ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 969 หอคัมภีร์คลายข้อกังขา
เดินออกมาจากตำหนักแล้วเห็นเถาจิ่น เนี่ยเทียนถึงนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ ถามเรื่องความมหัศจรรย์ของเมล็ดพันธ์เปลวเพลิง บุปผาเก้าดารา และ ใบไม้สามใบที่อยู่ในมหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียน
เขาจึงอธิบายเรื่องนี้ให้เถาจิ่นฟัง
“เรื่องนี้ง่ายมาก เจ้าไปที่หอเก็บคัมภีร์ หาคัมภีร์ที่เกี่ยวข้องมาอ่านก็ น่าจะรู้ถึงความลี้ลับของพวกมันแล้ว” เถาจิ่นแสดงท่าที “ตัวตนของเจ้า สูงส่ง เดิมทีเจ้าตำหนักควรเป็นคนชี้นำด้วยตัวเอง ทุกครั้งที่เจ้าตำหนัก กลับมา บุตรแห่งดวงดาวล้วนสามารถไปขอคำชี้แนะคลายความสงสัยด้าน การฝึกตนจากเจ้าตำหนักได้”
“หากเจ้าตำหนักยังไม่กลับมา บางครั้งผู้อาวุโสใหญ่ก็จะเป็น ผู้รับผิดชอบไขข้อกังขา ทว่าตอนนี้ผู้อาวุโสใหญ่ก็ไม่อยู่เหมือนกัน”
เนี่ยเทียนเองก็เริ่มเข้าใจว่าโครงสร้างของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว นั้นค่อนข้างหละหลวม บุตรแห่งดวงดาว เจ้าตำหนักและรองเจ้าตำหนัก ต่างก็เป็นความสัมพันธ์พิเศษที่เชื่อมโยงอยู่กับพระราชวังโบราณสะเก็ด ดาว
เจ้าตำหนักรองเจ้าตำหนักสามท่าน บุตรแห่งดวงดาวเจ็ดคนล้วนใช้ ชีวิตอยู่ในสำนักอย่างเสรี
บุคคลที่ฐานะเหนือล้ำเหล่านี้ต่างก็มีผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นของตัวเอง มี อาณาจักรของตัวเองที่ต้องจัดการดูแล
เมื่อบอกลาเถาจิ่น เนี่ยเทียนก็ไปยังหอเก็บคัมภีร์
ป้ายดวงดาวอยู่ในมือ การที่เขาจะไปเลือกตำราจากในหอเก็บคัมภีร์จึง ไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าความดีเพิ่มเติม
แต่หากเป็นลูกศิษย์คนอื่นที่คิดจะตามหาคัมภีร์คาถาที่เหมาะกับการ ฝึกตนของตัวเองในหอเก็บคัมภีร์ ยังจำเป็นต้องมอบค่าความดีตามที่ กำหนด
พอเขาปรากฏตัวก็สร้างเสียงฮือฮาจากคนที่อยู่รอบๆ หอเก็บคัมภีร์ได้ ทันที
ลูกศิษย์ที่เดินเข้าๆ ออกๆ หอเก็บคัมภีร์ มีหลายคนที่รู้ตัวตนของเขา หรือไม่ก็เคยเห็นภาพวาดของเขามาก่อน จึงจำได้ในปราดเดียว
ตอนที่เขาเดินเข้าไปในหอ คนหลายคนก็เริ่มหันไปกระซิบกระซาบกัน
ไม่นานเนี่ยเทียนก็มาถึงชั้นที่มีคัมภีร์เกี่ยวกับพืชหญ้าวางอัดแน่น ครั้น จึงเริ่มทำการไล่หา
“บันทึกวัตถุดิบวิเศษระดับใต้ดิน!”
ใช้เวลาหนึ่งเค่อ เนี่ยเทียนถึงจะเจอตำราเก่าแก่ผุพังเล่มหนึ่ง หลังจาก หาที่นั่งได้ลวกๆ เขาก็เริ่มพลิกเปิดบันทึกที่อยู่ด้านใน
ภาพวาดที่ชัดเจนของวัตถุดิบวิเศษ สมุนไพรวิเศษระดับใต้ดินจำนวน มากต่างก็ถูกบันทึกไว้ด้านใน
วัตถุดิบวิเศษ สมุนไพรวิเศษบางชนิดช่วยในการฝึกตนของผู้ฝึกวิชาพืช หญ้า บางชนิดก็ช่วยเพิ่มอานุภาพของคาถาวิเศษ สามารถชุบหลอมให้เป็น อาวุธระดับเชื่อมโยงวิญญาณได้
แล้วจู่ๆ ใบไม้สีเขียวขจีใบหนึ่งก็ปรากฏขึ้นมาในหน้าหนังสือ
“ใบไม้ชนิดนี้นี่แหละ!”
