ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 959 ท่อนกระดูกลึกลับ
“เอ๊ะ! เกิดเรื่องอะไรขึ้น?”
เนี่ยเทียนก้มลงมองหัวใจที่เต้นกระหน่าของตัวเองด้วยสีหน้าแปลกใจ
เวลานี้ ภูเขาไฟ ทะเลเพลิง ธารเปลวเพลิงทั้งหมดในดินแดนเปลวเพลิง ที่สามารถน่าพลังงานความร้อนมาให้โหลวหงแยนหายไปเกลี้ยงหมดแล้ว
ดินแดนของนางเองก็แตกกระจัดกระจาย
เลือดลมมากมหาศาลไหลบ่าออกมาจากในกระดูกท่อนนั้น ปราณของ ความบ้าคลั่ง กระหายเลือดอบอวลเต็มไปทั่วทั้งดินแดน ท่าให้ดินแดน เปลวเพลิงกลายมาเป็นมหาสมุทรสีเลือด
“ตูม!”
แถบผ้าสีสดที่รวบรวมความมหัศจรรย์นับพันนับหมื่นของเปลวเพลิง เอาไว้ และยังมีแสงกับความร้อนที่กลุ่มแสงดวงอาทิตย์ปลดปล่อยออกมา ต่างก็พากันโจมตีลงไปยังกระดูกท่อนนั้น
พริบตาเดียวพลังงานความร้อนไร้ที่สิ้นสุดและจิงชี่เลือดเนื้ออุดม สมบูรณ์สุดขีดก็ระเบิดออกมาพร้อมกัน
ความมหัศจรรย์ของเปลวเพลิง และปราณพลุ่งพล่านที่แฝงเร้นอยู่ในจิง ชี่เลือดเนื้อพลันปะทะเข้าหากันซ้่าแล้วซ้่าเล่า ก่อกลายมาเป็นคลื่น กระเพื่อมที่น่ากลัว
เรือดาราของเนี่ยเทียนถูกแสงสีเลือดเส้นหนึ่งกระแทกใส่ พริบตาเดียว ก็หลุดกระเด็นออกมาไกลจากโหลวหงแยน พุ่งกระเด็นไปยังทางช้างเผือก ไร้ที่สิ้นสุดซึ่งอยู่ด้านหลัง
เสียงระเบิดตูมตามดังออกมาจากในแถบผ้าเส้นนั้นของโหลวหงแยน ตัวโหลวหงแยนเองกลายมาเป็นมนุษย์ไฟที่รอบกายมีเปลวเพลิงคล้ายผีเสื้อ เริงระบ่าลุกท่วม
จู่ๆ แถบผ้าสีสดที่แผ่ขยายไปยาวหลายร้อยเมตรก็พลันหดเล็กลงอย่าง รวดเร็ว
โหลวหงแยนร้องอึกอักอยู่ในล่าคอ เลือดสดสีแดงฉานทะลักทลาย ออกมาจากปากของนางอย่างที่มิอาจควบคุม
“ฟิ้ว!”
แถบผ้าสีสดคล้ายงูสีเลือดเส้นหนึ่งที่หายวับเข้าไปในร่างของนาง
กระดูกของสัตว์ลึกลับชิ้นนั้นกลับกลายมาเป็นสายฟ้าเส้นหนึ่งที่พุ่งตรง เข้ามา
“เทพธิดา!”
“ศิษย์พี่หญิง!”
ผู้แข็งแกร่งแดนว่างเปล่าทุกคนที่อยู่ใกล้เคียงรวมไปถึงหวงจินหนันต่าง ก็ร้องอุทานเสียงหลง สีหน้าหวาดหวั่น
ทิศทางที่กระดูกบินไปหา ชัดเจนว่าคือโหลวหงแยน พออาวุธล้่าค่า เชื่อมโยงวิญญาณธาตุไฟชิ้นนั้นของนางท่าการโจมตีหนึ่งครั้งก็หดกลับเข้า
ไปในร่างกายของนางอย่างรวดเร็ว หมายความว่าอาวุธล้่าค่าธาตุไฟชิ้นนั้น ก็ยังมิอาจต้านทานอานุภาพของกระดูกท่อนนั้นได้
ผู้ฝึกลมปราณแดนว่างเปล่าช่วงท้ายที่ฝึกธาตุพืชหญ้าก็ดินแดนแตก ทลายในเสี้ยววินาที เรือนกายดับสลาย เหลือเพียงจิตวิญญาณที่เผ่นหนีไป
ต่อให้แดนว่างเปล่าคนที่เหลือคิดจะช่วยสกัดกั้นให้ ก็มิอาจต่อกรกับ กระดูกท่อนนั้นได้อยู่ดี
ดูเหมือนว่าทุกคนต่างก็พอจะจินตนาการได้ว่านาทีถัดมา กระดูกของ สัตว์ลึกลับชิ้นนั้นจะทะลวงร่างของโหลวหงแยน และสังหารนางทิ้ง
“ผิดปกติ!”
