ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 957 ผู้บุกเบิกทางสายเลือด!
หยางฝานมองเห็นว่าเนื่องจากขอบเขตของเนี่ยเทียนต่าเกินไป ต่อให้ สร้างดวงตาดาราขึ้นมาได้ แต่ก็ไม่สามารถมองเห็นสิ่งใด
เมื่อจบค่าพูดของเขา ทุกคนที่หนีออกมาจากอาณาจักรของเผ่ากิ้งก่าก็ เปลี่ยนมาเป็นตื่นตระหนกทันควัน
ด้วยตบะแดนเอตทัคคะของหยางฝานแล้ว ความเร็วของเขายังสามารถ เพิ่มขึ้นได้อีกระดับ ซึ่งนั่นจะท่าให้พวกแดนว่างเปล่าถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
แต่แน่นอนว่าพวกเขาไม่มีทางท่าเช่นนั้น
เพราะขนาดหยางฝานก็ยังบอกชัดแล้วว่าต่อให้รวมเขาสองคนเข้า ด้วยกันก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของผู้เฒ่าเผ่ากิ้งก่าคนนั้น หากแดนว่างเปล่าถูกไล่ ฆ่า ผลลัพธ์จะออกมาเป็นเช่นไร เพียงแค่ขยับหัวนิ้วโป้งเท้าก็ยังพอจะ จินตนาการออกได้
ด้วยเหตุนี้แดนเอตทัคคะอย่างพวกหยางฝานจึงไม่ได้เพิ่มความเร็วให้ ถึงขีดสูงสุด แต่รักษาความเร็วให้เท่ากับพวกแดนว่างเปล่า
ครึ่งวันต่อมา
ผู้แข็งแกร่งเขตดินแดนทั้งกลุ่มก็ลอดผ่านทางช้างเผือกมาถึงต่าแหน่งที่ หวงจินหนันบอกว่าเคยมีจุดลับห้วงมิติปรากฏ
“น่าจะแถวๆ นี้แหละ” หวงจินหนันรู้สึกกระวนกระวายเล็กน้อย เขา กล่าวพร้อมยิ้มเจื่อน “พื้นที่รอบด้านล้วนผ่านการตรวจสอบอย่างละเอียด จากลูกน้องคนนั้นของข้า แต่เขาก็ยังหาจุดลับห้วงมิติที่ล่องลอยนั่นไม่พบ
หากมันยังอยู่ก็น่าจะลอยห่างไปไกลแล้ว คงได้แต่อาศัยจุดนี้เป็นจุดตั้งต้น แล้วเริ่มท่าการส่ารวจเป็นวงกว้าง”
“เขามาถึงแล้ว” หยางฝานเอ่ยเสียงหนัก
ดินแดนแต่ละแห่งจัดเรียงกันเป็นแถว แดนเอตทัคคะหกท่านอยู่หน้า สุด
ผู้แข็งแกร่งแดนว่างเปล่าหลายคนซึ่งรวมถึงโหลวหงแยนต่างก็อยู่ ด้านหลัง
“พวกเจ้าดูแลเนี่ยเทียนด้วย!”
หยางฝานตะโกนเสียงดัง โซ่สายฟ้าที่รัดพันเรือดาราไว้พลัน สั่นสะเทือน
เรือดาราทะยานออกมา
“ฟิ้ว!”
เรือดารากลายมาเป็นสายฟ้าเส้นหนึ่งที่ถูกดินแดนเปลวเพลิงโหลว หงแยนรับเอาไป ซึ่งมันไปจอดลอยนิ่งอยู่เหนือภูเขาไฟมายา
มีสะเก็ดเปลวเพลิงบินออกมาสกัดกั้นเศษซากพลังงานที่ล่องลอยอยู่ทั่ว ทุกมุมในทางช้างเผือก
เนี่ยเทียนยังไม่จ่าเป็นต้องใช้เรือดาราและพลังงานของร่างตัวเอง เพียง ลอยตัวอยู่ในแดนว่างเปล่าของโหลวหงแยนนิ่งๆ
แล้วจู่ๆ ผู้เฒ่าเผ่ากิ้งก่าที่เคยปรากฏตัวในภาพสะท้อนของสมองเนี่ย เทียนพลันเผยกายกะทันหัน
“เผ่ามนุษย์!”
