ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 937 ท ำลำยข้อตกลง!
เทือกเขาพังถล่ม ไอความเย็นหดหาย ภาพเหตุการณ์ด้านล่างจึง ปรากฏเด่นชัด
“ค่ายกลกุญแจภูเขาน้าแข็งนั่น ถูกท้าลายไปทั้งอย่างนี้น่ะหรือ?”
ท่ามกลางก้อนเมฆมากมาย จิ่งโหรวก้มหน้าลงมองเนี่ยเทียนที่ยืนอยู่ หน้าก้อนน้าแข็งใหญ่ยักษ์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ
“แปลกจริง…” จิ่งเฟยหยางพึมพ้า
ทว่านาทีถัดมา ดวงตาของเขากลับฉายความเดือดดาล “บรรพบุรุษหัน จิง! เจ้าคิดจะท้าอะไร?”
บรรพบุรุษหันจิงบินออกมาจากกลางหุบเขาพร้อมกับที่เกล็ดหิมะเป็น กลุ่มก้อนบินทะยานออกมาจากชายแขนเสื้อของเขา
ด้านในของเกล็ดหิมะเหล่านั้นมีเงาวิญญาณของบรรพบุรุษหันจิงเปล่ง ประกายอย่างเห็นได้ชัด นั่นคือเวทลับทางจิตวิญญาณที่ได้รับมอบความ มหัศจรรย์ไปจากเขา
เกล็ดหิมะปลิวว่อน ซึ่งส่วนใหญ่บินเข้าไปยังเทือกเขาเพื่อรักษาอาการ แตกทลายของเทือกเขาให้คงสภาพ
ตัวของบรรพบุรุษหันจิงเองก็พลันปรากฏกายพร้อมดินแดนน้าแข็งที่ โปร่งใสเป็นประกาย
พลังความเย็นของที่แห่งนี้จึงเพิ่มขึ้นจากเดิมอีกหลายสิบเท่า!
“เอี๊ยดอ๊าด! เอี๊ยดอ๊าด!”
วิญญาณร้ายทั้งห้าดวงที่บินทะยานอยู่กลางอากาศ ถูกดินแดนน้าแข็ง ของบรรพบุรุษหันจิงปกคลุม เรือนกายที่เป็นภาพมายาก็คล้ายถูกไอความ เย็นเกาะจนจับตัวเป็นน้าแข็ง ทุกครั้งที่เคลื่อนไหวก็ล้วนเป็นไปด้วยความ ยากล้าบาก
ไม่นาน วิญญาณร้ายที่มีลักษณะเป็นภาพมายาก็ถูกจับตัวเป็นน้าแข็ง มี แสงน้าแข็งโปร่งใสชั้นหนึ่งปกคลุม
ดวงตาของบรรพบุรุษหันจิงมืดด้า มือทั้งคู่สร้างตราประทับน้าแข็ง ขึ้นมา เกล็ดหิมะโปร่งใสผสานรวมเข้าไปในเทือกเขา ท้าให้การปริแตกของ ตัวภูเขากลับคืนสู่ความสงบลงอย่างรวดเร็ว
“ข้าแค่บอกให้เขาแตะน้าแข็งก้อนนั้น สลัดให้หลุดจากการมัวเมาของ ค่ายกลกุญแจภูเขาน้าแข็ง ไม่ได้บอกให้เขาท้าลายรากฐานค่ายกลของข้า!”
พอบรรพบุรุษหันจิงเปิดปาก รัศมีร้อยลี้ของที่แห่งนี้ก็กลายมาเป็นพื้นที่ ที่เย็นเยียบถึงขีดสุด
จุดลึกใต้ดินก็ยิ่งมีไอความเย็นเข้มข้นพวยพุ่งออกมา ซากวิญญาณใน ภูเขาที่ตายอยู่ที่นี่มานานนับหมื่นปีส่งเสียงร้องโหยหวน ท้าให้คนฟังขนลุก ขนพอง
“ไม่ว่าจะฝุาค่ายกลอย่างไร ค่ายกลก็ต้องถูกท้าลายอยู่ดี เจ้ายังไม่ยอม ท้าตามค้าพูดอีกรึ!” จิ่งเฟยหยางพลิ้วตัวลงมาจากเรือรบทางช้างเผือก
อักขระเทพจ้านวนนับไม่ถ้วนบินล้อมวนเขาดั่งผีเสื้อเริงระบ้า
ดินแดนอักขระของเขาก็มาปรากฏอยู่ในอาณาจักรจิงเซวี่ย อักขระเทพ ที่บินเต็มฟูาปลดปล่อยแสงหลากสีเจิดจ้า แล้วเริ่มแทรกซึมเข้าไปยังพื้นดิน ที่ความหนาวเย็นเสียดลึกถึงกระดูก
“กึกๆๆ!”
