ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 947 เทพธิดาเปลวเพลิง
“ท่านเทพบุตร นี่ที่มีทั้งหมดสามอาณาจักร ประตูข้ามอาณาจักรที่พวก เราสร้างขึ้นมาเป็นเพียงแค่หนึ่งในนั้น”
“ที่ใช้ชีวิตอยู่ในสามอาณาจักรนี้ล้วนเป็นเผ่ากิ้งก่า ซึ่งอาณาจักรที่พวก เราอยู่ตอนนี้มีนักรบเผ่ากิ้งก่าที่แข็งแกร่งอยู่มากที่สุด”
“นักรบเผ่ากิ้งก่าที่พวกเราพบเจอในตอนนี้ล้วนค่อนข้างอ่อนแอ จึงถูก พวกเราสังหารไปหมดแล้ว นักรบเผ่ากิ้งก่าที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริงยังไม่ถูก ค้นพบ คนของเผ่ากิ้งก่าน่าจะยังไม่รู้การดำรงอยู่ของพวกเรา ทว่าไม่ช้าก็ เร็วนักรบเผ่ากิ้งก่าย่อมต้องสัมผัสได้ถึงความผิดปกติจากพวกนักรบที่ถูก พวกเราสังหารไป”
“พวกเรายังไม่ทันได้สำรวจทรัพยากรที่เกิดขึ้นจากอาณาจักรทั้งสาม แห่งนี้อย่างละเอียด”
“…”
ลูกน้องใต้บังคับบัญชาของหวงจินหนันบอกสถานการณ์ที่พวกเขา เข้าใจให้เขาฟัง
ดูเหมือนว่าตัวของหวงจินหนันเองก็เพิ่งจะเข้ามาในสถานที่เปลี่ยวร้าง อันเป็นอาณาจักรที่ไม่เคยถูกค้นพบแห่งนี้เป็นครั้งแรก ซึ่งจำเป็นต้องทำ ความเข้าใจกับสถานการณ์ให้ชัดเจนผ่านคำอธิบายของพวกลูกน้อง เสียก่อน
เนี่ยเทียนเองก็รับฟังอย่างตั้งใจ
นี่เป็นครั้งแรกที่เขามาสำรวจอาณาจักรแห่งใหม่ร่วมกับคนอื่น อาณาจักรแห่งนี้ยังมีนักรบเผ่ากิ้งก่าที่แข็งแกร่งอีกเจ็ดแปดคนซึ่งมีพลัง เทียบเคียงได้กับแดนเอตทัคคะของเผ่ามนุษย์ หากท่าไม่ดีขึ้นมา ผู้ แข็งแกร่งของดินแดนปราการ ดินแดนพงฟ้าที่อาจจะทยอยกันตามมาที่ หลังก็อาจจะต้องบาดเจ็บล้มตายกันเป็นจำนวนมาก
กว่าที่เขาจะสร้างความสงบสุขในสามดินแดนดวงดาวใหญ่ๆ ได้ไม่ใช่ เรื่องง่ายเลย หากการกรีฑาทัพไปนอกดินแดนครั้งแรกแล้วพาผู้แข็งแกร่ง ของแต่ละสำนักไปตายหรือบาดเจ็บ นี่คงสร้างความเสียหายให้กับชื่อเสียง ของเขาไม่น้อยเลยทีเดียว
หากเป็นเช่นนี้ วันหน้าที่เขาคิดจะสยบใจคนย่อมต้องยากกว่าเดิมอีก เยอะมาก
ขณะที่เขารับฟังพวกลูกน้องของหวงจินหนันอธิบายถึงความพิเศษของ อาณาจักรแห่งนี้ ประตูข้ามอาณาจักรที่พวกเขาเพิ่งข้ามผ่านมาก็มี ปฏิกิริยาตอบสนองอีกครั้ง
เขาจึงหันไปมองประตูข้ามอาณาจักรแห่งนั้นด้วยความมึนง
“มาแล้ว!” หวงจินหนันมีสีหน้าตื่นเต้น
“ฟิ้วๆๆ!”
