ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 946 สำรวจอาณาจักรแห่งใหม่
อาณาจักรวอหลิว
จุดลึกของม่านน้ำที่ล้อมวนอยู่รอบนอก มีเรือรบทางช้างเผือกสีทอง อร่ามลำหนึ่งจอดอยู่
เรือโบราณขับออกมาจากรอยแยกห้วงมิติที่ลึกลับเส้นหนึ่งของม่านน้ำ เพิ่งจะปรากฏตัวก็ทำให้ดินแดนพงฟ้าสั่นสะเทือนกันไปทั้งหมด
รอจนหวงจินหนันเดินออกมาแล้วแสดงตัวตน ชี้แจงว่าตั้งใจมาหาเนี่ย เทียน เพราะเขาเป็นสหายกับเนี่ยเทียน สำนักอักขระเทพ สำนักทอง ไพศาลและสำนักภูเขาพันกระบี่ถึงได้วางใจ
เนี่ยเทียนอาศัยค่ายกลนำส่งแห่งมิติในอาณาจักรเลี่ยคงเดินทางมายัง อาณาจักรวอหลิว
หวงจินหนันมารอเขาอยู่ในถิ่นของสำนักอักขระเทพก่อนแล้ว ทั้งยังมา แค่คนเดียว
“พี่หวง!”
พอเนี่ยเทียนเห็นเขาก็เอ่ยทักทายเสียงดัง “ทำไมเจ้าถึงมากะทันหัน ล่ะ?”
สถานที่แห่งนี้นอกจากเนี่ยเทียนแล้ว ยังมีผู้ฝึกลมปราณแดนว่างเปล่า ของอีกสามฝ่ายอย่างเมิ่งหลี ตู้เจิ้ง อู๋อวิ๋นอยู่ด้วย พวกเขาคือตัวแทนของ สำนักอักขระเทพ สำนักทองไพศาลและสำนักภูเขาพันกระบี่ที่รับผิดชอบ พื้นที่แห่งนี้
หลังจากที่ทั้งสามฝ่ายเลือกพึ่งพิงเนี่ยเทียน แน่นอนว่าพวกเขาทั้งสาม ย่อมเชื่อฟังเนี่ยเทียน
ตอนนี้จึงนับว่าคนทั้งสามคือผู้ใต้บังคับบัญชาของเนี่ยเทียนแล้ว
“ยินดีกับเจ้าด้วย” หวงจินหนันหัวเราะร่า “ขนาดข้ายังคิดไม่ถึงเลยว่า เจ้าจะสร้างความสงบให้กับภายในสำนักของดินแดนพงฟ้า ดินแดน ปราการได้เร็วขนาดนี้”
“พี่หวงพูดเล่นแล้ว สำนักฟ้ากลมของดินแดนพงฟ้ายังไม่ได้ตอบรับเลย นะ” เนี่ยเทียนกล่าว
“สำนักที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าซึ่งมีแดนเอตทัคคะนั่งบัญชาการณ์อย่าง สำนักอักขระเทพ สำนักทองไพศาลและสำนักภูเขาพันกระบี่ต่างก็ สวามิภักดิ์ต่อเจ้าแล้ว สำนักฟ้ากลมตกมาเป็นของเจ้าย่อมเป็นเรื่องที่ต้อง เกิดขึ้นไม่ช้าก็เร็วไม่ใช่หรือ?” หวงจินหนันกล่าวอย่างมั่นใจ
“บรรพบุรุษหุนเทียนไม่เหมือนใคร รอจนเขาออกจากด่านแล้ว บางที อาจมีความเคลื่อนไหวบางอย่าง” เนี่ยเทียนไม่ได้มั่นใจขนาดนั้น
“ข้าเชื่อว่าเจ้าต้องจัดการเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี” กลับเป็นหวงจินหนัน เสียอีกที่เต็มไปด้วยความมั่นใจในตัวเนี่ยเทียน ก่อนที่เขาจะเปลี่ยนหัวข้อ สนทนากะทันหัน “เจ้านี่อำพรางตัวได้ลึกล้ำมากเลยนะ ขนาดข้าที่เป็น เทพบุตรสายทองของสำนักห้าธาตุมานานหลายปีก็ยังไม่มีความสามารถ เชื้อเชิญผู้แข็งแกร่งแดนเทพเจ้ามาได้ คาดไม่ถึงว่าเบื้องหลังเจ้าจะมีบุคคล ที่มีตบะเป็นถึงแดนเทพเจ้า ทั้งยังเชี่ยวชาญธาตุไฟให้การสนับสนุนอยู่”
เรื่องนี้ทุกคนรับรู้ผ่านทางการป่าวประกาศของบรรพบุรุษเซวี่ยเฟิง
เนี่ยเทียนเองก็ไม่ได้อธิบายอย่างละเอียด เพียงยิ้มแล้วถามว่า “พี่หวง มาที่นี่ครั้งนี้ด้วยเรื่องนั้นน่ะหรือ?”
