ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 938 ผู้แข็งแกร่งแดนเทพเจ้ำมำเยือนด้วยตัวเอง?
- Home
- ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี
- บทที่ 938 ผู้แข็งแกร่งแดนเทพเจ้ำมำเยือนด้วยตัวเอง?
การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกะทันหันมาเยือนรวดเร็วราวกระแสน้าขึ้น
อาณาจักรจิงเซวี่ยที่ยิ่งใหญ่เกิดการสั่นสะเทือน แผ่นดินแตกแยก ภูเขา น้าแข็งหลอมละลาย ไอความเย็นลดฮวบฮาบ
ผู้ฝึกลมปราณของอาณาจักรจิงเซวี่ยทุกคนที่ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ต่างก็สัมผัส ได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของฟูาดิน จึงพากันตื่นตะลึง
อาณาจักรจิงเซวี่ยไม่เหมือนกับอีกแปดอาณาจักร ที่แห่งนี้คือสถานที่ที่ พิเศษอย่างถึงที่สุดในบรรดาอาณาจักรมากมายของดินแดนหิมะ
สถานที่แห่งนี้คือหนึ่งในถิ่นส้าคัญที่สุดของส้านักน้าแข็งฟูาซึ่งบรรพ บุรุษหันจิงใช้ฝึกตน หลายสิบล้านปีที่ผ่านมา เพื่อสร้างนคร จัดระเบียบ แม่น้าและเทือกเขาน้าแข็งในอาณาจักรจิงเซวี่ย ไม่รู้ว่าส้านักน้าแข็งฟูาต้อง เปลืองแรงคนและทรัพยากรไปมากน้อยแค่ไหน
การเปลี่ยนแปลงของอาณาจักรแปดแห่งอาจไม่ท้าลายรากฐานของ ส้านักน้าแข็งฟูา ทว่าหากเกิดปัญหากับอาณาจักรจิงเซวี่ย ส้านักน้าแข็งฟูา ย่อมต้องเสียหายอย่างใหญ่หลวงแน่นอน
ต่อให้เป็นบรรพบุรุษหันจิงเองก็ยังไม่สามารถมีค้าอธิบายให้กับส้านัก ได้
“โครงสร้างของภูมิศาสตร์ของที่แห่งนี้เกิดการเปลี่ยนแปลง ได้รับ อิทธิพลจากพลังงานความร้อนที่ลึกลับ…”
ขนาดจิ่งเฟยหยางจากส้านักอักขระเทพก็ยังนิ่งค้างอยู่กลางอากาศ ไม่ รีบร้อนลงมือกับบรรพบุรุษหันจิง
อาณาจักรทั้งแปดแห่งที่พวกเขาผ่านทางมาจะเกิดการเปลี่ยนแปลง ครั้งใหญ่ก็ต่อเมื่อพวกเขาจากมาได้ไม่นาน
เพราะว่าไม่มีคนของส้านักน้าแข็งฟูามาพูดคุยกับพวกเขา ดังนั้นพวก จิ่งเฟยหยางจึงไม่รู้ว่าหลังจากที่เรือรบทางช้างเผือกของพวกเขาบินผ่านไป อาณาจักรทั้งแปดนั้นมีการเปลี่ยนแปลงเช่นไรเกิดขึ้น
“ผู้อาวุโสท่านไหนผ่านมาที่อาณาจักรจิงเซวี่ย?”
