ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 932 บุตรแห่งดวงดาวคนที่เจ็ด เนี่ยเทียน!
พื้นที่ที่มีเลือดสดอยู่หลายผืน เลือดสดเหล่านั้นกำลังหายไปอย่างน่า ประหลาดเหมือนรอยหมึกที่กำลังถูกยางลบ ลบทิ้ง!
ดินแดนของเซวี่ยเจวี๋ยจื่อที่เดิมทีอยู่ในสภาพสมบูรณ์แบบ มาบัดนี้กลับ หายไปทีละส่วน ทีละส่วน
นี่คือสิ่งที่แม้แต่จิ่งเฟยหยางเจ้าสำนักอักขระเทพก็ยังทำไม่ได้!
ดินแดน คือรากฐานของผู้ที่อยู่ในขอบเขตดินแดน มันได้รวบรวม พลังงานที่ถูกกลั่นหลอมและความรู้ความเข้าใจที่เจ้าของมีต่อวิชาคาถา และเสี้ยวจิตวิญญาณเอาไว้ด้วยกัน
ผู้แข็งแกร่งเขตดินแดนทุกคนจะมองดินแดนของตนเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่ง กว่าเรือนกายที่มีเลือดเนื้อและอาวุธวิเศษเสียอีก
หากเกิดเรื่องไม่คาดคิดกับดินแดน ศักยภาพของผู้แข็งแกร่งดิ่งลงฮวบ ฮาบ สภาพจิตใจของพวกเขาก็อาจจะเสียสมดุลตามไปด้วย
ในฐานะที่เป็นผู้แข็งแกร่งแดนเอตทัคคะช่วงต้นเหมือนกัน ต่อให้จิ่งเฟย หยางใช้พละกำลังทั้งหมดที่มีก็ได้แค่ลดทอนพลังดินแดนของเซวี่ยเจวี๋ยจื่อ เท่านั้น ยากที่จะทำลายดินแดนเลือดที่มหัศจรรย์ของอีกฝ่ายได้
แต่นี่เนี่ยเทียนแค่มาถึง ก็ไม่รู้ว่าใช้เวทลับแบบใด ตัวเขาเองกับหุ่นเชิด เลือดตนนั้นกลับสามารถดึงเอาเลือดสดเข้มข้นออกไปจากดินแดนเลือด ของเซวี่ยเจวี๋ยจื่อได้ ทำให้ดินแดนเลือดของเซวี่ยเจวี๋ยจื่อเกิดลางว่าจะแตก สลาย
แล้วจะไม่ให้จิ่งเฟยหยางอึ้งตะลึงได้อย่างไร?
“ช่างเป็นพลังงานเลือดลมที่เปี่ยมล้นอุดมสมบูรณ์ยิ่งนัก!”
เนี่ยเทียนแสยะปากหัวเราะร่าอย่างเบิกบาน มองดูคล้ายปลาฉลาม กระหายเลือดตัวหนึ่งที่พอเห็นฝูงปลาเลิศรสก็พุ่งเข้าโฉบกินอย่างสำราญใจ
เมื่ออาศัยการสูบดึงพลังชีวิต จิ่งชี่เลือดเนื้อเข้มข้นเป็นกลุ่มๆ ก็ไหล ผ่านเส้นใยเลือดเล็กละเอียดที่เขาส่งออกไป กลับเข้ามายังหัวใจของเขา
ปราณเลือดสีเขียวเส้นที่ขดอยู่ตรงหัวใจคล้ายงูเหลือมยักษ์ที่เลื้อยเริง ร่า เก็บแก่นเลือดสดที่มาจากต่างเผ่าพันธุ์มาอย่างบ้าคลั่ง!
