ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 971 ภารกิจ
หอหงเทียนมีพลังงานอยู่สองอย่าง
อย่างแรกคือแสงดวงดาวที่สาดลงมาจากเพดานเบื้องบน อีกอย่างหนึ่ง ก็คือปราณวิญญาณฟูาดินที่บริสุทธิ์
เนี่ยเทียนฝึกตนอยู่ในหอหงเทียนโดยตั้งใจหล่อหลอมโอสถวิญญาณ บริสุทธิ์นั้นมา เขาจึงไม่จำเป็นต้องใช้แม้แต่หินวิเศษ
ตามวิธีการรวบรวมพลังวิญญาณที่ฝึกมาจากพื้นที่ลึกลับ มือทั้งสองข้าง ของเนี่ยเทียนจึงชักดึงอยู่ในความว่างเปล่า
“ฟูุๆๆ!”
ปราณวิญญาณฟูาดินที่มากไพศาลพากันมารวมอยู่กลางฝุามือของเขา แล้วกลายมาเป็นลูกปราณวิญญาณ
จากนั้นเนี่ยเทียนก็นำปราณวิญญาณไปผสานรวมอยู่ในมหาสมุทร วิญญาณจุดตันเถียน ทำการชะล้างโอสถวิญญาณครั้งแล้วครั้งเล่า
“ปราณวิญญาณฟูาดินของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวเข้มข้นกว่า พื้นที่ลึกลับที่ฝังร่างของเทพยักษ์ค้ำฟูาเอาไว้หลายเท่านัก และหอหงเทียน แห่งนี้ก็รวบรวมปราณวิญญาณฟูาดินมาจากนครสะเก็ดดาว ทำให้ปราณ วิญญาณฟูาดินที่อยู่ในหอยิ่งอุดมสมบูรณ์ เมื่ออยู่ที่นี่ หากแค่รวบรวมพลัง วิญญาณที่เป็นรากฐานในการฝึกตนอย่างเดียวก็ไม่จำเป็นต้องใช้หินวิเศษ หยกวิเศษเลยด้วยซ้ำ”
“ตอนที่ข้าเลื่อนสู่เขตสามัญ โอสถวิญญาณก่อตัว จิตวิญญาณที่แท้จริง ถูกหล่อหลอม โอสถวิญญาณบริสุทธิ์ก็ก่อตัวสำเร็จก่อนใคร จากนั้นถึงจะ เป็นโอสถวิญญาณเปลวเพลิง พืชหญ้า ดวงดาวที่ก่อตัวตามมา…”
ยิ่งเขาใคร่ครวญก็ยิ่งรู้สึกว่าคำชี้แนะของโม่เหิงสมเหตุสมผลอย่าง แท้จริง
เขตสามัญคือด่านใหญ่ที่พอเขาฝุาทะลุมาได้ โอสถวิญญาณก็ก่อตัวได้ สำเร็จก่อน จากนั้นจึงเป็นโอสถวิญญาณธาตุอื่น
เขาควรจะทำตามกฎเกณฑ์นี้มาตั้งนานแล้ว ดังนั้นการฝึกตนหลังจากนี้ เขาจะต้องลงมือกับโอสถวิญญาณบริสุทธิ์ที่ไม่มีธาตุก่อน
ที่เขาเดินทางผิดก็เพราะได้บุปผาเก้าดารา ใบไม้ของต้นวิญญาณ ศักดิ์สิทธิ์มาสามใบ รวมไปถึงเมล็ดพันธ์เปลวเพลิงมาครอง
การมาถึงของโม่เหิงช่วยเปลี่ยนแปลงแนวทางการฝึกตนที่ยุ่งเหยิงของ เขาให้กลายมาเป็นมีระเบียบถูกต้อง ทำให้การฝึกตนของเขาหลังจากนี้เขา รูปเข้ารอย และทุกอย่างก็ราบรื่นดังคาด
ผ่านไปอีกครึ่งเดือน
ในที่สุดโอสถวิญญาณไร้ธาตุของเนี่ยเทียนก็อาศัยปราณวิญญาณฟูาดิน ที่มากไพศาลของหอหงเทียนมาชุบหลอมจนถึงขีดสูงสุด
เม็ดโอสถมีลักษณะเป็นของเหลวกึ่งโปร่งแสง ด้านในมีพลังวิญญาณที่ เป็นเหมือนดั่งลำธารไหลริน
ไม่ว่าเขาจะชักนำปราณวิญญาณฟูาดินมาอีกมากแค่ไหน โอสถ วิญญาณเม็ดนี้ก็ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง ไม่สามารถเอาปราณวิญญาณที่ มากกว่าเดิมมาขยายขนาดบรรจุของโอสถวิญญาณออกไปได้อีก
