว ขนาดหินวิเศษที่วาง ไว้เพื่อให้ค่ายกลทำงานก็ยังไม่มีอยู่แม้แต่ก้อนเดียว
เวลานี้ผู้ฝึกลมปราณของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวคนหนึ่งที่ เชี่ยวชาญพลังห้วงมิติกำลังยืนอยู่ข้างค่ายกลและปรับพิกัดของค่ายกลใหม่ ให้เป็นตำแหน่งระหว่างอาณาจักรโพ่สุ้ยและดินแดนดาวตก
ภาพห้วงมิติอย่างใหม่ถูกสลักลงไปในค่ายกลอย่างต่อเนื่อง รอจนค่าย กลถูกปรับเปลี่ยนอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว หลังจากนี้เนี่ยเทียนก็สามารถ อาศัยค่ายกลนี้เดินทางไปยังดินแดนดาวตกได้
ผู้เฒ่าคนนั้นยืนอยู่ในค่ายกล และยังคงปรับเปลี่ยนลายเส้นของค่ายกล
ส่วนเนี่ยเทียนกับหวงจินหนันนั้นอยู่ที่ชั้นหนึ่งของหอหงเทียน และ กำลังเดินไปเดินมาอยู่ในห้องหินหลายห้อง
หอหงเทียนมีทั้งหมดสิบสองชั้น แต่ละชั้นต่างก็มีห้องหินมากมาย เพียงแต่ว่าตอนนี้ห้องหินทุกห้องล้วนว่างเปล่า
ห้องหินมากมายในตึกสิบสองชั้นนี้สามารถใช้เป็นห้องลับในการฝึกตน ของพวกลูกน้องและญาติมิตรของเนี่ยเทียนในอนาคต สามารถจัดวาง วัตถุดิบวิเศษมากมาย หรือจะตั้งเป็นห้องหลอมวัตถุ หลอมอาวุธก็ได้ทั้งนั้น
โครงสร้างของหอหงเทียนแทบไม่ต่างจากตำหนักใหญ่ทั้งสองใน ดินแดนดาวตกและอาณาจักรโพ่สุ้ย
บนเพดานมีม่านแสงโปร่งใสปกคลุม สามารถชักดึงพลังดวงดาวมาจาก ทางช้างเผือกที่กว้างใหญ่ไพศาล ให้แสงดาวสาดส่องลงมาทีละนิด
นอกจากนี้ปราณวิญญาณฟ้าดินที่อยู่ในหอหงเทียนยังเข้มข้นกว่าที่ อื่นๆ ของนครสะเก็ดดาวหลายเท่านัก
“เป็นหอหงเทียนเลยหรือนี่”
หวงจินหนันเดินเที่ยวชมตามชั้นต่างๆ เป็นเพื่อนเนี่ยเทียนพลางจุ๊ปาก ชื่นชมไม่หยุด
“หอเรือนแห่งนี้ข้าก็พอจะได้ยินมาบ้างเหมือนกัน ก่อนหน้าที่ข้าจะ กลายมาเป็นเทพบุตรของสายทองในสำนักห้าธาตุ หอหงเทียนแห่งนี้อยู่ใน สภาพว่างเปล่าและถูกปิดผนึก หลายปีที่ผ่านมา บุตรแห่งดวงดาวหลายคน หรือผู้อาวุโสมากมายของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวต่างก็สร้างคุณ ความชอบใหญ่หลวง ได้ค่าคุณความดีนับสิบล้านคะแนน แต่กลับไม่ได้รับ อนุญาตให้แลกเปลี่ยนหอหงเทียนมาครอบครอง”
“แต่เจ้าเพิ่งจะกลายมาเป็นบุตรแห่งดวงดาวก็ได้รับหอหงเทียนเป็น ของรางวัล เรื่องนี้ต้องทำให้เจ้าถูกคนริษยาและเกลียดแค้นมากแน่นอน”
หวงจินหนันหยุดไปครู่ ดวงตาของเขาเป็นประกายสีทองระยิบระยับ ก่อนจะพูดขึ้นเบาๆ “ผลการประเมินของเจ้าเป็นอย่างไรกันแน่? เหตุใดผู้ เฒ่าประหลาดโม่เหิงคนนั้นถึงได้ดูแลเจ้าดีขนาดนี้?”