เนี่ยเทียนลองเทียบกันดูก็วิเคราะห์ได้ว่าใบไม้ที่อยู่ในรูปภาพของคัมภีร์ ก็คือใบไม้มหัศจรรย์ที่อยู่ในโอสถวิญญาณพืชหญ้าของเขา
ด้านล่างของรูปภาพมีอักษรตัวเล็กเรียงเป็นแถวอธิบายที่มาของใบไม้ ชนิดนี้อย่างละเอียด
“ใบของต้นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์!”
เมื่ออ่านบันทึก เนี่ยเทียนจึงรู้ที่มาของใบไม้ชนิดนี้อย่างรวดเร็ว
ใบไม้นี้มาจากพืชพรรณระดับเพาะฟ้าอย่าง—ต้นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์
ตำนานเล่าลือกันว่าอาณาจักรที่มีต้นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์เติบโตก็คือ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์สำหรับผู้ที่ฝึกวิชาพืชหญ้า
อาณาจักรที่มีต้นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์จะสามารถชักนำพลังพืชหญ้าที่ ล่องลอยอยู่ในทางช้างเผือกให้เข้ามาผสานรวมกับตัวอาณาจักร ทำให้ อาณาจักรเปลี่ยนมามีชีวิตชีวา พืชพรรณทั้งหมดที่อยู่ในอาณาจักรเช่นนี้จะ เติบโตได้อย่างรวดเร็ว มีหญ้าวิเศษ สมุนไพรวิเศษหายากหลายชนิดงอก งาม
ต้นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ถูกจัดให้เป็นวัตถุวิเศษระดับเพาะฟ้า หาได้ยาก ยิ่ง
ดูเหมือนว่าทุกวันนี้จะมีเพียงอาณาจักรของเผ่าไม้เท่านั้นที่มีต้น วิญญาณศักดิ์สิทธิ์
ใบของต้นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์สามารถมองเป็นวัตถุวิเศษระดับเพาะฟ้า เมื่อผสานรวมกับโอสถวิญญาณพืชหญ้าจะช่วยให้ผู้ฝึกลมปราณสามารถดูด ซับปราณพืชหญ้ามาได้เร็วมากกว่าเดิม
เพียงแต่เมื่อเป็นเพียงแค่ใบของมันจึงไม่สามารถรวบรวมพลังงานพืช หญ้าที่ปะปนอยู่ท่ามกลางพลังงานมากมายนอกทางช้างเผือกมาได้อย่าง ต้นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์
ใบของต้นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ช่วยในการฝึกตน น้ำจากในใบไม้ยังช่วยให้ พืชหญ้าเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว
“ที่แท้ใบไม้สามใบนั่นก็คือใบของต้นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ ช่วยเพิ่ม ความเร็วการฝึกตน ของเหลวที่ได้จากมันช่วยหญ้าเติบโตเร็วขึ้น”
เนี่ยเทียนเข้าใจได้ทันที
จากนั้นเขาก็หาบันทึกเกี่ยวกับเถาวัลย์เคียงฟ้าจากในหอเก็บคัมภีร์ต่อ
“เถาวัลย์เคียงฟ้าคือวัตถุวิเศษระดับเพาะฟ้า เส้นเถาวัลย์หนายาวราว เทือกเขา แหลมคมจนสามารถทะลวงทองและหินได้ เถาวัลย์ยังเอามา สร้างเป็นอาวุธล้ำค่าระดับเชื่อมโยงวิญญาณ ในพื้นที่ปิดผนึก สำนักมี ข้อตกลงร่วมกับเถาวัลย์เคียงฟ้าต้นหนึ่ง ให้เถาวัลย์เคียงฟ้าช่วยรัดพัน อาณาจักรที่แตกสลาย…”
บันทึกเกี่ยวกับเถาวัลย์เคียงฟ้าพร่าเลือนไม่ชัดเจน ในส่วนที่เป็นกุญแจ สำคัญกลับไม่ได้บันทึกไว้อย่างละเอียด
