ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 97 เสื้อเกราะมังกรเพลิง
หอเรือนหินที่ขายเกราะวิเศษระด้ับสูงแห่งหนึ่งของหอหลิงเป่า
เกราะวิเศษงด้งามมากมายหลายชิ้นถูกจัด้วางไว้ในชั้น กระจก ด้้านหน้าเกราะวิเศษทุกชิ้นจะต้องมีปอายหยกหนึ่งแผ่นวางตั้ง เอาไว้ บนปอายมีระด้ับ วิธีการใช้ ผู้ที่เหมาะสมกับการนำาไปใช้ และ ราคาของเกราะวิเศษอธิบายไว้อย่างง่ายๆ
ในหอแห่งนี้ มีช่างหลอมอาวุธของหอหลิงเป่าหลายคน กำาลังแนะนำาเกราะวิเศษให้กับผู้ที่สนใจฟัง
ชั้นวางหนึ่งในนั้นมีเกราะวิเศษตั้งเอาไว้แค่หนึ่งชิ้น เกราะวิเศษชิ้นนั้นมีสีน้ำาตาลเข้ม มองดู้แล้วไม่สมบูรณ์แบบเท่าไหร่ นัก อีกทั้งด้้านนอกกมไม่มีลวด้ลายงด้งามใด้ๆ
ด้้านหลังชั้นวางนี้เด้ิมทีมีช่างหลอมอาวุธของหอหลิง เป่ายืนอยู่คนหนึ่ง เนื่องจากไม่มีใครสนใจเกราะวิเศษชิ้นนั้น เขาจึง ไปยืนขายอยู่ที่ชั้นวางอื่นนานแล้ว
ข้างชั้นวางที่ห่างออกไปไม่ไกล ผู้ฝึกลมปราณรูปร่างสูง ใหญ่สวมชุด้ผ้าป่านคนหนึ่งยืนโด้ด้เด้ี่ยวอยู่ตรงนั้น
ตั้งแต่เช้าที่เขาเข้ามากมยืนพิงเสาหินอยู่เพียงลำาพัง เอาแต่มองไปที่เกราะชิ้นนั้นเป็นพักๆ ระหว่างนั้นไม่เคยขยับกายไป ไหน และกมไม่เคยพูด้คุยกับใครด้้วย
“คนผู้นั้นคือใคร? ไม่คุ้นหน้าคุ้นตา ดู้เหมือนว่าเขาจะ ไม่ได้้เลือกอะไรสักอย่างเลยนะ?”
หน้าชั้นวางแห่งหนึ่ง หลัวซินแห่งสำานักหลิงอวิ๋นกับสื่อ อี้ศิษย์พี่ของนางกำาลังเผยความสนใจต่อเกราะวิเศษชิ้นนี้ เวลานี้พอ สังเกตเหมนผู้ฝึกลมปราณร่างสูงใหญ่ผู้นั้นจึงถามขึ้นมาอย่างอด้ไม่อยู่
“อ้อ เจ้าหมายถึงท่านล่ายอี้น่ะหรือ?” ช่างหลอมอาวุธ คนหนึ่งของหอหลิงเป่าที่กำาลังแนะนำาเกราะวิเศษให้หลัวซินฟัง เหลือบตามองคนผู้นั้นหนึ่งครั้ง กด้เสียงต่ำาพูด้: “เจ้าไม่ได้้สังเกต หรือ? เกราะวิเศษตัวนั้นที่เขาจับจ้องอยู่ตลอด้เวลา นั่นคือสินค้าฝาก ขายของเขา ดู้เหมือนว่าล่ายอี้ผู้นี้จะไม่ใช่ผู้ฝึกลมปราณของ อาณาจักรหลีเทียนเรา เขารู้จักกับผู้อาวุโสกันคัง ด้ังนั้นจึงได้้มาขาย เกราะชิ้นนั้นในงานพินิจของวิเศษครั้งนี้”
“ไม่ใช่ผู้ฝึกลมปราณของอาณาจักรหลีเทียน?” หลัว ซินตะลึง
ช่างหลอมอาวุธคนนั้นส่ายหัวเลมกน้อย พูด้ด้้วยน้ำาเสียง ดู้หมิ่น: “เกราะวิเศษที่ถูกเขาเรียกว่า ‘เกราะมังกรเพลิง’ ชิ้นนั้น หลังจากผ่านการวินิจฉัยและประเมินค่าแล้วจึงรู้ว่าเป็นเพียงอาวุธ วิเศษระด้ับกลางขั้นสามเท่านั้น แต่เขากลับขายถึงเก้าพันหินวิเศษ พวกเจ้าเองกมรู้ หินวิเศษเก้าพันก้อนมากพอที่จะซื้ออาวุธวิเศษระด้ับ
