ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 942 กำรเปลี่ยนแปลงชีวิต?
เนี่ยเทียนเข้าใจว่าภาพมายาที่เกิดขึ้นในร่างแยกวิญญาณเปลวเพลิงก็ คือเรื่องจริงที่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
การมาถึงของไฟศักดิ์สิทธิ์ได้ชักนำการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ อาณาจักรเปลวเพลิงมากมายในดินแดนไฟโลกันตร์ เป็นเหตุให้เปลวเพลิง ในแต่ละอาณาจักรโหมไหม้ ส่วนไฟศักดิ์สิทธิ์ก็ดึงเอาพลังที่อยู่ในนั้นเข้ามา ไว้ในร่างของตัวเอง
การปรากฏตัวของมันทำให้ดินแดนไฟโลกันตร์กลายเป็นดินแดนที่ตาย แล้ว อาณาจักรแต่ละแห่งถูกเผาจนวอดวาย
ภาพเหตุการณ์เหล่านั้นสร้างความสะเทือนใจอย่างลึกล้ำให้แก่เนี่ย เทียน ทำให้เขาตระหนักได้ว่าความแข็งแกร่งจากการฝึกตนของไฟ ศักดิ์สิทธิ์ทำให้อาณาจักรเปลวเพลิงถูกเผาไหม้จนกลายเป็นเพียง อาณาจักรที่ตายไปแล้ว
“ก็เพราะเจ้า ถึงทำให้ดินแดนไฟโลกันตร์ที่มีสำนักมากมายตั้งถิ่นฐาน เต็มไปด้วยพลังชีวิตหายสาบสูญไปนับแต่นั้น” เนี่ยเทียนพึมพำ
เสียงพึมพำของเขาคล้ายจะดังเข้าหูไฟศักดิ์สิทธิ์
ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในร่างแยกวิญญาณเปลวเพลิงจึงพลัน แปรเปลี่ยนไปอีกครั้ง
พริบตานั้นเหมือนเวลาถูกดึงกลับไปเมื่อหลายสิบล้านปีก่อน
ยังคงเป็นดินแดนไฟโลกันตร์เช่นเดิม อาณาจักรดวงดาวหลายสิบแห่ง ที่เหมือนเพิ่งจะก่อตัวได้ไม่นาน แกนดวงดาวที่อยู่ด้านในยังก่อตัวไม่สำเร็จ ด้วยซ้ำ
ในภาพนั้น อาณาจักรมากมายยังไม่มีสิ่งมีชีวิตมาเยือน
เปลวเพลิงกลุ่มหนึ่งถูกห่อหุ้มไว้ด้วยดาวตกปรากฏตัวอย่างเงียบเชียบ ซึ่งไม่รู้ว่ามันโผล่ออกมาจากที่ไหน
พอเปลวเพลิงดาวตกบินผ่านดินแดนไฟโลกันตร์ที่พึ่งถือกำเนิด ก็ได้ โปรยปรายเมล็ดพันธ์แห่งเปลวเพลิงเอาไว้
เปลวเพลิงกลุ่มเล็กๆ ร่วงมายังอาณาจักรเหล่านั้นแล้วแทรกซึมเข้าไป ยังแกนดวงดาวที่อยู่ลึกลงไปใต้ดิน คล้ายไปช่วยกระตุ้นการเติบโตของแกน ดวงดาว กระตุ้นพลังแฝงของมัน
เนื่องจากเปลวเพลิงผสานรวมเข้าไปในแกนดวงดาว อาณาจักร มากมายในดินแดนไฟโลกันตร์ก็เริ่มเกิดการวิวัฒนาการเป็นอาณาจักรแห่ง เปลวเพลิง พวกมันชักนำพลังงานความร้อนที่ล่องลอยอยู่นอกทาง ช้างเผือกให้เข้ามารวมกันที่ตัวเอง ทำให้อาณาจักรเปลี่ยนมาเป็นร้อนแผด เผา กระตุ้นการก่อตัวของภูเขาไฟ มีวัตถุดิบเปลวเพลิงและผลึกเปลวเพลิง ก่อกำเนิดขึ้นมากมาย ทั้งยังมีพืชหญ้าธาตุเปลวเพลิงงอกงามขึ้นมา