ท่ามกลางหุบเขาที่มีความเย็นสุดขั้ว ฟันของเนี่ยเทียนกระทบกันไม่ หยุด
เขาเองก็มองไปยังท้องฟูา มองไปที่ผีร้ายทั้งห้าซึ่งถูกแช่แข็งอยู่ใน ดินแดนน้าแข็งด้วยสายตาเย็นชาแล้วร้องเรียกอยู่ในใจ
น่าเสียดายที่วิญญาณร้ายทั้งห้าซึ่งเพิ่งถือก้าเนิดได้ไม่นาน แม้ว่าตอน อยู่เทือกเขาฝังเลือดจะกินซากวิญญาณร้ายไปมากมาย แต่พวกมันก็ยังไม่ เติบโตมากพอถึงระดับที่จะแข็งข้อกับผู้แข็งแกร่งแดนเอตทัคคะได้
เสียงเรียกร้องหาทางจิตวิญญาณของเขาจึงเหมือนก้อนหินที่โยนลงสู่ ทะเล ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ กลับคืนมา
ความเชื่อมโยงทางจิตวิญญาณที่เขามีต่อวิญญาณร้ายทั้งห้าก็ถูกสกัด กั้นด้วยดินแดนน้าแข็งนั่น
บรรพบุรุษหันจิงสีหน้าหนักอึ้ง ดวงตาโชนแสงลุกเรือง ในใจก้าลังตีกัน ให้วุ่น
เขาเคยรับประกันกับคนคนหนึ่งเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าต้องสามารถใช้ ค่ายกลกุญแจภูเขาน้าแข็งมากักตัวเนี่ยเทียนไว้ที่นี่ได้แน่นอน หรือไม่ก็ต้อง ท้าให้เนี่ยเทียนจากไปพร้อมความล้มเหลว
และเขาเองก็รับเอาค่าตอบแทนที่คนผู้นั้นจ่ายให้ล่วงหน้ามาอย่างมาด มั่น
ค่าตอบแทนเหล่านั้นมีส่วนช่วยในการเลื่อนสู่แดนเอตทัคคะช่วงกลาง ของเขา มีประโยชน์มหาศาลต่อการแปรสภาพตบะและดินแดนน้าแข็งของ เขา
เขาจึงแทบอดทนรอไม่ไหวที่จะเอาค่าตอบแทนของอีกฝุายมาใช้ ล่วงหน้า
และหากตอนนี้เขาปล่อยให้เนี่ยเทียนพาพวกฝานข่ายกลับไป แม้แต่จะ คืนค่าตอบแทนเหล่านั้นกลับไป…เขาก็ยังท้าไม่ได้
“คืนกลับไปไม่ได้แล้ว ต่อให้ต้องแตกหักผิดสัญญากันตรงนี้ ก็คงได้แต่ เดินไปให้สุดทางเท่านั้น”
บรรพบุรุษหันจิงใคร่ครวญอยู่กับตัวเองพักหนึ่ง ครั้นจึงตวาดกลับเสียง ดัง “เนี่ยเทียนท้าลายค่ายกลใหญ่ของข้า ท้าให้ค่ายกลกุญแจภูเขาน้าแข็งนี้ ของข้าเกิดรอยปริร้าว ข้าไม่มีทางรามือง่ายๆ แน่!”
“เนี่ยเทียนต้องยอมอยู่ในหุบเขาแห่งนี้สองปี เพื่อถือเป็นการชดใช้ อีก สองปีให้หลัง ข้าถึงจะอนุญาตให้เขาพาคนเหล่านั้นไปจากดินแดนหิมะ ได้!”
นี่คือเงื่อนไขที่เขาเสนอออกมา
สองปี ก็คือระยะเวลาต่้าสุดที่เขารับปากอีกฝุายไว้
ขอแค่เขาไม่สังหารบุตรแห่งดวงดาวผู้นี้ เพียงแค่กักตัวไว้สองปี เขาก็ไม่ คิดว่าพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวจะเป็นเดือดเป็นแค้น จนเป็นเหตุให้ ส้านักน้าแข็งฟูาต้องรองรับไฟโทสะจากพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว
“จะขังข้าไว้สองปี?” เนี่ยเทียนแหงนหน้า “เจ้ามีสิทธิ์อะไร? สุนัขเฒ่า กลับกลอกไร้ยางอายอย่างเจ้า ข้ามองทะลุปรุโปร่งหมดแล้ว!”
