ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 967 คอขวด
เมื่อรู้ว่าด้วยวิชาฝึกตนที่หลากหลาย ทำให้เวลาในด้านการบำเพ็ญตบะ ยังไม่มากพอ หลังจากมาถึงหอหงเทียน เนี่ยเทียนจึงไม่โผล่หน้าออกไปข้าง นอกอีก
หอหงเทียนอยู่ในนครสะเก็ดดาว
ปราณวิญญาณฟูาดินของนครสะเก็ดดาวคือหนึ่งในสถานที่มหัศจรรย์ หลายแห่งของสำนักเผ่ามนุษย์ที่เข้มข้นมากที่สุด
ตลอดทั้งนครสะเก็ดดาวคอยดูดซับเอาพลังดวงดาวมาจากจุดลึกของ ทางช้างเผือกอันกว้างใหญ่ไพศาลตลอดทั้งปี
หอหงเทียนตั้งอยู่ในนครสะเก็ดดาว อาศัยความมหัศจรรย์ของที่นี่ ด้าน ในของหอจึงรวบรวมพลังดวงดาวและปราณฟูาดินมาได้เข้มข้นกว่าและ บริสุทธิ์กว่าหลายๆ พื้นที่ในเมือง
เมื่อเทียบกับสองตำหนักในอาณาจักรเลี่ยคงและอาณาจักรโพ่สุ้ยแล้ว หอหงเทียนจึงถือว่าเป็นสถานที่ที่เหมาะในการฝึกตนยิ่งกว่า
พอกลับมาถึงที่นี่ เนี่ยเทียนก็ฝึกตนอย่างลืมกินลืมนอนอยู่ข้างใน อาศัย ความมหัศจรรย์ของตัวหอหงเทียนเอง บวกกับหินวิเศษต่างธาตุจำนวน มากที่มีอยู่ในมือมาหล่อหลอมโอสถวิญญาณทั้งวันทั้งคืน
เขาไม่รู้ว่าขณะที่กำลังตั้งใจฝึกตน นามเนี่ยเทียนของเขาได้ค่อยๆ แพร่ ไปยังดินแดนดวงดาวหลายแห่งโดยผ่านการเล่าลือของคนจากสำนักห้า ธาตุ
เดิมทีเรื่องที่บุตรแห่งดวงดาวคนที่เจ็ดร่วมมือกับเทพบุตร เทพธิดาจาก สำนักห้าธาตุไปสำรวจดินแดนแห่งใหม่ก็ไม่ใช่ความลับอะไรอยู่แล้ว
ครั้นเมื่อประตูข้ามอาณาจักรถูกทำลาย ด้วยความร้อนใจ สำนักห้าธาตุ จึงทำการตามหาร่องรอยของพวกเขาไปทั่วทุกหนแห่ง ทั้งยังขอให้สำนัก ใหญ่ๆ แจ้งข่าว จึงเป็นเหตุให้เรื่องราวของพวกเขาได้รับความสนใจมาก กว่าเดิม
จู่ๆ ประตูข้ามอาณาจักรก็ถูกสร้างขึ้นใหม่ ผู้แข็งแกร่งสำนักห้าธาตุที่ ตามหาพวกเขาอย่างยากลำบากจึงกรูกันไปที่นั่น
ข่าวคราวต่างๆ ที่พวกเขาเอากลับมาจากดินแดนแห่งนั้นจึงแพร่ไปตาม ดินแดนดวงดาวใหญ่ๆ ด้วยความเร็วที่ราวกับไฟลามทุ่ง
“ไม่นึกเลยว่าบุตรแห่งดวงดาวคนที่เจ็ดของพระราชวังโบราณสะเก็ด ดาวจะเป็นคนที่มีคุณความชอบสูงสุด! แล้วก็เป็นเพราะเขาที่พลิกเปลี่ยน สถานการณ์จากพ่ายแพ้มาเป็นชนะ ทำให้เทพบุตร เทพธิดาของสำนักห้า ธาตุช่วงชิงสามอาณาจักรของเผ่ากิ้งก่ามาครองได้สำเร็จ!”