เนี่ยเทียนหม่อลอย “เถาวัลย์เคียงฟ้าของอาณาจักรโพ่สุ้ยยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งก็คือเส้นที่สำนักบันทึกเอาไว้ เถาวัลย์เคียงฟ้าช่วยให้บุปผาร่วมชีวิตและ
เถาวัลย์ปีศาจสวรรค์ของท่านลุงหัวเติบโตได้อย่างรวดเร็ว วัตถุชิ้นนี้ก็ต้อง ไม่ธรรมดามากๆ น่าเสียดายที่บันทึกบอกไว้ไม่ชัดเจน”
เขายังคงหาคัมภีร์อยู่ในชั้นนี้อีกนาน ทั้งยังเจอบันทึกเกี่ยวกับเถาวัลย์ ปีศาจสวรรค์
เถาวัลย์ปีศาจสวรรค์มาจากอาณาจักรปีศาจ คือพืชพรรณปีศาจของ อาณาจักรปีศาจ เลี้ยงดูด้วยจิตวิญญาณและเลือดเนื้อ เมื่อแข็งแกร่งได้ถึง ระดับที่แน่นอนจะช่วงชิงเรือนกายของผู้ที่มันพึ่งพาเพื่อเข้ามาแทนที่
ตามการบันทึก เถาวัลย์ปีศาจสวรรค์เป็นเพียงวัตถุวิเศษระดับใต้ดิน เท่านั้น ไม่ถึงระดับเพาะฟ้า
คนที่ถูกเถาวัลย์ปีศาจสวรรค์หลอมรวมเข้าไปในร่าง ขอแค่ตัวของคนผู้ นั้นแข็งแกร่งกว่าเถาวัลย์ปีศาจสวรรค์ ให้ความสำคัญกับการฝึกเวทลับจิต วิญญาณเป็นพิเศษก็จะสามารถกำราบและควบคุมมันได้อย่างสัมบูรณ์
แต่หากเจ้านายอ่อนแอกว่าเถาวัลย์ปีศาจสวรรค์ก็จะถูกพลังของมัน โจมตีกลับ ไม่มีวิธีดีๆ ในการคลี่คลายปัญหานัก
ทั้งหมดล้วนอยู่ที่ตัวของเจ้านายเถาวัลย์ปีศาจสวรรค์อย่างเดียว
“ดูท่าทางฝ่ายของท่านลุงหัวข้าคงช่วยอะไรไม่ได้แล้ว เขาต้องพึ่งตัวเอง เท่านั้น มีเพียงเขาแข็งแกร่งมากพอก็จะสามารถกำราบเถาวัลย์ปีศาจ สวรรค์ไว้ได้ตลอดเวลาโดยที่ไม่ถูกมันรุกราน”
เนี่ยเทียนครุ่นคิด ก่อนจะพลิกอ่านคัมภีร์ต่อไป แล้วก็เห็นบันทึก เกี่ยวกับบุปผาร่วมชีวิต
“บุปผาร่วมชีวิต ดอกไม้ปีศาจสองดอกที่เติบโตเคียงคู่กันในร่างของ สิ่งมีชีวิตร่างหนึ่ง มีสติปัญญาเป็นของตัวเอง บางครั้งก็ปะทะกันเอง แต่ หากเจ้านายได้รับภัยคุกคามจะร่วมมือกันต้านทานศัตรู อานุภาพของวัตถุ สิ่งนี้ไม่ธรรมดา คือว่าที่วัตถุวิเศษระดับเพาะฟ้า ไม่มีการระบุถึงความ มหัศจรรย์ที่แน่ชัด…”
อ่านบันทึกจบ เนี่ยเทียนก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย
ความมหัศจรรย์ของบุปผาร่วมชีวิตที่บันทึกไว้ในตำราแทบไม่ต่างอะไร ไปจากที่เขาเคยพบเห็นมา ไม่มีข้อมูลที่ลึกซึ้งยิ่งกว่านั้น ดูเหมือนว่าผู้ แข็งแกร่งของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวเองก็ไม่ได้เข้าใจวัตถุสิ่งนี้มาก นัก
หรือไม่ผู้ที่เข้าใจความมหัศจรรย์แท้จริงของบุปผาร่วมชีวิตก็อาจจะ ไม่ได้เอาความรู้เหล่านั้นบอกแก่สำนักเพื่อแลกมาเป็นค่าความดี
“วิชาไม้เขียว วิชาร้อนแห้ง วิชาหญ้าแฝงเร้น…”
เนี่ยเทียนเลือกวิชาพืชหญ้าระดับดินจากในชั้นนี้มาอีกเป็นจำนวนมาก พอตรวจสอบไปทีละวิชาก็พบว่าวิชาระดับดินพวกนี้เทียบกับความ มหัศจรรย์ของเวทไม้สวรรค์เกิดใหม่ไม่ติดเลย