บรรพบุรุษหันจิงหยุดมือนานแล้ว ตอนนี้เขาก้าลังกวาดตามองไปรอบ ด้านด้วยท่าทีนอบน้อมระมัดระวังอย่างถึงที่สุด
กระแสจิตวิญญาณของเขาที่มีเขาเป็นจุดศูนย์กลางคล้ายมหาสมุทรที่ กว้างใหญ่ไพศาลซึ่งแผ่ปกคลุมไปเกินครึ่งของอาณาจักรจิงเซวี่ย
กระแสจิตส้านึกของเขาเหมือนหนวดที่ค่อยๆ คล้าหาไปช้าๆ อานุภาพ นั้นมากพอจะสยบขวัญทุกการเคลื่อนไหวของจิตวิญญาณที่อยู่ใน อาณาจักรจิงเซวี่ย
ทว่านอกจากจิ่งเฟยหยางที่อยู่ตรงหน้าแล้ว เขากลับสัมผัสไม่ได้ถึง ปราณที่มากพอจะสร้างภัยคุกคามให้แก่เขาได้
นี่ไม่เพียงแต่ไม่ท้าให้บรรพบุรุษหันจิงวางใจ กลับยิ่งท้าให้เขาตึงเครียด มากกว่าเก่า “หากเป็นแดนเทพเจ้าจริงๆ แล้วจงใจอ้าพรางปราณของตน ก็ยากที่ข้าจะสัมผัสได้ถึง… ” เขายิ้มขื่นอยู่ในใจ ยิ่งแน่ใจว่าต้องมีสุดยอดผู้
แข็งแกร่งแดนเทพเจ้าที่เชี่ยวชาญเวทเปลวเพลิงซ่อนกายอยู่ในอาณาจักร จิงเซวี่ยแน่นอน
แล้วก็มีเพียงบุคคลเช่นนี้เท่านั้นที่เนื่องจากประจักษ์แจ้งในสัจธรรม ความจริงแห่งเพลิง แดนเทพเจ้าซุกซ่อนความลี้ลับอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ถึงจะ ท้าให้ปราณที่แผ่ออกมาส่งผลกระทบกับโครงสร้างแผ่นดินของอาณาจักร จิงเซวี่ย ท้าให้อาณาจักรจิงเซวี่ยตกอยู่ในคลื่นน่าหวาดกลัวเช่นนี้ได้
ไม่มีใครตอบรับ
ไม่ว่าบรรพบุรุษหันจิงจะเรียกขานอย่างไร ก็ไม่มีใครแสดงตัวตนบอก ให้รู้ถึงจุดประสงค์การมาเยือน
นี่จึงยิ่งท้าให้บรรพบุรุษหันจิงตื่นตระหนก
“ท่านผู้อาวุโส โปรดอย่าล้อเล่นกันเลย” บรรพบุรุษหันจิงสีหน้าเหยเก เหมือนคนจะร้องไห้ ยกมือกุมคารวะให้กับความวางเปล่าติดต่อกัน ท่าทาง ของเขาอ่อนน้อมถ่อมตนอย่างถึงที่สุด “หากมีจุดใดที่ส้านักน้าแข็งฟูาท้าให้ ท่านผู้อาวุโสไม่พอใจ ขอผู้อาวุโสโปรดบอกกล่าว ส้านักน้าแข็งฟูาของพวก เราเป็นเพียงแค่ส้านักเล็กๆ แบกรับการลงโทษเช่นนี้จากท่านผู้อาวุโสไม่ ไหวหรอก”
“ฟิ้ว!”
เรือดาราของเนี่ยเทียนฉวยโอกาสพุ่งมาจอดข้างเรือรบทางช้างเผือกที่ มีพวกต้วนสือหู่และจิ่งโหรวอยู่
กลางหุบเขา เดิมทีผู้แข็งแกร่งแดนว่างเปล่าช่วงท้ายของส้านักน้าแข็ง ฟูาผู้นั้นสามารถขัดขวางเนี่ยเทียนเอาไว้ได้
เพียงแต่ว่าการเปลี่ยนแปลงในอาณาจักรจิงเซวี่ยก็ท้าเอาเขาตกใจจน ไม่ทันห้ามปรามเช่นกัน
เรือดารามีความเร็วมากพอ รอจนเขาคืนสติและคิดจะลงมืออีกครั้ง ก็ พบว่าเนี่ยเทียนพาเรือดาราไปรวมตัวอยู่กับเรือรบทางช้างเผือกแล้ว
ตอนนี้เขาเองก็ไม่สนใจหาเรื่องเนี่ยเทียนอีกแล้ว ได้แต่มองบรรพบุรุษ หันจิงตาปริบๆ
เขาแอบรู้สึกว่าบางทีบรรพบุรุษหันจิงอาจไปมีเรื่องกับใครไว้ ถึงได้ น้าพาหายนะครั้งใหญ่มาสู่อาณาจักรจิงเซวี่ย มาสู่ส้านักน้าแข็งฟูา
ในเมื่อแดนเทพเจ้าที่เชี่ยวชาญเวทลับเปลวเพลิงมาถึง แล้วชักน้าให้ เกิดการเปลี่ยนแปลงพลิกฟูาพลิกดินในอาณาจักรจิงเซวี่ย เกรงว่าส้านัก น้าแข็งฟูาก็อาจถูกดับท้าลายไปในคืนเดียว!
