ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 939 ตกใจจนขวัญกระเจิง
อาณาจักรจิงเซวี่ยค่อยๆ กลับคืนสู่ความสงบ ทำให้ผู้ฝึกลมปราณ มากมายของสำนักน้ำแข็งฟ้าต่างก็มั่นใจว่าต้องมีผู้แข็งแกร่งแดนเทพเจ้า แอบเดินทางมาปกป้องเนี่ยเทียนอย่างลับๆ
บรรพบุรุษเซวี่ยเฟิงเองก็อึ้งงันไปเช่นกัน
ประโยคนั้นที่เขาพูดออกมาเพราะเกิดจากการคาดเดาว่าการ เปลี่ยนแปลงประหลาดในอาณาจักรจิงเซวี่ยอาจเกี่ยวข้องกับเนี่ยเทียน แต่ แท้จริงแล้วในใจของเขากลับไม่ได้มั่นใจนัก
เขาก็แค่เดาไปมั่วๆ เพราะความจนใจเท่านั้น
เขาพอจะคุ้นเคยกับกฎระเบียบบางอย่างในพระราชวังโบราณสะเก็ด ดาวอยู่บ้าง จึงรู้ดีว่าบุตรแห่งดวงดาวที่เพิ่งถือกำเนิดไม่มีสิทธิ์ที่จะเชิญผู้ แข็งแกร่งแดนเทพเจ้าให้มาลงมือให้ได้
นอกจากนี้เขายังรู้ด้วยว่าพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวไม่มีผู้แข็งแกร่ง แดนเทพเจ้าที่เชี่ยวชาญวิชาเปลวเพลิง!
แต่ทว่าพอเนี่ยเทียนจากไป เหตุการณ์วุ่นวายในอาณาจักรจิงเซวี่ยกลับ สงบลงอย่างรวดเร็ว
นี่ชัดเจนว่าการคาดเดาของเขา กลายมาเป็นความจริง!
เนี่ยเทียนก็คือกุญแจสำคัญที่ทำให้อาณาจักรจิงเซวี่ยเกิดการ เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ทำให้แปดอาณาจักรเกือบจะพังทลาย!
“ผู้ที่ปกป้องเนี่ยเทียนต้องไม่ได้มาจากพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว แน่นอน เขาต้องเป็นคนอื่น” หลังจากความตกใจผ่านพ้นไป บรรพบุรุษ เซวี่ยเฟิงก็หันขวับมามองบรรพบุรุษหันจิง แล้วตวาดกร้าว “คนที่เชื้อเชิญ ให้เจ้าลงมือเป็นใครกันแน่?”
เขารู้ว่าบรรพบุรุษหันจิงมีข้อตกลงแลกเปลี่ยนกับใครบางคนให้กัก ตัวเนี่ยเทียนไว้ระยะเวลาหนึ่ง หมายทำให้เนี่ยเทียนเสียหน้า
เรื่องนี้บรรพบุรุษหันจิงก็แอบบอกเขาแล้ว แต่เขาเองก็ไม่รู้สึกว่าเป็น เรื่องใหญ่อะไร จึงออกปากอนุญาต
ใครจะไปคาดคิดว่าเบื้องหลังเนี่ยเทียนยังมีผู้แข็งแกร่งแดนเทพเจ้าที่ไม่ รู้ที่มาอยู่อีกคนหนึ่ง?
หากรู้ว่าจะเป็นอย่างนี้ตั้งแต่แรก เขาจะไม่มีทางอนุญาตให้บรรพบุรุษ หันจิงทำการแลกเปลี่ยนอย่างลับๆ กับคนผู้นั้นเด็ดขาด!