กลางขั้นหกและขั้นเจมด้ได้้เลย เกราะวิเศษชิ้นนั้น…คนอื่นแค่มองเหมน ราคากมไม่กล้าถามรายละเอียด้ต่อแล้ว”
“อีกอย่าง หลังจากที่อาจารย์ผู้ตรวจสอบของเรา ทำาการวินิจฉัยแล้วต่างกมบอกว่าถึงแม้เกราะมังกรเพลิงจะแขมงแกร่ง ทนทานอย่างมาก แต่กมหนักเกินไป”
“ผู้ฝึกลมปราณในขั้นสามสวรรค์เมื่อสวมเกราะวิเศษ นั้น เวลาเคลื่อนไหวจะไม่สะด้วกอย่างมาก เกราะวิเศษนั่นนอกจาก ทนทานแล้วกมเหมือนว่าจะไม่มีประโยชน์ด้้านอื่นอีก บวกกับที่เกราะ วิเศษไม่ได้้สร้างจากหอหลิงเป่าของเรา ทุกคนจึงไม่ค่อยสนใจ สอบถามสินค้าชิ้นนั้นมากนัก เพราะงั้น…”
“เป็นอย่างนี้นี่เอง” หลัวซินกล่าวเบาๆ
หลังจากได้้ฟังคำาอธิบายจากคนผู้นี้ นอกจากนางจะ รู้สึกประหลาด้ใจเรื่องที่ผู้ฝึกลมปราณล่ายอี้คนนั้นไม่ใช่คนของ อาณาจักรหลีเทียนเลมกน้อยแล้วกมไร้ซึ่งความสนใจใด้ๆ ต่อเกราะ มังกรเพลิง
ในมุมลับตา ล่ายอี้ที่มาจากต่างแด้นผู้นั้นยังคงจ้องมอง เกราะมังกรเพลิงอยู่ตลอด้เวลา
“ฟู่ว!”
และเวลานี้เอง สีแด้งรุบรู่พลันเปล่งประกายออกมา จากบนเกราะมังกรเพลิงตัวนั้น
หลังจากที่เกราะมังกรเพลิงซึ่งไม่มีใครสนใจปล่อยแสง สีลอยออกมา กมคล้ายกับได้้ปลด้ปล่อยปราณเลือด้คาวข้นระลอกหนึ่ง ออกมาด้้วย
ทว่าเพียงแค่แวบเด้ียว เกราะมังกรเพลิงนั่นกมกลับคืนสู่ สภาพปกติ แสงสว่างจางหายไป
กลิ่นคาวเลือด้ที่ถูกปลด้ปล่อยออกมาจากเกราะมังกร เพลิงซึ่งวางอยู่ในชั้นจึงถูกชั้นวางอำาพรางเอาไว้ ทำาให้ไม่มีใครสังเกต เหมน
มีเพียงล่ายอี้เท่านั้นที่มองเหมน ในด้วงตาสีเทาของเขา พลันโชนแสงแปลกประหลาด้ เขาสูด้ลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้ง คล้าย กำาลังทำาจิตใจให้สงบ หันไปมองโด้ยรอบอย่างละเอียด้
เวลาเด้ียวกันนั้น
เนี่ยเทียนที่อยู่มุมหนึ่งของหอหลิงเป่า ถือกระดู้กสัตว์ ชิ้นนั้นไว้ในมือ ใช้พลังจิตรับสัมผัสเลือด้หยด้นั้นที่อยู่ในกระดู้กสัตว์ ด้วงตาพลันเปล่งแสงวาบ
กระแสจิตกลุ่มหนึ่งของเขาที่แทรกซึมเข้าไปท่ามกลาง เลือด้สด้ในกระดู้กสัตว์มองเหมนเกราะสีน้ำาตาลเข้ม ซึ่งมีสภาพผุพัง อย่างเหมนได้้ชัด้ชิ้นหนึ่ง
อีกทั้งเขายังสัมผัสได้้อย่างรำาไรด้้วยว่า เกราะชิ้น นั้น…ตอนนี้อยู่ในหอหลิงเป่า!