เมื่อเทียบกับเนี่ยเทียนแล้ว สุดยอดบุคคลไม่เปิดเผยตัวตนซึ่งมีที่มาไม่ แน่ชัดผู้นี้ต่างหากถึงจะเป็นปัญหาใหญ่อย่างแท้จริง!
หลังจากที่ผู้ฝึกลมปราณของส้านักน้าแข็งฟูาหลายคนกรูกันมาปรากฏ ตัวที่นี่ แล้วเห็นว่าเทือกเขามากมายที่ก่อตัวกันขึ้นเป็นค่ายกลกุญแจภูเขา น้าแข็งก้าลังหลอมละลาย ส่วนบรรพบุรุษหันจิงก็หันไปเอ่ยถามรอบด้าน อย่างกระวนกระวาย ทั้งยังค้อมตัวอย่างเคารพนบนอบ ทุกคนก็พากัน เงียบงัน
คนเหล่านั้นบังเกิดความหวาดกลัวเหมือนต้องเผชิญกับหายนะครั้ง ใหญ่
“หรือว่าพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวโกรธแค้นที่บรรพบุรุษหันจิงหา เรื่องบุตรแห่งดวงดาว เลยส่งผู้แข็งแกร่งแดนเทพเจ้ามาที่นี่!”
“ท่านบรรพบุรุษก็ช่างเลอะเลือนเสียจริง! ทั้งๆ ที่รู้ว่าคนของดินแดน ดาวตกเหล่านั้นเป็นผู้ที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของบุตรแห่งดวงดาวคนที่เจ็ด แต่ กลับยืนกรานจะกักขังพวกเขาไว้ให้ได้”
“ล่วงเกินพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว ส้านักน้าแข็งฟูาของพวกเราก็ ต้องพลอยซวยไปด้วย คราวนี้เป็นไง อีกฝุายตามมาสั่งสอนแล้วไงล่ะ?”
“หวังว่าพวกเขาจะไม่พาลเอาความโกรธมาลงที่ส้านักก็แล้วกัน”
พวกลูกศิษย์ส้านักน้าแข็งฟูาที่กระจายตัวอยู่ในที่ต่างๆ พูดคุยกันเบาๆ เห็นได้ชัดว่าก้าลังกล่าวโทษบรรพบุรุษหันจิงที่ไม่น่าแตกหักกับเนี่ยเทียน บุตรแห่งดวงดาวคนใหม่เพียงเพื่อลูกศิษย์ในสายไม่กี่คนที่ตายไป
“ไม่ได้! พวกเราต้องรีบแจ้งให้เจ้าส้านักทราบเรื่องนี้ทันที!”
พวกคนที่ขอบเขตสูง ฐานะไม่ธรรมดาบางส่วนลังเลอยู่เล็กน้อยก็เริ่มใช้ วิธีการของตัวเองบอกเล่าความผิดปกติของอาณาจักรจิงเซวี่ยให้บรรพบุรุษ เซวี่ยเฟิงทราบ หมายจะให้บรรพบุรุษเซวี่ยเฟิงคลี่คลายปัญหานี้ ให้เขามา ที่นี่ด้วยตัวเองเพื่ออ้อนวอนให้แขกที่ไม่รู้ตัวตนยอมอภัยให้
แม้แต่แดนว่างเปล่าช่วงท้ายที่อยู่ในหุบเขาเป็นเพื่อนบรรพบุรุษหันจิง มาตลอดเวลาก็ยังกัดฟัน เตรียมหาค้าพูดเหมาะๆ ไปแจ้งให้แก่บรรพบุรุษ เซวี่ยเฟิง
“อย่าโทษข้าก็แล้วกัน กักตัวคนของดินแดนดาวตกคือการตัดสินใจ ของเจ้าฝุายเดียว ข้อตกลงกับคนผู้นั้นก็คือผลประโยชน์ฝุายเดียวของเจ้า จะเอามาเกี่ยวข้องกับส้านักน้าแข็งฟูาไม่ได้เด็ดขาด!”
