ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 924 คลี่คลายหายนะ
“เต่าทมิฬตัวนี้มีความเป็นมาอย่างไร?”
เนี่ยเทียนก้มหน้าลงมองเต่าสีดำสนิทซึ่งมีปราณแห่งความมืดมิดตัวนั้น ด้วยสีหน้าประหลาด
“แปลกมาก เพราะข้าเองก็ไม่รู้ที่มาของเต่าทมิฬเหมือนกัน” ต่งลี่เก็บ รอยยิ้มกลับคืน “ที่ข้ารู้ว่ามันชื่อเต่าทมิฬก็หลังจากที่ติดต่อทางจิตวิญญาณ กับมันแล้ว ข้าอยู่ที่สำนักคุมสัตว์นานมาก แล้วก็เคยศึกษาสัตว์วิเศษชนิด ต่างๆ ที่มีบันทึกอยู่ในสำนักคุมสัตว์ แต่ก็ไม่เคยได้ยินชื่อเต่าทมิฬมาก่อน จริงๆ”
เนี่ยเทียนตะลึงงัน
นิ่งคิดไปครู่หนึ่งเขาก็หันไปมองประตูหินที่เปิดอ้าแล้วถามอย่างแปลก ใจ “ประตูหินนั่น?”
“ก่อนหน้านี้ไม่นาน ประตูหินที่ปิดสนิทบานนั้นได้เปิดออกด้วยตัวเอง” ต่งลี่กล่าว
“เปิดออกด้วยตัวเอง?” เนี่ยเทียนตะลึงไปครู่ รู้สึกว่าน่าจะเป็นเพราะ การมาเยือนของเหยียนจั้นถึงได้ทำให้ประตูหินบานนั้นถูกเปิดออก “ช่วงที่ ผ่านมาเจ้าเคยพบเจอใครหรือไม่?”
ต่งลี่ส่ายหน้า “ไม่เคยเจอ”
ไม่รอให้เขาซักถามต่อ ต่งลี่ก็เป็นฝ่ายพูดขึ้นเองว่า “ใช่แล้ว เจ้าไปที่ พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวมาแล้วหรือยัง?”
“ไปมาแล้ว” เนี่ยเทียนยิ้มกว้าง “ข้าได้รับการยอมรับจากพระราชวัง โบราณสะเก็ดดาว กลายเป็นบุตรแห่งดวงดาวคนที่เจ็ดแล้ว”
ต่งลี่ดีใจอย่างยิ่งยวด “ดียิ่งนัก!”
ระหว่างที่คนทั้งสองพูดคุยกัน เนี่ยเทียนก็เดินออกไปจากประตูหินที่ เปิดอ้าไว้
ตรงจุดที่มีค่ายกลนำส่งแห่งมิติซึ่งเชื่อมโยงไปยังอาณาจักรวอหลิวมีผู้ แข็งแกร่งจำนวนมากของดินแดนดาวตกรวมตัวกันอยู่ พวกฉีป๋ายลู่ จงเจิง ล้วนยังไม่ได้จากไปไหน
แม้แต่เหลยเทียนฉี่เองก็ยังเฝ้าอยู่ที่นี่
พอเนี่ยเทียนมาถึง สายตาของทุกคนจึงมารวมกันที่ตัวเขาโดยอัตโนมัติ
“เนี่ยเทียน!” ฉีป๋ายลู่มีท่าทางที่ทั้งกระวนกระวายใจและทั้งตื่นเต้น “ทางพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว ยอมรับตัวจนเจ้าหรือไม่?”
มีเพียงพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวยอมรับว่าเนี่ยเทียนคือบุตรแห่ง ดวงดาวเท่านั้น พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวและดินแดนดาวตกถึงจะมี ความสัมพันธ์ที่แนบแน่นต่อกันอย่างแท้จริง
หากได้เชื่อมความสัมพันธ์กับพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว ผู้ฝึก ลมปราณเผ่ามนุษย์ของดินแดนดวงดาวขนาดใหญ่ๆ รอบด้าน หรือชนต่าง เผ่าที่หากคิดจะลงมือกับดินแดนดาวตกก็ยังต้องคิดพิจารณาให้ดีเสียก่อน
เมื่อมีชื่อของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวอยู่ ก็เท่ากับว่าดินแดนดาว ตกจะมีที่พึ่งที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก ไม่ต้องเป็นกังวลอีกแล้วว่าจะถูกรุกราน ในเวลาใดเวลาหนึ่ง
เนี่ยเทียนยิ้มสดใส “ทุกอย่างราบรื่นดี”
พอเขาเอ่ยเช่นนี้ ทุกคนก็พากันดีใจกันอย่างถึงที่สุด พลันรู้สึกว่า อนาคตมีการรับประกันที่แน่นอน
“ผู้อาวุโสเยว่เหยียนสี่อยากพบท่านสักครั้ง” เหลยเทียนฉี่เอ่ยขึ้นเบาๆ
เนี่ยเทียนพยักหน้า “รอข้าไปดินแดนพงฟ้าเพื่อทำความเข้าใจกับ สถานการณ์ของทางฝั่งนั้นแล้ว ข้าจะไปที่ดินแดนปราการดวงดาว”
“ตกลง” เหลยเทียนฉี่โค้งตัวทำความเคารพแล้วหมุนตัวจากไป คล้าย ต้องการนำเรื่องข่าวที่เนี่ยเทียนกลับมาและได้กลายเป็นบุตรแห่งดวงดาว แจ้งให้สำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ทราบในทันที
“ดินแดนปราการดวงดาว… ” สีหน้าเนี่ยเทียนฉายแววครุ่นคิด “ห้า สำนักสามตระกูล ทางฝ่ายอื่นน่าจะพูดง่าย มีเพียงบรรพบุรุษหุนเทียนของ สำนักฟ้ากลมแห่งเดียวเท่านั้นที่อาจจะค่อนข้างเป็นปัญหาเล็กน้อย บรรพ บุรุษหุนเทียนคือแดนว่างเปล่าขั้นสูงสุด ขาดอีกแค่ครึ่งก้าวก็เป็นแดน เอตทัคคะ พยศไม่ยอมใคร อาจจะไม่ยินยอมเป็นผู้ที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของ ข้าแต่โดยดี”
ประโยคพึมพำของเขา พวกฉีป๋ายลู่ จงเจิงต่างก็ได้ยินกันอย่างชัดเจน
ฉีป๋ายลู่จึงถามขึ้นอย่างอดไม่ไหว “เนี่ยเทียน เจ้าจะบอกว่าจะรับตัว บรรพบุรุษหุนเทียนให้เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของเจ้าเองน่ะหรือ?”
“พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวจะมอบดินแดนดาวตก และดินแดน ใกล้เคียงอย่างดินแดนปราการดวงดาว รวมถึงดินแดนพงฟ้าให้กับข้า ”
เนี่ยเทียนยิ้มบางๆ “แต่ทางฝ่ายของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวจะไม่ยื่น มือเข้าแทรก ต้องให้ข้าใช้วิธีการของตัวเองมาทำให้พวกเขายอมรับให้ได้”
พอได้ยินว่าทางฝ่ายของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวจะมอบดินแดน ปราการดวงดาว ดินแดนพงฟ้าให้เป็นของเนี่ยเทียน ผู้แข็งแกร่งทุกคนที่อยู่ ตรงนั้นต่างก็ตื่นตะลึงกันไปหมด
“วินาทีที่เจ้ากลายเป็นบุตรแห่งดวงดาว ดินแดนดวงดาวสามแห่งล้วน ถูกยกให้เจ้างั้นหรือ?” จงเจิงตะลึงพรึงเพริด
“ดินแดนดวงดาวสามแห่งเชียวนะ!”
“ดินแดนดวงดาวมากมายมีทรัพยากรที่ใช้ไม่หมด ทว่าพระราชวัง โบราณสะเก็ดดาวกลับมอบให้เป็นของเจ้า? ในพระราชวังโบราณสะเก็ด ดาว บุตรแห่งดวงดาวมีตำแหน่งสูงส่งถึงเพียงนี้เชียวหรือ?”
“ไม่เสียแรงที่เป็นสำนักเก่าแก่อันดับหนึ่งของเผ่ามนุษย์!”