มีเงาร่างอีกมากมายบินออกมาจากประตูข้ามอาณาจักรแห่งนั้น ผู้นำ คือหญิงสาวสวมชุดแดงที่หน้าตาธรรมดา ทว่าเรือนกายกลับสูงใหญ่
หญิงสาวคนนั้นมีตบะเป็นแดนว่างเปล่าช่วงต้น ปราณที่ไหลบ่าออกมา จากในร่างของนางคือเปลวเพลิงร้อนแรง
“ศิษย์พี่หญิง!” เมื่อหวงจินหนันเห็นนาง เขาก็ยิ้มจนตาหยี เห็นได้ชัด ว่าความสัมพันธ์ไม่เลวเลยทีเดียว “ยังนึกว่าท่านไม่ค่อยสนใจการยกทัพมา สำรวจอาณาจักรแห่งนี้เสียอีก”
“ศิษย์พี่หญิง… ” เนี่ยเทียนตะลึง แล้วจู่ๆ ก็พลันตั้งตัวได้ “เทพธิดา เปลวเพลิง!”
“เทพธิดา!”
“คารวะเทพธิดาเปลวเพลิง!”
พวกลูกน้องของหวงจินหนันพากันโค้งตัวคารวะ ท่าทางอ่อนน้อมถ่อม ตน
โหลวหงแยนพยักหน้ารับเบาๆ ถือเป็นการคารวะตอบ
หน้าตาหญิงสาวธรรมดา ทว่าดวงตากลับเจิดจ้าสดใสผิดปกติ ปาน ประหนึ่งมีอัญมณีโปร่งใสสองก้อนที่ช่วยเพิ่มเสน่ห์อันไม่ธรรมดาให้กับนาง
“เจ้าก็คือบุตรแห่งดวงดาวคนที่เจ็ด เนี่ยเทียนกระมัง?” เส้นสายตา ของโหลวหงแยนย้ายมาอยู่ที่เนี่ยเทียนเป็นคนสุดท้าย นางมองประเมินเนี่ย เทียนด้วยความสนใจพลางพูดว่า “เจ้าร้ายกาจไม่เบาเลยนี่นา ปัญหา ภายในของดินแดนปราการดวงดาวและดินแดนพงฟ้าสงบถึงได้เร็วขนาด นั้น ข้ายังได้ยินมาด้วยว่า เบื้องหลังของเจ้ามีผู้แข็งแกร่งแดนเทพเจ้าที่ เชี่ยวชาญวิชาเปลวเพลิงคอยหนุนหลัง อีกทั้งคนผู้นั้นยังไม่ใช่คนของ พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวอีกด้วย…”
เนี่ยเทียนหัวเราะเบาๆ หนึ่งที พูดเพียงแค่ว่า “คารวะเทพธิดาเปลว เพลิง”
โหลวหงแยนเข้าใจดีว่าทกุคนต่างก็มีความลับเป็นของตัวเอง จึงไม่ได้ ซักไซ้จนถึงรากถึงโคนเพื่อสร้างความลำบากใจให้กับอีกฝ่าย
ลูกน้องที่นางพามาด้วยก็มีสามคนที่เป็นแดนเอตทัคคะ ทว่าขอบเขตที่ แน่ชัดของแดนเอตทัคคะเหล่านั้น เนี่ยเทียนกลับแยกแยะไม่ออก
นอกจากแดนเอตทัคคะแล้ว ยังมีคนอีกสิบกว่าคนที่ต่างก็มีตบะเป็น แดนว่างเปล่า
ขอบเขตของตัวนางเองก็คือแดนว่างเปล่าช่วงต้น กลับเป็นคนที่ อ่อนแอที่สุด
ทว่าสายตาของลูกน้องทุกคนที่มองนางกลับเต็มไปด้วยความเคารพยำ เกรงอย่างจริงใจ
“ไหนลองเล่าสถานการณ์ที่พวกเจ้าเข้าใจมาสิ” โหลวหงแยนเอ่ย
หวงจินหนันเป็นคนอธิบายข้อมูลที่เพิ่งรู้จากปากของพวกลูกน้องให้ นางฟังด้วยตัวเองซ้ำอีกหนึ่งรอบ