หยกน้าแข็งก้อนหนึ่งบินออกมาจากกลางฝุามือของเขาแล้วบินเข้าไป ในค่ายกลลับที่ซ่อนอยู่ท่ามกลางเทือกเขา ก่อนจะแหวกอากาศจากไป
“ท่านผู้อาวุโส หากมีสิ่งใดที่ส้านักน้าแข็งฟูาและข้าท้าไม่ถูก ขอท่าน โปรดชี้แนะ”
บรรพบุรุษหันจิงเก็บเอาดินแดนน้าแข็งกลับคืนมา ลอยตัวนิ่งอยู่กลาง อากาศ คอยซักถามด้วยอาการไม่เป็นสุข ไม่มีท่าทางโอหังอย่างก่อนหน้านี้ อีกแล้ว มีเพียงความหวาดกลัวที่อัดแน่นเต็มหัวใจ
น่าเสียดายที่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครตอบค้าถามของเขา
จิ่งเฟยหยางที่เห็นว่าเรื่องราวด้าเนินมาถึงจุดนี้ก็ลังเลไปครู่ ก่อนจะ ถอนดินแดนของตัวเองออก แล้วพลิ้วกายลงมาจากเรือรบทางช้างเผือก
“เนี่ยเทียน… ” จิ่งเฟยหยางขมวดคิ้ว พูดขึ้นเบาๆ “เจ้าสนิทกับผู้ แข็งแกร่งแดนเทพเจ้าที่ฝึกวิชาธาตุเพลิงคนไหนหรือเปล่า เขาถึงได้จงใจ ยื่นมือช่วยเหลือเจ้าเช่นนี้?”
แม้แต่จิ่งเฟยหยางเองก็ยังเข้าใจผิดว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นใน อาณาจักรจิงเซวี่ย อาจมาจากฝีมือของผู้แข็งแกร่งแดนเทพเจ้าคนใดคน หนึ่ง
เนี่ยเทียนส่ายหัว “เปล่า”
“แล้ว?” จิ่งเฟยหยางพูดไม่จบ
“ท่านยังจ้าได้หรือไม่ ข้าเคยบอกกับท่านว่า ตลอดทางที่ผ่านมา ข้ามี ความรู้สึกเหมือนถูกใครแอบจับตามองอยู่ตลอดเวลา?” เนี่ยเทียนกล่าว
จิ่งเฟยหยางพยักหน้า
“ตอนนี้ความรู้สึกนั้นยิ่งชัดเจนมากขึ้นแล้ว” เนี่ยเทียนขึ้นเสียงเบาๆ
จิ่งเฟยหยางตัวสั่นสะท้าน “หรือว่า…จะเป็นไฟศักดิ์สิทธิ์กลุ่มนั้น?”