เมื่อเวลาล่วงผ่าน การวิวัฒนาการก็เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาณาจักร มากมายของดินแดนไฟโลกันตร์ที่ได้รับเปลวเพลิงผสานรวมเข้าไปในแกน ดวงดาว สุดท้ายก็กลายมาเป็นอาณาจักรเปลวเพลิงอย่างสมบูรณ์แบบ
ทว่าดาวตกเปลวเพลิงดวงนั้นได้จากไปนานแล้ว
หลายต่อหลายปีให้หลัง ดินแดนไฟโลกันตร์แห่งนี้ถูกชนต่างเผ่าค้นพบ ก่อน จึงกลายมาเป็นแดนสุขาวดีของชนต่างเผ่า
และผ่านไปอีกหลายปี เรือรบทางช้างเผือกของเผ่ามนุษย์ก็เยื้องกราย มาถึงแล้วเริ่มเข่นฆ่ากับชนต่างเผ่าที่อยู่ในดินแดนไฟโลกันตร์ สุดท้ายเป็น ฝ่ายได้รับชัยชนะ เมื่อขับไล่ชนต่างเผ่าออกไปได้ เผ่ามนุษย์จึงกลายมาเป็น ผู้พิชิตของดินแดนไฟโลกันตร์
ผู้ฝึกลมปราณเผ่ามนุษย์ที่อยู่อาศัยในอาณาจักรมากมายของดินแดน ไฟโลกันตร์ก็ได้มีการต่อสู้แก่งแย่งชิงดีกันเองตลอดเวลา พวกเขาเก็บเอา หินและวัตถุดิบวิเศษธาตุเปลวเพลิงมาเป็นของตัวเอง แล้วเริ่มก่อร่างสร้าง สำนักขึ้นมา สำนักใหญ่ๆ ที่แข็งแกร่งเองก็ต่อสู้กันตลอดทั้งปี
จากนั้นดาวตกเปลวเพลิงที่จากไปก็ได้มาปรากฏตัวอยู่ในดินแดนไฟ โลกันตร์อีกครั้ง ทำให้อาณาจักรของดินแดนไฟโลกันตร์ถูกไฟเผาไหม้
ภาพเหตุการณ์ทั้งสองครั้งนี้เกิดห่างกันหลายปี
เนี่ยเทียนครุ่นคิดก็รับรู้อย่างรวดเร็วว่าไฟศักดิ์สิทธิ์กลุ่มนั้นใช้วิธีการที่ มหัศจรรย์ ทำให้ร่างแยกวิญญาณเปลวเพลิงของเขามองเห็นภาพ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง
ความจริงก็คือ ดินแดนไฟโลกันตร์แห่งนี้ถูกไฟศักดิ์สิทธิ์เป็นผู้ค้นพบ ก่อน ตอนที่อาณาจักรเพิ่งจะถือกำเนิดก็ได้ถูกมันโปรยเมล็ดพันธ์แห่งเปลว เพลิงเอาไว้ กระตุ้นให้อาณาจักรในดินแดนไฟโลกันตร์กลายมาเป็น อาณาจักรเปลวเพลิงที่สมบูรณ์แบบ
เมื่อไฟศักดิ์สิทธิ์จากไป อาณาจักรต่างๆ ในดินแดนไฟโลกันตร์ก็ดูดซับ พลังงานความร้อนมาจากทางช้างเผือก ทำให้วัตถุดิบวิเศษและหินวิเศษถือ กำเนิดขึ้นมา
และภายหลังเมื่อชนต่างเผ่ามาถึงก็ได้ยึดครองที่แห่งนี้ เก็บเอาวัตถุดิบ วิเศษและหินวิเศษเปลวเพลิง ใช้พลังเปลวเพลิงที่สั่งสมมานับสิบล้านปีของ แต่ละอาณาจักรมาเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับสายเลือดตัวเอง
หลังจากนั้นเผ่ามนุษย์ถึงจะค้นพบที่แห่งนี้แล้วช่วงชิงดินแดนไฟ โลกันตร์ไปจากมือของชนต่างเผ่า