เขาจึงรู้ว่าตัวเองไม่จำเป็นต้องเปลืองแรงกับโอสถวิญญาณเม็ดนี้อีก ต่อไป
วันนี้จู๋อวิ๋นมาหาและมอบกระดูกของสัตว์ยักษ์มวลดารากลับคืนมาให้ เขาอีกครั้ง
จู่อวิ๋นดูเหนื่อยล้าอ่อนระโหยโรยแรง เส้นผมสีดอกเลาของนางยุ่งเหยิง เหมือนไม่ได้หวีมานานมากแล้ว
“การตรวจสอบกระดูกของสัตว์ยักษ์มวลดาราจะเพิ่มค่าคุณความดีให้ เจ้าเพิ่มเติมอีกห้าหมื่นคะแนน ข้าคุยกับเว่ยไหลแล้ว ตอนนี้ในปูายดวงดาว ของเจ้าจึงมีคะแนนทั้งหมดหนึ่งแสนห้าหมื่นคะแนน” จู๋อวิ๋นถอนหายใจ พูดต่อว่า “แต่กระดูกท่อนนั้น ข้าทดลองมาหลายวิธีแล้วก็ยังไม่สามารถ สลักภาพค่ายกลลงไปได้”
“ข้าไม่มีความสามารถที่จะเอาวัตถุชิ้นนี้มาสร้างเป็นอาวุธเทพให้เจ้า ได้”
“ข้าลองสลักภาพค่ายกลลงไปด้านใน แต่ทุกครั้งจะต้องถูกโซ่ผลึก สายเลือดของสัตว์ยักษ์มวลดาราลบทิ้งไป วัตถุชิ้นนี้เป็นหนึ่งเดียวกัน มี เลือดมีเนื้อ สามารถมองเป็นส่วนหนึ่งของสัตว์ยักษ์มวลดาราได้ มันคือ ชิ้นส่วนที่สมบูรณ์แบบ หากสลักภาพค่ายกลลงไปก็มีความเป็นไปได้ว่าจะ ไปทำลายโฉมหน้าที่แท้จริงของมัน”
จู๋อวิ๋นมีท่าทางเสียดายอย่างยิ่ง
“รบกวนท่านแล้ว” เนี่ยเทียนเอ่ยขอบคุณ
ไม่นานจู๋อวิ๋นก็บอกลาจากไป
เนี่ยเทียนกลับไม่ได้รู้สึกผิดหวังเท่าใดนัก เพราะอย่างไรซะขอแค่มีจิงชี่ เลือดเนื้อที่มากพอ เขาก็ยังสามารถเอาวัตถุชิ้นนี้มาใช้ได้
วัตถุชิ้นนี้ได้กลายมาเป็นอาวุธสังหารชิ้นใหญ่ของเขาแล้ว
เขารู้สึกว่าเมื่อสายเลือดแห่งชีวิตของเขาเกิดการแปรสภาพ เมื่อความรู้ ที่เขามีต่อสายเลือดลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น สักวันหนึ่งเขาจะต้องไขความลับของ วัตถุชิ้นนี้ได้อย่างแท้จริง
หลังจากนั้นเขาก็ยังฝึกตนอยู่ในหอหงเทียนต่อไป
เวลาล่วงผ่าน พริบตาเดียวก็ผ่านไปแล้วครึ่งปี โอสถวิญญาณดวงดาว เปลวเพลิง พืชหญ้าของเขาก็ถูกชุบหลอมไปถึงขีดสุดเพราะมีบุปผาเก้า ดารา เมล็ดพันธ์เปลวเพลิง ใบไม้สามใบของต้นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์
คนปกติอาจต้องใช้เวลาหลายปี แต่เนื่องจากวัตถุระดับใต้ดินสามชนิด นั้นช่วยเหลือเขา จึงทำให้เขาประหยัดเวลาไปได้มาก
มหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียนก็ถูกหล่อหลอมมาจนถึงพื้นฐานของ การฝุาทะลุไปอีกขั้น ทว่าจิตวิญญาณที่แท้จริงของเขากลับยังอยู่ไกลเกิน กว่าจะทำเช่นนั้นได้
การเลื่อนอบเขตต้องอาศัยทั้งความแข็งแกร่งของมหาสมุทรวิญญาณ จุดตันเถียนและมหาสมุทรจิตวิญญาณ หากจิตวิญญาณที่แท้จริงไม่ แข็งแกร่งมากพอก็จะสัมผัสไม่ได้ถึงปราการของการฝุาทะลุขั้น