หวงจินหนันพลันมองออกถึงเส้นสนกลใน จึงรีบร้องตะโกนเสียงดัง “เนี่ยเทียนระวัง!”
ขณะที่กระดูกสีเทาเหลือบเขียวชิ้นนั้นพุ่งเข้าใกล้โหลวหงแยน จนโหลว หงแยนสิ้นหวังไร้เรี่ยวแรง แต่จู่ๆ มันกลับเปลี่ยนทิศทางการบินกะทันหัน
“สวบ!”
ครู่หนึ่งหลังจากนั้น กระดูกยาวสิบกว่าเมตรท่อนนั้นก็แทงผ่านช่วงเอว เนี่ยเทียนไปปรากฏอยู่ด้านหลังของเขา
“เนี่ยเทียน! เป็นเนี่ยเทียนไปได้อย่างไร?”
“เป้าหมายที่แท้จริงที่ผู้เฒ่าเผ่ากิ้งก่าคนนั้นคิดสังหารคือเนี่ยเทียนหรือ นี่!”
“ไม่ได้ลงมือกับเทพธิดา แต่กลับเลือกสังหารเนี่ยเทียนที่มีตบะแค่เขตลี้ ลับ นี่มันเรื่องอะไรกันแน่?”
ผู้แข็งแกร่งแดนว่างเปล่าทุกคน รวมไปถึงพวกแดนเอตทัคคะอย่างห ยางฝานที่ก่าลังรับมือกับนักรบเผ่ากิ้งก่าสายเลือดระดับเก้าต่างก็มีสีหน้า มึนงง ไม่เข้าใจการกระท่าของผู้เฒ่าเผ่ากิ้งก่าคนนั้น
มุมหนึ่งของทางช้างเผือกอันมืดมิด ผู้เฒ่าเผ่ากิ้งก่าใช้สายตาเย็นเยียบ จ้องเขม็งไปที่เนี่ยเทียน ก่อนจะตวาดด้วยภาษาเผ่ามนุษย์ “เจ้า ไม่ เหมือนกับทุกคน! สายเลือดของเจ้า จิตวิญญาณของเจ้าล้วนผิดปกติจาก คนทั่วไป!”
กล่าวจบเขาก็บินจากพื้นที่ที่หยางฝานและจ้าวเหิงอยู่ ตรงดิ่งเข้าไปหา เนี่ยเทียน
“ฟิ้ว!”
เรือดาราที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าของเนี่ยเทียนถอยไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว คล้ายสายฟ้าที่แหวกอากาศ
กระดูกท่อนที่แทงทะลุหน้าท้องของเขาไปมีปราณเลือดลมที่กระหาย เลือดและบ้าคลั่งไหลทะลักออกมา คล้ายต้องการจะบดขยี้เลือดเนื้อและ อวัยวะภายในของเขาให้แหลกลาญ
“ตึกๆๆ! ตึกๆๆ!”
หัวใจดวงนั้นของเนี่ยเทียนเต้นกระหน่าอย่างบ้าคลั่งคล้ายเสียงลั่น กลองศึก
ปราณเลือดสีเขียวที่นาบประทับสัจธรรมแห่งชีวิตซึ่งขดตัวอยู่ในหัวใจ ของเนี่ยเทียนยังไม่สามารถแปรสภาพได้ส่าเร็จ ทว่าโซ่ผลึกสายเลือดแต่ละ เส้นที่กลับส่องแสงเปล่งประกาย
แก่นเลือดแห่งชีวิตแต่ละหยดซึ่งคล้ายอัญมณีสีแดงพลันบินออกมาจาก หัวใจของเขาราวดวงดาวลึกลับ
แก่นเลือดแห่งชีวิตสิบหยดลอยออกมากะทันหัน แล้วหยดลงไปยัง ปลายหน้าสุดและปลายหลังสุดของท่อนกระดูกสิ่งมีชีวิตลึกลับนั่น
“ฟู่วๆ!”