ปีนั้น หลังจากที่ไฟศักดิ์สิทธิ์กลุ่มนั้นปรากฏตัวในดินแดนไฟโลกันตร์ ก็ ท้าให้อาณาจักรมากมายในดินแดนไฟโลกันตร์กลายเป็นอาณาจักรที่ตาย แล้วเพราะถูกไฟเผาไหม้อยู่นานหลายปี
อานุภาพของไฟศักดิ์สิทธิ์เป็นเหตุให้ดินแดนไฟโลกันตร์ถูกลบชื่อออก จากดินแดนดวงดาวโดยรอบ ผู้ฝึกลมปราณมากมายที่ใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น หาก ไม่ตายไปก็พลัดถิ่นไปอยู่ที่อื่น
หากเป็นไฟศักดิ์สิทธิ์กลุ่มนั้นจริง…
นัยน์ตาของจิ่งเฟยหยางฉายความหวาดหวั่น “มีความเป็นไปได้มากที่ จะเป็นมัน พลังงานของมันสามารถท้าให้แกนดวงดาวของดินแดนแห่งหนึ่ง เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่! อาณาจักรมากมายของดินแดนหิมะล้วนมี ความหนาวเย็นอบอวลตลอดทั้งปี จึงง่ายที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงเพราะ อิทธิพลของมัน! เพียงแต่ว่ามันมักจะปรากฏตัวอยู่ในดินแดนไฟโลกันตร์ที่ ถูกท้าลายไป เหตุใดถึงได้ติดตามเจ้าและข้ามายังดินแดนหิมะ?”
“ข้อนี้ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน” เนี่ยเทียนยิ้มเจื่อน
“อย่ากระท้าการบุ่มบ่าม พวกเราไม่ต้องรีบร้อนจากไป ดูสถานการณ์ กันไปก่อน” จิ่งเฟยหยางนิ่งคิดไปครู่ ก่อนกล่าวว่า “พวกเราเองก็ไม่รู้
เหมือนกันว่ามันปรากฏตัวด้วยจุดประสงค์อันใด ทางฝุายของส้านักน้าแข็ง ฟูา อย่างน้อยก็มีบรรพบุรุษหันจิงอยู่ และเมื่อบรรพบุรุษเซวี่ยเฟิงรู้ความ ผิดปกติของที่นี่ อีกไม่นานก็คงมาถึงที่นี่เหมือนกัน!”
“หากมันมีเจตนาร้าย มีบรรพบุรุษหันจิงกับบรรพบุรุษเซวี่ยเฟิงอยู่ พวกเราก็ยังมีโอกาสหนีไปได้!”
เนี่ยเทียนหน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ รีบพยักหน้ารับ “ตกลง!”
และเวลานี้เอง จู่ๆ ก็มีคลื่นห้วงมิติส่งผ่านมาจากใต้ดินที่ลับตาคน
ทันใดนั้นเงาร่างสิบกว่าเงาก็ทะยานออกมาจากเทือกเขาน้าแข็ง
ดูเหมือนว่าคนเหล่านั้นจะอาศัยค่ายกลน้าส่งแห่งมิติ เดินทางจาก อาณาจักรอื่นของดินแดนหิมะมาถึงที่นี่
พวกเขาต่างก็เป็นผู้แข็งแกร่งแดนว่างเปล่า!
“ข้าคือเจ้าส้านักของส้านักน้าแข็งฟูา บรรพบุรุษเซวี่ยเฟิง ไม่ทราบว่าผู้ อาวุโสท่านไหนเยื้องกรายมาเยือน?” เสียงนี้ดังมาจากมุมใดมุมหนึ่งของ เทือกเขาน้าแข็ง ก่อนที่เงาร่างหนึ่งจะพุ่งทะยานขึ้นมาบนฟูา
“เจ้าส้านักก็มาแล้ว!”
“เจ้าส้านักปิดด่านอยู่ไม่ใช่หรือ? เพราะการเปลี่ยนแปลงในอาณาจักร จิงเซวี่ย เขาจึงถูกบีบให้ต้องออกด่านก่อนก้าหนดกระมัง?”
“บรรพบุรุษหันจิงไปล่วงเกินใครไว้กันแน่?”
ผู้ฝึกลมปราณหลายร้อยคนของส้านักน้าแข็งฟูาที่กระจายตัวอยู่รอบ ด้านต่างพากันร้องอุทานด้วยความตกใจ
เจ้าส้านักน้าแข็งฟูามีเส้นผมยาวประบ่าที่ขาวดั่งหิมะ ใบหน้าของเขา แก่ชรา พอปรากฏตัวอยู่ข้างกายบรรพบุรุษหันจิงก็หันมามองบรรพบุรุษ หันจิงด้วยสายตาเย็นชาหนึ่งที ก่อนจะตะโกนขึ้นอีกครั้งว่า “ผู้อาวุโส หาก เขารับรองท่านไม่ดี หรือล่วงเกินท่านโดยไม่ได้เจตนา ข้าขอเป็นตัวแทน ของส้านักน้าแข็งฟูากล่าวค้าขออภัยแก่ท่านก่อน ขอท่านผู้อาวุโสโปรดอย่า กริ้วโกรธ!”