“ถูกต้อง” หวงจินหนันไม่ได้ซักไซ้เรื่องผู้แข็งแกร่งแดนเทพเจ้าต่อ เพียงพยักหน้ารับแล้วพูดคุยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “ข้าได้สร้างประตูข้าม อาณาจักรเอาไว้บานหนึ่งกลางอาณาจักรที่ถูกค้นพบแห่งนั้น ค่ายกลนำส่ง ในเรือรบทางช้างเผือกลำที่ข้าโดยสารมาสามารถพาพวกเราส่งไปถึงที่นั่น ได้อย่างง่ายดาย”
“พวกเจ้า มาจากที่นั่นอย่างนั้นรึ?” เนี่ยเทียนถามอย่างแปลกใจ
“รอยแยกห้วงมิติเส้นหนึ่งที่อยู่ริมขอบของอาณาจักรวอหลิว” หวง จินหนันไม่ได้ปิดบัง “เมื่อหลายปีก่อน เจ้าสำนักธาตุไฟของสำนักห้าธาตุ เราเคยมาเยือนที่ดินแดนพงฟ้า ตอนนั้นเขาอำพรางตบะของตัวเองเอาไว้ และได้ไปเจอรอยแยกห้วงมิติเส้นหนึ่งในบรรดารอยแยกห้วงมิติมากมาย รอบนอกอาณาจักรวอหลิวที่เชื่อมโยงไปยังอาณาจักรในสำนักห้าธาตุของ เรา”
“เรื่องนี้ภายในของสำนักห้าธาตุก็ยังมีคนรู้เรื่องไม่มากนัก”
เนี่ยเทียนตะลึง “เจ้าสำนักธาตุไฟ…”
จิ่งเฟยหยางเองก็เคยบอกว่าเจ้าสำนักธาตุไฟเคยไปที่ดินแดนไฟ โลกันตร์เพื่อตามหาไฟศักดิ์สิทธิ์กลุ่มนั้น แต่สุดท้ายกลับไม่ได้ผลพวงใด กลับมา
เขามาอย่างไร จากไปที่ไหน ล้วนไม่มีใครรู้
พอหวงจินหนันกล่าวเช่นนี้ เนี่ยเทียนถึงตระหนักได้ว่าเจ้าสำนักธาตุไฟ เข้าออกอาณาจักรวอหลิวได้โดยการอำพรางตบะของตัวเองเอาไว้ ไม่ยอม เปิดเผยตัวตนที่แท้จริง
หวงจินหนันจากสำนักห้าธาตุเองก็น่าจะรู้รอยแยกห้วงมิติที่พิเศษเส้น นั้นและข้ามผ่านอาณาจักรมาเพราะคำบอกของเขาเช่นกัน
“ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง” เนี่ยเทียนพยักหน้ารับ “แล้ว พวกเราจะ ออกเดินทางกันเมื่อไหร่? อีกอย่าง ข้าต้องเตรียมการอะไรไหม?”
