ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 926 แรงกดดันมหาศาล
การที่สำนักใหญ่แต่ละแห่งเลือกพึ่งพิงบุตรแห่งดวงดาว แท้จริงแล้วคือ การวางเดิมพันอย่างหนึ่ง
ท่ามกลางเส้นทางของการฝึกตนที่ยาวนาน จิ่งเฟยหยางเจ้าสำนัก อักขระเทพเองก็ต้องพบเจอกับปัญหามากมาย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านการ ฝึกตน วิชาคาถา วัตถุดิบวิเศษ หรือภัยคุกคามจากศัตรูภายนอก ทุกอย่าง นี้ล้วนจำเป็นต้องคิดพิจารณาและชั่งน้ำหนักให้ดี
การพึ่งพาบุตรแห่งดวงดาว หากบุตรแห่งดวงดาวแข็งแกร่งมากพอ เติบโตเร็วพอ จิ่งเฟยหยางก็สามารถอาศัยให้เนี่ยเทียนช่วยนำวิชาคาถา ระดับสูง หรือวัตถุดิบวิเศษหายากที่ช่วยในการฝึกตนจากพระราชวัง โบราณสะเก็ดดาวมาให้เขา รอจนเนี่ยเทียนเติบโตในระดับที่สูงมากพอก็ยัง สามารถช่วยเขาคลี่คลายปัญหาไปพร้อมกันด้วย
วิชาคาถาและวัตถุดิบวิเศษมากมายที่ช่วยเหลือผู้แข็งแกร่งแดน เอตทัคคะส่วนใหญ่จะมีอยู่แค่ในสำนักเก่าแก่อย่างพระราชวังโบราณ สะเก็ดดาวเท่านั้น
เมื่อบุตรแห่งดวงดาวแข็งแกร่งถึงระดับที่แน่นอนยังสามารถรับประกัน ได้ด้วยว่าวันหน้าดินแดนพงฟูาจะไม่ถูกทุกกองกำลังจากภายนอกเข้ามา รบกวน
แน่นอนว่าก่อนหน้าที่จะเป็นอย่างนี้ได้ ต้องขึ้นอยู่กับว่าบุตรแห่ง ดวงดาวมีความสามารถเช่นนี้ด้วย
แต่ต่อให้เป็นบุตรแห่งดวงดาวเอง ในด้านพรสวรรค์ พวกเขาก็มี ขีดจำกัดที่ไม่เหมือนกัน สุดท้ายแล้วคนที่จะได้ขึ้นไปสู่จุดสูงสุด กลายเป็น นายแห่งดวงดาวจะมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น
อีกทั้งยังมีความเป็นไปได้ที่บุตรแห่งดวงดาวจะตายไประหว่างทางด้วย
หากบุตรแห่งดวงดาวที่วางเดิมพันได้กลายมาเป็นนายแห่งดวงดาว กลุ่มสำนัก ผู้แข็งแกร่งที่พึ่งพิงเขาก็จะได้รับผลประโยชน์ตามไปด้วย
ยกตัวอย่างเช่น ก่อนหน้านี้ตอนที่นายแห่งดวงดาวคนปัจจุบันยังไม่เดิน ไปสู่จุดสูงสุด ยังเป็นแค่บุตรแห่งดวงดาวที่เพิ่งถือกำเนิดก็มีดินแดนดวงดาว ระดับต้นแห่งหนึ่งจงรักภักดีต่อเขา
ตอนนี้ดินแดนดวงดาวระดับต้นแห่งนั้นที่ได้รับความช่วยเหลือจากเขา ก็ได้กลายมาเป็นดินแดนดวงดาวระดับสูง ที่ขยายอิทธิพลไปไกลกว่าเดิม เกินสิบเท่า