“ลือกันว่าเขาไม่เพียงแต่มีสิทธิ์เลือกอาณาจักรแห่งหนึ่งก่อน ยังได้รับ กระดูกลึกลับมาท่อนหนึ่งด้วย!”
“ได้ยินคนของสำนักห้าธาตุบอกว่าเขามีตบะแค่เขตลี้ลับเท่านั้น แต่ เมื่ออาศัยกระดูกลึกลับท่อนนั้นกลับสามารถสังหารเผ่ากิ้งก่าสายเลือด ระดับแปดได้ติดต่อกันถึงห้าตัว!”
“สายเลือดระดับแปดนั่นเทียบเคียงได้กับผู้แข็งแกร่งแดนว่างเปล่า เชียวนะ!”
“เหตุใดบุตรแห่งดวงดาวคนใหม่ผู้นี้ถึงสร้างเรื่องเหลือเชื่อได้เพียงนี้?”
“…”
คำพูดทำนองนี้มีให้ได้ยินอยู่ในกลุ่มอิทธิพลและสำนักมากมายของ ดินแดนดวงดาวเผ่ามนุษย์
แน่นอนว่าลูกศิษย์ของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวก็ย่อมต้องรู้ว่าเนี่ย เทียนผู้ชักนำให้ระฆังเทพดังกังวาน คนที่เพิ่งได้รับการยอมรับให้เป็นบุตร แห่งดวงดาวคนที่เจ็ดมีผลการศึกที่เกรียงไกรแค่ไหน
หลังจากที่หวงจินหนันและโหลวหงแยนกลับไปยังสำนักห้าธาตุก็แสดง ความเลื่อมใสต่อเนี่ยเทียนถึงขีดสุด บอกว่าเนี่ยเทียนมีพลังแฝงอย่างไร้ที่ สิ้นสุด วันหน้าต้องกลายมาเป็นผู้พิชิตคนหนึ่งของเผ่ามนุษย์แน่นอน
คำพูดของพวกเขาได้ผลักดันให้ชื่อเสียงของเนี่ยเทียนขยับไปสู่จุดสูงสุด เพียงเวลาไม่นาน
จู่ๆ เนี่ยเทียนก็กลายเป็นบุคคลผู้โด่งดัง
……
ดินแดนปราการดวงดาว
ที่ตั้งของสำนักฟูากลม ผู้อาวุโสหลายคนของสำนักฟูากลมซึ่งมีโจวซ่าง เป็นผู้นำกำลังทอดสายตามองไปยังเทือกเขาแห่งหนึ่งพลางพูดคุยกันเบาๆ
“ไม่รู้ว่าท่านบรรพบุรุษจะออกจากด่านตอนไหน”
“ได้ยินมาว่าหลังจากที่สำนักสามกระบี่ยอมสวามิภักดิ์ก็เดินทางไป ที่ดินแดนใหม่นั่นเหมือนกัน พวกเขารับผิดชอบขุดสายแร่ทองชั้นดีของ
พื้นที่แห่งหนึ่ง ต่งลี่คนรักของเนี่ยเทียนอนุญาตให้สำนักสามกระบี่เอาทอง ชั้นดีไปได้สองส่วน ทองชั้นดีนี้ในดินแดนปราการดวงดาวของเราไม่มีสาย แร่ จึงมีน้อยยิ่งกว่าน้อย สามารถเอามาทำอาวุธวิเศษประเภทบินขนาดเล็ก และสำนักสามกระบี่ยังสามารถเอามาสร้างกระบี่บินระดับไม่ต่ำได้อีก ด้วย”
“เกรงว่าศักยภาพของสำนักสามกระบี่คงเพิ่มขึ้นอีกไม่น้อย”
“สำนักสามกระบี่ยังดีหน่อย ข้ารู้ข่าวมาจากสำนักคุมสัตว์ว่าสำนักคุม สัตว์รับผิดชอบพื้นที่หนองบึงแห่งหนึ่งที่มีพืชพรรณประหลาดขึ้นเต็มไป หมด ที่นั่นมีสมุนไพรมากมายที่หากสัตว์วิเศษของสำนักคุมสัตว์กินเข้าไป จะช่วยให้สายเลือดของพวกมันก่อตัวแน่นหนา สำนักคุมสัตว์จึงอาศัย สมุนไพรพวกนี้มาเลี้ยงสัตว์วิเศษของพวกเขา เพิ่มพลังที่แข็งแกร่งให้กับ พวกมัน”
“พลังอำนาจของสำนักคุมสัตว์ก็จะต้องเพิ่มพูนตามไปด้วย”
“สำนักไฟศักดิ์สิทธิ์เองก็ได้รับผลเก็บเกี่ยวไม่น้อย อาณาจักรใหม่ที่ถูก แบ่งให้เป็นของเนี่ยเทียนมีพื้นที่ที่ผลึกเพลิงฟูาก่อกำเนิด ดูเหมือนว่าเคยมี สัตว์เพลิงฟูาอาศัยอยู่ที่นั่นมาก่อน ผลึกเพลิงฟูาระดับสูงจะช่วยให้ค่ายกล ใหญ่ของสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม!”