“ตอนนี้เจ้ายังไม่ต้องเตรียมการอะไรมากนัก แค่ไปดูเป็นเพื่อนข้าก่อน เราตรวจสอบกันสักรอบแล้วค่อยวางแผนใหม่” หวงจินหนันมีแผนการอยู่ ในใจตัวเองนานแล้ว “รอจนทำความเข้าใจได้ว่าประชากรดั้งเดิมของ อาณาจักรแห่งนั้นมีพลังอยู่ในระดับใด พวกเราค่อยระดมกำลังของสำนัก ใหญ่ๆ ที่พึ่งพาเจ้าให้ไปเยือนที่นั่น เพราะอย่างไรซะเรือรบทางช้างเผือกลำ นี้ของข้าก็จะปักหลักอยู่ในอาณาจักรวอหลิวเป็นระยะเวลานาน การ เดินทางไปมาจึงนับว่าสะดวกยิ่ง”
“ก็ดี ข้าเอาตามที่เจ้าจัดการ” เนี่ยเทียนตอบรับ
“สำรวจอาณาจักรแห่งใหม่?”
“เทพบุตรของสำนักห้าธาตุเป็นผู้นำ ตามหาความมหัศจรรย์ใน อาณาจักรแห่งใหม่?”
“หากเรื่องนี้สำเร็จ ต้องได้ผลเก็บเกี่ยวมหาศาลแน่นอน!”
เมิ่งหลี ตู้เจิ้งและอู๋อวิ๋นสามคนที่ได้ยินบทสนทนาระหว่างเนี่ยเทียนกับ หวงจินหนัน ต่างก็แสดงความสนใจออกมาอย่างลึกล้ำ
การบุกเบิกอาณาจักรแห่งใหม่อาจมาพร้อมกับอันตรายใหญ่หลวง เรือ รบทางช้างเผือกหลายลำของดินแดนพงฟ้าที่พอแล่นไปตามทางช้างเผือก อันกว้างใหญ่ ก็มักจะขาดการติดต่อแล้วไม่ได้กลับมาอีกเลย
และก็มีเรือรบทางช้างเผือกบางลำที่โชคดีค้นพบอาณาจักรที่ยังไม่เคยมี ใครค้นพบ ได้รับวัตถุดิบวิเศษมากมายที่ไม่มีอยู่ในดินแดนพงฟ้า ทำให้ ศักยภาพของสำนักไต่ทะยานอย่างก้าวกระโดด
ทว่าผู้ที่ทำสำเร็จมักจะมีจำนวนน้อยนิด ส่วนใหญ่แล้วมักจะกลับมา ด้วยความพ่ายแพ้ หรือไม่ก็ไม่ได้กลับคืนมาอีกเลย
หากการสำรวจอาณาจักรใหม่ มีหวงจินหนันเทพบุตรของสำนักห้าธาตุ เป็นผู้นำ ระดับความอันตรายก็จะลดลงอย่างฮวบฮาบ
ด้วยเหตุนี้ผู้อาวุโสของสามสำนักที่เฝ้าบัญชาการณ์อยู่ที่นี่ต่างก็รู้สึก ตื่นเต้น อีกทั้งยังเริ่มวาดฝันไปไกลแล้วว่าจะได้รับวัตถุดิบวิเศษจำนวน มหาศาลที่สามารถช่วยทำให้สำนักแข็งแกร่งมากกว่าเดิมมาจากอาณาจักร ใหม่แห่งนั้น
“ทั้งสามท่าน เรื่องสำรวจอาณาจักรใหม่ รบกวนพวกเจ้าแจ้งให้แต่ละ ฝ่ายทราบ แล้วให้พวกเขาเตรียมตัวกันสักหน่อย” เนี่ยเทียนสั่งความ “ข้า จะล่วงหน้าไปก่อน บางทีอีกไม่นานจะจัดตัวให้พวกเจ้าทยอยกันตามเข้า ไปที่นั่น เพื่อค้นหาความมหัศจรรย์ของที่แห่งนั้น”
พวกเมิ่งหลีพยักหน้ารับแล้วรีบนำข่าวไปแจ้งกับทุกฝ่าย ให้พวกเขา เตรียมตัวกันล่วงหน้า
ส่วนเนี่ยเทียนก็ถูกหวงจินหนันพาไปขึ้นเรือรบทางช้างเผือกสีทองที่เขา โดยสารมาซึ่งมีขนาดใหญ่ยิ่งกว่าเรือรบทางช้างเผือกทุกลำของดินแดนพง ฟ้าหลายเท่าตัว
บนเรือรบลำนั้นมีธงของสำนักห้าธาตุโบกสะบัด
“ท่านเทพบุตร!”