เวทไม้สวรรค์เกิดใหม่มีอยู่สองชนิด ชนิดแรกคือการหล่อหลอมเรือน กายที่มีเลือดเนื้อด้วยห้าขั้นตอน อีกชนิดหนึ่งชื่อว่าเวทหนามไม้สวรรค์ที่ พอแทงเข้าไปในเลือดเนื้อก็จะสามารถดูดซับพลังชีวิต เพิ่มขนาดให้กับ หนาม จนกระทั่งมันระเบิดออกมาจากในร่าง
ในด้านการฝึกเวทไม้สวรรค์เกิดใหม่ของเขา ตอนนี้ฝึกมาถึงแค่ขั้นที่สี่ เนื้อหล่อหลอมเท่านั้น ยังไม่ได้ฝึกเสร็จอย่างสมบูรณ์แบบ
คาถาชนิดนี้ยังช่วยสนับสนุนสายเลือดแห่งชีวิตเขาด้วย เพราะมัน สามารถดึงพลังเลือดเนื้อของเขาออกมาใช้ มหัศจรรย์กว่าวิชาไม้เขียว วิชา ร้อนแห้ง วิชาหญ้าแฝงเร้นที่เขาหาเจอนี่ไม่รู้ต่อกี่เท่า
“หากไม่ผิดไปจากที่คาด เวทไม้สวรรค์เกิดใหม่ที่เกี่ยวข้องกับเผ่าไม้ เหมาะสมกับข้ามากกว่า หากอิงตามการกำหนดระดับชั้นคาถาของเผ่า มนุษย์ นี่ย่อมต้องเป็นคาถาระดับฟ้าแน่นอน เมื่อมีคาถาระดับฟ้าแล้ว ข้าก็ ไม่จำเป็นต้องเอาคาถาระดับดินพวกนั้นมาฝึกอีก”
เขาจึงล้มเลิกความคิดที่จะเลือกหาวิชาฝึกตนจากชั้นนี้ทันที ครั้นจึง ออกไปจากที่นี่
ไม่นานเขาก็มาถึงชั้นที่จัดเก็บคัมภีร์เกี่ยวกับเวทลับดวงดาว ในชั้นนี้มี ลูกศิษย์ของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวอยู่เยอะมาก ตำรามากมายล้วน เกี่ยวข้องกับการดูดซับและการใช้พลังดวงดาว
เปิดอ่านดูคร่าวๆ เขาก็พบว่าวิชาคาถาของที่นี่ด้อยกว่าวิชาที่อยู่ในตรา ประทับสะเก็ดดาวทั้งสามอยู่หลายเท่านัก
วิชาที่บันทึกอยู่ในตราประทับสะเก็ดดาวของเขาต่างหากถึงจะเรียกว่า วิชาระดับสูง เป็นการสืบทอดอันเป็นใจกลางสำคัญของพระราชวังโบราณ สะเก็ดดาวอย่างแท้จริง
แต่ว่าเมื่อมาที่ชั้นนี้แล้ว เขาจึงหาคำบรรยายเกี่ยวกับบุปผาเก้าดารา ด้วย จึงรู้ว่าทุกครั้งที่ดอกของบุปผาเก้าดาราผลิบานหนึ่งดอก ความเร็วใน การดูดซับพลังดวงดาวของเขาก็จะเพิ่มขึ้นสูงจากเดิมหนึ่งเท่าตัว
บุปผาเก้าดาราก็ถูกระบุให้เป็นวัตถุวิเศษระดับใต้ดินเช่นกัน เหมาะสม กับคนที่ฝึกพลังดวงดาวอย่างเนี่ยเทียนมากที่สุด
วัตถุชิ้นนี้ก็หาได้ยากยิ่งเช่นกัน
“เมื่อออกดอกเก้าดอก ความเร็วในการรวบรวมพลังดวงดาวก็จะ เพิ่มขึ้นสูงถึงเก้าเท่า!”
เนี่ยเทียนรู้สึกฮึกเหิมไม่น้อย จากนั้นเขาก็ไปที่ชั้นของเปลวเพลิง หมาย จะทำความเข้าใจกับความลี้ลับของเมล็ดพันธ์เปลวเพลิง
น่าเสียดายที่เขาหาอยู่นานก็ยังเจอแค่บันทึกท่อนเล็กๆ ที่เกี่ยวกับมัน เท่านั้น
“ดินแดนไฟโลกันตร์มีไฟศักดิ์สิทธิ์เยื้องกรายมาถึง เผามอดไหม้ อาณาจักร สรรพชีวิตกลายเป็นเถ้าถ่าน ไฟศักดิ์สิทธิ์นี้มีที่มาไม่แน่ชัด ตัดสินให้เป็นวัตถุล้ำค่าธาตุไฟระดับเพาะฟ้า แม้แต่เจ้าสำนักไฟของสำนัก ห้าธาตุก็ยังมิอาจเก็บมาครอง”
คำบรรยายมีเพียงเท่านี้
ไม่ได้บอกถึงความมหัศจรรย์หรือที่มาของเมล็ดพันธ์เปลวเพลิง เมื่อ เทียบกันแล้วเนี่ยเทียนยังรู้มากกว่าที่บันทึกไว้ในคัมภีร์นี่ด้วยซ้ำ
——