เมื่อสายเลือดเลื่อนมาถึงระดับหก หากปราณเลือดสีเขียวเส้นนี้คิดจะ แปรสภาพอีกครั้ง ก็จำเป็นต้องใช้จิงชี่เลือดเนื้อปริมาณมากมหาศาลเทียม ฟ้า
เมื่อครึ่งปีที่ผ่านมา พอเขามีเวลาว่างก็จะต้องหยิบเอาเนื้อสัตว์วิเศษที่ กองอยู่ในแหวนเก็บของออกมาชุบหลอมจิงชี่เลือดเนื้อ แต่นั่นก็ยังอยู่ไกล เกินกว่าระดับที่จะทำให้ปราณเลือดเนื้อสีเขียวจำศีลอีกครั้ง
ทว่าเลือดสดเป็นแผ่นๆ ที่ถูกดินแดนเลือดของเซวี่ยเจวี๋ยจื่อผสาน รวมเข้าไปคล้ายจะมาจากเลือดของสัตว์โบราณและชนต่างเผ่าระดับเจ็ด หรืออาจถึงระดับแปดเลยด้วยซ้ำ
สัตว์โบราณและชนต่างเผ่าระดับแปดเทียบเคียงได้กับพลังการต่อสู้ ของผู้แข็งแกร่งแดนว่างเปล่าเผ่ามนุษย์ สัตว์โบราณและชนต่างเผ่าที่มี สายเลือดระดับนี้ ต่อให้เนี่ยเทียนไหว้วานสำนักขระเทพให้ช่วยก็ยังหามา ไม่ได้
และต่อให้เป็นเลือดสดของสัตว์โบราณและชนต่างเผ่าเหมือนกัน พลัง เลือดเนื้อที่ซ่อนแฝงอยู่ภายในของสายเลือดระดับแปดก็ยังมากกว่าระดับ เจ็ดถึงสิบกว่าเท่า
เพียงแค่เวลาสั้นๆ ที่เส้นใยเลือดบางๆ หลายเส้นเหล่านั้นดึงเอาแก่น เลือดสดออกมาก็สามารถเทียบเคียงกับการดึงดูดจิงชี่เลือดเนื้อของเขาได้ ถึงสามเดือน!
“เวทลับการฝึกตนของเซวี่ยเจวี๋ยจื่อเหนือเกินกว่าขอบเขตวิชาของเผ่า มนุษย์ไปแล้ว มีความคล้ายคลึงกับเวทลับของสำนักโลหิต แต่ก็เหมือนจะมี ข้อบกพร่องบางอย่าง อาจเรียกได้ว่าเป็นวิชามารด้วยซ้ำ ถึงแม้ว่าดินแดน เลือดที่เขาสร้างขึ้นมาจะชุบหลอมจากเลือดของสัตว์โบราณและชนต่างเผ่า แต่เขากลับไม่มีปัญญาในการทำให้เลือดสดพวกนั้นผสานรวมกันได้อย่าง แท้จริง”
“เขาทำได้แค่ใช้เลือดสดของเผ่าต่างๆ ในดินแดนเลือดมาลดทอนพลัง การโจมตีของผู้ที่มีขอบเขตเท่ากันเท่านั้น เวทลับทางสายเลือดและพลัง พรสวรรค์ที่แฝงเร้นอยู่ในเลือดสดของสัตว์โบราณและชนต่างเผ่า เขากลับ เอามาใช้ไม่ได้”
“ไม่ว่าจะเป็นเวทลับหลอมเลือดของสำนักโลหิตหรือจะเป็นพรสวรรค์ สายเลือดแห่งชีวิตของข้า ก็ล้วนสามารถดึงเอาพลังงานออกมาจากเลือด สดมากมายของดินแดนเลือดเขา!”
“สำหรับเขาแล้ว ข้าก็คือดาวพิฆาต! คือศัตรูตัวฉกาจสำหรับเขา!”
“ไม่ว่าจะเป็นผู้แข็งแกร่งเผ่ามนุษย์แดนเอตทัคคะคนใดก็ตามที่ขอแค่ ฝึกตนด้วยวิชาปกติ ใช้วิธีการทั่วไปมาสร้างดินแดน ข้าก็ล้วนไม่สามารถ สร้างภัยคุกคามใดๆ ให้กับพวกเขาได้”
“ทว่าดินแดนของเขาดันสร้างขึ้นมาจากเลือดสดของสัตว์โบราณและ ชนต่างเผ่า อีกทั้งตัวเขาเองยังไม่ใช่ชนต่างเผ่า ไม่สามารถสำแดงความลี้ลับ ในเลือดสดออกมาได้ ทั้งยังถึงขั้นไม่สามารถควบคุมมันได้อย่างแท้จริงด้วย ซ้ำ!”