ทุกคนร้องอุทานตื่นตะลึงพลางทอดถอนใจกันไม่หยุด
“จ้าวซานหลิงล่ะ?” เนี่ยเทียนถามถึงเรื่องสำคัญ
“หลังจากที่เจ้าจากไปได้ไม่นาน เขาก็กลับมาแล้วอาศัยค่ายกลนี้ เดินทางไปยังดินแดนพงฟ้าอีกครั้ง หมายจะสังหารสิ่งลี่เฟิงแห่งตระกูลสิ่ง” ฉีป๋ายลู่อธิบาย “ค่ายกลนำส่งแห่งนี้ถูกเขาประกอบขึ้นใหม่จึงเดินทางไปยัง อาณาจักรวอหลิวได้อีกครั้ง”
“เขาสั่งความบอกว่าให้พวกเราเฝ้าอยู่ที่นี่ หากมีชนต่างเผ่ามาเยือน หรือมีผู้ฝึกลมปราณของดินแดนพงฟ้าบุกเข้ามาก็ให้ทำลายค่ายกลนี้ทิ้งซะ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ดินแดนดาวตกต้องเจอกับความวุ่นวาย”
เนี่ยเทียนหน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ “เขาไปจริงๆ หรือนี่”
ตอนนี้ที่ดินแดนพงฟ้าก็น่าจะมีคนของลัทธิจิตตวิสุทธิ์ปรากฏตัวแล้ว
ลัทธิจิตตวิสุทธิ์เดินทางไปเยือนดินแดนพงฟ้า เป้าหมายที่สำคัญที่สุดก็ คือต้องการจับตัวจ้าวซานหลิงกลับไปยังลัทธิจิตตวิสุทธิ์
จ้าวซานหลิงเข้าไปในดินแดนพงฟ้าเพื่อลงมือกับสิ่งลี่เฟิง เกรงว่าลัทธิ จิตตวิสุทธิ์คงรู้เรื่องแล้ว
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็เข้าไปในค่ายกลนั้นอย่างไม่ลังเล “ข้าจะไปที่นั่น สักรอบหนึ่ง”
พวกฉีป๋ายลู่พากันแสดงท่าทีว่าต้องการไปพร้อมกับเขา
“ไม่ต้องหรอก ข้าไปดินแดนพงฟ้าครั้งนี้คงไม่น่าจะมีอันตรายอะไร” เนี่ยเทียนเอ่ยปลอบใจพวกเขา “ข้าไปคราวนี้อาจจำเป็นต้องไปพูดคุยกับ ลัทธิจิตตวิสุทธิ์ หากไม่มีเรื่องไม่คาดคิดเกิดขึ้น ความวุ่นวายของดินแดนพง ฟ้าก็น่าจะคลี่คลายไปได้แล้ว และชนต่างเผ่าเองก็น่าจะถอยไปอย่าง รวดเร็ว”
ทุกคนมีสีหน้างงงัน
แน่นอนว่าพวกเขาย่อมไม่รู้ว่าทางฝ่ายของพระราชวังโบราณสะเก็ด ดาวได้ติดต่อกับลัทธิจิตตวิสุทธิ์เรียบร้อยแล้ว
ในเมื่อพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวแสดงเจตจำนงแน่ชัดว่าต้องการยก ดินแดนพงฟ้าให้กับเนี่ยเทียน แน่นอนว่าย่อมไม่ปล่อยให้ชนต่างเผ่าวางตัว กำเริบเสิบสานในดินแดนพงฟ้า ไม่ให้ดินแดนพงฟ้าต้องเผชิญกับอาการ บาดเจ็บเป็นเวลานาน
เนี่ยเทียนไม่ได้อธิบายอย่างละเอียด หลังจากเขาเข้าไปในค่ายกลได้ไม่ นาน ค่ายกลก็ถูกเปิดใช้
เวลานำส่งระหว่างอาณาจักรเลี่ยคงไปยังอาณาจักรวอหลิวใช้เวลาสั้น มาก
ไม่นานเนี่ยเทียนก็มาปรากฏตัวอยู่ที่ชั้นใต้ดินของหอเรือนหินใน อาณาจักรวอหลิวที่สำนักอักขระเทพยกให้เขา
เมื่อปรากฏตัว เนี่ยเทียนก็สัมผัสได้อย่างเฉียบไวว่า อาณาจักรวอหลิว ในเวลานี้มีปราณเลือดเนื้อเพิ่มขึ้นมาอีกไม่น้อย
ปราณเลือดเนื้ออันอ่อนจางเป็นตัวแทนของเผ่ามนุษย์ นี่หมายความว่า อาณาจักรวอหลิวที่ก่อนหน้านี้ถูกทอดทิ้งเริ่มมีเผ่ามนุษย์มารวมตัวกันอีก ครั้งหนึ่งแล้ว
นอกค่ายกล พอผู้ฝึกลมปราณเขตลี้ลับคนหนึ่งที่สวมชุดของสำนัก อักขระเทพเห็นว่าเขามาถึง ดวงตาก็เป็นประกายแล้วถามด้วยน้ำเสียงรัว เร็ว “ใช่เนี่ยเทียนหรือไม่?”
