ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 925 ปฏิเสธ
อาณาจักรวอหลิว ในตำหนักของสำนักอักขระเทพ
จิ่งเฟยหยางเจ้าสำนักอักขระเทพ ฉวีหมิงเต๋อจากสำนักทองไพศาล และเจ้าแห่งกระบี่ฉวนจื่อเซวียนจากสำนักภูเขาพันกระบี่ต่างก็พาผู้ แข็งแกร่งแดนว่างเปล่าหลายท่านมารวมตัวกันอยู่ตรงนี้
จิ่งเฟยหยาง ฉวีหมิงเต๋อ ฉวนจื่อเซวียนต่างก็เป็นแดนเอตทัคคะช่วง ต้น!
เพียงแต่ว่าเมื่อเทียบกับอีกสองคนแล้ว พลังอำนาจของฉวนจื่อเซวียนก ลับดูสู้ไม่ได้อย่างเห็นได้ชัด
หลังจากที่เขาถูกมหาราชาสายเลือดระดับเก้าของเผ่าโครงกระดูก โจมตีจนบาดเจ็บสาหัสก็ไปซ่อนตัวไม่ยอมออกมา ไม่มีใครรู้ว่าเขาไปอยู่ที่ ไหน
ช่วงเวลาที่ชนต่างเผ่ารุกรานดินแดนพงฟูา เขาเองก็ไม่เคยปรากฏตัว แม้แต่สำนักภูเขาพันกระบี่ก็ยังรักษาไว้ไม่ได้
สำนักภูเขาพันกระบี่จึงเสียหายหนักที่สุด
จนกระทั่งชนต่างเผ่าถอนกำลังจากไป ฉวนจื่อเซวียนถึงพาผู้แข็งแกร่ง ในสำนักหวนคืนมายังสำนักภูเขาพันกระบี่อีกครั้ง ทว่าทรัพย์สมบัติ วัตถุดิบวิเศษและยามากมายที่สำนักภูเขาพันกระบี่สั่งสมมานานหลายปี กลับถูกชนต่างเผ่าเก็บกวาดเอาไปเกลี้ยง
ชื่อเสียงของสำนักภูเขาพันกระบี่ดิ่งลงเหวในชั่วข้ามคืน ขอบเขตแดน เอตทัคคะช่วงต้นของฉวนจื่อเซวียนเจ้าแห่งกระบี่อันดับหนึ่งก็ถดถอย สี หน้าของเขาจึงนิ่งลึกมืดคล้ำอยู่ตลอดเวลา
เรื่องที่เนี่ยเทียนปรากฏตัวในอาณาจักรวอหลิวถูกเมิ่งหลีแจ้งให้รับรู้กัน ทั่วทุกฝุาย เมื่อเขาบอกว่าตอนนี้พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวได้ยก ดินแดนพงฟูาให้เป็นของบุตรแห่งดวงดาวคนที่เจ็ดแล้ว ฉวนจื่อเซวียนจึง รีบเดินทางมายังอาณาจักรวอหลิวทันที
จิ่งเฟยหยางพูดคุยถึงสถานการณ์ล่าสุด
ทว่าเขายังไม่ทันกล่าวจบกลับถูกฉวนจื่อเซวียนตัดบทเสียก่อน
ดวงตาที่มืดทะมึนของฉวนจื่อเซวียนจ้องเขม็งไปที่เนี่ยเทียน “ข้ามีข้อ สงสัยบางอย่าง หวังให้เจ้าช่วยตอบคำถามให้”
“ผู้อาวุโสเชิญพูด” เนี่ยเทียนกล่าว
ก่อนหน้าที่เนี่ยเทียนจะกลับมา เขาได้ทำความเข้าใจกับกฎเกณฑ์ บางอย่างของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวจากปากหวงจินหนันและเถาจิ่น แล้ว
เนื่องจากบุตรแห่งดวงดาวคือบุคคลที่มีฐานะพิเศษในพระราชวัง โบราณสะเก็ดดาว ดังนั้นการเติบโตในช่วงแรกของบุตรแห่งดวงดาวจึงต้อง พึ่งพาตัวเอง ไม่สามารถใช้ทรัพยากรของสำนักได้มากนัก