“เกราะชิ้นหนึ่งกลับขานรับต่อกระดู้กสัตว์ ของชิ้นนั้น ย่อมไม่ใช่ของธรรมด้าอย่างแน่นอน!”
เนี่ยเทียนพลันฮึกเหิมขึ้นมาทันใด้ เขาด้ึงเอากระแสจิต ที่แทรกซึมเข้าไปในหยด้เลือด้กลับคืนมา แล้วจึงเกมบกระดู้กสัตว์ชิ้น นั้นไว้ด้้วยความระมัด้ระวัง
จากนั้นเขากมุ่งหน้าไปทางเขตที่ขายอาวุธวิเศษระด้ับ กลางและสูงทันที
ก่อนหน้านี้หลังจากที่เขาออกมาจากหอโอสถกมได้้ ติด้ตามหลิวเหยี่ยนเด้ินไปตามหอเรือนหินที่ขายอาวุธวิเศษระด้ับต่ำา มากมาย ในบรรด้าหอเรือนหินเหล่านั้น เขาไม่เหมนเกราะแปลก ประหลาด้สภาพผุพังชิ้นนั้น
ด้ังนั้นเขาจึงเชื่อว่าหากเกราะชิ้นนั้นอยู่ในหอหลิงเป่า จริงกมจะต้องวางขายอยู่ในพื้นที่ของอาวุธวิเศษระด้ับกลางและสูง เท่านั้น
หลังจากนั้นเขาจึงเด้ินเตร่อยู่ในหอเรือนอาวุธระด้ับ กลางและระด้ับสูง สายตาคอยจ้องมองหาเกราะวิเศษที่แปลก ประหลาด้ชิ้นนั้น
ผ่านไปครู่หนึ่ง เนี่ยเทียนกมเด้ินมาถึงหอเรือนที่หลัวซิน และสื่ออี้อยู่ แล้วจ้องเขมมงไปยังเกราะวิเศษชิ้นหนึ่งที่อยู่ในชั้นวาง
“ชิ้นนี้นี่แหละ!”
ไม่นานเขากมสังเกตเหมนชั้นวางที่ด้้านหน้าไม่มีคนยืนอยู่ มองเกราะที่ปรากฏอยู่ในเลือด้สด้ของกระดู้กสัตว์
เขาเด้ินด้ิ่งเข้าหาทันที
“เนี่ยเทียน!” หลัวซินพอเหมนเขาปรากฏตัวกมวางเกราะ วิเศษในมือลงแล้วเด้ินเข้าไปหาเขา “เจ้ามาที่นี่ได้้อย่างไร? เจ้าควร จะอยู่กับศิษย์พี่หลิว ไปซื้อยาสั่งสมวิญญาณที่หอโอสถไม่ใช่หรือ?”
“เนี่ยเทียน…”
ช่างหลอมอาวุธของหอหลิงเป่าหลายคน รวมไปถึงคน ของอารามเสวียนอู้และหุบเขาเทาที่พอได้้ยินชื่อนี้ต่างกมพากันหันมา มองอย่างใคร่รู้
คนพวกนั้นล้วนรู้ด้ีว่าอูจี้แห่งสำานักหลิงอวิ๋นคือบุคคล ระด้ับใด้ของอาณาจักรหลีเทียนแห่งนี้
เพื่อลูกหลานตระกูลในสังกัด้คนหนึ่ง สำานักหลิงอวิ๋นถึง กับยอมทำาลายกฎที่รักษามานานหลายสิบปี รับเนี่ยเทียนขึ้นเขาก่อน กำาหนด้ อีกทั้งพอขึ้นเขากมถูกอูจี้รับเป็นศิษย์ทันที
เรื่องนี้แพร่ไปทั่วทั้งสี่สำานักนานแล้ว ขอแค่เป็นใคร กมตามที่รู้จักอูจี้กมล้วนเคยได้้ยินชื่อเนี่ยเทียนทั้งนั้น
พวกเขาเองกมสงสัยใคร่รู้อย่างมากว่าเด้มกที่ถูกอูจี้ หมายตามีลักษณะที่พิเศษอย่างไรกันแน่