อู้!
เรือนกายใหญ่โตของโครงกระดูกปีศาจเลือดบินออกมาจากแหวนเก็บ ของของเขา มือกระดูกใหญ่โตของมันแทงเข้าไปยังก้อนน้าแข็งที่กักตัวพวก ฝานข่ายไว้อย่างไม่พูดพร่้าท้าเพลง
ในก้อนน้าแข็ง ฝานข่ายส่ายหัวด้วยสีหน้าขมขื่น
เหมือนเขาจะรู้ว่าด้วยพละก้าลังของโครงกระดูกปีศาจเลือดก็ยังไม่ สามารถท้าลายก้อนน้าแข็งนี้ได้อยู่ดี
บรรพบุรุษหันจิงเห็นเนี่ยเทียนเรียกโครงกระดูกปีศาจเลือดออกมา นัยน์ตาก็เต็มไปด้วยแววเหยียดหยาม “กะอีแค่หุ่นเชิดเลือดที่หลอมมาจาก เผ่าโครงกระดูสายเลือดระดับแปด คิดจะท้าลายน้าแข็งฟูาของข้าอย่างนั้น รึ?”
“ปัง!”
แสงน้าแข็งปลิวว่อนสาดกระจายไปสี่ทิศ น้าแข็งก้อนที่ถูกเขาเรียกว่า น้าแข็งฟูา ไม่แตกออกจริงๆ
โครงกระดูกปีศาจเลือดยังคงลงมือต่อ แขนกระดูกทั้งสองข้างของมัน โบกสะบัด มือที่ใหญ่ราวกระบี่กระดูกฟาดแทงไปที่ก้อนน้าแข็งอย่างไม่ หยุดยั้ง
ในน้าแข็งฟูามีลายเส้นน้าแข็งแวววาวอยู่หลายพันเส้น ราวกับว่ามันมี จิตส้านึกเป็นของตัวเอง ลายเส้นเหล่านั้นเคลื่อนไหวอยู่ในก้อนน้าแข็ง อย่างมีชีวิตชีวา ท้าให้น้าแข็งฟูายิ่งแข็งแกร่งมิอาจท้าลาย
ไม่ว่าโครงกระดูกปีศาจเลือดจะพยายามมากแค่ไหน น้าแข็งฟูาก้อนนั้น ก็ยังคงแข็งแกร่งทนทานราวภูเขาเหล็ก ไม่มีแม้แต่รอยแตกร้าว
สีหน้าคาดหวังบนใบหน้าของพวกฝานข่ายที่อยู่ในก้อนน้าแข็งฟูาค่อยๆ จางหายไป
“ท่านผู้อาวุโสก็เป็นแดนว่างเปล่าช่วงต้น แต่ท้าทุกวิถีทางแล้วก็ยังไม่ สามารถท้าลายน้าแข็งฟูาก้อนนี้ได้ ต่อให้โครงกระดูกปีศาจเลือดจะ แข็งแกร่งมากแค่ไหน ก็ไม่มีทางแข็งแกร่งไปกว่าตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ แล้วมัน จะท้าลายน้าแข็งก้อนนี้ได้อย่างไร?”
จ้าวลั่วเฟิงขมขื่น ถอนหายใจอยู่ในใจไม่หยุด คล้ายรู้ว่าพวกเขาถูก ก้าหนดมาแล้วว่าต้องถูกขังอยู่ที่นี่อีกนานหลายปี
“เรือดารา!”
เนี่ยเทียนตะคอกดัง อาวุธวิเศษประเภทบินล้าที่พระราชวังโบราณ สะเก็ดดาวทิ้งไว้ให้เขาพลันปรากฏตัวพร้อมแสงพร่างพราว
เนี่ยเทียนที่ทะยานตัวลงไปเรือดารารีบเอาหินดวงดาวจ้านวนมาก ออกมาปูเต็มพื้น แล้วกระตุ้นค่ายกลโจมตีของมัน
ปลายยอดแหลมคมราวสว่านของเรือดาราส่องแสงดาวเจิดจ้า แสงดาว ระยิบระยับที่อยู่นอกอาณาจักรจิงเซวี่ยเหมือนถูกชักน้าจึงขยับเข้ามาใกล้ เรือดารา มองคล้ายแสงดาวตกเป็นล้าๆ
ล้าแสงพร่างพราวเส้นหนึ่งที่เหมือนห่อหุ้มทางช้างเผือกเอาไว้พลันสาด ยิงออกไปจากปลายยอดของเรือดารา
ล้าแสงนี้มีอานุภาพคล้ายปืนใหญ่ผลึกแหวกนภาของเผ่าอสูรกาย ซึ่ง พริบตามันก็ยิงเข้าไปหาน้าแข็งก้อนนั้น
“ฟูุวๆ!”