เมื่อเขามาถึงก็เห็นแดนเอตทัคคะหกคนที่เรียงแถวกันในทันใด จึง ตะโกนเดือดดาลด้วยภาษาเผ่ามนุษย์ที่คุ้นเคยเป็นอย่างยิ่ง
นี่ก็คือจุดที่ท่าให้เขาแตกต่างไปจากเผ่ากิ้งก่าคนอื่นๆ
นับตั้งแต่ที่ทุกคนมาเยือนที่แห่งนี้ก็ไม่เคยเห็นเผ่ากิ้งก่าพูดภาษามนุษย์ มาก่อน
แต่พอเขาปรากฏตัวกลับท่าลายความเข้าใจที่ทุกคนมีต่อเผ่ากิ้งก่าไป อย่างสิ้นเชิง ท่าให้พวกเขาเข้าใจว่าผู้ไม่ธรรมดาของเผ่ากิ้งก่าคนนี้ไม่ได้เก็บ ตัวอยู่ในพื้นที่ป่าเถื่อนแห่งนี้อย่างเดียวเท่านั้น เขาต้องเคยเดินทางไปทั่ว สามอาณาจักรใหญ่ของดินแดนเผ่ากิ้งก่า แล้วก็เคยไปสัมผัสกับโลก ภายนอกมาก่อน ถึงได้สามารถพูดภาษาคนได้อย่างชัดเจนถึงขนาดนี้
ผู้เฒ่าสวมผ้าป่านหยาบๆ เส้นผมถูกมัดเป็นมวย ดวงตาของเขาเขียว มันขลับคล้ายมีไฟผีพุ่งใต้เต้นระริกอยู่ในนั้น
กระดูกสีเทาเหลือบเขียวยาวสิบกว่าเมตรท่อนหนึ่งพลันลอยออกมา จากชายแขนเสื้อของผู้เฒ่า
บนกระดูกท่อนนั้นมีลวดลายสีเลือดที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ไม่รู้ว่ามา จากสัตว์โบราณชนิดไหน เต็มเปี่ยมไปด้วยปราณแห่งความดุดันกระหาย เลือด มองดูคล้ายอาวุธชิ้นหนึ่ง
“รู้จักใช้อาวุธด้วยหรือนี่ เผ่ากิ้งก่าคนนี้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ” เนี่ยเทียน พูดด้วยน้่าเสียงตกตะลึง
“ฟั่บ!”
กระดูกยาวสิบกว่าเมตรพลันแทงสวบออกมา
เสียงแหลมสะเทือนแก้วหูส่งออกมาจากกระดูกท่อนนั้นคล้ายเสียงมาร ร้ายสยบวิญญาณ แล้วก็คล้ายเสียงของสิ่งมีชีวิตบรรพกาลเก่าแก่ที่สูญพันธ์ ไปแล้วซึ่งก่าลังกัดแทะกระดูกหัวกะโหลกของสิ่งมีชีวิตอย่างอื่น ฟังดูแล้ว น่าขนลุกขนพองไม่น้อย
ล่าพังเพียงแค่เสียงที่ส่งออกมาก็ท่าให้เนี่ยเทียนชาไปทั้งหนังหัว ใน สมองมีภาพมายามากมายลอยขึ้นมา
ภาพมายายเหล่านั้นคือภาพของสิ่งมีชีวิตลึกลับบางอย่างที่เรือนกาย ใหญ่มหึมาจนสามารถแทะกินกระดูกของเทพยักษ์ค้่าฟ้า สัตว์โบราณ และ มังกรยักษ์ได้ สิ่งมีชีวิตมโหฬารนั่นรูปร่างพร่าเลือนไม่แน่ชัด ทว่าเรือนกาย ของมันกลับใหญ่จนน่าเหลือเชื่อ!