ขอบเขตของคนเหล่านั้นที่ลงเดิมพันข้างเขาต่างก็พากันไต่ทะยาน หลายคนเปลี่ยนจากแดนว่างเปล่าเลื่อนเข้าสู่แดนเอตทัคคะ กลายมาเป็น กองหนุนที่แน่นหนามั่นคงที่สุดที่อยู่ข้างกายนายแห่งดวงดาวคนปัจจุบัน
แล้วก็มีพวกคนดวงซวยที่บุตรแห่งดวงดาวที่พวกเขาลงเดิมพันกลับ ตายไปก่อนกลางคัน
หลังจากที่บุตรแห่งดวงดาวตายไป พวกคนที่ลงเดิมพันก็ถูกบุตรแห่ง ดวงดาวคนอื่นรวบกิน ศักยภาพไม่เพิ่มกลับลดลง ทั้งยังติดร่างแหไปด้วย
ด้วยเหตุนี้การลงเดิมพันข้างบุตรแห่งดวงดาวคนใดก็ตามจึงถือเป็นการ เดิมพันที่สูงยิ่ง
เมื่อเดิมพันชนะ พวกคนที่พึ่งพาเขาก็พากันได้รับผลประโยชน์ ดินแดน ดวงดาวขยับขยาย สำนักยิ่งแข็งแกร่ง ขอบเขตของตัวเองก็ทะยานขึ้นสูง อย่างต่อเนื่อง
เมื่อแพ้ก็ถูกบุตรแห่งดวงดาวคนอื่นรวบเข้าเป็นพวก นับแต่นั้นก็จะ ไม่ได้รับความสำคัญ ไม่อาจฟื้นกลับมาลืมตาอ้าปากได้อีก
บุตรแห่งดวงดาวที่ธรรมดาอย่างเนี่ยเทียน ก่อนหน้าที่เขายังไม่เติบโต จนถึงระดับที่สูงมากพอ การรวบรวมสมัครพรรคพวกเป็นของตัวเอง หาก ไม่มีสำนักส่วนใหญ่ให้การช่วยเหลือ ก็ได้แต่อาศัยนิสัยและเสน่ห์ของตัวเขา เอง พิสูจน์ตัวเองให้คนอื่นรู้ว่าเขามีพลังแฝงอันไร้ที่สิ้นสุด ต่อให้วันหน้าจะ ไม่สามารถขึ้นเป็นนายแห่งดวงดาวได้ ก็ยังเป็นผู้พิชิตในฝุายใดฝุายหนึ่งได้
สำนักภูเขาพันกระบี่ สำนักทองไพศาล สำนักฟูากลมและสำนักสาม กระบี่ปฏิเสธคำเชื้อเชิญจากเนี่ยเทียน เลือกจะตั้งต้นเป็นอิสระ นี่ทำให้เนี่ย เทียนปวดหัวมากพอแล้ว
สี่ฝุายนี้ไม่ยินยอมแต่โดยดี ต่อให้พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวปุาว ประกาศว่าดินแดนปราการดวงดาวและดินแดนพงฟูาถือเป็นของเขา เขาก็ เป็นเจ้าของสองดินแดนนี้ได้แค่ในนามอย่างเดียวเท่านั้น
ไม่นานก็มีข่าวใหม่แพร่ออกไปจากดินแดนดวงดาวทั้งสองอีกครั้ง
ข่าวใหม่นี้บอกว่าหลังจากที่เนี่ยเทียนผ่านการประเมินจากพระราชวัง โบราณสะเก็ดดาว พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวพบว่าเขาฝึกวิชาปะปนกัน นอกจากวิชาดวงดาวแล้วยังฝึกวิชาเปลวเพลิงและพืชหญ้า อีกทั้งยังสร้าง โอสถวิญญาณขึ้นมาแล้วด้วย
เมื่อโอสถวิญญาณก่อตัวขึ้นมาก็หมายความว่าเนี่ยเทียนไม่สามารถสละ วิชาพืชหญ้าและเปลวเพลิงทิ้งไปได้แล้ว
พละกำลังของมนุษย์มีจำกัด และอายุขัยของมนุษย์ก็ยิ่งมีจำกัดเข้าไป อีก ฝึกวิชาเพิ่มมาหนึ่งวิชาก็หมายความว่าความเร็วในการฝุาทะลุขอบเขต ย่อมช้ากว่าการฝึกวิชาดวงดาวอย่างเดียวมากนัก