“ข้าเองก็มองที่มาของคนผู้นั้นไม่ออกเช่นกัน” มาถึงตอนนี้ บรรพบุรุษ หันจิงก็เริ่มลนลานขึ้นมาบ้างแล้ว ตอนนี้เขาทั้งตะลึงทั้งแปลกใจไม่หาย “เขาแปลงโฉม ตอนที่ข้าพบกับเขา เขาไม่ได้ใช้โฉมหน้าที่แท้จริง เขาแค่ มอบวัตถุดิบวิเศษหายากที่ช่วยให้การแปรสภาพแดนเอตทัคคะของข้ามา เล็กน้อยเท่านั้น แล้วไหว้วานให้ข้ากักตัวเนี่ยเทียนไว้สองสามปี ให้เนี่ย เทียนต้องกลับไปด้วยความล้มเหลว”
“ของพวกนั้นล่ะ?” บรรพบุรุษเซวี่ยเฟิงขมวดคิ้ว
“ข้าเอามาใช้ก่อสร้างแดนเอตทัคคะแล้ว” บรรพบุรุษหันจิงหน้าม่อย หงุดหงิดไม่น้อย
“ในเมื่อเบื้องหลังของบุตรแห่งดวงดาวคนที่เจ็ดยังมีผู้แข็งแกร่งแดน เทพเจ้าอยู่ด้วย อีกทั้งยังเป็นผู้แข็งแกร่งที่ไม่ใช่คนของพระราชวังโบราณ สะเก็ดดาว พวกเราก็จำเป็นต้องมีแผนอื่นมารองรับ” บรรพบุรุษเซวี่ยเฟิง ลังเลไปชั่วครู่ก็สั่งความว่า “ส่งข่าวไปให้ทั่วดินแดนดวงดาวใหญ่ๆ บอกว่า สำนักน้ำแข็งฟ้าของพวกเราเป็นฝ่ายขออภัยเนี่ยเทียนด้วยตัวเอง อีกสักครู่ ข้าจะกลับสำนักแล้วไปยังคลังสมบัติเพื่อเลือกของขวัญที่เหมาะสมแก่การ ฝึกตนของเนี่ยเทียน ถือเป็นของชดใช้ให้แก่เขา”
กล่าวมาถึงตรงนี้เขาก็แอบรู้สึกโชคดี จึงถอนหายใจแล้วพูดต่อว่า “ยัง ดี ยังดีที่เนี่ยเทียนเลือกจากไปด้วยตัวเอง หาไม่แล้ว…อาณาจักรจิงเซวี่ยที่ สร้างมาด้วยความยากลำบากนับสิบล้านปี เกรงว่าคงต้องถูกลบชื่อทิ้งแน่ แล้ว”
……
ทางช้างเผือกด้านนอก
เรือรบทางช้างเผือกลำนั้นบินทะยานไปอย่างเชื่องช้า
ความรู้สึกที่เหมือนถูกคนแอบมองปรากฏขึ้นมาในใจเนี่ยเทียนอีกครั้ง ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจอย่างถึงที่สุด
“น่าจะเป็นไฟศักดิ์สิทธิ์กลุ่มนั้นแล้วล่ะ”
ตัวของจิ่งเฟยหยางอยู่ในลำเรือ ทว่ากระแสจิตวิญญาณที่กว้างใหญ่ ไพศาลของเขากลับยังอยู่ที่อาณาจักรจิงเซวี่ย
“หลังจากที่พวกเราจากมา ความวุ่นวายในอาณาจักรจิงเซวี่ยก็สงบลง อย่างรวดเร็ว” ดวงตาของเขาฉายประกายแสงประหลาด “ดูท่าไฟ
ศักดิ์สิทธิ์กลุ่มนั้นคงจะติดตามพวกเรามาตลอดทาง! ขนาดข้าก็ยังตามหา ร่องรอยของมันไม่เจอ เจ้าเองก็ได้แต่สัมผัสถึงมันอย่างเลือนราง แต่ไม่รู้ถึง การดำรงอยู่ที่แน่ชัดของมัน”
“อาณาจักรจิงเซวี่ยกลับคืนสู่ความสงบแล้วอย่างนั้นหรือ?” จิ่งโหร วตะลึงงัน “เมื่อเป็นเช่นนี้ บรรพบุรุษเซวี่ยเฟิงแห่งสำนักน้ำแข็งฟ้าจะไม่ มั่นใจไปแล้วหรือว่ามีผู้แข็งแกร่งแดนเทพเจ้าออกหน้าให้กับเนี่ยเทียน?”
