ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 970 ให้การดูแลเป็นพิเศษ
มาที่หอเก็บคัมภีร์ของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว เนี่ยเทียนก็แค่เข้า ใจความลี้ลับและความเป็นมาของบุปผาเก้าดารากับใบของต้นวิญญาณ ศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น
เรื่องเกี่ยวกับเมล็ดพันธ์เปลวเพลิง เขาไม่ได้รับผลพวงอะไรสักอย่าง
ช่วงที่ผ่านมานี้ยามที่ชุบหลอมโอสถวิญญาณ การที่เขารู้สึกว่าตัวเอง พบกับคอขวดอันเป็นอุปสรรคอีกครั้ง กุญแจสำคัญนั้นอยู่ที่โอสถวิญญาณ พืชหญ้า
แล้วก็ไม่รู้ว่าด้วยเหตุใด ทุกครั้งที่เขาชุบหลอมโอสถวิญญาณพืชหญ้า จิตใจจะต้องไม่สงบสุขทุกครั้ง
ฝึกตนมาถึงวันนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกผิดปกติในด้านการชุบหลอม มหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียนเช่นนี้
แม้จะเข้าใจถึงความลี้ลับของใบไม้สามใบจากต้นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ และบุปผาเก้าดารา แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ช่วยในการฝ่าทะลุคอขวดของ เขาเท่าใดนัก
“โอสถวิญญาณพืชหญ้า…”
เขาที่มีแต่ความฉงนเต็มหัวใจพึมพำกับตัวเองเบาๆ เมื่อเดินออกมาจาก หอเก็บคัมภีร์ก็มุ่งหน้าไปยังหอหงเทียนอีกครั้ง
ระหว่างทางลูกศิษย์หลายคนของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวล้วนพา กันจับตามองเขาเงียบๆ
ตอนที่ไปถึงหอหงเทียน เงาร่างหนึ่งพลันปรากฏกายขึ้นตรงหน้า
“ผู้อาวุโสใหญ่!”
เนี่ยเทียนรีบร้อนคารวะ คาดไม่ถึงว่าคนที่มาจะเป็นโม่เหิง
“เข้าไปคุยกันข้างใน”
โม่เหิงโบกมือบอกเป็นนัยให้เขาไม่ต้องมากพิธี เรือนกายของเขาพร่า เลือนดั่งภาพมายา
คนทั้งสองก้าวเข้าไปในหอหงเทียนอย่างรวดเร็ว
จนกระทั่งเข้ามาข้างใน เรือนกายที่พร่าเลือนของโม่เหิงถึงได้ค่อยๆ กลับมาชัดเจนจนเห็นใบหน้าเดิมได้ชัด ราวกับว่าร่างจริงมาเยือนด้วย ตัวเอง
“ผู้อาวุโสใหญ่ ไหนคนอื่นบอกกันว่าก่อนหน้านี้ท่านไม่ได้อยู่ในนคร สะเก็ดดาวอย่างไรล่ะ?” เนี่ยเทียนถามอย่างแปลกใจ
ตอนที่เถาจิ่นพาเขาไปพบเว่ยไหลก็เคยถามถึงอีกฝ่าย แต่เว่ยไหลบอก ว่าโม่เหิงยังไม่ได้กลับมา
“เพิ่งกลับมาได้ไม่นาน” โม่เหิงอธิบายลวกๆ ก่อนจะถามเสียงเบา “ได้ ยินเถาจิ่นบอกว่าเจ้าเหมือนจะพบข้อสงสัยด้านการฝึกตนงั้นรึ? ไหนลอง เล่าให้ข้าฟังหน่อยได้ไหม?”
