ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 928 ผู้เฒ่าประหลาดเงาดำ
“ไฟศักดิ์สิทธิ์กลุ่มหนึ่ง? วัตถุดิบวิเศษระดับเพาะฟูา!”
เนี่ยเทียนตะลึง “เพราะเปลวเพลิงกลุ่มนั้นซ่อนตัวอยู่ในดาวตกเปลว เพลิง เป็นเหตุให้ดินแดนไฟโลกันตร์ถูกทำลายจนวอดวาย?”
“ถูกต้องแล้ว!” จิ่งเฟยหยางขมวดคิ้วเป็นปม “อาณาจักรมากมายใน ดินแดนไฟโลกันตร์ ทุกสิ่งมีชีวิต ภูเขาแม่น้ำลำธาร ล้วนถูกสารพิษของดาว ตกดวงนั้นทำให้กลายมาเป็นวันสิ้นโลก ตกอยู่ในสภาพของดินแดนดวงดาว ที่ตายแล้ว! นับแต่นั้นมาวัตถุชิ้นนั้นก็ปักหลักอยู่ในดินแดนไฟโลกันตร์เป็น นาน มันมีความเฉลียวฉลาดมากผิดปกติ”
“เจ้าสำนักสายธาตุไฟของสำนักห้าธาตุหนึ่งในสี่สำนักเก่าแก่ ซึ่งเป็นผู้ แข็งแกร่งแดนเทพเจ้าขั้นสูงสุดเคยมาเยือนที่แห่งนี้ หมายจะจับไฟ ศักดิ์สิทธิ์กลุ่มนั้นให้ได้”
“ทว่าไฟศักดิ์สิทธิ์กลุ่มนั้นกลับจับปราณของเขาได้อย่างเฉียบไว”
“เขาเพิ่งจะขยับเข้ามาใกล้ริมขอบของดินแดนไฟโลกันตร์ ไฟศักดิ์สิทธิ์ กลุ่มนั้นก็ไปแอบซ่อนตัวแล้ว เขาแผ่กระแสจิตวิญญาณออกไปค้นหาทั่วทั้ง ดินแดนดวงดาว แต่กลับสัมผัสไม่ได้ถึงความผิดปกติ”
“เขาเองก็เคยมาหยุดอยู่ในพื้นที่แห่งนี้นานถึงครึ่งปี แต่กลับไม่ได้อะไร กลับไปสักอย่าง จำต้องจากไปด้วยความเสียดาย”
“หลังจากเขาก็ยังมีผู้ฝึกวิชาเปลวเพลิงอีกมากมายที่คิดว่าพลังของ ตัวเองล้ำเลิศจึงมาสำรวจสถานที่แห่งนี้ หมายจะได้ไฟศักดิ์สิทธิ์กลุ่มนั้นไป ครอบครอง”
“ผลกลับกลายเป็นว่า พวกคนที่แข็งแกร่งและมีอานุภาพน่ากริ่งเกรง อย่างแท้จริงล้วนไม่ได้รับอะไรกลับคืน”
“คนส่วนหนึ่งที่ไม่ได้แข็งแกร่งนักกลับไปเจอกับไฟศักดิ์สิทธิ์กลุ่มนั้น และถูกมันเผาร่างจนวอดวาย”
“ไม่นานก็ไม่มีผู้ฝึกลมปราณที่ฝึกธาตุไฟคนใดปรารถนาอยาก ครอบครองไฟศักดิ์สิทธิ์กลุ่มนั้นจนต้องข้ามผ่านดินแดนดวงดาวมาที่แห่งนี้ อีก”
“ทว่าหากมีพวกคนที่พกพาอาวุธล้ำค่าเปลวเพลิงที่พิเศษบางอย่าง คน ที่ฝึกวิชาคาถา หรือพกวัตถุดิบวิเศษที่หายากเดินทางผ่านมาก็จะไปดึงดูด ความสนใจของไฟศักดิ์สิทธิ์กลุ่มนั้น และมันก็จะโผล่ออกมาสังหาร”
เนี่ยเทียนนิ่วหน้า “อาวุธล้ำค่าเปลวเพลิงจะชักนำความสนใจของ มัน?”