ทุกเรื่องที่ผู้ฝึกลมปราณเผ่ามนุษย์ทำลงไปไม่ได้ต่างอะไรจากชนต่าง เผ่า หรืออาจจะหนักหนากว่าด้วยซ้ำ
เนื่องจากจำนวนคนของเผ่ามนุษย์มีมาก พอพวกเขาสืบขยายเผ่าพันธ์ อยู่ในอาณาจักรเปลวเพลิง ก็ใช้พลังงานความร้อนและวัตถุดิบธาตุไฟชนิด ต่างๆ มาสร้างสำนักเป็นของตัวเอง สร้างศักยภาพที่แข็งแกร่งให้กับตัวเอง
ทว่าการที่อาณาจักรของดินแดนไฟโลกันตร์สามารถกลายมาเป็น อาณาจักรเปลวเพลิงได้อย่างรวดเร็วก็เพราะไฟศักดิ์สิทธิ์โปรยเมล็ดพันธ์ เปลวเพลิงทิ้งเอาไว้
เจ้าของคนแรกสุดของดินแดนไฟโลกันตร์ก็คือไฟศักดิ์สิทธิ์กลุ่มนั้น สิ่ง ที่มันทำลงไปในปีนั้นก็เหมือนการที่เผ่ามนุษย์เลี้ยงสัตว์ปลูกพืช ซึ่งไม่ช้าก็ เร็วต้องมาเก็บผลเก็บเกี่ยวเอาไป
ทว่าผลเก็บเกี่ยวของมันกลับถูกชนต่างเผ่าและเผ่ามนุษย์ช่วงชิงไปต่อ หน้าต่อตา ความลำบากลำบนทุกอย่างที่มันสร้างมา กลับถูกคนอื่นมาชิง ตัดหน้าไปซะก่อน
การกลับมาของมันก็เพื่อเอาคืนทุกสิ่งที่ควรเป็นของมัน
เมื่อเผ่ามนุษย์ขยายเผ่าพันธุ์อย่างไม่ลืมหูลืมตา ไม่ช้าก็เร็วอาณาจักร เปลวเพลิงที่ถูกเมล็ดพันธ์ของมันกระตุ้นให้ก่อเกิดก็ต้องถูกเผาผลาญ ทรัพยากรจนหมดและตายไปอยู่ดี
มันกลับมาจุดไฟให้กับเมล็ดพันธ์เปลวเพลิงที่ซุกซ่อนอยู่ในอาณาจักร ต่างๆ เก็บเกี่ยวผลที่มันเคยหว่านเอาไว้ ก็นับว่าเป็นเรื่องสมเหตุสมผลดี แล้ว
“ที่แท้ นี่ต่างหากถึงจะเป็นความจริง”
เนี่ยเทียนพลันกระจ่างแจ้ง รู้ว่าเจ้าของคนแรกของดินแดนไฟโลกันตร์ ก็คือไฟศักดิ์สิทธิ์กลุ่มนั้น คือมันที่สร้างดินแดนไฟโลกันตร์ขึ้นมา
“ล่องลอยไปทั่วทุกที่ในทางช้างเผือก ตามหาอาณาจักรแห่งใหม่ หว่าน เมล็ดพันธ์เปลวเพลิงลงไป ทำให้อาณาจักรนั้นๆ กลายเป็นอาณาจักรเปลว เพลิง ให้เมล็ดพันธ์เปลวเพลิงแข็งแกร่งขึ้น รอจนช่วงเวลาที่สุกงอมเต็มที่ แล้วค่อยกลับมาเก็บเอาผลเก็บเกี่ยวของเมล็ดพันธ์เปลวเพลิงนั้นไป นี่ ก็ คือวิธีการเติบโตที่เป็นเอกลักษณ์ของไฟศักดิ์สิทธิ์กลุ่มนั้น”
พอคิดมาถึงตรงนี้ ร่างแยกวิญญาณเปลวเพลิงของเขาก็พลันสัมผัสได้ ถึงกระแสจิตวิญญาณที่พร่าเลือน
ดาวตกเปลวเพลิงดวงหนึ่งที่คล้ายกักเก็บพลังของตัวเองเอาไว้พลันมา ลอยตัวอยู่นิ่งๆ หน้าเรือรบทางช้างเผือกที่เนี่ยเทียนนั่งอยู่
ดาวตกหยุดชะงัก เปลวเพลิงในนั้นเต้นระริกโชติช่วงคล้ายกำลังอธิบาย ถึงอะไรบางอย่าง
“ใช้แก่นเลือดของข้าสามหยด มาแลกกับเมล็ดพันธ์เปลวเพลิงกลุ่ม หนึ่งอย่างนั้นหรือ?” เนี่ยเทียนพลันเข้าใจจุดประสงค์การมาของไฟ ศักดิ์สิทธิ์กลุ่มนั้น