“ข้าเอง”
คนผู้นั้นมีท่าทีดีใจอย่างยิ่งยวด เขาตะโกนด้วยเสียงอันดัง “เนี่ยเทียน มาแล้ว!”
พอเขาตะโกนเช่นนั้น เมิ่งหลีก็บินพรวดออกมาจากหอเรือนหินของ สำนักอักขระเทพ
“เนี่ยเทียน เจ้ากลับมาได้เสียที! ” เมิ่งหลีเองก็มีสีหน้าปิติยินดี รีบ ซักถาม “เป็นอย่างไรบ้าง? ได้กลับไปที่พระราชวังโบราณสะเก็ดดาว ติดต่อกับพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวหรือยัง?”
“ข้าปฏิบัติหน้าที่สำเร็จอย่างที่ไม่ทำให้ทุกท่านผิดหวัง! ” เนี่ยเทียนยิ้ม “ข้าได้รับการยอมรับจากสำนัก กลายเป็นบุตรแห่งดวงดาวคนที่เจ็ดแล้ว”
“เยี่ยมไปเลย!” เมิ่งหลีฮึกเหิม ตะโกนขึ้น “จ้าวซานหลิงจากดินแดน ดาวตกของพวกเจ้าได้ใช้ค่ายกลลับห้วงมิติบวกกับวัตถุล้ำค่าห้วงมิติชิ้นนั้น มาสังหารสิ่งลี่เฟิงที่อาณาจักรเหออวิ๋นได้สำเร็จเมื่อเจ็ดวันก่อน!”
“แต่ว่า หลังจากที่เขาสังหารสิ่งลี่เฟิงได้กลับถูกเผ่ามนุษย์ของต่าง ดินแดนหมายหัว”
“พวกคนจากต่างดินแดนเหล่านั้นก็เชี่ยวชาญเวทลับห้วงมิติเช่นกัน ตอนนี้อยู่ที่นอกทางช้างเผือกและกำลังตามหาร่องรอยของจ้าวซานหลิง”
เนี่ยเทียนฟังประโยคนั้นก็รู้ว่าคนจากต่างดินแดนที่เมิ่งหลีพูดถึงต้อง เป็นลูกศิษย์ของลัทธิจิตตวิสุทธิ์แน่นอน
ที่ทำให้เขาแปลกใจก็คือจ้าวซานหลิงกลับสามารถสังหารสิ่งลี่เพิงได้ สำเร็จจริงๆ!