จิ่งเฟยหยางพยักหน้ารับ
เนี่ยเทียนพลันนึกไปถึงเกราะมังกรเพลิง ของสิ่งนี้มีธาตุเพลิง เป็นอาวุธ ล้ำค่าระดับเชื่อมโยงวิญญาณ อีกทั้งยังสามารถเลื่อนระดับได้ต่อเนื่อง มี ความเป็นไปได้ที่จะกลายมาเป็นวัตถุระดับไม่ดับสลาย
วิญญาณวัตถุในเสื้อเกราะคือมังกรเพลิง แกนเลือดคือหัวใจของมังกร เพลิง หลังจากที่เขากรอกเทแก่นเลือดแห่งชีวิตเข้าไป แกนเลือดนั้นยัง สามารถสร้างโซ่ผลึกสายเลือดขึ้นมาได้ใหม่ ก็เท่ากับว่านั่นเป็นอีกหนึ่งวิธี ในการฟื้นคืนชีพให้กับมังกรเพลิง
วัตถุชิ้นนี้เจ้าสำนักสายธาตุไฟของสำนักห้าธาตุตั้งใจหลอมขึ้นเพื่อ เทพธิดาแห่งเปลวเพลิง เดิมทีก็มีความลึกลับเกินจะหยั่งอยู่แล้ว
พอดูดซับเอาปราณเลือดแห่งชีวิตของเขาเข้าไปผสานรวมกับแก่นเลือด แต่ละหยด ทั้งยังได้กลืนกินแก่นเพลิงพิภพและเส้นผลึกเพลิงพิภพไป มากมาย เกราะมังกรเพลิงจึงเปลี่ยนมาเป็นไม่ธรรมดาอย่างยิ่งยวด
“หรือว่าการดำรงอยู่ของเกราะมังกรเพลิงไปดึงดูดความสนใจของไฟ ศักดิ์สิทธิ์กลุ่มนั้น?” เนี่ยเทียนขมวดคิ้วเป็นปม “ทั้งๆ ที่เกราะมังกรเพลิง อยู่ในแหวนเก็บของ มีแหวนเก็บของกางกั้น แต่การรับสัมผัสของไฟ ศักดิ์สิทธิ์กลุ่มนั้นกลับชัดเจนได้ถึงขนาดนี้เชียวหรือ?”
หลายวันต่อมา เรือรบโบราณลำนั้นก็ลอดทะยานผ่านดินแดนไฟ โลกันตร์ มุ่งหน้าไปยังดินแดนหิมะ
บางครั้งเนี่ยเทียนก็จะใช้กระจกปริซึมมหัศจรรย์ที่อยู่ในเรือคอยส่อง มองภาพเหตุการณ์ด้านนอก
บางครั้งเขาก็เห็นดวงดาวมอดดับสีดำ ดวงดาวที่ตายแล้วเหล่านี้เคย เปล่งประกาย ทว่าตอนนี้กลับเป็นสีดำสนิทคล้ายก้อนถ่านที่ถูกเผาไหม้จน เกรียม กลิ่นอายแห่งความตายเข้มข้น ไม่มีปราณแห่งชีวิตอยู่แม้แต่เสี้ยว เดียว ไม่มีต้นไม้ใบหญ้า ไม่มีวัตถุดิบวิเศษที่พิเศษ มีเพียงความเงียบสงัดที่ วังเวงตลอดกาล
ในช่วงเวลาที่เขาฝึกเวทลับไฟจาก ก็มีอีกหลายครั้งที่รู้สึกเหมือนถูกคน แอบมอง
“ไฟศักดิ์สิทธิ์กลุ่มนั้นกำลังจับตามองข้าอยู่จริงๆ น่ะหรือ?” เขาแอบ ระแวง
ผ่านไปอีกหนึ่งวัน
วันนี้ตอนที่เรือรบทางช้างเผือกบินผ่านดวงดาวมอดดับแห่งหนึ่ง ในจุด ลึกของดวงดาวมอดดับพลันมีเงามืดผืนหนึ่งบินพรวดออกมา
เงามืดนั้นปกคลุมแผ่นฟูา มีควันดำลอยกรุ่นกินอาณาบริเวณสิบลี้ พริบตาเดียวก็ขยับเข้ามาใกล้เรือรบทางช้างเผือก
แล้วจู่ๆ กลางเงามืดผืนนั้นก็มีน้ำเสียงเย็นเยียบดังลอยมา “ขอสำนัก อักขระเทพของพวกเจ้ามอบตัวบุตรแห่งดวงดาวนามว่าเนี่ยเทียนให้กับข้า แต่โดยดี ข้ารับรองว่าจะให้พวกเจ้าสองคนไปจากที่นี่ได้อย่างปลอดภัย”
“ผู้เฒ่าประหลาดเงาดำ!”