จุดลึกในจิตวิญญาณของเขาคล้ายนาบประทับภาพเรือนกายพร่าเลือน ของสิ่งมีชีวิตมโหฬารนั่นลงไป
เนี่ยเทียนพลันเกิดความหวาดกลัวลนลาน ราวกับว่าความหวาดกลัวที่ อยู่ในจุดลึกของวิญญาณสิ่งมีชีวิตมากมายได้ถูกวาดเค้าโครงขึ้นมาในสมอง ของเขา
สิ่งมีชีวิตใหญ่โตนั้นลอดทะลวงไปทั่วทางช้างเผือก เรือนกายของมัน ใหญ่พอๆ กับอาณาจักรแห่งหนึ่ง ทั้งยังสามารถข้ามผ่านดินแดนดวงดาว แห่งหนึ่งไปได้ในเวลาเพียงครู่สั้นๆ ใหญ่โตกว่าและเร็วกว่าเรือรบทาง ช้างเผือกของเผ่ามนุษย์และชนต่างเผ่าไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า
เดิมทีเขานึกว่าภาพมายานี้เกิดขึ้นในสมองของทุกคน
แต่พอเขากุมหัวมองไปรอบด้านกลับพบว่ามีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่ เป็นเช่นนี้
แดนเอตทัคคะและแดนว่างเปล่าคนอื่นมีสีหน้าเลื่อนลอย ราวกับว่า เสียงหวีดแหลมนั่นแค่สร้างความปวดร้าวให้กับแก้วหูพวกเขา แต่ไม่ได้มี ภาพมายาอย่างที่เนี่ยเทียนเห็นลอยขึ้นมาในสมองของพวกเขา
“ฟู่วๆ!”
ในมหาสมุทรจิตวิญญาณของเนี่ยเทียน จิตวิญญาณแห่งดวงดาวเก้า ดวงส่องประกายแสงอย่างพร้อมเพรียงกัน แล้วละลายภาพมายาน่ากลัว เหล่านั้นไปจนหมดคล้ายน้่าแข็งที่ถูกไฟหลอมละลาย
เขาพลันหันไปมองโหลวหงแยน ตวาดดัง “เจ้า เจ้าได้เห็นอะไรหรือ เปล่า?”
โหลวหงแยนมีสีหน้ามึนงง ถามกลับว่า “อะไร?”
ขณะที่เนี่ยเทียนก่าลังจะอธิบาย จู่ๆ ผู้เฒ่าเผ่ากิ้งก่าคนนั้นก็ใช้สายตา ประหลาดใจจ้องมาที่เขาเขม็ง “เจ้า…”
และเวลานี้เอง กระดูกที่ยาวแค่สิบกว่าเมตรเส้นหนั้นก็ได้ลอดทะลวง ดินแดนสายฟ้าของหยางฝานมาแล้ว
สายฟ้านับพันนับหมื่นเส้นคละเคล้าไปกับเสียงฟ้าร้องพากันโจมตีไปยัง กระดูกท่อนนั้น
ลายเส้นสีเลือดธรรมชาติที่อยู่ในจุดลึกของกระดูกเลื้อยขยุกขยิกอย่าง บ้าคลั่งราวกับงู
แสงสีเลือดเจิดจ้าส่องสว่างกลบทับฟ้าดิน พริบตาเดียวก็ปกคลุมทับ ดินแดนสายฟ้าของหยางฝานไว้จนมิด
ดูเหมือนว่าแสงสีเลือดจะมีจิตส่านึกที่แฝงเร้นความลี้ลับของสายเลือด มันจึงท่าลายสายฟ้าที่อยู่ในดินแดนสายฟ้าของหยางฝานให้สลายไปทีละ เส้น
เพียงแค่ครู่เดียวนี้ ดินแดนสายฟ้าของหยางฝานของเหมือนเกิดลางว่า จะแตกออกจากกัน
หยางฝานร้องอึกอักอยู่ในล่าคอ มือท่ามุทราเปลี่ยนแปลงวิชา หยิบเอา แส้ขนาดใหญ่ยักษ์ที่เกิดจากการรวมตัวกันของสายฟ้าเส้นหนึ่งออกมา
“แส้เทพสายฟ้า!”
