ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 945 เคล็ดลับในการเลือกผู้ชาย!
เวลาราวกระสวยที่พุ่งผ่าน พริบตาเดียวก็ผ่านไปเกินครึ่งปีแล้ว
เนี่ยเทียนกลับมาถึงอาณาจักรวอหลิว ได้เจอกับผู้อาวุโสของตระกูล เจี่ยน ตระกูลกวานและตระกูลฉู่ ประมุขของสามตระกูลใหญ่แสดงท่าที อย่างชัดเจนว่ายินดีพึ่งพิงเนี่ยเทียน พร้อมน้อมรับคำสั่งจากเนี่ยเทียน
เมื่อแสดงเจตจำนงเรียบร้อย สามตระกูลใหญ่ก็พากันจากไป
ทางฝ่ายสำนักอักขระเทพ เนี่ยเทียนได้รู้ว่าจ้าวซานหลิงและเผยฉีฉีสอง คนได้จากไปไกลนานแล้ว
ลูกศิษย์ลัทธิจิตตวิสุทธิ์หาคนทั้งสองเจอหรือไม่ สำนักในดินแดนพงฟ้า ล้วนไม่มีใครรู้
เนี่ยเทียนแอบรู้สึกได้ว่าต่อให้คนของลัทธิจิตตวิสุทธิ์เจอตัวจ้าวซานห ลิงและเผยฉีฉี พวกเขาสองคนก็ไม่น่าจะมีปัญหาร้ายแรงถึงชีวิต
สามดินแดนดวงดาวใหญ่ๆ อย่างดินแดนพงฟ้า ดินแดนปราการ ดวงดาวและดินแดนดาวตก นอกจากบรรพบุรุษหุนเทียนที่ยังไม่ออกจาก ด่านแล้ว ก็ไม่มีเสียงคัดค้านใดไม่เห็นด้วยกับบุตรแห่งดวงดาวคนที่เจ็ดที่ เพิ่งได้รับการยอมรับจากพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวอย่างเขาอีก
เนี่ยเทียนให้คนไปเรียกตัวสำนักฟ้ากลม ทว่าทางนั้นตอบกลับมาว่าทุก อย่างต้องรอให้บรรพบุรุษหุนเทียนออกจากด่านเสียก่อนถึงจะสามารถ ตัดสินใจได้ว่าในอนาคตสำนักฟ้ากลมจะติดตามเขาหรือไม่
หากคนผู้นี้ไม่เผยกาย เนี่ยเทียนก็ไม่สามารถใช้กำลังได้ ตอนนี้จึงได้แต่ ข่มกลั้นความคิดที่จะปราบปรามสำนักฟ้ากลมเอาไว้ก่อน
ไม่นานดินแดนดวงดาวทั้งสามแห่งก็อยู่ในความสงบสุขอย่างรวดเร็ว หลังจากที่เซี่ยเชียนผูกสมัครเป็นพันธมิตรกับเนี่ยเทียน เขาก็พาลูกชาย หญิงกลับไปยังดินแดนจุลอันธการ
พอกลับไปได้ไม่นาน เขาก็เลือกปิดด่านเช่นเดียวกับจิ่งเฟยหยาง
พวกเขาต้องการทำความเข้าใจกับความลี้ลับที่วิเคราะห์ออกมาจากร่าง ของเนี่ยเทียน หวังว่าจะได้ชำระล้างแดนเอตทัคคะของตัวเองให้บริสุทธิ์อีก ครั้ง เพื่อแสวงหาการฝ่าทะลุของขอบเขต
และหลังจากที่จัดการเรื่องทุกอย่างได้มั่นคง เนี่ยเทียนก็กลับไปยัง ตำหนักใหญ่ในดินแดนดาวตกแล้วฝึกตนของตัวเองต่อไป
เวลาเกินครึ่งปี แก่นเลือดแห่งชีวิตสามหยดที่เขาดึงออกไป ได้ก่อตัว สำเร็จใหม่อีกครั้งนานแล้ว
สายเลือดแห่งชีวิตยังคงอยู่ในสภาวะจำศีล ไม่มีวี่แววว่าพรสวรรค์ทาง สายเลือดอย่างใหม่จะถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง เนี่ยเทียนจึงใช้ช่วงเวลานี้มาฝึก เวทลับไฟจากและเพรียกมังกรไฟให้สำเร็จ
“ฟิ้ว!”