“เกรงว่าคงต้องเป็นเช่นนี้” จิ่งเฟยหยางหัวเราะไม่ได้ ร้องไห้ไม่ออก “นี่คือเรื่องดี ตอนนี้บรรพบุรุษเซวี่ยเฟิงและตลอดทั้งสำนักน้ำแข็งฟ้าคง ต้องเสียใจแน่แล้ว เสียใจที่ไม่ควรมามีเรื่องกับเนี่ยเทียน บรรพบุรุษเซวี่ย เฟิงผู้นี้ข้าก็พอจะรู้จักอยู่บ้าง เขาให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของ ตัวเองและสำนักน้ำแข็งฟ้ายิ่งกว่าอะไร เขาต้องคิดหาวิธีมาคลี่คลายความ ขัดแย้งกับเจ้าอย่างแน่นอน”
รอยยิ้มของเนี่ยเทียนมองดูเหยเก “ข้าเองก็คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าไฟ ศักดิ์สิทธิ์กลุ่มนั้นจะติดตามพวกเรามาตลอดเวลา”
เขาแน่ใจว่าเมื่อผ่านเรื่องครั้งนี้ไป สำนักน้ำแข็งฟ้าต้องปวดหัวกันไปพัก ใหญ่
บทสนทนาของพวกเขา พวกฝานข่ายต่างก็รับฟังกันอย่างตั้งใจ พวก เขามีท่าทีตื่นตะลึง รู้สึกเหลือเชื่อกันไม่น้อย
ไฟศักดิ์สิทธิ์กลุ่มหนึ่งแอบติดตามมาอย่างลับๆ ชักนำการเปลี่ยนแปลง ของแปดอาณาจักร อาณาจักรจิงเซวี่ยเอบจะพังทลาย?
ตอนที่เดินทางมา ผู้ฝึกลมปราณของสำนักน้ำแข็งฟ้าซุกซ่อนตัวกัน เงียบ
ทว่าระหว่างทางกลับ บางครั้งกลับมีผู้แข็งแกร่งแดนว่างเปล่าของ สำนักน้ำแข็งฟ้าเผยกายมาพูดคุยด้วย
ตอนที่เรือรบทางช้างเผือกเดินทางกลับ ผู้แข็งแกร่งแดนว่างเปล่าช่วง ท้ายที่เคยเฝ้าพวกฝานข่ายอยู่ในหุบเขาปรากฏตัวก่อนผู้ใด
เขาแสดงท่าทีว่า บรรพบุรุษเซวี่ยเฟิงกำลังเตรียมของขวัญชิ้นใหญ่ ให้กับเนี่ยเทียน และอีกไม่นานจะนำมามอบให้กับเนี่ยเทียน
เขาขอร้องพวกเนี่ยเทียนว่า ระหว่างที่พวกเดินทางกลับ พยายามออก ห่างจากดินแดนหิมะให้มากที่สุด อย่าได้ให้บทเรียนกับสำนักน้ำแข็งฟ้า ต่อไปอีกเลย
คำพูดประโยคนั้นทำให้เนี่ยเทียนเข้าใจว่า สำนักน้ำแข็งฟ้ากลัวแล้ว จริงๆ
หลังจากที่แน่ใจในการดำรงอยู่ของไฟศักดิ์สิทธิ์กลุ่มนั้น อีกทั้งสำนัก น้ำแข็งฟ้ายังให้การรับรองเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะไม่กล้าหาเรื่องพวกเขา อีก เนี่ยเทียนจึงพูดคุยกับจิ่งโหรว บอกให้นางบังคับเรือรบทางช้างเผือก ออกห่างจากเส้นทางเดิม พยายามอยู่ไกลจากดินแดนหิมะให้ได้มากที่สุด