เมื่อแส้ฟาดโบย พลังสายฟ้าก็ไหลบ่าออกมาอย่างบ้าคลั่ง
สายฟ้าที่แลบปลาบและเสียงฟ้าร้องค่ารณในดินแดนสายฟ้าของเขาพา กันไปรวมตัวอยู่ที่แส้ยาวจนหมด
แส้นั้นเหมือนทวยเทพที่ควบคุมสายฟ้า เป็นอาวุธล้่าค่าที่ลงโทษสรรพ ชีวิต สาดพลังสายฟ้าท่าลายล้างที่ท่าให้อาณาจักรขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง แตกแยกออกมาฟาดโบยใส่ท่อนกระดูกมหัศจรรย์ท่อนนั้นครั้งแล้วครั้งเล่า
ทว่าจู่ๆ ท่อนกระดูกก็กลายมาเป็นบึงน้่าสีเลือดแดงฉาน ลายเส้นสี เลือดแต่ละเส้นยิ่งเปลี่ยนมาเป็นมีชีวิตชีวิต แผ่อานุภาพบางอย่างที่คล้าย กับเคยกวาดล้างสรรพชีวิตในทางช้างเผือกออกมา
“ปังๆๆๆ!”
แสงสีเลือดสาดกระเซ็น สายฟ้าแต่ละเส้นระเบิดออก แสงสายฟ้าถูก ฟาดฟันให้ขาดกระจุย
ดินแดนสายฟ้าของหยางฝานเหมือนโลกสายฟ้าที่ถูกชนต่างเผ่ารุกราน จนค่อยๆ ปริแตก
“ช่วยข้าหน่อย!”
ขนาดหยางฝานผู้ภาคภูมิใจในตัวเองก็ยังรู้สึกกดดันลึกล้่าคล้ายมีภูเขา ลงมากดทับ จ่าต้องเอ่ยปากขอความช่วยเหลืออย่างห้ามไม่ได้
ผู้แข็งแกร่งแดนเอตทัคคะอีกห้าคนที่เหลือมีสามคนที่เอาดินแดน ห่อหุ้มร่างตัวเองแล้วรุมโจมตีผู้เฒ่าคนนั้นจากสามทิศทาง
อีกสองคน คนหนึ่งใช้ธารสวรรค์ผลึกใสของดินแดนแห่งน้่า พกพาเอา ความอ่อนโยนของพลังน้่ามุดลอดเข้ามาในดินแดนสายฟ้าของหยางฝาน และยังมีอีกคนหนึ่งที่เปลี่ยนแรงโน้มถ่วงของพื้นดิน บิดเบือนห้วงมิติให้กด ทับเข้าไปยังกระดูกท่อนนั้น
“เวทลับสายเลือด! อาวุธ! หากไอ้หมอนี่เลื่อนเป็นต้าจุนระดับสิบ เมื่อไหร่ เผ่ากิ้งก่าทุกคนก็มีหวังที่สายเลือดจะได้เลื่อนขั้นด้วย! ” ในที่สุด โหลวหงแยนก็ตื่นตระหนกขึ้นมาบ้างแล้ว นางหันไปอธิบายให้เนี่ยเทียนฟัง “ผู้ที่ท่าลายพันธนาการของสายเลือด ฝ่าทะลุขีดจ่ากัดสูงสุดของสายเลือด เวทลับสายฟ้าที่เขาบรรลุได้ พรสวรรค์ทางสายเลือดที่ฟื้นตื่นขึ้นมาล้วนจะ ส่งผลกระทบต่อเผ่ากิ้งก่าแต่ละรุ่น”
“ความรู้ของเขาจะนาบประทับเข้าไปในสายเลือดของเผ่ากิ้งก่าทุกตัว ด้วยวิธีที่ตอนนี้พวกเรายังไม่เข้าใจ”
“เมื่อสายเลือดของเผ่ากิ้งก่าทุกตัวสูงขึ้นก็มีความเป็นไปได้ที่พวกเขาจะ บรรลุเวทลับทางสายเลือด แปรสภาพเปลี่ยนมาเป็นพรสวรรค์ทาง สายเลือดของตัวเอง!”