เนี่ยเทียนหัวเราะหึหึ ก่อนจะรวบรวมสมาธิทั้งหมดร่ายพรสวรรค์การ สูบดึงพลังชีวิต
“ฟู่วๆ!”
สายเส้นเลือดที่บินออกไปจากในร่างของเขาคล้ายเข็มแหลมที่ทิ่มแทง เข้าไปในเลือดสดเข้มข้น จากนั้นจึงพาแสงสีเลือดเป็นประกายม้วนตลบเข้า มาในร่างของเขา
“ตึกตัก ตึกตัก!”
หัวใจของเขาเต้นกระหน่ำราวรัวกลอง เสียงดังลั่นราวกับจะระเบิด ออก
ดินแดนเลือดของเซวี่ยเจวี๋ยจื่อที่เป็นเลือดสดเข้มข้นพลันหายวับไปไม่ มีเหลือ
มองปราดๆ ก็เห็นว่าดินแดนเลือดที่ขยายลามไปเป็นหมื่นเมตรเกิดรอย ที่จะปริร้าวแล้ว
“เจ้า เจ้าคือตัวอะไรกันแน่?”
ในกลุ่มแสงสีเลือดห้าแสงหกสีกลุ่มหนึ่ง ร่างของเซวี่ยเจวี๋ยจื่อพลันเผย กาย เขาใช้สายตาที่ราวกับมองตัวประหลาดจ้องมายังเนี่ยเทียนเขม็ง
ดินแดนเลือดพังทลาย เลือดสดมากมายที่สร้างขึ้นมาเป็นดินแดนถูก เนี่ยเทียนและโครงกระดูกปีศาจเลือดแบ่งกันดึงออกไป ทำลายรากฐาน ดินแดนของเขา ทำให้เขามิอาจสงบนิ่งได้อีก
เขาฝึกตนมานานหลายปี และเคยประมือกับผู้แข็งแกร่งของเผ่ามนุษย์ ชนต่างเผ่าและสัตว์โบราณมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง
เมื่ออยู่ในผืนเลือดที่เข้มข้นของเขา เผ่ามนุษย์ไม่เคยมีใครสามารถ รับมือได้อย่างราบรื่น
ส่วนชนต่างเผ่าและสัตว์โบราณก็พอจะสร้างผลกระทบให้กับดินแดน เลือดของเขาได้ในส่วนน้อยเท่านั้น
เพราะอย่างไรซะสิ่งที่ประกอบขึ้นมาเป็นดินแดนเลือดของเขาก็ปะปน ด้วยเลือดของชนเผ่ามากมาย ไม่มีชนต่างเผ่าและสัตว์โบราณคนใดจะ สามารถยืมใช้หรือได้รับอิทธิพลจากเลือดสดที่ไม่ได้มีต้นกำเนิดมาจาก ตัวเอง
เดิมทีเขานึกว่าในฟ้าดินแห่งนี้ ในอาณาจักรนับหมื่นนับพัน จะไม่มีชน เผ่าใดหรือสิ่งมีชีวิตใดที่สามารถทำลายดินแดนเลือดของเขาได้อย่างสิ้น ซาก
ทว่าการลงมือของเนี่ยเทียนในวันนี้ได้ทำลายความภาคภูมิใจในตัวเอง ของเขาเสียจนย่อยยับ!
เนี่ยเทียนที่มีตบะเพียงแค่เขตลี้ลับช่วงต้น ใช้วิธีการที่เขาไม่เข้าใจทำให้ ดินแดนเลือดของเขาเกิดลางที่จะพังทลาย เลือดสดที่เขาใช้เวลาหลายหมื่น ปีดึงเอามาจากชนต่างเผ่าและสัตว์โบราณมากมายในอาณาจักรที่ต่างกัน พากันเสียการควบคุม ทำให้ดินแดนเลือดของเขาจางหาย และเลือดสด เหล่านั้นดันหายเข้าไปอยู่ในร่างของเนี่ยเทียนกับโครงกระดูกปีศาจเลือด เสียแทน
เซวี่ยเจวี๋ยจื่อจึงใกล้จะคลุ้มคลั่งเต็มที่!