แสงดาวนับร้อยนับพันประดุจดวงดาวระยิบระยับที่มาเปล่งวาววับอยู่ ในน้าแข็งฟูา เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความลึกลับและความโบราณเก่าแก่
กลางน้าแข็งฟูามีเส้นใยน้าแข็งแวววาวอยู่มากมาย ทว่าเมื่ออยู่ภายใต้ แสงดาวพร่างพราวเหล่านั้น เส้นใยน้าแข็งกลับถูกตัดขาดเป็นชิ้นๆ
ลายเส้นค่ายกลที่ผสานรวมไว้ด้วยเสี้ยวจิตวิญญาณซึ่งบรรพบุรุษหันจิง สลักไว้ภายในมิอาจโคจรได้เป็นปกติอีก!
“เปรี๊ยะๆ!”
น้าแข็งฟูาที่สมบูรณ์แบบพลันเกิดรอยแตกร้าวเป็นจ้านวนมาก พอรอย ร้าวปรากฏ ล้าแสงดวงดาวเส้นนั้นก็ฉีกกระชากน้าแข็งฟูาให้แตกออกจาก กันในทันที
“ตูม!”
น้าแข็งฟูาระเบิดกระจัดกระจาย เศษน้าแข็งร่างกราวลงเต็มพื้น พวก ฝานข่ายที่อยู่ด้านในรีบเบี่ยงหลบล้าแสงดวงดาว พริบตาเดียวก็หลุด ออกมาจากด้านใน
“เนี่ยเทียน!”
พวกฝานข่ายปิติยินดีกันอย่างถึงที่สุด รีบพุ่งตัวมารวมอยู่ข้างกายเขา ทันที
เนี่ยเทียนมีสีหน้างงงัน
การโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดของเรือดารา เขาเองก็เคยเห็นมันมาก่อน ตามการวิเคราะห์ของเขาก่อนหน้านี้ มันน่าจะแค่สามารถสร้างภัยคุกคาม ให้กับเขตวิญญาณได้เท่านั้น ทว่าหากเป็นแดนว่างเปล่า…ก็ไม่แน่เสมอไป ว่าจะสร้างความเสียหายให้ได้
น้าแข็งฟูาเกิดจากการชุบหลอมของบรรพบุรุษหันจิงแดนเอตทัคคะ ด้านในสลักค่ายกลน้าแข็งที่มหัศจรรย์เอาไว้
แต่น้าแข็งฟูากลับระเบิดกระจัดกระจายเพียงแค่การโจมตีเดียวของเรือ ดารา นี่จึงท้าให้เขารู้สึกเหลือเชื่อเล็กน้อย
“แสงดาวพวกนั้น…”
อึ้งตะลึงไปครู่ เขาก็พลันคืนสติ การโจมตีเมื่อครู่ของเรือดาราท้าให้มี แสงดาวสาดกระจายออกมามากมาย ซึ่งแสงดาวพวกนั้นก็คือตัวท้าลาย ค่ายกลน้าแข็งลึกลับที่อยู่ด้านในน้าแข็งฟูา!
ค่ายกลน้าแข็งนั่นต่างหากถึงจะเป็นสาเหตุแท้จริงที่ท้าให้น้าแข็งฟูา แข็งแกร่ง หากค่ายกลเสียประสิทธิภาพ โคจรไม่ได้เป็นปกติ ก็จะท้าให้ น้าแข็งฟูาไร้ซึ่งความมหัศจรรย์
เขามองต้นสายปลายเหตุออกในทันใด
“เนี่ยเทียน! ก่อนหน้านี้เจ้าท้าลายค่ายกลกุญแจภูเขาน้าแข็งของข้า มา ตอนนี้ยังท้าลายน้าแข็งฟูาที่ข้าชุบหลอมมาอย่างยากล้าบากอีก! เจ้าอย่า หวังเลยว่าจะออกไปจากอาณาจักรจิงเซวี่ยได้ง่ายๆ!”