ก่อนหน้านี้ที่เขาสามารถฝุาทะลุขั้นติดๆ กันได้อย่างราบรื่นก็เพราะเขา มีผลึกจิตวิญญาณอยู่ในมือไม่น้อย
ผลึกจิตวิญญาณช่วยให้เขาหล่อหลอมจิตวิญญาณที่แท้จริงได้เร็วขึ้น
แต่ตอนนี้ผลึกจิตวิญญาณถูกใช้หมดไปนานแล้ว เขาจึงได้แต่ค่อยๆ ชุบ หลอมจิตวิญญาณที่แท้จริงไปทีละนิด ความเร็วก็ย่อมต้องช้าลงกว่าเดิม
“แต่ไหนแต่ไรมา การทำให้จิตวิญญาณแข็งแกร่งก็คือพันธนาการ คือ กุญแจสำคัญในการเลื่อนขั้นอย่างรวดเร็วของผู้ฝึกลมปราณเผ่ามนุษย์อย่าง แท้จริง” เนี่ยเทียนขมวดคิ้วถอนหายใจ “หินวิเศษ วัตถุดิบต่างธาตุชนิด ต่างๆ หาได้ง่ายมาก มีเพียงผลึกจิตวิญญาณที่เพิ่มความเร็วในการชุบ หลอมจิตวิญญาณเท่านั้นที่หาได้ยากยิ่ง”
“แต่ว่า…”
พอคิดมาถึงตรงนี้ เนี่ยเทียนก็พลันนิ่วหน้า
“พื้นที่ลึกลับที่มีร่างของเทพยักษ์ค้ำฟูาฝังเอาไว้มีโครงกระดูกมังกร เพลิงที่จัดเรียงกันเป็นค่ายกลใหญ่ ค่ายกลนั้นสามารถชุบหลอมจิต วิญญาณ ดึงเอากากที่สกปรกออก ทำให้หลงเหลือเพียงจิตวิญญาณที่ บริสุทธิ์ ค่ายกลใหญ่ของโครงกระดูกมังกรเพลิงไม่สามารถชักดึงพลังจิต วิญญาณได้ด้วยตัวเอง แต่ไข่มุกวิญญาณมืดกลับรวบรวมซากวิญญาณ เอาไว้มากมาย เอาซากวิญญาณส่วนหนึ่งในไข่มุกวิญญาณมืดออกมาชุบ หลอม สกัดเสี้ยวจิตวิญญาณออกมาก็น่าจะช่วยทำให้จิตวิญญาณที่แท้จริง ของข้าแข็งแกร่งมากขึ้น!”
การเดินทางไปยังพื้นที่ลึกลับแห่งนั้นต้องอาศัยเกราะมังกรเพลิง ให้มัน แหวกรอยแยกห้วงมิติพาเขาไป
ที่นี่คือนครสะเก็ดดาวซึ่งรวมผู้แข็งแกร่งเอาไว้มากมาย หากเขาคิดจะ แหวกรอยแยกห้วงมิติที่นี่ ก็มีความเป็นไปได้มากว่าจะถูกคนจับได้
เมื่อเป็นเช่นนั้น เกราะมังกรเพลิงและพื้นที่ลึกลับก็จะต้องถูกเปิดเผย
“หากจะชุบหลอมจิตวิญญาณที่แท้จริงก็จะอยู่ในหอหงเทียนนี่ไม่ได้ ทางที่ดีที่สุดคือต้องอยู่ในอาณาจักรที่ข้าควบคุมได้อย่างอาณาจักรเลี่ยคง”
“กริ้งๆๆ!”
ทันใดนั้นหินส่งข้อความเสียงที่โม่เหิงมอบไว้ให้เขาก็ดังขึ้นมา
เนี่ยเทียนหยิบออกมาแล้วใช้กระแสจิตวิญญาณรับข้อความ
“เปิดประตู”
ในหินส่งข้อความเสียงมีเพียงข้อความนี้ข้อความเดียว ซึ่งส่งมาจากโม่ เหิงผู้อาวุโสใหญ่
เนี่ยเทียนรีบไปเปิดประตู เงาร่างของโม่เหิงก็พุ่งพรวดเข้ามา
พอเข้ามาเขาก็จ้องเนี่ยเทียนอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า “ดูท่าปัญหายุ่งยาก ที่รบกวนเจ้าจะถูกแก้ไขแล้ว”
“ขอบพระคุณผู้อาวุโสใหญ่ที่ชี้แนะ” เนี่ยเทียนกุมมือเอ่ยขอบคุณ
โม่เหิงรับการขอบคุณอย่างสบายๆ จากนั้นถึงพูดว่า “เว่ยไหลเคยบอก เจ้าแล้วใช่ไหมว่าสำนักมีภารกิจที่จะมอบให้เจ้า?”