พอหวงจินหนันมาถึง ผู้แข็งแกร่งแดนว่างเปล่าหลายคนก็ลุกขึ้นโค้งตัว คารวะ
หลายคนในนั้นเนี่ยเทียนเคยเจอตอนอยู่ในนครสะเก็ดดาว ซึ่งพอพวก เขาเห็นเนี่ยเทียนก็โค้งตัวให้น้อยๆ เพื่อแสดงความเคารพ
เนี่ยเทียนเองก็มองออกว่า ความเคารพที่พวกเขาแสดงออกในคราวนี้ดู จริงใจยิ่งกว่าครั้งก่อน
ตอนที่อยู่ในนครสะเก็ดดาวคราวนั้น แม้ว่าภายนอกพวกเขาจะมี ท่าทางนอบน้อม ทว่าส่วนลึกในใจกลับไม่เห็นเป็นสำคัญ คิดว่าเนี่ยเทียนที่ เพิ่งได้กลายเป็นบุตรดวงดาวไม่คู่ควรที่จะไปบุกเบิกอาณาจักรแห่งใหม่ ร่วมกับเจ้านายของพวกเขา
จนกระทั่งได้ยินว่าเนี่ยเทียนช่วยลูกน้องมาจากน้ำมือของสำนักน้ำแข็ง ฟ้าในดินแดนหิมะได้สำเร็จ อีกทั้งเบื้องหลังยังมีผู้แข็งแกร่งแดนเทพเจ้าให้ การสนับสนุน สยบความวุ่นวายภายในของดินแดนพงฟ้า ดินแดนปราการ ได้อย่างรวดเร็ว พวกเขาถึงยอมรับศักยภาพของเนี่ยเทียนอย่างแท้จริง
รู้สึกว่าเนี่ยเทียนมีคุณสมบัติมากพอที่จะไปสำรวจอาณาจักรใหม่ที่พวกเขา ค้นพบร่วมกับเจ้านายของพวกเขา
“ท่านอาหวงเหยี่ยน ท่านเฝ้าอยู่ที่นี่ คนอื่นๆ ไปกับข้า” หวงจินหนัน เอ่ยสั่งความ
ผู้ที่ถูกเขาเรียกว่าหวงเหยี่ยนเหมือนจะเป็นผู้อาวุโสในตระกูลของเขา ซึ่งได้รับความไว้วางใจจากเขามากที่สุด มีตบะแดนว่างเปล่าช่วงท้าย
หวงเหยี่ยนพยักหน้ารับ “นายน้อยโปรดวางใจ”
จากนั้นหวงจินหนันก็พาคนทั้งกลุ่มเดินเข้าไปในเรือ และไปยืนอยู่ใน ค่ายกลหลังหนึ่งที่สามารถนำส่งข้ามดินแดนอันไกลโพ้นได้
ค่ายกลเปิดใช้งาน พลังฟ้าดินพลิกตลบอยู่นาน ก่อนที่เนี่ยเทียนจะได้ ข้ามผ่านบานประตูแห่งหนึ่งออกมา
ในอาณาจักรที่ไม่มีใครรู้จักแห่งนี้ ท้องฟ้าเป็นสีเทาเหลือบเขียว มีแสง ดาวสีเทาขมุกขมัวเปล่งประกายระยิบระยับ
ฟ้าดินมีไอเย็นอึมครึม ไม่มีปราณวิญญาณอยู่แม้แต่เส้นเดียว เนี่ยเทียน ได้กลิ่นอากาศที่พอสูดเข้าไปในปอดแล้วทำให้เส้นประสาทของเขาชา ทำ ให้ไม่สบายตัวอย่างถึงที่สุด
เขาแค่โคจรสายเลือดในร่างตัวเองเล็กน้อย อากาศที่เข้าไปในร่างก็ถูก ชำระล้างจนสะอาด ไม่สามารถส่งผลกระทบใดๆ ต่อเขาได้
ประตูข้ามอาณาจักรสร้างอยู่ตรงหนองน้ำสีเขียวแวววาวแห่งหนึ่ง ด้านข้างมีผู้แข็งแกร่งที่พึ่งพาหวงจินหนันมารออยู่ก่อนแล้วหลายคน
สามคนในนั้นเนี่ยเทียนก็เคยเจอในนครสะเก็ดดาวมาก่อน ต่างก็เป็น แดนเอตทัคคะ!