เนี่ยเทียนเงียบกริบ ทว่าในใจกลับเต็มไปด้วยความขมขื่น “หากรู้แต่ แรกว่านางจะมาร่วมด้วย ข้าก็คงไม่มาแล้ว เมื่อนางอยู่ด้วย หากข้าใช้ เกราะมังกรเพลิง นางก็ต้องจับได้แน่นอน แถมยังมีความเสี่ยงที่นางจะรับ สัมผัสได้ถึงความกระวนกระวายของวิญญาณวัตถุที่อยู่ในแหวนเก็บของ”
“เพราะอย่างไรซะนางก็เป็นเจ้านายคนแรกของเกราะมังกรเพลิง แล้ว เกราะมังกรเพลิงก็คืออาวุธที่เจ้าสำนักธาตุไฟหลอมขึ้นเพื่อนางโดยเฉพาะ”
เนี่ยเทียนแอบใคร่ครวญ เกรงว่าแม้แต่วิชาลับที่บรรลุมาจากเทพยักษ์ คำฟ้าก็คงเอามาใช้ไม่ได้ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เทพธิดาเปลวเพลิงมองออกถึง เส้นสนกลในจนกระทั่งเดาได้ว่าเกราะมังกรเพลิงอยู่ในมือของเขา
“ทางฝ่ายของเนี่ยเทียนยังไม่มีพวกผู้ติดตามมาที่นี่ จำเป็นต้องใช้เวลา ในการรวมตัวกันเสียก่อน” หวงจินหนันกล่าว
“ทางฝ่ายของเขาค่อนข้างจะอ่อนแอสักหน่อย เท่าที่ข้ารู้มาดินแดนพง ฟ้ามีแดนเอตทัคคะแค่สี่คน อีกทั้งยังเป็นช่วงต้นทั้งหมด” โหลวหงแยนค รุ่นคิดอยู่พักหนึ่งถึงกล่าวว่า “นักรบเผ่ากิ้งก่าที่แข็งแกร่งที่สุดของ อาณาจักรแห่งนี้มีทั้งหมดกี่คน?”
“สี่คน” ลูกน้องของหวงจินหนันตอบ “นักรบเผ่ากิ้งก่าที่แข็งแกร่งที่สุด สี่คนนั้นอาศัยอยู่ในนครที่ใหญ่ที่สุดของอาณาจักรแห่งนี้ น้อยครั้งที่จะ ออกมาข้างนอก”
“มีแค่สี่คน” หงโหลวแยนเบ้ปาก “เอาอย่างนี้แล้วกัน ฉวยโอกาสที่ ร่องรอยของพวกเรายังไม่ถูกเปิดเผย และนักรบเผ่ากิ้งก่าที่แข็งแกร่งที่สุด ยังไม่มารวมตัวกัน พวกเราจัดการสี่คนนั้นก่อน เมื่อสี่คนนั้นตายไป ต่อให้ คนที่เหลือเดินทางมาจากอาณาจักรอื่นก็ยังไม่น่ากลัว”
เมื่อนางมาถึง สิทธิ์ในการควบคุมการกรีฑาทัพครั้งนี้จึงตกอยู่ในมือนาง ทันที
ขนาดหวงจินหนันยังไม่คัดค้าน
เนี่ยเทียนเดินทางมาคนเดียว พวกคนที่พึ่งพาเขาล้วนยังไม่มีใครตามมา แต่ต่อให้มาถึง เมื่อเทียบกับหวงจินหนัน และโหลวหงแยนแล้ว ศักยภาพ ของทางฝั่งเขาก็ยังอ่อนแอที่สุด ไม่มีสิทธิ์ที่จะพูดอะไรทั้งนั้น
เขาไม่ได้คัดค้านใดๆ อย่างคนที่รู้อะไรควรไม่ควร ให้สิทธิ์การวางแผน กับโหลวหงแยนเต็มที่
“ทิ้งแดนว่างเปล่าช่วงท้ายพวกนั้นไว้ที่นี่ให้คอยเฝ้าประตูข้าม อาณาจักร ส่วนพวกเราก็บุกไปยังนครของเผ่ากิ้งก่าอย่างเต็มกกำลัง ” โหลวหงแยนออกคำสั่ง “หากพบเจอเผ่ากิ้งก่าระหว่างทางก็ให้สังหารให้ หมด ห้ามเหลือไว้แม้แต่คนเดียว เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ข่าวเล็ดรอดออกไป จนเป็นเหตุให้นักรบเผ่ากิ้งก่าที่แข็งแกร่งที่สุดของอีกสองอาณาจักรมา รวมตัวกันอย่างรวดเร็ว”