เนี่ยเทียนเองก็งุนงงมากเหมือนกัน “ข้าก็แค่เอาแก่นเลือดหยดหนึ่ง ออกมามอบให้เขาแล้วออกไปรอข้างนอก แต่ผ่านไปไม่นานเท่าไหร่ พวกผู้ อาวุโสเว่ยไหลสี่คนก็เดินออกมา หลังจากนั้นข้าก็ได้รับแผ่นป้ายดวงดาว และได้รับแจ้งว่าหอหงเทียนถูกยกให้เป็นของข้า ในแผ่นป้ายดวงดาวมีค่า คุณความดีเริ่มต้นหนึ่งแสนคะแนน ข้าสามารถใช้วิธีการของตัวเองรับเอา ดินแดนปราการดวงดาวและดินแดนพงฟ้ามาอยู่ในครอบครองโดยที่คนอื่น ไม่ได้รับอนุญาตให้ยื่นมือเข้าแทรก”
หวงจินหนันทอดถอนใจไม่หยุด “ช่างเป็นคนที่โชคดียิ่งนัก”
ขณะที่คนทั้งสองกำลังพูดคุยกันเบาๆ ผู้เฒ่าที่เชี่ยวชาญพลังห้วงมิติ แดนว่างเปล่าช่วงท้ายซึ่งอยู่ชั้นใต้ดินของหอหงเทียนก็กระแอมออกมา เบาๆ แล้วกล่าวว่า “ค่ายกลนี้ถูกสร้างขึ้นใหม่อีกครั้งหนึ่งแล้ว หลังจากนี้ ค่ายกลแห่งนี้จะสามารถเดินทางไปยังอาณาจักรโพ่สุ้ยและดินแดนดาวตก ได้”
เนี่ยเทียนที่ยืนอยู่ชั้นบนของหอหงเทียนก้มหน้าลงมองเบื้องล่างแล้ว เอ่ยขอบคุณเสียงดัง
“เจ้าคือบุตรแห่งดวงดาว ป้ายดวงดาวในมือเจ้ามีหนึ่งแสนคะแนนซึ่ง สามารถเชิญตัวข้ามาได้ ค่ายกลนำส่งที่สามารถเดินทางข้ามผ่านดินแดนไป
ถึงดินแดนปราการดวงดาวและดินแดนพงฟ้า ตอนนี้สามารถเชื่อมโยงเข้า กับค่ายลที่อยู่ในหอหงเทียนแห่งนี้แล้ว” คนผู้นั้นไม่ทำตัวนอบน้อมแต่ก็ไม่ แข็งกระด้าง “เพียงแต่ว่าค่ายกลข้ามผ่านดินแดนที่เชื่อมโยงกับค่ายกลของ หอหงเทียนจำเป็นต้องใช้ค่าคุณความดีห้าหมื่นคะแนนในการสร้าง เจ้าจง ตรองดูเอาเอง”
“ค่ายกลนำส่งหลังเดียวที่เชื่อมโยงมายังหอหงเทียนก็ต้องจ่ายค่าคุณ ความดีถึงห้าหมื่นคะแนน!” เนี่ยเทียนตะลึงงัน
คนผู้นั้นพยักหน้ารับแล้วหมุนตัวจากไป “เมื่อเจ้าต้องการ เจ้าก็ สามารถไปหาข้าได้ทุกเมื่อ ข้ามีนามว่าค่านจื้อเซิ่ง”
“ค่าคุณความดีห้าหมื่นคะแนนสร้างค่ายกลนำส่งข้ามดินแดนที่ เชื่อมโยงมายังค่ายกลของนครสะเก็ดดาวถือว่ายุติธรรมดีแล้ว ” หวง จินหนันยิ้มบางๆ “เพราะอย่างไรซะบุคคลที่สามารถสร้างค่ายกลนำส่งข้าม ผ่านดินแดนได้นั้นก็ไม่ใช่ว่าจะมีให้พบเห็นทุกที่ เขายังจำเป็นต้องหา วัตถุดิบวิเศษมาเอง และต้องเปลืองทั้งเวลาและกำลังกาย”
เนี่ยเทียนขมวดคิ้วไม่พูดอะไร
เขาในตอนนี้รู้แล้วว่าแท้จริงแล้วค่าคุณความดีของพระราชวังโบราณ สะเก็ดดาวนั้นล้ำค่าอย่างยิ่ง
ต่อให้เขาเป็นบุตรแห่งดวงดาว ทว่าคิดจะเอาของวิเศษ วัตถุดิบ หรือ ยามาจากพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว ก็ยังจำเป็นต้องใช้ค่าคุณความดีมา แลกถึงจะได้
นอกจากคัมภีร์ในหอเก็บคัมภีร์แล้ว ทรัพยากรทั้งหมด เขาไม่สามารถ ได้มาครอบครองเปล่าๆ