“กลุ่มอิทธิพลที่เลือกพึ่งพาเนี่ยเทียนอย่างเขาสุขาวดี ตระกูลฉู่ ตระกูล เจี่ยนและตระกูลกวานล้วนถูกส่งตัวไปขุดแร่ เก็บสมุนไพรวิเศษที่ อาณาจักรใหม่ ต่งลี่ปฏิบัติต่อทุกคนอย่างเสมอภาค ของที่ทุกฝุายขุดหามา ได้ล้วนจะตกเป็นของพวกเขาสองส่วน”
“นี่มันเท่ากับได้มาเปล่าๆ เลยนะ!”
“พวกเขาต่างก็ไม่ได้เข้าร่วมการสำรวจอาณาจักรใหม่ ไม่ได้เข้าร่วมรบ ไม่สิ้นเปลืองพลังใดๆ แค่ช่วยบุตรแห่งดวงดาวขุดหาวัตถุดิบวิเศษก็ได้ส่วน แบ่งมาถึงสองส่วนแล้ว”
“เฮ้อ ดูท่าบุตรแห่งดวงดาวคนที่เจ็ดจะได้รับความรักจากสวรรค์มาก เป็นพิเศษ ไม่อย่างนั้นเขาจะโชคดีเทียมฟูาติดต่อกันแบบนี้ได้อย่างไร?”
“…”
นอกจากโจวซ่าง ผู้อาวุโสคนอื่นๆ ต่างก็วิพากษ์วิจารณ์กันถึงเรื่องใหญ่ ที่เกิดขึ้นในดินแดนปราการดวงดาว
สีหน้าของคนเหล่านั้นเต็มไปด้วยความอิจฉา
ขอแค่เป็นกลุ่มอิทธิพลหรือสำนักที่เลือกสวามิภักดิ์ต่อเนี่ยเทียนก็ล้วนมี สิทธิ์เดินทางไปที่อาณาจักรแห่งใหม่
ทว่าสำนักฟูากลมไม่ใช่หนึ่งในนั้น พวกเขาไม่ได้รับเชิญ
ตอนแรกที่โจวซ่างได้ยินว่าเนี่ยเทียนได้รับการเชื้อเชิญไปให้สำรวจ ดินแดนแห่งใหม่ร่วมกับเทพบุตร เทพธิดาของสำนักห้าธาตุ ทว่าหลังจาก นั้นไม่นานประตูข้ามอาณาจักรกลับถูกทำลาย โจวซ่างยังรู้สึกสมน้ำหน้า พวกเขา
เขารู้สึกว่าปัญหาที่รบกวนสำนักฟูากลมจะได้รับการแก้ไขหากเนี่ย เทียนหายไป
ใครจะไปคาดคิดว่า เวลาเพียงแค่ครึ่งปีประตูข้ามอาณาจักรกลับถูก สร้างขึ้นมาใหม่อีกครั้ง อีกทั้งข่าวที่ส่งมาจากทางนั้นก็คือเนี่ยเทียนร่วมมือ
กับเทพบุตร เทพธิดาของสำนักห้าธาตุยึดครองสามอาณาจักรใหญ่ของเผ่า กิ้งก่าได้สำเร็จ
หลังจากนั้นผู้แข็งแกร่งในสำนักคุมสัตว์ เขาสุขาวดีของดินแดนปราการ ดวงดาวก็ทยอยกันได้รับเชิญให้เดินทางไปที่นั่น
ผลเก็บเกี่ยวที่สำนักเหล่านี้ได้รับมาจากดินแดนแห่งใหม่ทำให้รากฐาน ศักยภาพของสำนักพวกเขาเพิ่มขึ้นสูงในระดับที่แน่นอน นี่จึงทำให้โจวซ่าง แอบร้อนใจ
“ตูม!”