ส่วนตัวเขานั้นเลือกนั่งนิ่งๆ อยู่ในห้องเรือแล้วตั้งใจฝึกตน
ความรู้สึกที่เหมือนถูกคนแอบจับตามองยังคงมีอยู่ตลอดเวลา ทั้งยัง เด่นชัดมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วย
เขารับสัมผัสซ้ำไปซ้ำมาอย่างต่อเนื่อง จึงค้นพบด้วยความตื่นตะลึงว่า ที่ทำให้เขาเกิดความรู้สึกเช่นนี้มาจากร่างแยกวิญญาณเปลวเพลิงซึ่งเกิด จากการชุบหลอมของจิตวิญญาณแห่งดวงดาวที่อยู่ในมหาสมุทรจิต วิญญาณของเขา
ร่างแยกวิญญาณเปลวเพลิงคือการที่เขาใช้ความรู้ความเข้าใจมีต่อ ความลี้ลับของเปลวเพลิงผสานรวมต้นกำเนิดแห่งจิตวิญญาณเข้าไปไว้ใน จิตวิญญาณแห่งดวงดาว
ช่วงนี้ร่างแยกวิญญาณเปลวเพลิงกำลังศึกษาคาถาระดับดินสอง ประเภทอย่างเวทลับไฟจากและเพรียกมังกรไฟ และช่วยให้เขาชุบหลอม โอสถวิญญาณเปลวเพลิง
แล้วก็เพราะร่างแยกวิญญาณนี้ที่ทำให้เขาสัมผัสได้ว่ามีคนแอบมอง และรับรู้ถึงการดำรงอยู่ของไฟศักดิ์สิทธิ์กลุ่มนั้นได้อย่างเลือนราง
“หรือว่าร่างแยกวิญญาณเปลวเพลิงชักนำความสนใจจากไฟศักดิ์สิทธิ์ กลุ่มนั้น? หากเป็นเช่นนี้จริง ทำไมไฟศักดิ์สิทธิ์กลุ่มนั้นทำไมถึงไม่ปรากฏ ตัวแล้วมาช่วงชิงร่างแยกวิญญาณเปลวเพลิงของข้าไป?”
เขาคิดว่าต่อให้เป็นแดนเอตทัคคะช่วงต้นอย่างจิ่งเฟยหยางก็ยังไม่ สามารถขัดขวางไฟศักดิ์สิทธิ์กลุ่มนั้นได้
หากไฟศักดิ์สิทธิ์คิดจะลงมือจริงๆ เขาก็ไม่มีทางต้านทานมันได้เลย
ครุ่นคิดอยู่นาน แต่ก็ยังคิดถึงจุดประสงค์ของไฟศักดิ์สิทธิ์ไม่ออก เนี่ย เทียนจึงได้แต่เลิกสนใจมันแล้วเลือกฝึกตนของตัวเองต่อไป
แต่เขากลับค่อยๆ ค้นพบว่าอาจเป็นเพราะการชักนำของไฟศักดิ์สิทธิ์ กลุ่มนั้น การฝึกวิชาเปลวเพลิง การชุบหลอมผลึกเพลิงฟ้ามาเพื่อสร้าง โอสถวิญญาณเปลวเพลิงให้มั่นคงของเขามีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นสูงอย่างน่า แปลกใจ
ความเร็วในการดึงแก่นเพลิงฟ้าในผลึกเพลิงฟ้ามาชุบหลอมของเขาเร็ว กว่าตอนที่เดินทางมาเกือบเจ็ดเท่า!