“ชนต่างเผ่า ขอแค่มีต้าจุนสายเลือดระดับสิบถึงจะใช้สายเลือดของ ตัวเองสร้างอิทธิพลให้กับทั้งเผ่าพันธุ์ได้!”
โหลวหงแยนมิอาจสงบนิ่งได้อีกต่อไป “ไอ้หมอนี่ต้องเคยเดินทางไป หลายดินแดนแน่นอน เขาเชี่ยวชาญภาษามนุษย์ เกรงว่าก็น่าจะมีการ ติดต่อกับชนต่างเผ่าอื่นๆ ด้วย ตอนนี้เขาย้อนกลับมาที่เผ่าของตัวเอง ตาม หาวิธีการแปรสภาพสู่สายเลือดระดับสิบก็เพื่อท่าให้เผ่ากิ้งก่าเจริญรุ่งเรือง เมื่อเขาท่าได้ส่าเร็จ!”
“เมื่อเขาท่าได้ส่าเร็จ อารยธรรมของเผ่ากิ้งก่าก็จะถูกผลักดันไปก้าว ใหญ่! พวกคนในเผ่าที่ก่อนหน้านี้ไม่เข้าใจความลี้ลับของสายเลือด ท่าได้ เพียงใช้ปราณเลือดที่เปี่ยมล้นมาต่อสู้ ก็จะพากันกระจ่างแจ้งถึงความ มหัศจรรย์ที่แท้จริงของสายเลือด รู้จักใช้เวทลับ ปลุกพรสวรรค์ทาง สายเลือดให้ฟื้นตื่น พลังการต่อสู้เพิ่มขึ้นพรวดพราดในชั่วพริบตา!”
ยามที่นางอธิบายความลับทางสายเลือดให้เนี่ยเทียนฟังอย่างละเอียด นักรบเผ่ากิ้งก่าสายเลือดระดับเก้าแปดคนก็ทยอยกันปรากฏตัว
สายตาของเผ่ากิ้งก่าแปดตัวที่ยังไม่สละเรือนกายกิ้งก่าใหญ่โต ไม่ได้ วิวัฒนาการมามีรูปร่างเป็นเหมือนเผ่ามนุษย์ที่มองมายังผู้เฒ่าเต็มไปด้วย ความเคารพเลื่อมใสอย่างบ้าคลั่ง
ในสายตาของพวกเขา ผู้เฒ่าคนนั้นก็คือทวยเทพของพวกเขา คือผู้ บุกเบิกทางสายเลือดของพวกเขา!
“ล่าบากแล้ว” หวงจินหนันปวดหัวอย่างถึงที่สุด “มาอีกแปดตัวแล้ว ทั้งยังเป็นสายเลือดระดับเก้า รออีกเดี๋ยวก็ต้องมีเผ่ากิ้งก่าสายเลือดระดับ แปดตามมาอีกแน่ๆ”
“เทพบุตร! เทพธิดา! ศึกนี้โอกาสที่จะชนะมีน้อยนิด พวกเจ้ารีบหา โอกาสหนีไปเถอะ!” หยางฝานตะโกนเสียงดัง
ขนาดผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดยังบอกให้พวกเขาหนีไป นี่หมายความว่าเขาไม่ มีความมั่นใจแม้แต่นิดเดียว
เนี่ยเทียนเองก็จ่าต้องพิจารณาว่าควรจะใช้วิธีการใดถึงจะรักษาชีวิต ของตัวเองและหลีกพ้นการไล่ฆ่าของเผ่ากิ้งก่าที่จะตามมาทีหลังได้
——