“ย่อมต้องได้อยู่แล้ว” เนี่ยเทียนเองก็ไม่ปิดบัง เขาบอกว่าช่วงนี้ยามที่ ชุบหลอมโอสถวิญญาณเปลวเพลิง พืชหญ้าและดวงดาว มักจะรู้สึกจิตใจ ไม่สงบ แม้แต่การชุบหลอมโอสถวิญญาณก็ยังไม่ราบรื่นดั่งแต่ก่อน
“ให้ข้าดูหน่อยสิ” โม่เหิงดีดนิ้ว
แสงวิญญาณบริสุทธิ์จุดหนึ่งที่ไม่มีธาตุใดๆ ปะปนตรงเข้าไปยัง มหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียนของเนี่ยเทียนอย่างอ่อนโยน
แสงวิญญาณจุดนั้นคล้ายดวงตาข้างหนึ่งที่เคลื่อนไหวอยู่ในจุดลึกของ มหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียนเนี่ยเทียน บางครั้งก็หันไปมองโอสถ วิญญาณเปลวเพลิง บางครั้งก็มองไปที่โอสถวิญญาณดวงดาว พืชหญ้า
ที่น่าแปลกก็คือท่ามกลางขั้นตอนนี้ มหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียนของ เนี่ยเทียนกลับไม่มีความรู้สึกที่คิดจะผลักไสอีกฝ่ายออกมา
“พลังวิญญาณบริสุทธิ์ที่ไม่มีธาตุใดๆ ช่างเป็นคนที่ประหลาดยิ่งนัก” เนี่ยเทียนแอบแปลกใจ
เขาฝึกตนมาจนถึงทุกวันนี้ เคยเจอผู้ฝึกลมปราณมามากมาย ทว่าฝึก ลมปราณแทบทุกคนล้วนมีธาตุที่พิเศษติดตัว หากไม่เป็นเปลวเพลิง สายฟ้า ก็ต้องเป็นน้ำแข็ง พืชหญ้า มีมากมายหลากหลายจนนับไม่หมด
ที่ค่อนข้างหายากหน่อยก็อย่างเช่นพลังห้วงเวลาที่อาจารย์ของเขา บรรลุ หรือไม่ก็พลังห้วงมิติของเผยฉีฉี
ทว่าจุดแสงวิญญาณที่ลอยออกมาจากปลายนิ้วของโม่เหิงแล้วหายเข้า ไปในมหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียนของเขานั้นกลับไม่มีธาตุใดๆ เป็นเพียง แก่นปราณวิญญาณฟ้าดินที่บริสุทธิ์ คือพลังวิญญาณที่พบเห็นได้บ่อยที่สุด ในหินวิเศษ หยกวิเศษ ผลึกวิเศษ
บางทีอาจด้วยเหตุผลนี้ มหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียนของเขาถึงไม่ได้ ขับไล่พลังของอีกฝ่ายออกมา
ไม่นานจุดแสงนั้นก็ลอยไปยังโอสถวิญญาณบริสุทธิ์ของเนี่ยเทียนที่ไม่ เป็นธาตุใดทั้งสิ้นเม็ดนั้น
จุดแสงพลังวิญญาณตรวจสอบอยู่พักหนึ่งถึงบินออกมาแล้วหายวับเข้า ไปในร่างของโม่เหิง
“แต่ไหนแต่ไรมาเจ้าก็ให้ความสำคัญกับการชุบหลอมโอสถวิญญาณ เปลวเพลิง พืชหญ้า ดวงดาวสามเม็ดนี่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าใช่ไหม? แล้วก็เพราะ การดำรงอยู่ของบุปผาเก้าดารา ใบไม้สามใบของต้นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ และยังมีเปลวเพลิงกลุ่มนั้นที่ข้ามองไม่ออก ถึงได้ทำให้ความเร็วในการชุบ หลอมโอสถวิญญาณสามเม็ดนี้ของเจ้าเร็วมากเป็นพิเศษ?” โม่เหิงถาม
เนี่ยเทียนพยักหน้ารับเบาๆ “เป็นเช่นนี้จริง”
“เจ้าเดินผิดทางแล้ว” โม่เหิงถอนหายใจ “เจ้าไม่รู้หรือว่ารากฐานที่ แท้จริงของผู้ฝึกลมปราณเผ่ามนุษย์เราแท้จริงแล้วก็คือโอสถวิญญาณที่ บริสุทธิ์เม็ดนั้น? ปราณวิญญาณฟ้าดิน หินวิเศษก็คือต้นกำเนิดพลังงานที่ เหมาะสมที่สุดในการฝึกตนของเผ่ามนุษย์ซึ่งพวกเราศึกษากันมานับสิบ ล้านปี”