“คำสาปเลือด!”
อักษรคำว่า “เลือด” ขนาดใหญ่ยักษ์ที่ทั้งโบราณทั้งเก่าแก่บินออกมา จากในสมองของเซวี่ยเจวี๋ยจื่อ อักษรคำว่า “เลือด” นั้นปานประหนึ่งดวง อาทิตย์สีแดงฉานที่ฝากพลังจิตวิญญาณของเขาเอาไว้ ซึ่งมันมีความ กระหายต่อเลือดอย่างถึงที่สุด พอปรากฏตัวก็พุ่งพรวดเข้าหาเนี่ยเทียน ทันที
อักษรคำว่า “เลือด” เปล่งวาบหนึ่งทีแล้วหายวับไป พลังงานพิเศษ อย่างหนึ่งที่ราวกับสามารถกักกันเลือดของทุกสิ่งมีชีวิตพลันแผ่คลุมไปทั่ว พื้นที่!
แม้แต่จิ่งเฟยหยางเองก็ยังร้อง “เอ๊ะ” เบาๆ หนึ่งที สัมผัสได้อย่าง เฉียบไวว่าเลือดสดในร่างของเขา ในหลอดเลือดของเขาหยุดไหลริน!
จิ่งเฟยหยางหน้าเปลี่ยนสีทันควัน
ทว่าเนี่ยเทียนที่ถูกผนึกคำสาปเพ่งเล็งเป็นเป้าหมายสำคัญกลับแค่ตัว สั่นเยือกทีเดียวก็กลับมาเป็นปกติ
ไม่มีใครรู้ว่าโซ่ผลึกสายเลือดที่อยู่ด้านในปราณเลือดสีเขียวกลางหัวใจ ของเขาแค่เปล่งวาบทีเดียวก็สามารถสลายตราคำสาปที่มีผลต่อเลือดสด ของสิ่งมีชีวิตได้อย่างน่าพิศวง
“ตึง!”
แสงสีเลือดเปล่งพร่างพราวออกมาจากร่างของโครงกระดูกปีศาจเลือด
เนื่องจากการปรากฏตัวของอักษร “เลือด” เลือดสดที่ไหลรินอยู่ในเส้น เอ็นของโครงกระดูกปีศาจเลือดที่ชุบหลอมมาจากร่างของเผ่าโครงกระดูก ตนนี้ก็ยังหยุดชะงักไปเช่นกัน
โครงกระดูกปีศาจเลือดจึงยากที่จะใช้เวทลับหลอมโลหิตไปดึงเอาเลือด มาจากดินแดนเลือดของเซวี่ยเจวี๋ยจื่อได้อีก
คนเดียวที่ไม่ได้รับผลกระทบก็คือเนี่ยเทียน เขายังคงใช้การสูบดึงพลัง ชีวิตดึงเอาเลือดเข้มข้นมาอย่างบ้าคลั่ง!
ไม่เพียงเท่านี้ พลังการผนึกของตราคำสาปเลือดที่แผ่ซ่านไปทั่วท้องฟ้า ของทางช้างเผือกก็ยังได้รับอิทธิพลจากพรสวรรค์การสูบดึงพลังชีวิต ทำ ให้แก่นเลือดที่ซุกซ่อนอยูในตราผนึกถูกบังคับดึงออกมาด้วย!
เซวี่ยเจวี๋ยจื่อสัมผัสได้ถึงความผิดปกติทันที เขากระอักเลือดออกมา ด้วยความเคียดแค้น จิตวิญญาณเหมือนพังทลาย “เจ้า เจ้ามันตัว ประหลาดอะไรกันแน่?” เขาชี้หน้าด่าเนี่ยเทียน คำพูดก็ตะกุกตะกัก บังเกิดความหวาดกลัวลึกล้ำโดยสัญชาตญาณราวหนูกลัวแมว ราวลูกแกะ ที่เห็นพญาอินทรี
“อ๊าก!”