เขาแค่ครุ่นคิดเล็กน้อยก็พยักหน้ายอมรับข้อเสนอ ครั้นจึงหยิบเอาแก่น เลือดสามหยดออกมาจากหัวใจ
แก่นเลือดสีแดงฉานราวหินโมรา โปร่งใสแวววาวส่องประกายแห่งสัจ ธรรมความลี้ลับของชีวิต
และเปลวเพลิงกลุ่มหนึ่งก็แยกตัวออกมาจากดาวตกเปลวเพลิงดวงนั้น
ไม่รอให้เนี่ยเทียนตั้งตัวได้ทัน เสียง “ฟิ้ว” ดังหนึ่งครั้งก็มีเปลวเพลิง กลุ่มหนึ่งมุดเข้ามาในมหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียน หายวับเข้าไปในโอสถ วิญญาณเปลวเพลิงของเขา
วินาทีที่เปลวเพลิงหายเข้าไปในโอสถวิญญาณเปลวเพลิง ร่างแยก วิญญาณเปลวเพลิงของเนี่ยเทียนก็พลันสั่นสะท้าน
นาทีถัดมาเขาก็พบว่าในทางช้างเผือกอันกว้างใหญ่ไพศาล มีพลังงาน ความร้อนที่ยากจะแยกแยะมารวมกันเป็นจุดๆ
เขาอึ้งงันไปครู่ ก่อนจะหยิบเอาผลึกเพลิงฟ้าออกมาก้อนหนึ่ง
แก่นเพลิงฟ้าทั้งหมดที่อยู่ในผลึกเพลิงฟ้าคล้ายเส้นใยเปลวเพลิงหลาย เส้นที่ผสานรวมเข้าไปในโอสถวิญญาณเปลวเพลิงของเขาด้วยความเร็วที่ น่าเหลือเชื่อ
“ความเร็วในการดึงแก่นเพลิงฟ้าเร็วกว่าเดิมเกือบสิบเท่า!”
เนี่ยเทียนตัวสั่นสะท้าน แล้วก็ค้นพบด้วยความตื่นตะลึงว่า ความสามารถที่ร่างแยกวิญญาณเปลวเพลิงมีต่อการวิเคราะห์เวทลับไฟ จาก วิชาเพรียกมังกรไฟ ก็เหมือนจะเพิ่มขึ้นเมื่อเปลวเพลิงกลุ่มนั้นเข้าไป อยู่ในโอสถวิญญาณเปลวเพลิง
“เปลวเพลิงกลุ่มนั้นสามารถช่วยร่างแยกวิญญาณเปลวเพลิง และทำให้ มันศึกษาเวทเปลวเพลิงแต่ละชนิดได้ชัดเจนยิ่งขึ้น!”
“อู้ๆๆ!”
และเวลานี้เอง แก่นเลือดสามหยดที่ถูกเอาออกมาจากร่างของเขาก็บิน ไปหาดาวตกเปลวเพลิงอย่างที่มิอาจควบคุม
แก่นเลือดแห่งชีวิตที่แดงราวหินโมรา ลักษณะเป็นผลึกใสขนาดเท่าเล็บ มือพลันถูกไฟศักดิ์สิทธิ์กลุ่มนั้นกลืนกินเข้าไป
“ฟู่วๆ!”
แก่นเลือดแห่งชีวิตสามหยดหลอมละลายอยู่กลางไฟศักดิ์สิทธิ์ ครั้นจึง สลายตัวกลายมาเป็นเส้นเลือดหลายเส้น
ไฟศักดิ์สิทธิ์ที่ก่อตัวขึ้นมาจากเปลวเพลิงบริสุทธิ์ลุกโหมไหม้ เต้นระริก อย่างบ้าคลั่ง และพอจะสัมผัสได้ถึงปราณแห่งเลือดเนื้อที่มันปลดปล่อย ออกมา
“ไฟศักดิ์สิทธิ์เป็นเพียงแค่สมบัติล้ำค่าระดับเพาะฟ้า ไม่ได้มีเลือดเนื้อ เป็นของตัวเอง ทว่าพอได้รับแก่นเลือดทั้งสามหยดเข้าไปก็เหมือนจะสร้าง ชีวิตที่มีเลือดเนื้อขึ้นมาได้เอง ทำให้มันมีความสามารถที่จะเผยร่างจริง!”