ในห้องของเรือรบทางช้างเผือกพลันมีเสียงอุทานด้วยความตกใจของต้ วนสือหู่ดังลอยมา
ไม่นานเนี่ยเทียนก็เดินออกจากห้องหิน มาพบหน้าต้วนสือหู่และจิ่ง โหรวสองคน
เบื้องหน้าจิ่งโหรวมีกระจกปริซึมบานหนึ่งที่สะท้อนภาพเงาดำผืนนั้นให้ เห็นอย่างชัดเจน
“จริงดังคาด!” จิ่งเฟยหยางเองก็ปรากฏกายอย่างเงียบเชียบ “ผู้เฒ่า ประหลาดเงาดำมีตบะแดนว่างเปล่าช่วงต้น เขาเคลื่อนไหวอยู่ระหว่าง ดินแดนต่างๆ มานานหลายปี คือนักล่าทางช้างเผือกที่มีชื่อเสียงไปทั่ว การ ที่คนผู้นี้เผยกายกะทันหันต้องเป็นเพราะถูกใครยุยงมาแน่นอน!”
“ผู้เฒ่าประหลาดเงาดำรับมือได้ไม่ง่ายนัก” จิ่งโหรวลังเลไปครู่ ก่อนจะ หันไปทางจิ่งเฟยหยาง “ท่านพ่อ บางทีผู้เฒ่าประหลาดเงาดำนี้อาจไม่ใช่ คนเดียว หากท่านลงมือก็ทำกับเป็นการเปิดเผยร่องรอย หากมีนักล่าของ ทางช้างเผือกปรากฏตัวขึ้นมาอีก เกรงว่าคงมีคนพุ่งเปูามารับมือกับท่าน โดยเฉพาะ”
จิ่งเฟยหยางสีหน้ามืดคล้ำ “ผู้เฒ่าประหลาดเงาดำนั้นรับมือได้ง่ายดาย มาก หากข้าลงมือก็สามารถสังหารเขาได้ง่ายๆ กลัวก็แต่ว่าเขาจะเป็นคน หยั่งเชิงกลุ่มแรก หากพวกผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของนักล่าแห่งดวงดาวหลาย คนร่วมมือกัน ให้ข้ารับมือก็คงจะยุ่งยากไม่น้อย”
เนี่ยเทียนกล่าวด้วยน้ำเสียงตกตะลึง “ในบรรดาของนักล่าแห่งดวงดาว มีคนที่คุกคามท่านได้ด้วยหรือ?”
“มีอยู่จริงๆ นั่นแหละ” จิ่งเฟยหยางยิ้มเจื่อน “หากเป็นบริเวณ ใกล้เคียงกับดินแดนพงฟูาของเราย่อมไม่มีนักล่าแห่งดวงดาวที่แข็งแกร่ง ขนาดนี้อยู่ ทว่าบริเวณใกล้เคียงกับดินแดนหิมะ ดินแดนจุลอันธการมีนัก ล่าแห่งดวงดาวแดนเอตทัคคะอยู่จริง นักล่าแห่งดวงดาวแดนเอตทัคคะ สองคนนั้นมาจากดินแดนหิมะและดินแดนจุลอันธการ เคยเป็นบุคคลที่มี ชื่อเสียงระบือไปสี่ทิศ เพียงแต่ว่าตอนที่พยายามช่วงชิงดินแดนกลับ ล้มเหลว ถูกบีบให้ต้องออกมาเร่ร่อนอยู่ท่ามกลางมหาสมุทรดวงดาวอัน กว้างใหญ่ไกลห่างจากดินแดนหิมะและดินแดนจุลอันธการ”
“พวกเขาค่อยๆ กลายมาเป็นหัวหน้าของกลุ่มนักล่าแห่งดวงดาวใน บริเวณใกล้เคียง คอยดักปล้นเรือรบทางช้างเผือกที่เดินทางไปมาระหว่าง ดินแดนหิมะและดินแดนจุลอันธการ”
“แดนว่างเปล่าช่วงต้น…”
เนี่ยเทียนลังเลไปครู่ก็กล่าวว่า “ข้าขอทดลองดูก่อน!”