“ภายหลังเนื่องจากบางคนเกิดมาก็มีพลังงานธาตุที่ใกล้เคียงกับเปลว เพลิง พืชหญ้า สายฟ้า ฯลฯ ถึงได้ค่อยๆ คลำหาแนวทางการฝึกตนด้วย พลังงานเหล่านี้”
“ทว่ารากฐานนั้นไม่เคยเปลี่ยน โอสถวิญญาณที่เกิดจากการชุบหลอม ของพลังวิญญาณบริสุทธิ์ยังคงสำคัญที่สุด”
“พลังงานที่มีธาตุอย่างเปลวเพลิง พืชหญ้า สายฟ้าพวกนี้จำเป็นต้อง ปะปนเข้ากับพลังวิญญาณถึงจะสามารถสำแดงอานุภาพที่มากที่สุดออกมา ได้ หาไม่แล้วพวกเราก็คงสามารถสละพลังวิญญาณบริสุทธิ์ทิ้งแล้วมาฝึก พลังเปลวเพลิง พืชหญ้า สายฟ้าอย่างเดียวแล้ว”
“โอสถวิญญาณก็เป็นเช่นเดียวกัน”
“ไม่มีพลังวิญญาณที่บริสุทธิ์ที่สุด มหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียนก็ไม่ สามารถขยับขยายได้ ไม่สามารถบรรจุพลังงานธาตุอื่นๆ เข้ามาไว้ภายใน เพื่อสร้างโอสถวิญญาณเม็ดใหม่ขึ้นมาได้”
“ปราณวิญญาณฟ้าดินสามารถผสานรวมได้กับทุกธาตุ นี่ก็คือความ มหัศจรรย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมัน แล้วก็เป็นแกนกลางสำคัญที่ทำให้เผ่า มนุษย์แข็งแกร่ง”
“หากเจ้าคิดจะชุบหลอมโอสถวิญญาณสามธาตุของเจ้าให้ได้ถึงขีดสุด จนเลื่อนไปถึงระดับเขตลี้ลับช่วงท้าย ก็จำเป็นต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจและ เวลายาวนานมาชุบหลอมโอสถวิญญาณอันเป็นใจกลางสำคัญก่อน”
“หากโอสถวิญญาณบริสุทธิ์อ่อนแอเกินไป มันก็ไม่สามารถให้ความ ช่วยเหลือยามที่ต้องชุบหลอมโอสถวิญญาณสามเม็ดนั่น”
“การชุบหลอมโอสถวิญญาณพิถีพิถันในเรื่องของสมดุล ขั้นแรกควรจะ หล่อหลอมโอสถวิญญาณที่เป็นต้นกำเนิดพลังงานซึ่งไม่มีธาตุขึ้นมาก่อน จากนั้นโอสถวิญญาณอีกสามเม็ดที่เหลืออยู่ก็ควรจะก้าวเดินไปพร้อมกัน ไม่ควรทุ่มเทแรงกายแรงใจหมดไปกับโอสถวิญญาณเม็ดใดเม็ดหนึ่ง แบบ นั้นจะทำให้เสียสมดุล”
“และหากเสียสมดุลเมื่อไหร่ ความพิเศษของธาตุที่ปะปนกันของเจ้าก็ จะยิ่งขยายใหญ่ ระหว่างโอสถวิญญาณด้วยกันเองก็จะเกิดการปะทะ กันเอง”
“…”
โม่เหิงอธิบายถึงขั้นตอนของการชุบหลอมมหาสมุทรวิญญาณจุด ตันเถียนให้เนี่ยเทียนฟังอย่างเป็นขั้นเป็นตอนด้วยความอดทน บอกกับเขา ว่าที่เขารู้สึกเหมือนเจอคอขวด และการชุบหลอมโอสถวิญญาณ สามเม็ด ในช่วงหลังก็ยิ่งเป็นเรื่องยากลำบากมากขึ้นเรื่อยๆ นั้น สาเหตุก็เป็นเพราะ เขาเอาแรงกายแรงใจส่วนใหญ่ไปทุ่มเทให้กับโอสถวิญญาณสามธาตุ มากกว่า
เขาลืมรากฐานสำคัญไป เพียงเพราะว่าโอสถวิญญาณสามธาตุนั้นมีของ วิเศษระดับใต้ดินอยู่ด้านในจึงช่วยให้เขาดึงดูดพลังวิญญาณมาได้เร็วขึ้น
“ก็หมายความว่าให้หยุดชุบหลอมโอสถวิญญาณสามธาตุไปก่อน ชั่วคราว หลังจากนี้ให้ทุ่มเทกับการชุบหลอมโอสถวิญญาณบริสุทธิ์ที่ไร้ ธาตุ?” เนี่ยเทียนถาม