แก่นเลือดแห่งชีวิตหยดหนึ่งหยดลงบนท่อนกระดูกที่อยู่ตรงหน้าเนี่ย เทียน ลายเส้นสีเลือดที่เห็นได้ชัดเจนบนกระดูกพลันกระเพื่อมรุนแรงคล้าย ภูเขาไฟที่ระเบิดปะทุ
ลายเส้นสีเลือดเลื้อยขยุกขยิกคล้ายสิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญา เอาแต่ ดูดกลืนแก่นเลือดแห่งชีวิตของเนี่ยเทียนอย่างมัวเมาไม่สนใจสิ่งใด
เนี่ยเทียนหันกลับไปมองท่อนกระดูกที่แทงทะลุหน้าท้องของเขาโผล่ไป ด้านหลัง
มีแก่นเลือดแห่งชีวิตอีกหลายหยดที่สาดร่วงลงไปแล้วผสานรวมเข้า ด้านในของกระดูกท่อนนั้นอย่างรวดเร็ว
ลายเส้นสีเลือดในกระดูกยังคงกลืนกินแก่นเลือดแห่งชีวิตพวกนั้นอย่าง ต่อเนื่อง
พอได้รับแก่นเลือดแห่งชีวิตหยดลงไปและลายเส้นสีเลือดท่าการกลืน กิน สีสันของกระดูกสีเทาเหลือบเขียวก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเงียบ เชียบ กลายมาเป็นสีแดงเข้ม
สีเทาเหลือบเขียวในกระดูกที่เป็นสีเดียวกับผิวหนังของเผ่ากิ้งก่าคล้าย ถูกแก่นเลือดแห่งชีวิตสิบหยดขับไล่ออกไป
เนี่ยเทียนไม่รู้ว่าสีเทาเหลือบเขียวนั้นคือแก่นเลือดของผู้เฒ่าเผ่ากิ้งก่าที่ ชุบหลอมเข้าไปในกระดูก
ผู้เฒ่าเผ่ากิ้งก่าระดับเก้าขั้นสูงสุดคือผู้บุกเบิกทางสายเลือดของชนเผ่า นี้ เขาเป็นบุคคลไม่ธรรมดาที่มีหวังว่าจะฝ่าพันธนาการทางสายเลือด ฝ่า ทะลุขีดก่าจัดสูงสุดทางสายเลือดของเผ่ากิ้งก่า
เขาใช้เวลายาวนาน บวกกับแก่นเลือดในร่างของตัวเองท่านุบ่ารุง กระดูกท่อนนั้น กว่าจะควบคุมมันได้ไม่ใช่เรื่องง่าย
แก่นเลือดที่เขากรอกเทเข้าไปในกระดูกมีมากหลายพันหยด ทั้งยัง ครอบคลุมไปทุกระดับชั้นของสายเลือดเขา
ตอนที่เขาได้กระดูกชิ้นนี้มา เขามีแค่สายเลือดระดับเจ็ดเท่านั้น และ นับแต่นั้นมา เขาก็คอยกรอกเทแก่นเลือดเข้าไปให้มันอย่างต่อเนื่อง พยายามจะไขความลับของกระดูกเพื่อได้ครอบครองมัน
ระดับเจ็ด ระดับแปด ระดับเก้า