พวกเขาคือคนที่มาถึงที่นี่เป็นกลุ่มแรก
ข้างเท้าของผู้แข็งแกร่งแดนเอตทัคคะทั้งสามมีศพวางอยู่มากมาย ศพ เหล่านั้นยาวหลายสิบเมตร ดูจากลักษณะภายนอกคล้ายกิ้งก่าที่มีผิวหนัง เป็นสีเทาเหลือบน้ำตาล มีหางยาวเหยียด
ศพพวกนั้นมองปราดๆ คล้ายกิ้งก่า แต่พอมองอย่างละเอียดถึงเห็นว่า ส่วนหัวของมันคล้ายคลึงกับเผ่ามนุษย์ มีตา หู จมูก ปาก
“เจ้าพวกนี้ก็คือประชากรดั้งเดิมที่อาศัยอยู่ที่นี่ พวกเราเรียกพวกเขาว่า เผ่ากิ้งก่า” หวงจินหนันชี้ไปยังศพพวกนั้นแล้วอธิบายให้เนี่ยเทียนฟัง “เผ่า กิ้งก่าพวกนี้ไม่มีบันทึกไว้ในคัมภีร์ของสำนักห้าธาตุเรา อาณาจักรแห่งนี้ก็ ไม่ใช่อาณาจักรใดๆ ที่พวกเราคุ้นเคย ดูเหมือนว่ามือของเผ่ามนุษย์จะยังไม่ เคยเอื้อมมาถึงจุดนี้”
“แต่กลับเป็นภูตผีปีศาจที่ในสมัยดึกดำบรรพ์เคยมาเยือนบ้างเป็น บางครั้ง เพียงแต่ว่าพวกภูตผีปีศาจที่มาที่นี่เหมือนจะไม่แข็งแกร่งมากพอ ถึงกลายเป็นฝ่ายถูกเผ่ากิ้งก่ากัดกินจนตาย ข้อมูลพวกนี้คนของข้าค้นเจอ จากความทรงจำในส่วนลึกจิตวิญญาณของพวกเขา”
“อย่าดูถูกเผ่ากิ้งก่าพวกนี้ จากความทรงจำของพวกเขาที่พวกเราได้มา ทำให้พวกเรารู้ว่านักรบที่แข็งแกร่งที่สุดของเผ่ากิ้งก่านี้มีพละกำลังที่น่า กลัวพอจะงัดข้อกับผู้แข็งแกร่งแดนเอตทัคคะของพวกเราได้เลย อีกอย่าง นักรบประเภทนี้ก็เหมือนจะมีมากถึงเจ็ดแปดคน”
“มีมากถึงเจ็ดแปดคน?” เนี่ยเทียนตะลึงงัน นักรบเผ่ากิ้งก่าที่ เทียบเคียงได้กับผู้แข็งแกร่งแดนเอตทัคคะมีมากขนาดนี้ นี่หมายความว่า ศักยภาพของสถานที่แห่งนี้แข็งแกร่งยิ่งกว่าดินแดนพงฟ้าเสียอีก
หากไม่มีหวงจินหนัน แล้วเขาพาจิ่งเฟยหยางเข้ามาที่นี่ หากไปเจอเข้า กับนักรบเผ่ากิ้งก่าที่แข็งแกร่งที่สุด ก็ไม่เท่ากับว่าพาชีวิตตัวเองมาทิ้งไว้ที่นี่ หรอกหรือ?
——