เซวี่ยเจวี๋ยจื่อแผดเสียงคำรามเจ็บปวดราวกับจะตายให้ได้ รีบหอบเอา ดินแดนเลือดที่แตกออกเป็นเสี่ยงๆ เผ่นหนีไปยังจุดลึกของทางช้างเผือก อันกว้างไกลโดยไม่แม้แต่จะสนใจลูกน้องของตัวเอง
ตอนที่เขาหนีจากการไล่ล่าของผู้แข็งแกร่งในดินแดนใกล้เคียงอย่าง ดินแดนพงฟ้า ดินแดนจุลอันธการหรือดินแดนหิมะ ก็ยังไม่เคยมีครั้งไหนที่ ต้องหนีไปด้วยความหวาดผวากระเซอะกระเซิงเช่นนี้
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาบังเกิดความหวาดกลัวเหมือนไม่มีกำลังให้ต้านทาน ต่อคนคนหนึ่ง
เงาร่างของเนี่ยเทียน วิธีการที่แปลกประหลาดของอีกฝ่ายล้วนเป็น เหมือนฝันร้ายที่ตราตรึงลงไปในจิตวิญญาณของเขา ทำให้ชีวิตที่เหลืออยู่ ของเขา เพียงแค่คิดถึงเหตุการณ์วันนี้ คิดถึงภาพที่เนี่ยเทียนทำลาย ดินแดนของเขา เขาก็ต้องตัวสั่นเทิ้มไม่เป็นสุข
นาทีนี้ความเหี้ยมหาญ ความมั่นใจที่สั่งสมมานับหมื่นปีของเขาเหมือน ถูกคนเหยียบย่ำอย่างไร้ปราณี
เขาไม่คิดถึงการแลกเปลี่ยนกับชนต่างเผ่าอะไรอีกแล้ว แม้แต่เสียง ตะโกนห้ามของผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาเขาก็ยังไม่สนใจจะฟัง เพียงแค่คิด อยากจะหนีไปไกลจากเนี่ยเทียนเท่านั้น ไกลเท่าไหร่ก็ยิ่งดี!
จนกว่าจะไม่ได้พบกับอีกฝ่ายตลอดกาล
การต่อสู้ระหว่างสองดินแดน ป๋ายเฉียงเวย ผู้เฒ่าประหลาดเงาดำและ ลูกน้องมากมายของป๋ายเฉียงเวยก็จับตามองอยู่ไกลๆ เช่นกัน
เพียงแต่คนที่มองออกถึงเส้นสนกลในมีเพียงป๋ายเฉียงเวยคนเดียว เท่านั้น
ผู้เฒ่าประหลาดเงาดำและลูกน้องของป๋ายเฉียงเวยเห็นเพียงว่าดินแดน เลือดหายไป เห็นว่าเซวี่ยเจวี๋ยจื่อเผ่นหนี แต่กลับไม่เข้าใจความหมายลึก ล้ำที่ซ่อนอยู่
“ท่านผู้นำ ท่านผู้นำ!”
ลูกน้องคนหนึ่งของป๋ายเฉียงเวยเอ่ยเรียกติดๆ กัน ด้วยน้ำเสียงกระหืด กระหอบ “นี่คือโอกาสอันดีที่ยากจะพานพบสักครั้ง! เซวี่ยเจวี๋ยจื่อถูกจิ่ง เฟยหยางโจมตีให้ถอยร่นไปแล้ว พวกเราได้โอกาสสังหารคนของเขาเพื่อ สร้างชื่อเสียงของเราบ้างแล้ว”
“ไม่จำเป็นแล้ว” น้ำเสียงของป๋ายเฉียงเวยฟังสับสน “ความมั่นใจของ เซวี่ยเจวี๋ยจื่อถูกทำลายทิ้งไม่เหลือชิ้นดี สภาพจิตใจของเขาเกิดเป็นรอย โหว่ขนาดใหญ่ วันหน้าเกรงว่าเราคงไม่จำเป็นต้องกลัวเขาอีก”
“นอกจากนี้…” หยุดไปครู่นางก็เอ่ยขึ้นอีกว่า “คนที่ทำให้เซวี่ยเจวี๋ยจื่อ พ่ายแพ้ หาใช่จิ่งเฟยหยางไม่ แต่เป็นบุตรแห่งดวงดาวคนที่เจ็ด—เนี่ย เทียน!”