เทือกเขาที่อยู่ห่างไปไกลพลันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ร่างของบรรพ บุรุษหุนเทียนเผยกายอยู่บนยอดเขา
“บรรพบุรุษฝุาด่านแล้ว!”
“แดนเอตทัคคะ! ในที่สุดดินแดนปราการดวงดาวก็มีคนเลื่อนสู่แดน เอตทัคคะได้สำเร็จ!”
“ท่านบรรพบุรุษจะทำให้ระดับของดินแดนปราการดวงดาวเปลี่ยนจาก ดินแดนดวงดาวระดับต้น ไปเป็นดินแดนดวงดาวระดับกลาง!”
พวกผู้อาวุโสของสำนักฟูากลมที่ยังทอดถอนใจอย่างปลงตกพากันฮึก เหิม สีหน้าตื่นเต้น
ไม่นานนัก บรรพบุรุษหุนเทียนก็บินกลับมาจากทิศไกล
“ตอนนี้สถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง?” เสียงของเขากังวานมีพลัง
โจวซ่างเดินขึ้นหน้าไปหนึ่งก้าวแล้วรายงานเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นใน ดินแดนปราการดวงดาวให้เขาฟังอย่างละเอียด ซึ่งเน้นย้ำที่เรื่องของเนี่ย เทียนเป็นพิเศษ
“สำรวจดินแดนใหม่ได้สำเร็จ คุณความชอบสูงสุด ได้รับกระดูกลึกลับ ท่อนหนึ่ง สังหารชนต่างเผ่าสายเลือดระดับแปดติดต่อกันห้าคน?” บรรพ บุรุษหุนเทียนฟังจบก็หลุดหัวเราะพรืด “คำพูดเหลวไหลพวกนี้พวกเจ้าก็ เชื่องั้นหรือ? แค่เขตลี้ลับกระจอกๆ คนหนึ่ง ได้กระดูกลึกลับมาท่อนหนึ่งก็ จะสังหารสายเลือดระดับแปดที่เทียบเคียงได้กับแดนว่างเปล่าติดต่อกันได้ เลยงั้นรึ?”
พอได้ยินเขาพูดแบบนี้ พวกโจวซ่างก็พากันลังเล
“ท่านบรรพบุรุษ ตอนนี้สำนักฟูากลมของเราควรจัดการเช่นไร?” โจ วซ่างครุ่นคิดก่อนเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง
“ข้าไม่มีทางยอมศิโรราบให้กับคนที่อ่อนแอกว่าข้าเด็ดขาด ไม่ว่าเขาจะ เป็นบุตรแห่งดวงดาวหรือใครก็ตาม! ” บรรพบุรุษหุนเทียนกระชากเสียง เย็นชา “เจ้าไปปุาวประกาศให้ทุกคนฝุายรับรู้ว่า หากวันหนึ่งเนี่ยเทียน สามารถเอาชนะข้าได้จริงๆ ข้าจะนำพาสำนักฟูากลมเข้าสวามิภักดิ์ต่อเขา แต่ก่อนหน้าที่จะทำเช่นนั้นได้ ก็ให้เขาล้มเลิกความคิดนี้ไปได้เลย!”