“สถานการณ์ของดินแดนพงฟ้าตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง?” เนี่ยเทียน ถามอีกครั้ง
จ้าวซานหลิงเชี่ยวชาญเวทลับห้วงมิติ มีเจดีย์ซวีหลิงอยู่ในมือ เขา ล่องลอยอยู่กลางทางช้างเผือกก็ไม่แน่เสมอไปว่าจะต้องถูกลัทธิจิตตวิสุทธิ์ จับตัว
ที่เขาเป็นกังวลก็คือ เรือรบทางช้างเผือกของชนต่างเผ่าอาจจะยังมาทำ ตัวเหลวไหลที่ดินแดนพงฟ้า
ดินแดนพงฟ้าถูกยกให้เป็นของเขาแล้ว หลังจากที่สำนักอักขระเทพ แสดงความจริงใจออกมา ดินแดนพงฟ้าจึงถือเป็นถิ่นของเขาในนาม
หากดินแดนพงฟ้าถูกชนต่างเผ่าโจมตี อาณาจักรมากมายถูกจู่โจม เผ่า มนุษย์ตายไปเป็นจำนวนมาก นั่นจะถือเป็นความเสียหายอย่างใหญ่หลวง ของเขา
“ก่อนหน้านี้ไม่นาน จู่ๆ พวกชนต่างเผ่าก็จากไป ” เมิ่งหลีกล่าว “หลังจากที่แขกจากต่างดินแดนมาถึงได้ไม่นาน เรือรบทางช้างเผือกของ ชนต่างเผ่าก็พากันถอนกำลังจากไป เดิมทีสำนักอักขระเทพของพวกเรายัง ถูกภูตผีปีศาจและอสูรกายล้อมโจมตีจนเกือบจะเฝ้าพิทักษ์สำนักไว้ไม่อยู่ ทว่าจู่ๆ กองทัพของภูตผีปีศาจและอสูรกายก็ถอนกำลังออกไปกะทันหัน”
เนี่ยเทียนสอบถามเวลาที่แน่นอน จึงรู้ว่าช่วงเวลาที่ภูตผีปีศาจและอสูร กายถอยออกไป ก็คือช่วงเวลาที่เขาเดินทางไปยังพระราชวังโบราณสะเก็ด ดาวและพูดคุยกับเว่ยไหลได้ไม่นาน
เขาจึงมั่นใจมากว่าที่ชนต่างเผ่าถอยออกไปต้องเป็นเพราะเว่ยไหลแอบ ไปพูดคุยับลัทธิจิตตวิสุทธิ์อย่างลับๆ แน่นอน
“สำนักทองไพศาลและสำนักภูเขาพันกระบี่ล่ะ?” เนี่ยเทียนถามอีก ครั้ง
“สำนักภูเขาพันกระบี่ไม่ต้องพูดถึงแล้ว เนื่องจากการรุกรานของชน ต่างเผ่า พวกเขาจึงเสียหายอย่างใหญ่หลวง” เมิ่งหลีถอนหายใจ “แต่ว่า
สำนักทองไพศาลเหมือนกับพวกเราที่อาณาจักรในครอบครองบางแห่งถูก ชนต่างเผ่าจู่โจม ทว่าสำนักกลับไม่ได้ถูกชนต่างเผ่ารุกรานเข้ามาอย่าง แท้จริง สามารถรักษารากฐานและศักยภาพของสำนักเอาไว้ได้”
“มีข่าวศิษย์พี่หญิงเผยของข้าหรือไม่?” เนี่ยเทียนกล่าวอีกครั้ง
“มี ตอนที่จ้าวซานหลิงสังหารสิ่งลี่เฟยได้ นางก็ไปปรากฏตัวที่ อาณาจักรเหออวิ๋นเช่นกัน” เมิ่งหลีพลันกดเสียงลงต่ำ “ข้าได้รับข่าวว่า คุณหนูเผยเองก็ถูกคนต่างดินแดนจับตามองเช่นกัน ทว่าร่องรอยของ คุณหนูเผยหายากยิ่งกว่าจ้าวซานหลิงเสียอีก พวกคนจากต่างดินแดนจึงหา ตัวนางไม่พบ”
เนี่ยเทียนพลันคลายใจลงได้
“เจ้ารอสักครู่ ข้าจะนำข่าวที่เจ้ากลับมาไปแจ้งให้เจ้าสำนักของข้า ทราบโดยเร็วที่สุด ทางฝ่ายของสำนักทองไพศาลที่พอรู้ข่าวแล้วก็เคยมาหา ตัวเจ้าเหมือนกัน” เมิ่งหลีกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “พวกเราคาดเดาเอาว่า ที่ชนต่างเผ่าถอยทัพออกไปน่าจะเกี่ยวข้องกับเจ้า เป็นอย่างนี้จริงหรือไม่?”
“ถือว่าใช่กระมัง” เนี่ยเทียนไม่ปฏิเสธ
เมิ่งหลีจึงรีบร้อนเอาข่าวไปบอกผู้อื่น
ครึ่งวันต่อมา เจ้าสำนักอักขระเทพ เจ้าสำนักทองไพศาล รวมไปถึงผู้ แข็งแกร่งแดนเอตทัคคะของสำนักภูเขาพันกระบี่ที่ถูกมหาราชาของเผ่า โครงกระดูกโจมตีจนบาดเจ็บสาหัสก็พากันมาถึงอาณาจักรวอหลิว
——