ในฐานะที่เป็นบุตรแห่งดวงดาวคนที่เจ็ด การเริ่มก้าวเดินของเนี่ยเทียน เดิมทีก็ถือว่าช้าที่สุดอยู่แล้ว แถมเขายังฝึกวิชาเปลวเพลิงและพืชหญ้าเพิ่ม อีก
หลายคนจึงตัดสินว่าชีวิตนี้เขาไม่มีทางจะเดินไปสู่จุดสูงสุดของการฝึก วิชาดวงดาว ไม่สามารถเลื่อนสู่แดนเทพเจ้าได้แน่นอน
อย่าว่าแต่กลายเป็นนายแห่งดวงดาวเลย เขาฝึกวิชามากมายขนาดนี้ ความเป็นไปได้มากที่สุดในวันหน้าก็คือเขาจะกลายมาเป็นบุตรแห่ง ดวงดาวที่อ่อนแอที่สุดในประวัติการณ์ หรือไม่อายุขัยก็อาจเดินมาถึง ปลายทางแล้วตายไปก่อนวัยอันควร
ข่าวนี้ลุกลามไปทั่วดินแดนพงฟูาและดินแดนปราการดวงดาวอย่าง รวดเร็ว
เมื่อข่าวแพร่ขยายออกไป แม้แต่ภายในของสำนักอักขระเทพที่แสดง ท่าทีว่าจะเข้าพวกกับเขาก็ยังเริ่มมีคนบางส่วนที่ส่งเสียงคัดค้าน คิดว่า พรสวรรค์ของเนี่ยเทียนไม่มากพอ ไม่มีทางจะยืนหยัดอยู่ในพระราชวัง โบราณสะเก็ดดาวได้ อายุขัยไม่มากพอ ความเป็นไปได้ที่จะแก่ตายไปก่อน จึงมีสูงมาก
ส่วนทางฝุายของดินแดนปราการดวงดาว พวกคนที่เดิมทีตัดสินใจจะ พึ่งพาเขาอย่างตระกูลฉู่ ตระกูลกวานและตระกูลเจี่ยนก็ยังมีท่าทีสั่นคลอน ไม่แน่นอนอีกต่อไป
มีเพียงสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ สำนักคุมสัตว์และเขาสุขาวดีสามฝุายนี้ เท่านั้นที่เนื่องจากมีความสัมพันธ์แนบแน่นกับเนี่ยเทียน บวกกับที่ทั้งสาม ฝุายต่างก็เคยมีการพูดคุยกับเนี่ยเทียนมาก่อน จึงไม่คิดจะเปลี่ยนใจ
เรื่องที่เนี่ยเทียนได้รับการประเมินจากพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวถือ ว่าเป็นความลับที่ไม่เล็กไม่ใหญ่นัก ดินแดนสะเก็ดดาวกับสองดินแดนนี้ต่าง ก็อยู่ห่างไกลกันมาก แต่ข่าวกลับแพร่มาไวขนาดนี้จึงเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจ ยิ่งนัก
พวกจิ่งเฟยหยางแห่งสำนักอักขระเทพจึงคาดเดาเอาว่าคงมีคนคิด อยากจะเห็นเนี่ยเทียนเป็นตัวตลก จึงจงใจทำให้เขาเสียหน้า
หลังจากพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวยกดินแดนปราการดวงดาวและ ดินแดนพงฟูาให้แล้ว ทว่าเขากลับไม่มีปัญญาคว้าพวกมันไว้ ภายในมีเสียง คัดค้านอย่างรุนแรง นี่ก็หมายความว่าบุตรแห่งดวงดาวคนใหม่อย่างเขามี ความสามารถไม่มากพอเท่าไหร่