เปลวเพลิงร้อนแรงเส้นหนึ่งว่ายวนอยู่กลางอากาศของอาณาจักรเลี่ย คง เหนือตำหนักขนาดใหญ่
เปลวเพลิงมีลักษณะเป็นมังกร ร่างยาวหลายสิบเมตร ปะปนไปด้วย พลังงานความร้อนที่อยู่ในโอสถวิญญาณเปลวเพลิงของเนี่ยเทียน รวมไปถึง พลังเลือดลมจากร่างของเนี่ยเทียนเอง มันจึงดูมีชีวิตชีวาเสมือนจริง
“เกราะมังกรเพลิง!”
เมื่อเสื้อเกราะบินออกมา มังกรเพลิงที่ถูกกระตุ้นด้วยเพรียกมังกรไฟก็ ตัดสลับกับเกราะมังกรเพลิงอยู่กลางอากาศ
ในเกราะมังกรเพลิง พลังงานความร้อนที่สั่งสมอยู่ในแกนเลือดของ เกราะมังกรเพลิงไหลรินเข้าไปยังมังกรไฟตัวนั้น มังกรไฟจึงเหมือนได้ ประทานพลังชีวิต ร่างกายของมันพลันเพิ่มขนาดจากเดิมถึงห้าหกเท่า
มังกรไฟที่มีขนาดเกือบร้อยเมตรร้องคำรามไร้เสียง บางครั้งก็พวยพุ่ง ขึ้นสู่กลางอากาศสูง บางครั้งก็โฉบต่ำลงมายังพื้นดิน
มังกรเพลิงกระแทกลงมายังหลุมหินอุกกาบาตขนาดใหญ่ยักษ์หลุมหนึ่ง
“ตูม!”
ในหลุมหินอุกกาบาต หินอุกกาบาตก้อนมหึมาก้อนหนึ่งถูกมังกรไฟตัว นั้นพุ่งชนจนระเบิดกระจาย แก่นเพลิงฟ้าเป็นจุดๆ ลุกท่วมอยู่บนหิน อุกกาบาตอย่างต่อเนื่อง
“อานุภาพของการโจมตีนี้สามารถทำให้เขตลี้ลับทุกคนหวาดผวาได้ เลย”
หลี่หลางเฟิงร้องอุทานด้วยความตกใจ “นายน้อยเนี่ย ดูเหมือน วิชาการฝึกตนระดับดินที่ท่านได้มาจากพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวชนิดนี้ จะเหมาะสมกับท่านอย่างถึงที่สุด อีกอย่างเพรียกมังกรไฟนั่นก็ช่วยเพิ่ม
ประสิทธิภาพให้กันและกันกับเกราะมังกรเพลิงด้วย มันสามารถดึง พลังงานออกมาจากในเกราะมังกรเพลิง แถมวิชาคาถานี้ยังผสานรวมเลือด ลมของท่านเข้าไป มีพลังการเผาไหม้ของเพลิงฟ้าที่อยู่ในโอสถวิญญาณ เปลวเพลิงของท่าน”
“เจ้าเองก็ไม่เลวเหมือนกัน” เนี่ยเทียนกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ตอนนี้หลี่หลางเฟิงเอากองเพลิงสีซีดขาวที่มีพิษร้ายกลุ่มนั้นผสาน รวมเข้าไปในร่างได้สำเร็จแล้ว
เขาเลื่อนจากเขตลี้ลับช่วงกลาง ก้าวกระโดดไปยังเขตลี้ลับช่วงท้าย หากเขาเอาเปลวเพลิงสีซีดขาวกลุ่มนั้นมาใช้ เขาก็สามารถใช้เปลวเพลิง กรอกเทพิษศพเข้าไปในศพที่ตายไปแล้ว ทำให้ศพกลายมาเป็นศพผี