นางออกคำสั่งทีละข้อ ทุกคนต่างก็พยักหน้าตอบรับแล้วเตรียมตัวใน ส่วนของใครของมัน
ไม่นานอาวุธวิเศษประเภทบินขนาดเล็กหลายลำก็ลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า
เรือดาราของเนี่ยเทียนเองก็อยู่ในกลุ่มอาวุธวิเศษประเภทบินเหล่านั้น ด้วย
ผู้แข็งแกร่งแดนเอตทัคคะหกคนรีบแผ่กระจายกระแสจิตวิญญาณที่ปก คลุมไปถึงรัศมีพันลี้หรืออาจมากกว่านั้นออกไปรับสัมผัสการเคลื่อนไหว ทางจิตวิญญาณทันที เพื่อค้นหาคนของเผ่ากิ้งก่าอย่างละเอียดโดยไม่เว้น แม้แต่คนเดียว
อาวุธวิเศษประเภทบินทะยานออกไปโดยมีกระแสจิตวิญญาณของผู้ แข็งแกร่งแดนเอตทัคคะนำทาง ทุกคนมุ่งหน้าไปยังนครที่ใหญ่ที่สุดของเผ่า กิ้งก่า
ระหว่างทางมีเผ่ากิ้งก่ากลุ่มเล็กๆ ถูกค้นพบประปราย
นักรบเผ่ากิ้งก่าเหล่านั้นล้วนมีสายเลือดต่ำกว่าระดับหก เมื่อมาอยู่ใน เงื้อมมือของฝูงหมาป่าอย่างสำนักห้าธาตุ นักรบเผ่ากิ้งก่าสายเลือดระดับ หกจึงแทบไม่ต่างจากมดเล็กๆ ตัวหนึ่ง
นักรบเผ่ากิ้งก่ากลุ่มเล็กๆ ทยอยกันถูกกวาดล้าง ไม่สามารถถ่วงเวลา พวกเขาได้แม้แต่นาทีเดียว
ระหว่างทางพวกเขาผ่านหมู่บ้านของเผ่ากิ้งก่าอีกหลายแห่ง และใน หมู่บ้านเหล่านั้นก็ค้นเจอวัตถุดิบวิเศษที่มีมูลค่าจำนวนไม่น้อย อาณาจักร แห่งนี้มีหนองบึงเยอะมาก และในหนองบึงหลายแห่งก็ยังมีหญ้าวิเศษหาได้ ยากที่มีบันทึกไว้ในคัมภีร์ของสำนักห้าธาตุถือกำเนิดขึ้นมา
และวันนี้ อาวุธวิเศษประเภทบินทั้งกลุ่มก็บินมาถึงภูเขาสีเขียวลูกหนึ่ง
หวงจินหนันหยิบเอาวัตถุวิเศษที่ใช้สำรวจสายแร่ออกมาจากในแหวน เก็บของ
วัตถุนั้นมีลักษณะเป็นถาดสีเงิน ด้านบนสลักตัวอักษรเล็กกระจิดริด เอาไว้แน่นขนัด ตัวอักษรทุกตัวต่างก็เป็นตัวแทนของวัตถุดิบวิเศษและหิน แร่จำนวนมากที่แตกต่างกัน
“ถาดวิเศษชิ้นนี้สามารถตรวจสอบหาหินแร่และหินวิเศษจำนวนมาก ได้”
เห็นเขามีท่าทางใคร่รู้ หวงจินหนันก็อธิบายง่ายๆ ด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะ ตั้งใจปรับถาดเงินชิ้นนั้นต่อไป
เข็มลักษณะเป็นผลึกใสชิ้นหนึ่งที่อยู่บนถาดเงินเต้นระริกอย่างต่อเนื่อง สุดท้ายชี้ไปยังอักษรตัวเล็กๆ ไม่กี่ตัว
หวงจินหนันพลันมีสีหน้าตื่นเต้น อุทานด้วยความตกตะลึง “สายแร่หิน อัคคีทอง!”