“พี่หญิงซิน พวกท่านกมอยู่ด้้วยหรือ” เนี่ยเทียนทักทาย แล้วมายืนอยู่หน้าชั้นที่จัด้วางเกราะมังกรเพลิงชิ้นนั้น โบกมือเรียก ช่างหลอมอาวุธคนหนึ่งที่อยู่ใกล้ กล่าว: “เอาเกราะชิ้นนี้ออกมาให้ข้า หน่อย”
ในมุมลับตา ด้วงตาล่ายอี้ผู้ฝึกลมปราณจากต่างแด้น พลันเป็นประกาย จ้องเขมมงมาที่เนี่ยเทียน
“เจ้าต้องการเกราะชิ้นนี้?” หลัวซินเด้ินขึ้นหน้ามา ขมวด้คิ้วน้อยๆ พูด้เกลี้ยกล่อม: “เกราะชิ้นนี้แพงเกินไป ไม่คุ้มค่าที่ ต้องซื้อ เนี่ยเทียน เจ้าอย่าได้้เลือกอาวุธวิเศษมั่วซั่ว ข้ารู้สึกว่าเจ้า ควรให้ศิษย์พี่หลิวแนะนำา เจ้าจะได้้ไม่เสียเปรียบเพราะเลือกอาวุธไม่ เป็น”
คนอื่นๆ ที่เหลือต่างกมใช้สายตาประหลาด้ใจมองมายัง เขา แล้วกมองไปยังเกราะมังกรเพลิงในชั้นวางนั้น
หลังจากที่คนเหล่านี้เข้ามาได้้ไม่นาน ต่างกมสังเกตเหมน เกราะมังกรเพลิงนั่น ทว่าเมื่อพวกเขาเหมนระด้ับ และราคาที่แน่ชัด้ ของมันซึ่งบอกเอาไว้บนปอายหยกแล้วจึงหมด้สิ้นซึ่งความสนใจทันใด้
พวกเขาต่างกมคิด้เหมือนหลัวซินว่าหากมีหินวิเศษเก้า พันก้อน อย่างไรกมต้องเลือกอาวุธวิเศษระด้ับที่สูงยิ่งกว่านี้
“พี่หญิงซิน ข้าชอบของชิ้นนี้ ข้าจะเอามันแล้วล่ะ” เนี่ยเทียนยิ้มแต่ไม่ได้้ฟังคำาแนะนำาของหลัวซิน เด้ินเข้าไปใกล้ช่าง หลอมอาวุธของหอหลิงเป่าผู้นั้นแล้วกล่าวว่า: “ข้าต้องการมัน”
ช่างหลอมอาวุธของหอหลิงเป่าผู้นั้นมีนามว่าจู่ชิง คนผู้ นี้คือลูกศิษย์ของฟางฮุย ช่างหลอมอาวุธที่แขมงแกร่งที่สุด้ของหอหลิง เป่า
จู่ชิงไม่เพียงแต่เป็นคนรับผิด้ชอบของชั้นนี้ ยังรู้ด้้วยว่า ฟางฮุยอาจารย์ของเขาคือสหายเก่าของอูจี้ ก่อนหน้านี้เขาเคยได้้รับ บุญคุณจากอูจี้ ด้ังนั้นหลังจากได้้ยินหลัวซินเรียกชื่อเนี่ยเทียน เขากม ให้ความสนใจเนี่ยเทียนเป็นอย่างมาก
“ของชิ้นนี้…อาจจะไม่เหมาะสมกับเจ้าเท่าไหร่นัก” จู่ ชิงเหลือบมองล่ายอี้ที่อยู่ในมุมหนึ่งครั้ง ไม่ได้้คิด้จะช่วยขายของให้
กับล่ายอี้ กลับพูด้ว่า: “เนี่ยเทียน อาจารย์ของข้ากับอาจารย์ของเจ้า นั้นเป็นสหายที่สนิทสนมกันอย่างมาก หากเปลี่ยนเป็นคนอื่น ข้าย่อม ไม่มีทางพูด้อะไรมากแน่นอน แต่ในเมื่อเป็นเจ้า…ข้าจึงต้องปากมาก เสียหน่อย”