ตอนนี้หลี่หลางเฟิงยังได้รับความลี้ลับมากมายมาจากในเปลวเพลิงซีด ขาวกลุ่มนั้น ขอบเขตมีการพัฒนาอย่างพรวดพราด และมีความเป็นไปได้ที่ จะก้าวเข้าสู่เขตวิญญาณในเร็ววัน
“ล้วนเป็นเพราะนายน้อยเนี่ยเมตตา มอบเพลิงศพมหัศจรรย์เช่นนี้ ให้กับข้า” หลี่หลางเฟิงเอ่ยถ่อมตัว
“ไม่รู้จริงๆ ว่าเจ้าฝึกตนยังไง ถึงได้ฝ่าทะลุเขตลี้ลับช่วงกลางได้รวดเร็ว ขนาดนั้น” ต่งลี่เหยียบอยู่บนหลังเต่าทมิฬยืนอยู่ด้านข้างมีท่าทางหดหู่ เล็กน้อย “ข้าต้องอาศัยเต่าทมิฬสายเลือดขั้นต้นระดับเจ็ดตัวนี้ ถึงโชคดี เลื่อนจากเขตสามัญสู่เขตลี้ลับช่วงต้น”
“เดิมนึกว่าจะไล่ตามฝีเท้าของเจ้าทันแล้ว ใครจะไปคาดคิดว่าพอเจ้า กลับมาจากดินแดนหิมะ จะมีการฝ่าทะลุขั้นอีกครั้ง”
“คุณหนู ความเร็วในการเลื่อนขั้นของท่านนับว่าน่าตกใจมากพอแล้ว” หลี่หลางเฟิงมีสีหน้าจริงจัง “บิดาและอาหลายคนของท่านล้วนมีตบะแค่ เขตลี้ลับช่วงท้าย ท่านเด็กกว่าพวกเขาตั้งมาก แต่หลายปีมานี้ขอบเขตกลับ ฝ่าทะลุติดต่อกัน ซึ่งตอนนี้เป็นเขตลี้ลับช่วงต้น มากพอจะภาคภูมิใจใน ตัวเองแล้ว”
“นอกจากนี้เต่าทมิฬตัวนั้นของท่านยังมีสายเลือดถึงระดับเจ็ด มีพลัง แฝงที่เลิศล้ำอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ ความสำเร็จของท่านในอนาคตต้องทำ ให้ท่านกลายมาเป็นบุคคลอันดับหนึ่งของตระกูลต่งแน่นอน บางทีท่าน อาจจะได้กลายเป็นเจ้าสำนักคุมสัตว์ในวันหน้า และมีสิทธิ์จะได้เลื่อนสู่ แดนเอตทัคคะ!”
“ชะตาชีวิตของข้า เปลี่ยนแปลงไปนับตั้งแต่ที่ได้เจอกับเนี่ยเทียน” ต่ง ลี่ยิ้มหวานหยดย้อย “ก็เพราะว่าได้เจอเจ้าหมอนี่ ข้าถึงได้เจอเรื่องอัศจรรย์ ติดต่อกันหลายครั้ง เลื่อนขอบเขตอย่างต่อเนื่อง สัตว์ประหลาดอย่างเต่า ทมิฬตัวนี้ก็ได้เขาเป็นคนมอบให้ เต่าวิเศษตัวนี้มีธาตุการฝึกตนที่สอดคล้อง กับข้าอย่างสมบูรณ์แบบ สามารถช่วยในการฝึกตนของข้าได้ด้วยนะ”
พอพูดจบ นางก็เป็นฝ่ายขยับตัวเข้าไปแนบชิดเนี่ยเทียน ดวงตาฉาย ประกายอ่อนโยน
“ฮะแฮ่ม!”
หัวมู่พลิ้วกายมาถึงอย่างเงียบเชียบ เขามองเนี่ยเทียนและต่งลี่ด้วย รอยยิ้ม “ข้าล่ะอิจฉาคนหนุ่มสาวอย่างพวกเจ้าจริงๆ”
“ท่านลุงหัว! ” เนี่ยเทียนดีใจ มองเขาด้วยสายตาลึกล้ำ “ท่านเป็น อย่างไรบ้าง? ได้รับผลประโยชน์จากเถาวัลย์เคียงฟ้าบ้างหรือไม่?”