“ตอนนี้เป็นเช่นนี้ วันหน้าก็ยังต้องเป็นเช่นนี้” โม่เหิงตอบรับ
“ขอบพระคุณท่านผู้อาวุโสใหญ่ที่ช่วยไขข้อสงสัย! ” เนี่ยเทียนเอ่ย ขอบคุณอย่างจริงจัง
โม่เหิงโบกมือ นิ่งคิดไปครู่ก็หยิบหินส่งข้อความเสียงก้อนหนึ่งออกมา ส่งให้กับเนี่ยเทียน “ช่วงนี้ข้าอยู่ที่นครสะเก็ดดาว หากเจ้ามีปัญหาในด้าน
การฝึกตนก็ส่งข้อความมาถามข้าได้โดยตรง นอกจากนี้เรื่องที่เจ้าและข้า พบหน้ากัน ไม่ต้องเอาไปบอกใคร รวมถึงเว่ยไหลด้วย”
เนี่ยเทียนไม่เข้าใจ แต่ก็รับคำอีกฝ่าย
“เรื่องที่ข้ากลับมา ไม่มีใครรู้ แล้วข้าก็ไม่อยากให้ใครรู้ด้วย” โม่เหิงย้ำ อีกครั้ง
“แต่ว่าตอนอยู่หน้าหอทงเทียน…” เนี่ยเทียนตกใจ
“มีแต่เจ้าที่มองเห็นข้า คนอื่นๆ มองไม่เห็นแล้วก็สัมผัสไม่ถึงด้วย”
ทิ้งประโยคนี้ไว้ โม่เหิงก็จากไปทันที
พอเขาออกมาจากหอหงเทียนก็เหมือนควันที่ถูกลมพัดหายให้จาง หายไปอย่างสิ้นเชิง ไม่มีปราณหรือร่องรอยใดๆ ทิ้งไว้ให้สังเกตเห็น
“ช่างเป็นคนประหลาดนัก ตอนนั้นที่ทดสอบแก่นเลือดข้ายังวางท่าเฉย ชา พอตรวจสอบแก่นเลือดเสร็จแล้วกลับยกค่าคุณความดี ดินแดนพงฟ้า ดินแดนปราการดวงดาวและดินแดนดาวตกให้เป็นของข้า แม้แต่หอหง เทียนที่ถูกปิดมานานปีก็ยังอนุญาตให้ข้าเข้ามาอยู่ คราวนี้ยังแอบมาช่วยข้า ไขข้อข้องใจเงียบๆ อีก…”
เนี่ยเทียนรู้สึกได้ว่าโม่เหิงคล้ายจะให้การดูแลเขาเป็นพิเศษ
และดูเหมือนว่าการดูแลนี้จะเกิดขึ้นหลังจากการทดสอบแก่นเลือด สิ้นสุดลง
พอโม่เหิงจากไป เนี่ยเทียนก็ขบคิดอยู่นาน แต่ก็ยังคงไม่เข้าใจอยู่ดี
หลังจากนั้นเขาก็ทำตามคำบอกของโม่เหิง โดยการตั้งใจชุบหลอม โอสถวิญญาณบริสุทธิ์เม็ดนั้นอย่างเดียว ไม่ให้ความสนใจโอสถวิญญาณ สามธาตุอย่างดวงดาว เปลวเพลิงและพืชหญ้าอีก
ไม่นานเขาก็ตระหนักได้ว่า ทิศทางที่โม่เหิงมอบให้เขานั้นถูกต้องเต็ม ร้อย
หลายเดือนต่อมา รอจนเขาชุบหลอมโอสถวิญญาณบริสุทธิ์เม็ดนั้นซ้ำ แล้วซ้ำเล่าหลายครั้ง และไม่ได้ให้ความสนใจชำระล้างโอสถวิญญาณสาม ธาตุเป็นพิเศษอีก ภายหลังเมื่อเขาทดลองใช้ผลึกเพลิงฟ้ามาฝึกเวทลับไฟ จากกลับรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าความเร็วในการดูดซับผลึกเพลิงฟ้าของเขา ได้ย้อนกลับไปเหมือนช่วงแรกเริ่มอีกครั้ง
แม้แต่ประสิทธิภาพในการดูดซับพลังพืชหญ้ามาจากวัตถุดิบวิเศษพืช หญ้าก็ยังย้อนกลับมาเป็นดังเดิม ไม่มีความรู้สึกไม่สบายใจเกิดขึ้นอีก
เขาจึงรู้ว่าที่โม่เหิงกล่าวนั้นถูกต้องแล้ว การชุบหลอมมหาสมุทร วิญญาณจุดตันเถียน ขั้นตอนแรกต้องเริ่มจากโอสถวิญญาณ แล้วค่อยเป็น โอสถวิญญาณสามธาตุ และต้องทำไปพร้อมๆ กัน ไม่สามารถเพิกเฉยสิ่งใด สิ่งหนึ่งได้ การฝึกตนในภายหลังของเขาจึงพลันเปลี่ยนมาเป็นราบรื่น ผิดปกติ ความรู้สึกถึงคอขวดที่พันธนาการเขาเอาไว้ก็หายวับไปไม่มีเหลือ
——