“ของชิ้นนี้ไม่ใช่ของของหอหลิงเป่าเรา เป็นของคนอื่น ที่เอามาฝากขายไว้ที่นี่ ก่อนอื่นราคาของมันไม่คุ้มค่ากับเก้าพันหิน วิเศษ อีกอย่าง มันมีน้ำาหนักมาก แม้แต่ผู้ฝึกลมปราณสามสวรรค์ อย่างท้ายสวรรค์ กลางสวรรค์ และต้นสวรรค์เมื่อสวมมันกมยังเป็น เรื่องที่เปลืองแรง”
“ตอนนี้เจ้ายังไม่เหยียบย่างเข้าสู่ท้ายสวรรค์ หากเจ้า สวมเกราะชิ้นนี้ เกรงว่าร่างกายคงเคลื่อนไหวไม่ได้้”
“อีกอย่าง นอกจากความเหนียวทนทานแล้ว มันกมไม่มี ประโยชน์อื่นอีก”
“เนี่ยเทียน ข้าแนะนำาเจ้าว่าอย่าเลือกมันเลย ไปดู้ เกราะวิเศษชิ้นอื่นเถอะ”
จู่ชิงกล่าวแนะนำาอย่างจริงใจ หวังว่าเนี่ยเทียนจะไม่ เลือกเกราะมังกรเพลิงชิ้นนี้ ไม่อยากให้เขาต้องโด้นเอาเปรียบ
“ที่แท้กมศิษย์พี่จู่นี่เอง” เนี่ยเทียนโค้งกายลงน้อยๆ ก่อน จากนั้นจึงลูบหัวตัวเอง พูด้ด้้วยสีหน้าเกรงใจ: “แต่ข้าชอบของชิ้นนี้
มาก ศิษย์พี่จู่ ท่านกมคิด้ซะว่าข้ายังมีนิสัยเด้มกๆ ขายเกราะวิเศษชิ้นนี้ ให้กับข้าเถอะนะ?”
ระหว่างที่พูด้เขากมหยิบเอาปอายตัวตนของอาจารย์เขา ออกมาส่งให้จู่เฟิงด้้วย
จู่เฟิงใบหน้าเตมไปด้้วยความจนใจ พยักหน้า กล่าว: “หวังว่าหลังจากนี้เจ้าจะไม่เสียใจทีหลัง”
“ขอบคุณศิษย์พี่จู่มาก” เนี่ยเทียนรีบพูด้
จู่ชิงรับเอาปอายตัวตนนั้นมาวางลงบนก้อนหินสีเขียว ด้้านล่างชั้นวางสามวินาที แล้วกมคืนปอายนั้นให้กับเนี่ยเทียน อีกทั้งยัง ช่วยหยิบเกราะมังกรเพลิงออกมาให้เขาด้้วย “เจ้าทด้ลองดู้ว่าจะเอา กลับไปได้้หรือไม่?”
เนี่ยเทียนยื่นมือออกไปจับเกราะมังกรเพลิงสีน้ำาตาล เข้มชิ้นนั้นเอาไว้ ออกแรงยกหนึ่งครั้ง พบว่าเกราะมังกรเพลิงนั่นไม่ ขยับเขยื้อนแม้แต่นิด้เด้ียว
“เอาะ!”
เขาร้องอุทานเบาๆ หนึ่งครั้ง ขณะที่กำาลังจะออกแรง ยกอย่างเตมกำาลังกลับเหมนว่าทุกคนที่อยู่รอบด้้านล้วนกำาลังมองเขา อยู่ จึงยอมแพ้กะทันหัน กล่าว: “ศิษย์พี่จู่ เกราะชิ้นนี้ รบกวนท่านให้ คนเอาไปส่งยังที่พักของพวกเราด้้วยแล้วกัน”
“เจ้าเด้มกคนนี้นี่นะ…” จู่ชิงส่ายหน้า รู้สึกว่าเขาจ่ายเงิน ไปเป็นจำานวนมากเพื่อซื้อเกราะที่แม้แต่ยกกมยังยกไม่ขึ้นชิ้นนี้ช่าง เป็นการสิ้นเปลืองหินวิเศษของอาจารย์เขายิ่งนัก “เจ้าไปเถอะ อีก เด้ี๋ยวข้าจะให้คนเอาไปส่งให้”
“ขอบคุณศิษย์พี่จู่”