ในอนาคตบุตรแห่งดวงดาวอาจได้กลายมาเป็นนายแห่งดวงดาวผู้มี ชื่อเสียงเลื่องลือ พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวจึงมองพวกเขาเป็น
เหมือนว่าที่เจ้าสำนักในวันข้างหน้า เลยไม่คิดจะประคบประหงมพวกเขา ดั่งดอกไม้ที่ถูกปลูกในโรงเรือน
และก็ด้วยเหตุนี้ เมื่อพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวยกดินแดนพงฟูา ดินแดนปราการดวงดาวให้ตกเป็นของเขา ถึงได้ไม่ส่งตัวผู้แข็งแกร่งมา กำราบกองกำลังของสองดินแดนนี้ให้แก่เขา
ความหมายที่พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวปุาวประกาศต่อทุกฝุายก็คือ ในเมื่อดินแดนพงฟูา ดินแดนปราการดวงดาวล้วนเป็นของเนี่ยเทียน ดินแดนดวงดาวใหญ่ๆ ที่อยู่รอบด้านจึงไม่สามารถยื่นมือเข้าแทรกแซง ดินแดนพงฟูาและดินแดนปราการดวงดาวได้
ดินแดนดวงดาวระดับสูงหลายแห่งก็จะได้ล้มเลิกความคิดที่จะเก็บ ดินแดนพงฟูาและดินแดนปราการดวงดาวมาไว้ในครอบครอง
ทว่าสำนักในดินแดนดวงดาวใหญ่ทั้งสองแห่งนี้จะยินยอมเชื่อฟังเนี่ย เทียน กลายมาเป็นผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาของเนี่ยเทียนหรือไม่ ล้วน จำเป็นต้องให้เนี่ยเทียนจัดการด้วยตัวเอง
หลังจากที่พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวบอกแนวทาง กำจัดแรงกดดัน จากโลกภายนอกให้กับเขาแล้ว เขาจะสามารถใช้เสน่ห์ของตัวเองมามัดใจ และได้รับการยอมรับจากสำนักภายในได้หรือไม่ นี่ก็ถือเป็นการทดสอบ ความสามารถของเขาอย่างหนึ่งที่พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวมีให้
หลังจากที่พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวปุาวประกาศออกไปแล้ว หาก เนี่ยเทียนไม่สามารถทำให้ดินแดนพงฟูาและดินแดนปราการดวงดาว ยอมรับในตัวเองได้ อันที่จริงนี่ก็เท่ากับว่าเป็นการเสียหน้าอย่างหนึ่ง
จิ่งเฟยหยาง ฉวีหมิงเต๋อ ฉวนจื่อเซวียนต่างก็เป็นแดนเอตทัคคะช่วงต้น หากได้รับการยอมรับจากพวกเขา ชื่อเสียงของเนี่ยเทียนในพระราชวัง โบราณสะเก็ดดาวก็จะเพิ่มขึ้นไปอีกขั้นใหญ่ ถือเป็นการพิสูจน์ให้เห็นถึง ความสามารถและเสน่ห์ของตัวเขาเอง
ด้วยเหตุนี้เมื่อเผชิญหน้ากับพวกเขา เนี่ยเทียนจึงไม่ได้วางตัวโอหัง ทั้ง ยังถือว่ามีท่าทีนอบน้อมด้วยซ้ำ
“นังหนูที่ชื่อเผยฉีฉีและจ้าวซานหลิงมาจากดินแดนดาวตกของพวกเจ้า ใช่หรือไม่?” ฉวนจื่อเซวียนขึ้นเสียงเบาๆ
เนี่ยเทียนพยักหน้า ตอบรับอย่างตรงไปตรงมา “ถูกต้อง”
ฉวนจื่อเซวียนข่มกลั้นความเดือดดาล “ความสัมพันธ์ของสองคนนั้น กับเจ้าเป็นอย่างไร?”