กล่าวจบเขาก็เดินออกมาจากในห้องเรือ แล้วมายืนอยู่ในม่านแสง ระยิบระยับ
กลางม่านแสงนั้นมีอักขระเทพมากมายล่องลอย อักขระเทพที่เริงระบำ คอยสกัดกั้นการแทรกซึมของสิ่งเจือปนจากโลกภายนอก ทำให้คนที่ยืนอยู่ ในเรือรบทางช้างเผือกไม่ถูกรุกราน
“ออกมา!”
โครงกระดูกปีศาจเลือดร่างมหึมาบินออกจากในแหวนเก็บของของเนี่ย เทียนมายืนตระหง่านอยู่บนเรือรบทางช้างเผือก
“สายเลือด! การผสานรวมพลังชีวิต!”
ร่างของเนี่ยเทียนปานประหนึ่งแม่เหล็กก้อนหนึ่งที่พลันพุ่งเข้าไปแนบ ติดหัวใจตรงหน้าอกของโครงกระดูกปีศาจเลือด
หัวใจของเขาและหัวใจของโครงกระดูกปีศาจเลือดที่อยู่ใต้กระดูก หน้าอกโค้งงอของมันพลันเชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวกัน
ปราณเลือดแห่งชีวิตเป็นกลุ่มๆ ที่ออกมาจากร่างกายของเขาเชื่อม สัมพันธ์กับโครงกระดูกปีศาจเลือดอย่างแนบแน่น จิตวิญญาณของเขาและ ซากจิตวิญญาณที่เหลือไม่ครบถ้วนของโครงกระดูกปีศาจเลือดก็มีการ เชื่อมโยงที่มหัศจรรย์ต่อกัน
“อู้ๆๆ!”
จิงชี่เลือดเนื้อของเขากรอกเทเข้าหาโครงกระดูกปีศาจเลือดอย่าง ต่อเนื่อง โครงกระดูกปีศาจเลือดอ้าปากคำรามไร้เสียงแล้วพลันพุ่งแหวก ม่านแสงบินเข้าหาเงามืดผืนนั้น
คราวก่อนที่เนี่ยเทียนใช้การผสานรวมพลังชีวิติ โครงกระดูกปีศาจ เลือดยังไม่ฟื้นคืนสู่สภาวะสูงสุด
ตอนนั้นขอบเขตของเนี่ยเทียนเองก็ไม่ได้แข็งแกร่งอย่างตอนนี้
บัดนี้เมื่อโครงกระดูกปีศาจเลือดได้รับการหล่อเลี้ยงจากปราณเลือด ของสัตว์วิเศษไปเป็นจำนวนมาก พลังจึงทะยานไปสู่จุดสูงสุดอย่างเมื่อครั้ง ที่ยังมีชีวิตอยู่ พลังการต่อสู้ก็พอๆ กับแดนว่างเปล่าช่วงต้นของเผ่ามนุษย์
บวกกับที่เขาฝุาทะลุขั้นติดต่อกัน อีกทั้งเลือดลมยังแข็งแกร่งและ บริสุทธิ์มากกว่าเดิม เมื่อผสานรวมกับโครงกระดูกปีศาจเลือดแล้ว พลัง การต่อสู้จึงไต่ทะยานไปอีกก้าวใหญ่!