ค่าคุณความหนึ่งแสนคะแนนสามารถแลกเอาของวิเศษระดับเชื่อมโยง วิญญาณสองชิ้นมาจากหอเก็บสมบัติของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว และหากเป็นของวิเศษระดับเชื่อมโยงวิญญาณที่ขั้นต่ำเสียหน่อยก็อาจแลก มาได้ถึงสามชิ้น
ยามากมายที่ช่วยในการฝึกตน ทำให้ขอบเขตเพิ่มสูงขึ้นในหอเก็บโอสถ ก็สามารถแลกมาได้ชุดใหญ่
ในหอวัตถุดิบวิเศษมีวัตถุวิเศษมากมายอยู่ข้างใน รวมไปถึงเนื้อสัตว์ วิเศษระดับสูงด้วย หากมีค่าคุณความดีหนึ่งแสนคะแนนก็สามารถแลกมา ได้มากกว่าเดิม
เขานิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ตัดสินว่าจะยังไม่ใช้ค่าคุณความดีไปแลกค่ายกล ใหญ่ที่สามารถข้ามผ่านไปถึงดินแดนปราการดวงดาวและดินแดนพงฟ้าได้
—เพราะเขายังมีจ้าวซานหลิงให้ใช้งาน
“เจ้ากลายเป็นบุตรแห่งดวงดาวคนที่เจ็ด ได้รับหอทงเทียน เริ่มต้นก็มี ค่าคุณความดีหนึ่งแสนคะแนน ทั้งยังได้ครอบครองดินแดนปราการ ดวงดาวและดินแดนพงฟ้า เรื่องนี้คงแพร่ไปทั่วทางช้างเผือกในเวลาไม่นาน เมื่อถึงเวลานั้นจะไม่เพียงทำให้ผู้ฝึกลมปราณในดินแดนดวงดาวระดับสูง หลายแห่งรับรู้ แม้แต่ชนต่างเผ่าก็ยังจะต้องรู้จักชื่อของเจ้าด้วย”
“นามว่าเนี่ยเทียนต้องโด่งดังไปทั่วโลกแน่นอน”
หวงจินหนันยิ้มกว้าง ก่อนจะพูดต่อว่า “ข้าเองก็ต้องกลับไปแล้ว ช่วงนี้ ข้าอาจส่งคนมาหาเจ้า เพื่อเชิญเจ้าไปร่วมสำรวจอาณาจักรแห่งหนึ่ง ด้วยกัน เจ้าสนใจหรือไม่?”
“ร่วมสำรวจอาณาจักรแห่งหนึ่งด้วยกัน?” เนี่ยเทียนตะลึง
“อืม คนของข้าเจออาณาจักรแห่งใหม่แห่งหนึ่ง ซึ่งอาณาจักรนั้นก็มี สิ่งมีชีวิตเคลื่อนไหวอยู่เหมือนกัน ตอนนี้ประตูข้ามอาณาจักรแห่งนั้นยังไม่ ถูกสร้างขึ้นมา” หวงจินหนันเคยต่อสู้เคยเคียงบ่าเคียงไหล่กับเนี่ยเทียนมา หนึ่งครั้งตอนอยู่สนามรบสุ้ยเมี่ย ทั้งสองฝ่ายต่างก็ร่วมงานกันอย่างมี ความสุข “ในอาณาจักรใหม่แห่งนั้นก็มีทรัพยากรในการฝึกตนมากมาย เหมือนกัน มันต้องช่วยในการสั่งสมพลังของเจ้าอย่างแน่นอน”
เนี่ยเทียนนิ่งคิดไปพักหนึ่ง “ข้าต้องกลับไปดินแดนดาวตกเพื่อทำความ เข้าใจกับสถานการณ์ของดินแดนพงฟ้าเสียก่อน”
“ข้าเข้าใจ” หวงจินหนันคลี่ยิ้ม “ไม่ต้องรีบร้อน ทางฝ่ายของข้าเองก็ ต้องการเวลาเหมือนกัน”
คนทั้งสองพูดคุยกันจบ หวงจินหนันก็จากไป เขามาที่ห้องรับรองที่ พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวจัดไว้ต้อนรับแล้วพาพวกลูกน้องกลับไปยัง สำนักห้าธาตุ
พอเขาจากไป เนี่ยเทียนก็ไม่ได้ไปเลือกวิชาพืชหญ้าที่หอเก็บคัมภีร์ต่อ แต่เตรียมกลับไปยังดินแดนดาวตก จากนั้นก็ไปยังดินแดนพงฟ้าเพื่อดูว่า ปัญหาที่ชนต่างเผ่ารุกรานดินแดนพงฟ้าถูกแก้ไขอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว หรือไม่