นับตั้งแต่ที่เขาได้รับการยอมรับจากพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว ตำหนักใหญ่สองหลังระหว่างอาณาจักรเลี่ยคงและอาณาจักรโพ่สุ้ยที่แต่ เดิมประตูปิดสนิท ก็เปลี่ยนมาเป็นเปิดอ้าได้ตลอดเวลา
คนของอาณาจักรเลี่ยคงสามารถเข้าไปยังอาณาจักรโพ่สุ้ยได้โดยที่ไม่ ต้องอาศัยเขาอีกต่อไป
หัวมู่เองก็ไปมาได้อย่างอิสระ
ก่อนหน้าที่เขาจะไปจากดินแดนดาวตก และเดินทางจากดินแดนพงฟ้า มุ่งหน้าไปยังดินแดนหิมะ ก็ได้พาหัวมู่ไปไว้ที่อาณาจักรโพ่สุ้ย แต่หลังจาก นั้นก็ไม่ได้ไปเยือนที่นั่นอีก
อาณาจักรโพ่สุ้ยมีสถานที่มหัศจรรย์อยู่หลายแห่ง ผู้ที่ฝึกวิชาห้าธาตุ สามารถไปทำความเข้าใจที่นั่น บรรลุวิชาคาถาอย่างใหม่ ช่วยในการฝึกตน ของตัวเอง
ตอนที่เขาไม่อยู่ การส่งตัวคนไปยังอาณาจักรโพ่สุ้ยล้วนเป็นหน้าที่ ของต่งลี่และหลี่หลางเฟิง
คนทั้งสองจัดการทุกอย่างอย่างมีระเบียบ เด็กรุ่นเล็กที่มีพลังแฝงหลาย คนในสำนักใหญ่ของดินแดนดาวตกต่างก็ทยอยถูกส่งตัวไปฝึกตนที่ อาณาจักรโพ่สุ้ยอย่างต่อเนื่อง
“เถาวัลย์ปีศาจสวรรค์เส้นนั้นของข้าได้รับประทานพลังงานมาจากใน เถาวัลย์ยักษ์ลึกลับนั่นเช่นกัน” หัวมู่ยิ้มกว้าง “พลังของเถาวัลย์ปีศาจ สวรรค์กลับคืนมายังจุดเริ่มต้นดั้งเดิม และข้าเองก็มีการบรรลุอย่างใหม่ ข้า กลับมาก็เพราะคิดจะปิดด่านแล้วถือโอกาสฝ่าสู่แดนว่างเปล่า”
หลังจากที่หัวมู่มาถึง เงาร่างมากมายก็เดินออกมาจากตำหนักแล้วมา รวมอยู่ตรงจุดเดียวกับเนี่ยเทียน
พวกเด็กรุ่นเล็กอย่างเย่ฉิน เสวียนเยว่ ฉินแยน กู่ฮ่าวเฟิง เฉินฮ่าว ฯลฯ ต่างก็พากันกลับมาจากอาณาจักรโพ่สุ้ย เมื่อบรรลุเวทลับอย่างใหม่ได้ พวก เขาจึงเตรียมจะมาเลื่อนขั้นกันในดินแดนดาวตก
มองเห็นคนพวกนั้นมาถึง ต่งลี่ก็ยิ่งหัวเราะคิกคักชอบใจ แถมยังขยับตัว เข้าไปใกล้เนี่ยเทียนเพื่อแสดงให้เห็นถึงความใกล้ชิดมากกว่าเก่า
“แลกแสดงความรักสักทีเถอะ” ฉินแยนมองความคิดของนางออก อย่างทะลุปรุโปร่งจึงกลอกตาใส่ “รู้ว่าเนี่ยเทียนเป็นของเจ้า ไม่มีใครแย่ง เจ้าหรอก ผู้หญิงอย่างเจ้านี่ ความสามารถอย่างอื่นไม่มี แต่มีเคล็ดลับใน การเลือกผู้ชายที่ล้ำเลิศจริงๆ”
พวกเสวียนเยว่ต่างก็เออออคล้อยตาม
`ปากฉินแยนนั้นพูดเล่น แต่ในใจกลับอิจฉาจริงๆ “หากรู้แต่แรกว่าเจ้า หมอนั่นเป็นบุตรแห่งดวงดาว ก่อนหน้าที่ต่งลี่จะเจอกับเขา จะมีความ เป็นไปได้ไหมที่ข้าจะเข้าไปแทนที่ต่งลี่ ได้ใจเขามาครองแทน? บุคคลที่โดด เด่นเช่นนี้ถูกกำหนดให้ต้องเจิดจรัสอยู่ในทางช้างเผือก กลายมาเป็นบุคคล ผู้พิชิต ทำไมข้าถึงไม่แย่งชิงเขามาก่อนนะ?”