“ดีมาก” เนี่ยเทียนกล่าวอีกครั้ง
“ดี! ดียิ่งนัก!” ฉวนจื่อเซวียนหัวเราะหยัน “ข้าได้ข่าวมาว่าที่ชนต่างเผ่า ยกทัพเข้ารุกรานดินแดนพงฟูา ล้วนมีสาเหตุมาจากพวกเขาสองคน! ดู เหมือนว่านังหนูที่ชื่อเผยฉีฉีผู้นั้นจะได้รับของสิ่งหนึ่งที่ร้ายกาจมากมาจาก ในสนามรบสุ้ยเมี่ย ชนต่างเผ่าเข้ามาที่นี่เพราะต้องการช่วงชิงของสิ่งนั้น เพราะไม่หวังให้ลัทธิจิตตวิสุทธิ์ได้ไปครอบครอง”
“ส่วนจ้าวซานหลิงก็เพราะมีความขัดแย้งกับลัทธิจิตตวิสุทธิ์ เขาจึง บอกว่าตัวเองมาจากดินแดนพงฟูา เป็นเหตุให้ลัทธิจิตตวิสุทธิ์ขุ่นเคือง”
“หายนะของดินแดนพงฟูาครั้งนี้ อย่างน้อยก็มีสาเหตุเกินครึ่งมาจาก พวกเขา!”
ฉวนจื่อเซวียนสูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้ง สีหน้าเจ็บปวด
“เพราะพวกเขา สำนักภูเขาพันกระบี่ของข้าถึงได้ถูกโจมตี ลูกศิษย์ หลายพันคนถูกเผ่าโครงกระดูสังหาร ทรัพยากรในการฝึกตนที่สำนักภูเขา พันกระบี่ของข้าสั่งสมมาหลายพันปีล้วนถูกเผ่าโครงกระดูกกวาดเอาไปจน เกลี้ยง สิ่งมีชีวิตในอาณาจักรใต้การครอบครองของสำนักภูเขาพันกระบี่ถูก ฆ่าล้าง กองกำลังมากมายที่มีความสำคัญใกล้ชิดกับสำนักภูเขาพันกระบี่ที่ ถูกฆ่าตายก็ล้วนถูกลากศพไปยังพื้นที่ฝังศพของเผ่าโครงกระดูก!”
“สำนักภูเขาพันกระบี่ของเราเจอกับหายนะครั้งนี้ก็เพราะพวกเขา!”
ทุกคำพูดของฉวนจื่อเซวียนล้วนเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง “หากไม่ เพราะเจ้าเป็นบุตรแห่งดวงดาว เบื้องหลังมีสำนักเก่าแก่อย่างพระราชวัง โบราณสะเก็ดดาวคอยหนุนหลังให้ ลำพังแค่ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้ากับ พวกเขาสองคน ข้าก็ไม่มีทางปล่อยเจ้าไปเด็ดขาด!”
“ยังคิดจะรวบสำนักภูเขาพันกระบี่ของข้าให้อยู่ใต้บังคับบัญชา ให้คอย ซื่อสัตย์ต่อเจ้า?”
“ความฝันเพ้อเจ้อของคนปัญญาอ่อน!”