หลังจากผสานรวมพลังชีวิตเข้าด้วยกัน สิ่งเจือปนบนโลกภายนอกก็ถูก ม่านแสงเลือดเนื้อของโครงกระดูกปีศาจเลือด สกัดกั้นเอาไว้ เมื่อเนี่ยเทียน เผยตัวอยู่ในจุดลึกของทางช้างเผือก เขาจึงไม่จำเป็นต้องกังวลว่าจะได้รับ ผลกระทบจากสิ่งเจือปนสกปรกนอกโลก
เมื่อปราณเลือดในร่างเนี่ยเทียนกรอกเทเข้ามา พลังอำนาจของโครง กระดูกปีศาจเลือดก็ไต่ทะยานไปอย่างบ้าคลั่ง ความรู้สึกประหลาดที่ว่ามัน จะฟื้นคืนชีพอย่างสมบูรณ์แบบพลันบังเกิดขึ้น
พริบตานั้น เรือนกายใหญ่โตของโครงกระดูกปีศาจเลือดก็จมหายเข้า ไปในเงามืด
เงามืดนั้นคือดินแดนพิเศษของผู้เฒ่าประหลาดเงาดำ เมื่อโครงกระดูก ปีศาจเลือดพุ่งตัวเข้าไปก็มีแสงเย็นเยียบแทรกซึมมาทั่วทุกรูขุมขนของเนี่ย เทียนทันที
เนี่ยเทียนพลันรู้สึกหนาวเหน็บจึงดึงปราณของโอสถวิญญาณเปลว เพลิงออกมา
มองปราดๆ ร่างของเขาที่ฝังเลื่อมอยู่ตรงหัวใจของโครงกระดูกปีศาจ เลือดจึงคล้ายกับกำลังเผาไหม้
ไอความเย็นที่มาจากเงาดำมืดถูกขับไล่ไปไม่มีเหลือ
จุดลึกของเงามืด เรือนกายที่พร่าเลือนเงาหนึ่งพลันร้อง “เอ๊ะ” เบาๆ คล้ายแปลกใจ
ในห้องเรือ
จิ่งเฟยหยางสามคนมองผ่านกระจกปริซึมไปเห็นเนี่ยเทียนที่ผสานร่าง กับโครงกระดูกปีศาจเลือด สีหน้าพวกเขาก็ฉายความตกตะลึง
“สายเลือดบนร่างของเนี่ยเทียนมาจากไหนกันแน่นะ?” จิ่งเฟยหยางจุ๊ ปากชื่นชมไม่หยุด “เลือดลมในร่างของเขามากไพศาล และคล้ายจะแฝง เร้นไว้ด้วยปราณแห่งชีวิตที่เป็นจุดกำเนิดดั้งเดิมที่สุดของสิ่งมีชีวิต โดยทั่วไปแล้ว ผู้ที่มีปราณแห่งชีวิตเข้มข้นมักจะมีอายุขัยยืนยาวตามไป ด้วย”
จิ่งเฟยหยางรับสัมผัสอย่างละเอียดพักใหญ่ แล้วจู่ๆ ก็ตวาดขึ้นว่า “เนี่ยเทียนคือเลือดผสม ข้อนี้พวกเจ้าต่างก็เคยพูดกับข้า แต่เลือดผสม อย่างเขาอาจจะลึกลับยิ่งกว่าที่พวกเราคิดไว้เสียอีก!”
แล้วทันใดนั้นเขาก็พลันตัวสั่นสะท้านคล้ายนึกอะไรออก “มิน่าเล่า มิน่าเล่า เขาได้รับการสืบทอดอันเป็นแกนกลางของพระราชวังโบราณ สะเก็ดดาวแล้ว แต่กลับยังกล้าฝึกวิชาเปลวเพลิงกับวิชาพืชหญ้าควบไป ด้วย! เขาต้องรู้แน่อยู่แล้วว่าตัวเองมีอายุขัยที่เหนือกว่าเผ่ามนุษย์และพวก เลือดผสมทั่วไป! ต่อให้เขาไม่ได้ฝุาทะลุขอบเขตอย่างต่อเนื่อง เพียงแค่ ขอบเขตในปัจจุบันนี้ก็เกรงว่าคงมีอายุยืนยาวนับหมื่นปี หรืออาจจะ มากกว่านั้น!”
“ขอแค่เขายังมีชีวิตอยู่ บางทีอาจไม่จำเป็นต้องกังวลเลยว่าอายุขัยจะ ถึงจุดสิ้นสุดในระยะเวลาสั้นๆ!”
——