“ต่อให้ข้าถูกพวกจิ่งเฟยหยางร่วมมือกันเล่นงาน อย่างมากข้าก็แค่ กลายไปเป็นนักล่าแห่งทางช้างเผือกเหมือนเซวี่ยเจวี๋ยจื่อแค่นั้น!”
……
เวลาเหมือนกระสวยที่พุ่งผ่าน พริบตาเดียวก็ผ่านไปเกินครึ่งปี
ช่วงเวลาที่ผ่านมานี้เนี่ยเทียนเก็บตัวเงียบอยู่ในหอหงเทียน เวลา ทั้งหมดใช้หมดไปกับการหล่อหลอมโอสถวิญญาณ และชำระล้าง มหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียนครั้งแล้วครั้งเล่า
นอกจากตัวโอสถวิญญาณเองแล้ว โอสถวิญญาณอีกสามเม็ดก็ถูกเขา ชะล้างหล่อหลอมหลายต่อหลายครั้งเช่นกัน
โอสถวิญญาณเปลวเพลิงที่เนื่องจากฝึกเวทลับไฟจาก ด้านในผลึกเพลิง ฟูาที่แดงฉานจึงมีเมล็ดพันธ์เปลวเพลิงกลุ่มหนึ่งที่สะดุดตาเป็นพิเศษลุก ไหม้โชติช่วง คอยเพิ่มเติมความมหัศจรรย์อย่างไร้ที่สิ้นสุดให้กับโอสถ วิญญาณเปลวเพลิง
บุปผาเก้าดาราที่อยู่ในโอสถวิญญาณดวงดาวผลิดอกออกมาแล้วสี่ดอก ซึ่งดอกที่ห้าก็กำลังจะบานในอีกไม่ช้านี้
ดอกแต่ละดอกของบุปผาเก้าดาราล้วนมีสะเก็ดแสงเล็กๆ คล้าย ดวงดาวในทางช้างเผือก มองดูแล้วลึกลับสุดจะหยั่ง
แต่โอสถวิญญาณพืชหญ้ากลับไม่มีอะไรผิดปกติ จนถึงตอนนี้เนี่ยเทียน ก็ยังมองไม่ออกถึงความอัศจรรย์ของใบไม้สามใบ
“ดูเหมือนว่าชุบหลอมโอสถวิญญาณมาถึงตอนนี้จะเจอเข้ากับคอขวด แท้จริงแล้วข้ายังไม่รู้ลึกซึ้งนักว่าเมล็ดพันธ์เปลวเพลิง บุปผาเก้าดาราและ ใบไม้สามใบมีความมหัศจรรย์มากน้อยแค่ไหนกันแน่ หากได้รู้ความลับที่ แท้จริงของวัตถุทั้งสามอย่างนี้ การฝึกตนของข้าก็น่าจะราบรื่นยิ่งกว่าเดิม ได้เวลาออกไปทำความเข้าใจแล้วว่าวัตถุประหลาดสามอย่างที่อยู่ในโอสถ วิญญาณจะมีความมหัศจรรย์อะไรที่เป็นประโยชน์ต่อข้าบ้าง”
พอคิดอย่างนี้ ในที่สุดเนี่ยเทียนก็ยอมออกมาจากหอหงเทียน
พอเขาออกมาก็เห็นว่าเถาจิ่นนั่งนิ่งๆ อยู่ไม่ห่างจากประตู คล้ายมารอ เขาได้พักหนึ่งแล้ว
“เนี่ยเทียน ผู้อาวุโสเว่ยมีคำสั่งว่าหากเจ้าออกมา ให้ข้าพาเจ้าไปพบ เขา” เถาจิ่นลุกขึ้นยืนแล้วค้อมตัวน้อยๆ “ข้ามานั่งรอเจ้าอยู่ที่นี่ได้สาม เดือนแล้ว”
“ลำบากท่านแล้ว” เนี่ยเทียนกล่าว
“โปรดตามข้ามา”
——