ไม่นานนักก็มีข่าวใหม่ส่งมาจากดินแดนปราการดวงดาว
ข่าวนี้มาจากสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์
จากคำบอกเล่าของสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ ระหว่างที่พวกฝานข่ายเดินทาง ไปยังดินแดนปราการดวงดาวตามเส้นทางที่สำนักทองไพศาลชี้นำ ก็ได้เจอ
กับเรือรบทางช้างเผือกของสำนักน้ำแข็งฟูาแห่งดินแดนหิมะ พวกฝานข่าย จ้าวลั่วเฟิง เหลยเจิ้นอวี่จึงถูกคุมตัวไว้ที่ดินแดนหิมะนานแล้ว
พวกฝานข่ายต่างก็มาจากดินแดนดาวตก
ดินแดนดาวตกคือดินแดนที่บุตรแห่งดวงดาวคนใหม่ผู้นี้ถือกำเนิด ก่อนที่พวกฝานข่ายจะเข้าไปในสนามรบสุ้ยเมี่ย ทุกคนต่างก็ยอมเชื่อ ฟังเนี่ยเทียนแต่โดยดี
ในสายตาของทุกคน พวกฝานข่ายก็คือลูกน้องของบุตรแห่งดวงดาวผู้นี้
ลูกน้องถูกกักตัวอยู่ในดินแดนหิมะ นี่ก็คือการตบหน้าเนี่ยเทียนอย่าง หนึ่ง
อีกทั้งหลังจากที่เนี่ยเทียนรู้ข่าวที่พวกฝานข่ายถูกจับตัวอยู่ในดินแดน หิมะได้ไม่นาน ข่าวนี้ก็แพร่ไปถึงดินแดนปราการดวงดาวและดินแดนพงฟูา อย่างรวดเร็ว ราวกับว่ามีคนจงใจทำลายศักดิ์ศรีของเขาจนสิ้นซาก
“ดินแดนหิมะ! สำนักน้ำแข็งฟูา!”
เนี่ยเทียนสีหน้าเย็นเยียบลงเรื่องๆ เขายังจำได้ว่าตอนอยู่ริมขอบของ เทือกเขาฝังเลือดเคยได้เจอกับผู้ฝึกลมปราณของดินแดนหิมะมาก่อน
ผู้ฝึกลมปราณของดินแดนหิมะเหล่านั้นโหดเหี้ยมอำมหิต อยู่ดีๆ ก็ลอบ สังหารพวกเขา แต่เนื่องจากศักยภาพไม่มากพอจึงเป็นฝุายถูกพวกเขา สังหารสิ้นเสียเอง
คาดไม่ถึงว่าหลังจากกลับมาจะยังได้เจอกับการท้าทายจากสำนัก น้ำแข็งฟูาแห่งดินแดนหิมะ
“แปลกจริง แปลกจริงๆ” จิ่งเฟยหยางขมวดคิ้ว วิเคราะห์ให้เขาฟังว่า “ดินแดนหิมะอยู่ไม่ไกลจากดินแดนพงฟูาเท่าไหร่นัก ตอนที่ดินแดนพงฟูา ของพวกเราถูกชนต่างเผ่ารุกรานจนเกิดเรื่องวุ่นวายมากมาย สำนักน้ำแข็ง ฟูาแห่งดินแดนหิมะต้องสังเกตการณ์ที่นี่อยู่แน่นอน ข่าวต่างๆ เกี่ยวกับเจ้า ที่ดินแดนพงฟูาปล่อยออกมา สำนักน้ำแข็งฟูาก็น่าจะรู้เรื่องด้วย”
“ในเมื่อรู้ว่าพวกฝานข่ายมาจากดินแดนดาวตก อีกทั้งดินแดนดาวตก ยังเป็นแผ่นดินเกิดของเจ้า ถูกพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวยกให้เป็นของ เจ้า พวกเขายังกล้ากักตัวคนของเจ้าไว้อีกได้ยังไง?”