ฉวนจื่อเซวียนถลันพรวดขึ้นยืน ก่อนจะพาผู้แข็งแกร่งไม่กี่คนที่ เหลืออยู่ของสำนักภูเขาพันกระบี่จากไปอย่างเด็ดเดี่ยว
เนี่ยเทียนขมวดคิ้วเป็นปม
“พี่ฉวี…” จิ่งเฟยหยางไอแห้งๆ ก่อนจะหันไปมองฉวีหมิงเต๋อจากสำนัก ทองไพศาลด้วยรอยยิ้มฝืดเฝื่อน
ฉวีหมิงเต๋อส่ายหน้าเบาๆ ถอนหายใจกล่าวว่า “แม้ว่าเจ้าแห่งกระบี่จะ วู่วามเกินไปสักหน่อย แต่ที่เขาพูดมาก็เป็นเรื่องจริง ที่ชนต่างเผ่าเข้ามา รุกราน เผยฉีฉีและจ้าวซานหลิงต่างก็เป็นสาเหตุสำคัญ เพราะชนต่างเผ่า เข้ามาสร้างความวุ่นวาย อาณาจักรหลายแห่งของดินแดนพงฟูาจึงถูกยึด ครอง สำนักของเราก็ถูกเผ่าทมิฬโจมตีอยู่นานมาก”
“กองกำลังและสำนักไม่น้อยที่เกี่ยวข้องกับสำนักทองไพศาลของเรา ล้วนถูกชนต่างเผ่าสังหารไป”
“ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ หากสำนักทองไพศาลของข้าเลือกจะพักพิง บุตรแห่งดวงดาวคนที่เจ็ดคงยากที่จะอธิบายให้กับคนในสำนักฟังได้ แม้แต่ ข้าเองก็ยังผ่านด่านนั้นไปไม่ได้”
เขาหันมาพูดกับเนี่ยเทียนด้วยสีหน้าขออภัย “สำนักทองไพศาลเลือก จะตั้งตัวเป็นอิสระ ไม่ต้องการเป็นผู้พักพิงของเจ้า”
กล่าวจบเขาก็ลุกขึ้นยืนแล้วพาผู้แข็งแกร่งของสำนักทองไพศาลที่ รวมอู๋อวิ๋นเดินออกไปจากตำหนัก
ทันใดนั้นในตำหนักก็เหลือแค่ผู้แข็งแกร่งของสำนักอักขระเทพฝุาย เดียวเท่านั้น
จิ่งเฟยหยางมีสีหน้ากระอักกระอ่วน กล่าวขึ้นว่า “ฝุายในของสำนัก อักขระเทพไม่มีปัญหาอะไร เพียงแต่ว่าในเมื่อสำนักทองไพศาลและสำนัก ภูเขาพันกระบี่ไม่ยินยอม ก็ไม่อาจถือว่าดินแดนพงฟูาให้การยอมรับอย่าง แท้จริง…
ต้วนสือหู่ที่ถูกสำนักอักขระเทพมองว่าเป็นความหวังในวันข้างหน้ามี ความสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับเนี่ยเทียน หายนะครั้งนี้ สำนักอักขระเทพจึง เสียหายไม่มากนัก
นอกจากนี้ตอนที่ชนต่างเผ่าเข้ามารุกราน จิ่งเฟยหยางที่รู้ว่าตัวเองไม่ สามารถต้านทานได้ก็ได้บอกจิ่งโหรวกับต้วนสือหู่ไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าหาก วิกฤตของดินแดนพงฟูาคลี่คลายลงได้ สำนักอักขระเทพยินดีวางเดิมพันไว้ ที่เนี่ยเทียนซึ่งเป็นบุตรแห่งดวงดาวคนที่เจ็ด
“ตอนที่สำนักทองไพศาลถูกเผ่าทมิฬโจมตี อันที่จริงก็เคยติดต่อมาหา พวกเรา และเดิมทีพวกเขาก็ยินดีเลือกจะลงเดิมพันข้างเจ้าหลังจากที่เจ้า ได้กลายเป็นบุตรแห่งดวงดาว และติดต่อไปยังพระราชวังโบราณสะเก็ด ดาวได้แล้ว” เมิ่งหลีขมวดคิ้ว เอ่ยแทรกเบาๆ “ก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร จู่ๆ สำนักทองไพศาลถึงได้รู้เรื่องของเผยฉีฉีและจ้าวซานหลิงชัดเจนขนาดนี้ พอชนต่างเผ่าจากไป พวกเขาถึงได้กลับคำกะทันหัน”