ทุกครั้งที่เขาฝ่าทะลุขีดก่าจัดสูงสุดทางสายเลือด หลังจากที่แก่นเลือด ก่อตัวได้ส่าเร็จ เขาก็จะกรอกเทให้กับมันอย่างต่อเนื่อง
ช่วงเวลาที่เขาได้กระดูกชิ้นนั้นมาครอบครองยาวนานมากนัก นานจน เกือบจะถึงหมื่นปีแล้ว
แต่ต่อให้เป็นเช่นนี้ เขาก็เพิ่งจะสามารถใช้กระดูกท่อนนั้นได้อย่าง แท้จริงเมื่อไม่นานมานี้เอง
เขาทุ่มเทแรงกายแรงใจ ใช้เวลานับหมื่นปีหมดไปกับกระดูกท่อนนั้น เพราะเขารู้ที่มาของมัน จึงเข้าใจดีว่ากระดูกท่อนนั้นก็คือตัวแปรที่จะบอก ว่าเขาจะสามารถเลื่อนสู่สายเลือดระดับสิบ สร้างความรุ่งโรจน์ให้กับเผ่า กิ้งก่า ให้เผ่ากิ้งก่ามีต้าจุนสายเลือดระดับสิบ กลายมาเป็นเผ่าพันธุ์สิ่งมีชีวิต ระดับสูงได้หรือไม่
ทว่าชั่วขณะที่สีเทาเหลือบเขียวหายไป เมื่อกระดูกค่อยๆ เปลี่ยนมา เป็นสีแดงเข้ม กลับคืนสู่สีดั้งเดิมของมัน เขาก็พลันรู้สึกได้ว่าความสัมพันธ์ ของเขากับกระดูกท่อนนั้นค่อยๆ ถูกตัดขาดไปอย่างช้าๆ
ความสัมพันธ์ทางสายเลือดนั้นลึกลับมหัศจรรย์ หากเขารับสัมผัสไม่ได้ ถึงตราประทับทางสายเลือดที่เขานาบไว้ในกระดูก นั่นก็หมายความว่าเขา จะสูญเสียกระดูกชิ้นนั้นไปอย่างสิ้นเชิง
“ท่าไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้? นี่มันเป็นไปได้อย่างไร?” เขาร้องค่ารามอยู่ ในใจ “กระดูกท่อนนั้นมีประวัติศาสตร์ยาวนานยิ่งกว่าเทพยักษ์ค้่าฟ้า สัตว์ โบราณและแมลงบรรพกาลเสียอีก! วัตถุชิ้นนี้ไม่ได้มาจากยุคบรรพกาล ท่ามกลางทางช้างเผือกอันกว้างใหญ่ไพศาล ท่ามกลางเผ่าพันธุ์มากมาย จะยังมีสายเลือดของสิ่งมีชีวิตแบบใดที่ชักน่ามันได้อีก!”
“มีเพียงต้นก่าเนิดทางสายเลือดที่ใกล้เคียงกับมัน หรือเหนือกว่ามัน เท่านั้นถึงจะมีความมหัศจรรย์แบบนี้ได้!”
“ไอ้หมอนั่นมันเป็นแค่เผ่ามนุษย์ชัดๆ! เผ่ามนุษย์เท่านั้น เผ่าพันธุ์ที่ต่า ช้าเลวทราม สายเลือดปะปนกันมากที่สุด จะไปชักน่ามันได้อย่างไร?”
“ข้าไม่เข้าใจ ข้าไม่เข้าใจเลย!”