หอหงเทียนเป็นของเขา ค่ายกลนำส่งแห่งมิติขนาดใหญ่ยักษ์ที่ถูกปรับ ใหม่ไม่จำเป็นต้องผ่านอาณาจักรโพ่สุ้ย แต่สามารถเดินทางไปถึงพระราชวัง ของดินแดนดาวตกได้โดยตรง
ค่ายกลใช้ระยะเวลาช่วงหนึ่งในการโคจร ก่อนที่เขาจะมาปรากฏตัวอยู่ ที่หน้าพระราชวังหลังนั้น
ที่ทำให้เขาตะลึงก็คือพระราชวังที่เดิมทีปิดสนิท มีแต่เขาเท่านั้นถึงจะ ผลักประตูหินให้เปิดออกได้ ตอนนี้กลับเปิดออกอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว
ในพระราชวังนั้น เขามองไปปราดเดียวก็เห็นว่าตรงเบื้องหน้าค่ายกล นำส่งมีพวกฉีป๋ายลู่ยืนอยู่
ต่งลี่เองก็เดินออกมาจากในห้องลับของพระราชวังเพราะสัมผัสได้ถึง คลื่นเคลื่อนไหวของค่ายกล
ต่งลี่เหยียบเต่าสีดำสนิทตัวหนึ่งอยู่ใต้ฝ่าเท้า
เต่าตัวนั้นส่ายหัวโอนเอน แล้วพุ่งมาหาเขาคล้ายตื่นเต้นอย่างยิ่ง
“อู้!”
พลังวิญญาณแห่งความมืดมิดแผ่ออกมาจากบนร่างของเต่าพร้อมกับ ปราณเลือดที่เข้มข้นโชยมาปะทะจมูก
“ตึง!”
เนี่ยเทียนถูกเต่าตัวนั้นชนไม่กี่ที ร่างก็ถอยกรูดไปหลายก้าวอย่างที่มิ อาจควบคุมได้
รอจนเขายืนได้มั่นคงแล้วจึงเห็นว่าเต่าตัวนั้นขยับเท้าของตัวเองไม่หยุด ด้วยท่าทีที่กระตือรือร้นสุดขีด
มองเต่าตัวนั้น เนี่ยเทียนก็พลันเกิดความรู้สึกใกล้ชิด รู้สึกว่าเต่าตัวนี้มี สายเลือดที่เชื่อมโยงกับเขาอย่างลึกลับ
เพียงแต่ว่าเรือนกายนี้ของเขาหนักราวหินเหล็กหมื่นชั่ง ทว่าเต่าตัว เล็กๆ ตัวหนึ่งกลับชนให้เขาถอยหลังกรูดติดต่อกัน นี่จึงทำให้เขาแอบตก ตะลึงไม่น้อย
“มัน ก็คือสัตว์ที่ฟักออกมาจากในไข่ยักษ์สีดำ เต่าทมิฬ” ต่งลี่ยิ้มเจิดจ้า อารมณ์ดีอย่างยิ่งยวด “ระดับสายเลือดขั้นต้นของเต่าทมิฬคือระดับเจ็ด”
“สายเลือดระดับเจ็ด!” เนี่ยเทียนมีสีหน้าเหมือนคนเห็นผี
เขายังจำได้ว่าหงส์แดงตัวที่เขาเจอตอนอยู่บ่อแห่งโชควาสนาในสนาม รบสุ้ยเมี่ยซึ่งเป็นถึงเผ่าสัตว์โบราณ มีสายเลือดเริ่มต้นแค่ระดับหกเท่า นั้นเอง
เต่าทมิฬที่แค่เกิดมาก็มีสายเลือดถึงระดับเจ็ด หากไม่เป็นสัตว์โบราณที่ ร้ายกาจกว่าหงส์แดงก็ต้องเป็นพวกเลือดผสม
“คิกคิก ใช่แล้ว สายเลือดระดับเจ็ด” รอยยิ้มบนใบหน้าของต่งลี่เบิก บานราวดอกไม้แรกแย้ม “สายเลือดระดับเจ็ดของมันในตอนนี้ยังไม่มั่นคง จึงจำเป็นต้องกินเนื้อปริมาณมากถึงจะไต่ไปถึงสายเลือดระดับเจ็ดได้อย่าง แท้จริง เจ้าตัวเล็กนี่กินเนื้อสัตว์วิเศษที่ข้าเก็บเอาไว้วันละตั้งหลายร้อยจิ นเลยนะ”
“แถมยังเป็นเนื้อสัตว์วิเศษระดับห้า ระดับหกด้วย ข้าไม่รู้เลยว่ามันทน ไหวได้ยังไง”
ต่งลี่กล่าวด้วยน้ำเสียงเสียดาย
——