“ข้า…” บรรพบุรุษหันจิงมีแต่ความขมขื่นเต็มหัวใจ
พอบรรพบุรุษเซวี่ยเฟิงมาถึงก็เข้าใจว่าเขาเป็นสาเหตุที่ท้าให้ผู้ แข็งแกร่งแดนเทพเจ้าไม่พอใจ จึงท้าให้เขายากที่จะเปิดปากอธิบาย
เขาครุ่นคิดอยู่นานก็ยังนึกไม่ออกว่าตัวเองเคยไปล่วงเกินผู้แข็งแกร่ง แดนเทพเจ้าตั้งแต่เมื่อไหร่
“ฮะแฮ่ม หรือว่าเป็นเพราะบุตรแห่งดวงดาวคนที่เจ็ด เนี่ยเทียน ?” บรรพบุรุษเซวี่ยเฟิงเห็นว่าไม่มีเสียงตอบรับ จึงคาดเดาเอาเอง “หากเป็น อย่างนี้ ส้านักน้าแข็งฟูาของพวกเราก็ยินดีชดใช้ให้”
เขาหันมามองเนี่ยเทียนพลางค้อมตัวลงน้อยๆ แล้วเป็นฝุายยอมรับผิด โดยไม่สนใจว่าเนี่ยเทียนจะเห็นด้วยหรือไม่ “เรื่องที่บรรพบุรุษหันจิงกักตัว ลูกน้องของเจ้า ข้าไม่รู้ด้วย เขาท้าไปเองโดยพลการ ตอนนี้ลูกน้องของเจ้า ออกไปได้แล้ว หวังว่าเจ้าจะอภัยให้แก่ส้านักข้า ข้าจะเตรียมของขวัญชิ้น ใหญ่ไว้ให้ ทั้งยังจะปุาวประกาศต่อดินแดนใหญ่ๆ โดยรอบว่าเรื่องทุกอย่าง นี้เป็นความผิดของส้านักน้าแข็งฟูาดินแดนหิมะ”
เนี่ยเทียนงงงัน ได้แต่ยิ้มด้วยสีหน้าปั้นยาก
เขาไม่ได้เอ่ยค้าใด เพียงแค่หันไปมองจิ่งโหรว บอกเป็นนัยให้นาง กระตุ้นเรือรบทางช้างเผือกออกเดินทางอีกครั้ง
จิ่งโหรวเองก็ไม่พูดค้าใด เพียงเดินเข้าไปในห้องเรือ แล้วทันใดนั้นเรือ รบทางช้างเผือกที่พวกเขาโดยสารมาก็ส่งเสียงกัมปนาทดังสนั่นหวั่นไหว ไม่นานก็ทะยานออกไปจากอาณาจักรจิงเซวี่ย
ระหว่างนั้น ไม่มีคนของส้านักน้าแข็งฟูาคนใดกล้าขัดขวาง
บรรพบุรุษหันจิงคิดจะพูดอะไรบางอย่าง แต่กลับถูกบรรพบุรุษเซวี่ย เฟิงหันมาถลึงตาใส่ เขาจึงปิดปากเงียบอย่างรู้ความ
ทว่ารอจนเรือรบทางช้างเผือกค่อยๆ ลอดผ่านชั้นบรรยากาศเข้าไปยัง ทางช้างเผือกนอกดินแดนอีกครั้ง การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอาณาจักร จิงเซวี่ยกลับค่อยๆ สงบลงดังคาด
“สาเหตุเป็นเพราะบุตรแห่งดวงดาวจริงๆ ด้วย!”
——