ตัวเนี่ยเทียนเองก็ตกใจไปกับการเปลี่ยนแปลงนี้เช่นกัน
ไม่ว่าอย่างไรเขาก็คาดไม่ถึงว่า แก่นเลือดแห่งชีวิตสามหยดของเขาจะ ทำให้ไฟศักดิ์สิทธิ์กลุ่มนั้นสร้างพลังงานลึกลับที่เป็นร่างจริงขึ้นมาได้
“ดูเหมือนว่าความมหัศจรรย์ของสายเลือดแห่งชีวิตจะช่วยให้ไฟ ศักดิ์สิทธิ์สร้างเผ่าพันธ์ที่มีชีวิตอย่างใหม่ขึ้นมา! ไฟศักดิ์สิทธิ์มีสติปัญญา มี จิตวิญญาณ มีพลังงานร้อนแรง แต่กลับไม่มีเลือดเนื้อเป็นของตัวเอง”
“เมื่อมีเลือดเนื้อ มันจะกลายเป็นอะไร? การเป็นเผ่าพันธุ์สิ่งมีชีวิต รูปแบบใหม่ที่มีมันเป็นบรรพบุรุษอย่างนั้นหรือ?”
ขนาดเนี่ยเทียนเองก็ยังไม่กล้าคิดต่อไป
“ฟิ้ว!”
รอจนไฟศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับแก่นเลือดสามหยดนั้นเข้าไป มันก็พาดาวตก เปลวเพลิงนั้นมุดลอดเข้าไปยังจุดลึกของดินแดนไฟโลกันตร์คล้ายกำลัง ตามหาสถานที่เหมาะๆ มาทำการเปลี่ยนแปลงที่น่าเหลือเชื่อนั้นให้สำเร็จ
“คราวหน้าเมื่อเจอกัน มันจะกลายมาเป็นเผ่าพันธุ์สิ่งมีชีวิตที่มีเลือด เนื้อและสติปัญญาอย่างใหม่จริงๆ หรือเปล่า?”
“หรือว่าหากได้รับแก่นเลือดแห่งชีวิตของข้าเข้าไป วัตถุดิบวิเศษทุก ชนิดล้วนต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้? ในทางช้างเผือก มีเผ่าพันธุ์อยู่ มากมายนับไม่ถ้วน การก่อกำเนิด เติบโตของเผ่าพันธุ์เหล่านั้นจะใช้วิธีการ
แบบใด? คงไม่ใช่ว่ามีเผ่าพันธ์อย่างอื่นที่ใช้วิธีการเช่นนี้ ผ่านการแปรสภาพ หลายสิบล้านปีจึงถือกำเนิดขึ้นมาหรอกกระมัง?”
บัดนี้จิตใจของเนี่ยเทียนพลันเลื่อนลอย คล้ายมีเค้าโครงด้านความรู้ ความเข้าใจต่อสัจธรรมแห่งชีวิตที่พร่าเลือนปรากฏขึ้นมา
เมื่อดาวตกเปลวเพลิงหายไป ไฟศักดิ์สิทธิ์จากไป ปราณที่ทำให้เขารู้สึก ร้อนระอุก็ค่อยๆ จางหายไปด้วย
เขานั่งอยู่บนเรือรบทางช้างเผือกเพียงลำพัง ไม่ได้รีบร้อนไปรวมตัวกับ พวกเซี่ยเชียน จิ่งเฟยหยาง แต่ขมวดคิ้วครุ่นคิดเงียบๆ
เขากำลังวิเคราะห์ความลับที่ได้มาจากไฟศักดิ์สิทธิ์กลุ่มนั้น
ไฟศักดิ์สิทธิ์ล่องลอยอยู่ท่ามกลางทางช้างเผือก คอยโปรยเมล็ดพันธ์ เปลวเพลิง แปรสภาพอาณาจักรให้กลายเป็นอาณาจักรเปลวเพลิง เก็บ เกี่ยวผลพวง สร้างความแข็งแกร่งให้กับตัวเอง
แก่นเลือดแห่งชีวิตถูกเปลวเพลิงที่มีความมหัศจรรย์ซึ่งไม่มีเรือนกาย เช่นนั้นรับเอาไป ทำให้มีปราณของเลือดเนื้อแผ่ออกมาคล้ายว่าจะใช้ วิธีการที่พิเศษบางอย่างมาสร้างเลือดเนื้อเป็นของตัวเอง
สิ่งเหล่านี้ล้วนมีประโยชน์อย่างที่ยากจะประเมินต่อการที่เขาจะทำ ความเข้าใจต่อฟ้าดินและไขความลับของสิ่งมีชีวิตเผ่าพันธุ์ต่างๆ
“ยังมีเปลวเพลิงกลุ่มนั้น เมื่อมันผสานรวมเข้ากับโอสถวิญญาณเปลว เพลิง ก็จะมีความลี้ลับมหัศจรรย์อย่างไร้ที่สิ้นสุด”
——