หินอัคคีทองคือวัตถุดิบวิเศษระดับสูง สามารถเอามาสร้างเรือรบทาง ช้างเผือก สร้างอาวุธที่แหลมคม และผู้ที่ฝึกวิชาธาตุทองยังสามารถดึงพลัง แห่งทองออกมาจากในหินอัคคีทองได้อีกด้วย
ซึ่งเรือรบทางช้างเผือกของหวงจินหนันที่จอดอยู่ในอาณาจักรวอหลิวก็ สร้างมาจากหินอัคคีทองเช่นกัน
ภูเขาสีเขียวลูกนี้สูงหลายพันเมตร มีหินอัคคีทองอยู่เป็นจำนวนมาก เมื่อขุดออกมาแล้วสามารถสร้างเรือรบทางช้างเผือกขนาดเท่ากับของหวง จินหนันได้ถึงสี่ห้าลำ สามารถเพิ่มศักยภาพและรากฐานให้หวงจินหนันได้ มาก ก็ไม่แปลกที่เขาจะตื่นเต้นขนาดนี้
“สายแร่หินอัคคีทองหรือ…” โหลวหงแยนมีท่าทางผิดหวังเล็กน้อย
“กริ้งๆๆ!”
จู่ๆ ก็มีเสียงเร่งร้อนดังออกมาจากถี่ๆ จากในกำไลตรงข้อมือซ้ายของ หวงจินหนัน
หวงจินหนันตะลึง รีบวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้รับมาทันที
ครู่หนึ่งเรือนกายที่สูงใหญ่ของเขาก็พลันสั่นเทิ้มไม่หยุด
“เกิดเรื่องอะไรขึ้น?” เห็นท่าทางของเขา โหลวหงแยนก็รู้สึกไม่สบาย ใจอย่างยิ่งยวด “เป็นข่าวที่ส่งมาจากคนที่เฝ้าประตูข้ามอาณาจักรหรือ?”
เสียงเร่งร้อนเมื่อครู่นี้ขาดหายไปกลางคัน ไม่ว่าหวงจินหนันจะส่ง ข้อความไปอย่างไรก็ไม่มีการตอบกลับ
“ศิษย์พี่หญิง มีเผ่ากิ้งก่าโจมตีประตูข้ามอาณาจักรบานนั้น ประตูข้าม อาณาจักรบานนั้นพังทลายไปแล้ว ลูกน้องของข้าทุกคนที่เฝ้าอยู่ตายเกลี้ยง คนสุดท้ายที่รอดชีวิตมาได้ ได้แต่รีบส่งข่าวมา ก่อนที่เขาจะถูกฆ่าตาย ” หวงจินหนันสีหน้าไม่น่ามองอย่างถึงที่สุด “คนที่ลงมือคือนักรบเผ่ากิ้งก่า สายเลือดระดับเก้าสองคนที่มีพลังเทียบเคียงกับแดนเอตทัคคะ!”
“ว่าไงนะ?!”
——