“เนี่ยเทียน? จะเป็นไปได้อย่างไร?” ผู้เฒ่าประหลาดเงาดำร้องอุทาน เสียงหลง
“หากไม่ได้เห็นกับตาตัวเอง แล้วเจ้ามาบอกข้าอย่างนี้ ข้าก็ไม่มีทางเชื่อ เหมือนกัน” ป๋ายเฉียงเวยถอนหายใจหนึ่งที “ข้านึกไม่ถึงเลยว่าบุตรแห่ง ดวงดาวที่เพิ่งถือกำเนิดคนนี้จะสามารถให้บทเรียนที่เจ็บปวดกับเซวี่ยเจวี๋
ยจื่อได้ถึงเพียงนี้! สิ่งที่ผู้แข็งแกร่งเขตดินแดนกลัวมากที่สุดก็คือการไม่เชื่อ ในดินแดนของตัวเอง การกังขาในดินแดนของตนเอง”
“ดินแดนเลือดอันมหัศจรรย์ของเซวี่ยเจวี๋ยจื่อคือรากฐานที่ทำให้เขา วางโตโอหัง เขาเชื่อมั่นว่าวันข้างหน้าดินแดนของตัวเองจะสมบูรณ์แบบ งดงาม ไม่จำเป็นต้องหวาดกลัวใคร ไม่จำเป็นต้องหวาดกลัวเผ่าพันธุ์ไหน”
“ทว่าวันนี้เขากลับได้ค้นพบว่าดินแดนของตัวเองไม่ได้มหัศจรรย์ถึง เพียงนั้น”
“มีคนผู้หนึ่งที่ทั้งๆ อ่อนแอกว่าเขามากมาย แต่กลับสามารถทำลาย ดินแดนของเขาได้อย่างถึงรากถึงโคน คนผู้นั้นยังเป็นแค่เขตลี้ลับ แต่ ดินแดนของเขากลับมิอาจแบกรับได้ไหว ต่อให้วันหนึ่งเขาฝ่าทะลุสู่แดน เทพเจ้า ในสายตาของคนผู้นั้น ดินแดนของเขาก็ยังกระจอกงอกง่อย เหมือนเดิมอยู่ดี นี่จะทำให้ความมั่นใจที่เซวี่ยเจวี๋ยจื่อสั่งสมมานานนับหมื่น ปีเกิดรอยร้าวขนาดใหญ่ และก็คงยากที่จะประสานตัวได้อีก”
“หากเขาแก้ไขปัญหาข้อนี้ไม่ได้ ไม่เข้าใจต้นสายปลายเหตุ ขอบเขต ของเขาก็จะหยุดอยู่ตรงนี้ไปตลอดกาล หรืออาจถึงขั้นถดถอยด้วยก็ เป็นได้!”
“เซวี่ยเจวี๋ยจื่อที่เป็นเช่นนี้มิอาจสร้างภัยคุกคามใดๆ ให้กับพวกเราได้ แล้ว และก็ไม่มีทางที่เขาจะทำตัวกร่างขยายอิทธิพลให้กับพรรคยอดโลหิต ได้อีก”
ทุกคนฟังกันจนปากอ้าตาค้าง
“พวกเจ้ารออยู่ที่นี่ ข้าจะไปพบบุตรแห่งดวงดาวที่ชื่อเนี่ยเทียนผู้นั้นสัก หน่อย” ป๋ายเฉียงเวยกล่าว
“ท่านผู้นำ ท่านคิดจะจับตัวเขามาจากมือของจิ่งเฟยหยางอย่างนั้น หรือ?”
“ไม่ ฝ่ายข้าถือว่ายกเลิกข้อตกลงกับคนผู้นั้นแล้ว” ป๋ายเฉียงเวยส่าย หัว “เนี่ยเทียนผู้นี้ ข้ามิอาจหาญกล้าไปต่อกรกับเขา”
——