“สำนักน้ำแข็งฟูาแห่งดินแดนหิมะก็เป็นเหมือนพวกเราที่เบื้องหลังไม่มี สี่สำนักเก่าแก่หนุนหลัง ตั้งตนเป็นอิสระ ตามหลักแล้วพวกเขาย่อมไม่มี ทางกล้าล่วงเกินเจ้าแน่นอน”
เนี่ยเทียนสีหน้ามืดคล้ำ ยังคงเงียบงัน
จิ่งเฟยหยางถอนหายใจหนึ่งครั้ง “ข้ามักจะรู้สึกว่ามีใครบางคนแอบ เล่นงานเจ้าอย่างลับๆ จงใจสยบชื่อเสียงและความกล้าหาญของเจ้า พวก ฝานข่ายถูกมองว่าเป็นคนของเจ้า แต่ตอนนี้กลับถูกสำนักน้ำแข็งกักตัว เอาไว้ หากเจ้าแก้ไขปัญหาของพวกฝานข่ายไม่ได้ ตระกูลเจี่ยน ตระกูล กวานและตระกูลฉู่ของดินแดนปราการดวงดาวที่กำลังจิตใจสั่นคลอนอาจ เลือกที่จะตั้งตัวเป็นอิสระ”
“แม้แต่หลายคนที่อยู่ฝุายในของสำนักอักขระเทพเราเองที่พอรู้ว่าเจ้า ฝึกวิชาหลายธาตุปะปนกันก็อาจจะคิดว่าการเดิมพันข้างเจ้าไม่ใช่การ กระทำที่ชาญฉลาด แถมพวกเขายังมาขอร้องให้ข้าพิจารณาให้ดีๆ”
“พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวของพวกเจ้ามีกฎบางส่วนบอกไว้ว่าบุตร แห่งดวงดาวคนใหม่ สำนักจะไม่ส่งผู้แข็งแกร่งมาช่วย ข้อมูลการสะสาง เรื่องราวภายใน พวกเขาก็จะทยอยกันรู้”
“พวกเขาล้วนรู้สึกว่าต่อให้พวกเขาทำเหมือนสำนักภูเขาพันกระบี่และ สำนักทองไพศาล โดยการเลือกตั้งตัวเป็นอิสระ พระราชวังโบราณสะเก็ด ดาวก็ไม่มีทางส่งผู้แข็งแกร่งมากำราบ นี่จึงทำให้พวกเขาเกิดเอาใจออก ห่าง”
“หากเจ้าแก้ไขเรื่องที่พวกฝานข่ายถูกจับตัวไว้ไม่ได้ จะเป็นปัญหาใหญ่ มาก”
“บรรพบุรุษเซวี่ยเฟิงของสำนักน้ำแข็งฟูาแห่งดินแดนหิมะคือแดน เอตทัคคะช่วงกลาง แข็งแกร่งยิ่งกว่าข้าเสียอีก นอกจากนี้ยังมีคนหนึ่งเป็น แดนเอตทัคคะช่วงต้น”
“แดนเอตทัคคะสี่คนของดินแดนพงฟูาเราร่วมมือกันก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ ของสำนักน้ำแข็งฟูา แล้วนับประสาอะไรกับที่มีสองคนเอ่ยปฏิเสธไปก่อน แล้ว?”
จิ่งเฟยหยางรู้สึกกังวลแทนเนี่ยเทียน
เนี่ยเทียนเองก็พอจะสัมผัสได้ว่าเหมือนมีมือมืดที่มองไม่เห็นแอบชักนำ ทุกอย่างนี้อย่างลับๆ จงใจสร้างปัญหาให้แก่เขา กำราบความกล้าหาญของ เขา ทำให้เขาไม่สามารถรับดินแดนปราการดวงดาวและดินแดนพงฟูาไป อยู่ในการครอบครองได้อย่างราบรื่น
“ใครกันแน่นะ? ลัทธิจิตตวิสุทธิ์หรือว่าคนในของสำนัก?”
——