เสวียนเยว่และหญิงสาวของดินแดนดาวตกอีกหลายก็มองต่งลี่ที่กอด แขนเนี่ยเทียนแน่นจนแทบจะผสานรวมร่างไปกับเขาด้วยสายตาที่อิจฉา เช่นกัน
พวกนางอิจฉาความโชคดีของต่งลี่ที่สามารถหาผู้ชายคนหนึ่งที่โดดเด่น ที่สุดในดินแดนดวงดาวบริเวณใกล้เคียงคนนี้มาครองได้
“ไม่ต้องอิจฉาข้าหรอก ไม่แน่ว่าในอนาคต พวกเจ้าก็อาจโชคดีแบบนี้ เหมือนกันนะ” ต่งลี่หัวเราะคิก “ดินแดนดาวตกเชื่อมโยงไปยังโลก ภายนอกได้แล้ว นับแต่นี้เป็นต้นไป พวกเจ้าสามารถเข้าออกดินแดนพงฟ้า และดินแดนปราการดวงดาวได้ตามใจชอบ หรืออาจไปเยือนดินแดน ดวงดาวระดับสูงได้มากกว่านั้น ฟ้าดินกว้างใหญ่ ไม่แน่ว่าจะมีบุคคลแบบ เนี่ยเทียนรอพวกเจ้าอยู่ก็เป็นได้”
เสวียนเยว่เบ้ปาก “บุคคลอย่างพี่เนี่ยเทียน ในทางช้างเผือกอันกว้าง ใหญ่ไพศาลและในอาณาจักรนับไม่ถ้วน จะมีอยู่สักกี่คนกันเชียว?”
“เอาล่ะๆ พวกเจ้าหยุดเล่นไม้นี้กันเลย” ต่งลี่หันไปค้อนตาใส่เนี่ยเทียน “ข้ากดดันมากเลยรู้ไหม? ทางฝ่ายของดินแดนปราการดวงดาวก็มีศิษย์พี่ หญิงอินย่าหนัน และเทพธิดาของเขาสุขาวดีที่คอยจ้องเขมือบเขา ข้ายังได้ ยินมาว่าเจ้าสำนักจันทราวารีของดินแดนจุลอันธการยังอยากจะได้เนี่ย เทียนไปเป็นลูกเขยด้วย”
“ตอนนี้ข้ายังไม่รู้เลยว่าวันหน้าเจ้าคนสารเลวนี่จะทิ้งข้าหรือเปล่า”
คำพูดประโยคนี้นางพูดกึ่งจริงกึ่งหยอกเย้า
เนี่ยเทียนยิ้มเจื่อน “เลิกพูดจาเหลวไหลเสียที ข้ากับอินย่าหนัน มู่ปี้ฉง ไม่มีอะไรกัน เซี่ยหว่านถิงจากตระกูลเซี่ยก็ยิ่งแทบไม่ได้รู้จักอะไรกันเลย”
“เฮอๆ แทบไม่ได้รู้จักอะไรกันเลย? หากแทบไม่ได้รู้จักกัน ทำไมตอนที่ เจ้าเข้าไปในดินแดนหิมะ สำนักจันทราวารีถึงพาผู้แข็งแกร่งมากมายไป ช่วยเจ้าที่นั่น?” ต่งลี่ถลึงตาใส่เขา
“นั่นเป็นเพราะข้าเคยช่วยลูกของเขาตอนอยู่สนามรบสุ้ยเมี่ย” เนี่ย เทียนอธิบาย
“ข้าไม่สน ข้ารู้แต่ว่านับแต่นี้ไปเจ้าห้ามไปก้อร่อก้อติกกับผู้หญิงพวก นั้นอีก” ต่งลี่แค่นเสียงกล่าว
“ได้ๆๆ” เนี่ยเทียนมีสีหน้าระอาใจ
ขณะที่เขากำลังปวดหัว ต้วนสือหู่ก็เดินออกมาจากค่ายกลนำส่งซึ่งข้าม ดินแดนมาจากอาณาจักรวอหลิวแล้วตะโกนขึ้นเสียงดัง “ศิษย์น้อง หวง จินหนันเทพบุตรของสำนักห้าธาตุมาหาเจ้าที่ดินแดนพงฟ้า”
——