ความแปลกประหลาดนี้มีประโยชน์ต่อเขา เขาจึงรีบทำเวลา หยิบเอา ผลึกเพลิงฟ้าออกมามากกว่าเดิมแล้วดูดซับแก่นเพลิงฟ้าทั้งวันทั้งคืน เพื่อ นำมาชุบหลอมโอสถวิญญาณเปลวเพลิง
พริบตาเดียวเวลาก็ผ่านไปแล้วครึ่งเดือน
เรือรบทางช้างเผือกที่เขาโดยสารมาค่อยๆ ออกมาพ้นจากดินแดนหิมะ แล้วมุ่งหน้าไปยังดินแดนไฟโลกันตร์ที่เคยถูกไฟศักดิ์สิทธิ์ทำลายล้าง
และเวลานี้บรรพบุรุษเซวี่ยเฟิงก็ได้เลือกวัตถุดิบมีค่าหายากมากมายที่ เขาคิดว่าช่วยในการฝึกตนของเนี่ยเทียนออกมาจากคลังสมบัติของสำนัก น้ำแข็งฟ้าได้แล้ว
หินดวงดาว วัตถุดิบธาตุเปลวเพลิง ธาตุไม้และยังมียาจำนวนมากล้วน ถูกเขาหยิบเอาออกมา
บรรพบุรุษเซวี่ยเฟิงใช้ค่ายกลนำส่งข้ามดินแดนที่มีความเร็วยิ่งกว่าเรือ รบทางช้างเผือกเดินทางมาถึงอาณาจักรเฟยเซวี่ย
อาณาจักรเฟยเซวี่ยก็คืออาณาจักรแรกในดินแดนหิมะที่พวกเนี่ยเทียน เดินทางผ่านมา
อาณาจักรนี้อยู่ริมขอบของดินแดนหิมะแล้ว และอยู่ใกล้ดินแดนไฟ โลกันตร์อย่างมาก
ซึ่งอาณาจักรนี้เป็นสถานที่ที่พวกเนี่ยเทียนจำเป็นต้องผ่านทางไป!
ไม่เพียงแต่บรรพบุรุษเซวี่ยเฟิงเท่านั้น ยังมีผู้ฝึกลมปราณของสำนัก น้ำแข็งฟ้าหลายคนมารวมตัวกันอยู่ที่นี่ด้วย
มีเพียงบรรพบุรุษหันจิงเท่านั้นที่สำนักน้ำแข็งฟ้ากลัวว่าหากเนี่ยเทียน เห็นเข้าจะมีเรื่องกันอีก จึงถูกสั่งให้รออยู่ในอาณาจักรจิงเซวี่ย
“หวังว่าของขวัญที่ข้ารีบหามาให้จะทำให้บุตรแห่งดวงดาวพึงพอใจ ได้” บรรพบุรุษเซวี่ยเฟิงมองท้องฟ้า หัวคิ้วขมวดมุ่น เอ่ยถามว่า “ข่าวที่ บอกให้พวกเจ้าส่งออกไป พวกเจ้าจัดการแล้วหรือยัง?”
“เรียนท่านเจ้าสำนัก พวกเราได้บอกดินแดนพงฟ้า ดินแดนปราการ ดวงดาว รวมไปถึงดินแดนจุลอันธการแล้วว่าท่านได้ขออภัยเนี่ยเทียน ทั้ง ยังเตรียมของขวัญชิ้นใหญ่มาให้ หวังว่าจะได้รับการอภัยจากเขา” มีคน ตอบกลับ
บรรพบุรุษเซวี่ยเฟิงพยักหน้ารับเบาๆ “บุตรแห่งดวงดาวที่เพิ่งถือ กำเนิดใหม่ต้องการหน้าตา พวกเราต้องให้หน้าเขาหน่อย”
ผ่านไปครึ่งวัน เรือรบทางช้างเผือกที่พวกเนี่ยเทียนโดยสารมาก็มา ปรากฏอยู่ในการรับสัมผัสของบรรพบุรุษเซวี่ยเฟิงในที่สุด
บรรพบุรุษเซวี่ยเฟิงจึงปรี่ขึ้นหน้าไปต้อนรับด้วยตัวเอง
——