บรรพบุรุษหันจิงหน้าขาวเผือด เพราะน้าแข็งฟูาระเบิดแตก เขาก็ เหมือนจะได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย จึงส่งเสียงคุกคามอย่างเดือดดาล
“ขึ้นมา!”
เนี่ยเทียนกวักมือเรียกพวกผู้ฝึกลมปราณดินแดนดาวตกที่มีฝานข่าย เป็นผู้น้าให้ขึ้นมาบนเรือดารา
“เจ้าผิดข้อตกลงก่อน ยังจะมากล้าต้าหนิข้าอีกหรือ?”
เรือดาราคล้ายดาวตกที่พุ่งออกจากหุบเขาซึ่งมีปราณความเย็นเข้มข้น ขึ้นเรื่อยๆ ตรงดิ่งไปหาเรือรบทางช้างเผือกที่พวกต้วนสือหู่รออยู่
“เจ้าหนีไม่รอดหรอก!” บรรพบุรุษหันจิงค้าราม
“ฟิ้ว!”
มีดาวตกเปลวเพลิงอีกเส้นหนึ่งโผล่มาปรากฏอยู่กลางอากาศสูงของ อาณาจักรจิงเซวี่ยอย่างลึกลับแวบหนึ่ง
ผู้ที่แข็งแกร่งอย่างบรรพบุรุษหันจิงและจิ่งเฟยหยางก็ยังสังเกตไม่เห็น การปรากฏตัวของดาวตกเปลวเพลิงเส้นนั้น
ทว่าไอความเย็นเหน็บหนาวของตลอดทั้งอาณาจักรจิงเซวี่ยกลับเกิด การเปลี่ยนแปลงอย่างน่าตกใจเพราะดาวตกเปลวเพลิงเส้นนั้น
เทือกเขาน้าแข็งหลายลูกที่ประกอบกันขึ้นเป็นค่ายกลกุญแจภูเขา น้าแข็งซึ่งเพิ่งจะถูกบรรพบุรุษหันจิงควบคุมไว้ได้กลับเกิดเสียงระเบิด ครืนครั่น แล้วโยกคลอนอย่างรุนแรงอีกครั้ง
ควันเย็นที่ผุดออกมาจากจุดลึกใต้ดินกลับย้อนหายเข้าไปในแผ่นดิน อย่างน่าพิศวง
เกล็ดน้าแข็งเป็นกลุ่มๆ ที่บินออกไปจากพื้นที่แห่งนี้ก็หลอมละลายไป อย่างเงียบเชียบ สภาพสิ่งแวดล้อมที่หนาวเย็นจนคนปรับตัวไม่ได้ก็เหมือน จะอบอุ่นขึ้น และน้าแข็งก็ค่อยๆ ละลายหายไปทีละนิด
บรรพบุรุษหันจิงที่เตรียมจะมองข้ามการมาถึงของจิ่งเฟยหยางแล้ว ข่มขู่ให้เนี่ยเทียนอยู่ต่อพลันหันมองไปรอบด้านด้วยสีหน้าตกใจ
“คือใคร? ใครมาที่นี่?” เขาเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง
ไม่มีใครตอบรับ
ทว่าน้าแข็งบนเทือกเขาน้าแข็งมากมาย และยังมีแม่น้าใหญ่หลายเส้น ที่เกาะตัวเป็นน้าแข็งมานานหลายปีนอกรัศมีพันลี้ของอาณาจักรจิงเซวี่ ยที่กว้างใหญ่ไพศาลกลับเกิดการหลอมละลาย
พอน้าแข็งบนเทือกเขาน้าแข็งและทะเลสาบหลอมละลาย น้าปริมาณ มหาศาลก็พวยพุ่งขึ้นมาแล้วเริ่มไหลกรากไปโจมตียังนครและหมู่บ้าน ใกล้เคียงอย่างที่มิอาจควบคุม
ผู้ฝึกลมปราณทุกคนของอาณาจักรจิงเซวี่ยที่ฝึกวิชาความเย็นต่างก็ เปลี่ยนมาเป็นร้อนรนกระวนกระวาย รู้สึกเหมือนหายนะครั้งใหญ่ก้าลังจะ มาเยือน หวาดกลัวว่าน้าแข็งในอาณาจักรจะหลอมละลาย
ทันใดนั้นคนของอาณาจักรจิงเซวี่ยก็พลันหวาดวิตก อยู่ไม่สุข
——