ผู้เฒ่าเผ่ากิ้งก่าสะบัดศีรษะอย่างคลุ้มคลั่ง จากนั้นเขาก็เกาไปทั่วร่าง คล้ายเกิดอาการคัน
ไม่นานล่าคอ แขน หน้าท้องของเขาก็ถูกกรงเล็บของเขาเกาจนเลือด เนื้อถลอกปอกเปิด
แต่เขากลับเหมือนไม่รู้สึกเจ็บอย่างไรอย่างนั้น
“นี่…”
เนี่ยเทียนยืนมองท่อนกระดูกที่แทงทะลุหน้าท้องของตัวเองด้วยสี หน้าที่มึนงงสับสนไม่น้อยเช่นกัน ตอนที่กระดูกท่อนนั้นแทงเข้ามา เขาก็ รู้สึกว่าเดี๋ยวตนต้องตายแน่ๆ
เพราะเขาสัมผัสได้ถึงพลังงานเลือดเนื้อน่ากลัวที่ซ่อนอยู่ในกระดูกท่อน นี้
ทว่ารอจนแก่นเลือดแห่งชีวิตของเขาหยดลงไปบนกระดูกท่อนนั้น กระดูกที่ก่าลังเดือดพล่านคลุ้มคลั่งกลับสงบลงกะทันหัน
จากนั้นสีของกระดูกก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป สีเทาเหลือบเขียวหดหาย เขา สัมผัสได้อย่างเฉียบไวว่าพลังงานสายเลือดของผู้เฒ่าเผ่ากิ้งก่าที่รวบรวมอยู่ ในกระดูกก่าลังถูกหลอมละลายไปอย่างช้าๆ
ตราประทับทางสายเลือดที่พิเศษมากมายล้วนเกิดการเปลี่ยนแปลง สิ่ง ใดที่เป็นของผู้เฒ่าเผ่ากิ้งก่า ล้วนพากันจางหาย
ทว่าตราประทับทางสายเลือดแห่งชีวิตที่เป็นของเขากลับถูกสลักลึกลง ไปบนกระดูกท่อนนั้นแทน
“หรือว่า สายเลือดแห่งชีวิตของข้าได้รับการยอมรับจากกระดูกท่อนนี้ ง่ายกว่าสายเลือดของเผ่ากิ้งก่า?” เขาอดครุ่นคิดอย่างลึกซึ้งไม่ได้
“ปราณของเผ่ากิ้งก่าที่อยู่บนกระดูกท่อนนี้เริ่มหายไปแล้ว!”
“พลังจิตวิญญาณที่ผู้เฒ่าประหลาดเผ่ากิ้งก่าร่างมนุษย์ฝากฝังไว้บน กระดูกก็เหมือนจะสลายไปหมดแล้ว!”
“ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับกระดูกท่อนนั้นก่าลังจะถูกตัดขาดแล้ว!”
ผู้แข็งแกร่งแดนเอตทัคคะที่มีหยางฝานเป็นผู้น่าใช้การรับสัมผัสของ ตัวเองจึงมองเห็นการเปลี่ยนแปลงเล็กละเอียดได้อย่างเฉียบไว แต่ละคนจึง ฮึกเหิมอย่างถึงที่สุด
ในสายตาของพวกเขา กระดูกของสิ่งมีชีวิตลึกลับท่อนนั้นมีอานุภาพน่า กริ่งเกรงยิ่งกว่าผู้เฒ่าเผ่ากิ้งก่ามากนัก!
ไม่มีกระดูกท่อนนั้น พลังอ่านาจของผู้เฒ่าเผ่ากิ้งก่าก็จะลดลงฮวบฮาบ จึงความเป็นไปได้ที่พวกเขาจะคว้าชัยชนะ
พวกเขาไม่รู้ว่าตลอดหนึ่งหมื่นปีที่ผ่านมา ทุกครั้งที่ชุบหลอมแก่น เลือดออกมาได้ ผู้เฒ่าเผ่ากิ้งก่าจะต้องแบ่งแก่นเลือดส่วนหนึ่งผสานรวมเข้า ไปในกระดูกท่อนนั้น
ด้วยเหตุนี้จึงสามารถมองกระดูกท่อนนั้นเป็นร่างกายของเขาอีกร่าง หนึ่งได้ ทั้งมันยังถึงขั้นส่าคัญกว่าเรือนกายดั้งเดิมของเขาเสียอีก
หากท่อนกระดูกถูกตัดขาดความสัมพันธ์กับเขา ไม่อยู่ในการควบคุม ของเขาอีกต่อไป พลังอ่านาจของเขาก็จะลดดิ่งไประดับใหญ่ ไม่สามารถท่า อะไรได้ตามใจปรารถนาอีกแล้ว
“ไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุใดก็ต้องปกป้องเนี่ยเทียนให้ดี อย่าให้เขาได้ แตะต้องกับกระดูกท่อนนั้นอีก!”
หยางฝานตัดสินใจอย่างชาญฉลาดในฉับพลัน เขาจึงตะโกนดังลั่น ก่อนที่เขากับจ้าวเหิงสองคนจะรวบรวมสมาธิรับมือกับผู้เฒ่าเผ่ากิ้งก่าอย่าง เต็มก่าลัง เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้อีกฝ่ายตั้งสติได้แล้วเรียกกระดูกลึกลับที่แทง ทะลุร่างเนี่ยเทียนกลับคืนไป
——