“จริงด้วย เรื่องของเผยฉีฉีและจ้าวซานหลิง ขนาดพวกเราเองก็ยังไม่รู้ แน่ชัดนัก” ต้วนสือหู่เองก็กล่าวขึ้น
ดวงตาของจิ่งโหรวเป็นประกายดำมืด “ข้าคิดว่า อาจจะเป็นพลัง ภายนอกที่พวกเราไม่รู้แอบยื่นมือเข้าแทรก”
“พลังภายนอก?” เนี่ยเทียนตะลึง
“บางทีอาจมีใคร หรือพละกำลังอะไรที่ไม่ต้องการให้เจ้าได้รับดินแดน พงฟูาไปอย่างราบรื่นถึงได้สอดมือเข้าแทรกเรื่องนี้” จิ่งโหรวพูดออกมา อย่างชัดเจน “ดังนั้นสำนักภูเขาพันกระบี่และสำนักทองไพศาลถึงได้รู้เรื่อง ของเผยฉีฉีและจ้าวซานหลิงชัดเจนขนาดนี้ หากไม่มีสำนักภูเขาพันกระบี่
และสำนักทองไพศาลยอมฝากตัวเข้าเป็นพวก ต่อให้พระราชวังโบราณ สะเก็ดดาวอนุญาตเป็นนัย ก็ยังไม่ถือว่าเจ้าได้ครอบครองดินแดนพงฟูา อย่างแท้จริง”
หยุดชะงักไปครู่ จิ่งโหรวก็กล่าวต่อว่า “ทางฝุายของดินแดนปราการ ดวงดาวก็อาจมีปัญหาเหมือนกัน ไม่แน่ว่าเจ้าจะสมดั่งใจเสมอไป”
สีหน้าของเนี่ยเทียนค่อยๆ หนักอึ้ง เขาเองก็รู้สึกได้ถึงความผิดปกติ เช่นกัน
“หรือว่าพอทางฝุายของลัทธิจิตตวิสุทธิ์รู้ว่าเผยฉีฉีและจ้าวซานหลิงคือ คนของดินแดนดาวตก จึงคิดจะสร้างความลำบากใจให้แก่ข้า?”
ข่าวไม่ดีทยอยถูกส่งมาอีกครั้ง
เยว่เหยียนสี่ที่รู้เรื่องจากคำบอกเล่าของเหลยเทียนฉี่ก็บอกกับเขาว่าห้า สำนักสามตระกูลในดินแดนปราการดวงดาวก็ทยอยกันรู้เรื่องที่พระราชวัง โบราณสะเก็ดดาวยกดินแดนปราการดวงดาวให้เป็นของเนี่ยเทียนแล้ว เช่นกัน
สำนักฟูากลมและสำนักสามกระบี่ต่างก็แสดงท่าทีชัดเจนว่าจะไม่มีทาง ยอมสวามิภักดิ์ต่อเนี่ยเทียน
เบื้องหลังของสำนักสามกระบี่มีเงาของสำนักภูเขาพันกระบี่อยู่ หลังจากที่ฉวนจื่อเซวียนยืนกรานปฏิเสธ สำนักสามกระบี่ทำเช่นนี้ เนี่ย เทียนไม่แปลกใจแม้แต่น้อย
บรรพบุรุษหุนเทียนของสำนักฟูากลมดื้อรั้นไม่ยอมใคร เขาเคยเป็นผู้ พิชิตหนึ่งเดียวของดินแดนปราการดวงดาว วางอำนาจบาตรใหญ่มาจนเคย ชิน แน่นอนว่าย่อมไม่ยอมเชื่อฟังง่ายๆ แน่นอน
และสำนักฟูากลมก็ยังเป็นสำนักที่แข็งแกร่งที่สุดของดินแดนปราการ ดวงดาว หากไม่ได้รับการยอมรับจากสำนักฟูากลม ต่อให้เนี่ยเทียนได้รับ การยินยอมจากพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว แต่จะให้บอกว่าเขาคือผู้ ครอบครองดินแดนปราการดวงดาว เกรงว่าแม้แต่เขาเองก็คงต้องหน้าแดง ด้วยความอับอาย
“ดินแดนพงฟูา สำนักภูเขาพันกระบี่ สำนักทองไพศาล ดินแดน ปราการดวงดาว สำนักฟูากลมและสำนักสามกระบี่กองกำลังเหล่านี้ต่างก็ แสดงท่าทีอย่างแน่ชัด ทั้งยังแจ้งข่าวไปบอกกับทุกฝุายด้วย…”
เนี่ยเทียนแค่นเสียงเย็น
——