เนี่ยเทียนพยักหน้ารับ
โม่เหิงเงียบไปครู่หนึ่งถึงกล่าวว่า “ภารกิจนั้นเจ้ารับเอามาได้ มันไม่ เพียงแต่มีคะแนนความดีให้เจ้าห้าแสนคะแนน ยังช่วยให้เจ้าขัดเกลา กระดูกสัตว์ยักษ์มวลดาราท่อนนั้นได้อีกด้วย”
“ภารกิจอะไร?” เนี่ยเทียนถามอย่างแปลกใจ
“ไปที่แผ่นดินลอยตัว” โม่เหิงอธิบาย “แผ่นดินลอยตัวก็คือแผ่นดินบน และล่างที่เจ้าเคยเข้าไปในปีนั้น แผ่นดินลอยตัวนั้นหาใช่จะอยู่นิ่ง ตลอดเวลา แต่มันจะค่อยๆ ลอยเคลื่อนที่ไปอย่างช้าๆ แผ่นดินใหญ่ที่อยู่ ด้านล่างแผ่นดินลอยตัว ในสมัยโบราณเคยเป็นอาณาจักรขนาดมหึมา”
“จุดลึกของทะเลดำในแผ่นดินลอยตัวมีสัตว์ยักษ์มวลดาราตัวหนึ่งจำ ศีลอยู่”
“พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวของพวกเราเคยมีข้อตกลงร่วมกับมัน พวกเราจะช่วยปกปิดเรื่องแผ่นดินลอยตัว ไม่ให้คนนอกเข้าไปง่ายๆ หากมี คนนอกเข้าไปถึงจริงๆ พวกเราก็มีหน้าที่ขับไล่ออกไป”
“และทุกๆ ร้อยปี พวกเราจะจัดให้ลูกศิษย์ในสำนักเดินทางไปทำการ ประลองที่นั่น เพื่อค้นหาวัตถุดิบวิเศษและซากกระดูกของสัตว์โบราณ”
“ยามที่สัตว์ยักษ์มวลดาราจำศีล พลังของมันจะถดถอยไปอย่างรุนแรง แต่หากตื่นขึ้นมาเมื่อไหร่ ก็จะสร้างความสะท้านฟูาสะเทือนดิน เพียงแต่ว่า หากมันตื่นขึ้นมาก็จำเป็นต้องกินอาหารในปริมาณมาก อาหารของมันจะ ทำให้ดินแดนดวงดาวหลายแห่งหายไป นี่จะสร้างความหวาดกลัวไม่เป็น สุขให้กับชนเผ่าต่างๆ”
“แดนเทพเจ้าของเผ่ามนุษย์ และต้าจุนระดับสิบของชนต่างเผ่าก็ จะต้องตื่นตระหนก และอาจถึงขั้นร่วมมือกันจัดการกับมัน”
“ดังนั้นหากไม่ถึงที่สุดจริงๆ สัตว์ยักษ์มวลดาราตัวนี้ก็จะไม่ตื่นขึ้นมา เด็ดขาด”
“ทว่าช่วงที่ผ่านมามีมหาราชาสายเลือดระดับเก้าคนหนึ่งบุกเข้าไปที่ แผ่นดินลอยตัวพร้อมกับสายเลือดระดับแปดของภูตผีปีศาจ เผ่าทมิฬและ อสูรกาย เลยเหมือนจะรู้ว่าจุดลึกของทะเลสีดำมีบางอย่างดำรงอยู่”
“สัตว์ยักษ์มวลดาราที่จำศีลอยู่ก็รู้สึกว่ารับมือกับปัญหาเรื่องนี้ได้ยาก จึงใช้วิธีลับติดต่อพวกเรามา ให้พวกเราจัดการเรื่องนี้ มันไม่ต้องการรีบตื่น ขึ้นมาเพราะตัวตลกพวกนั้น เพราะหากเป็นเช่นนั้นก็มีความเป็นไปได้ว่า แผ่นดินลอยตัวที่มันพักพิงมานานจะแตกทลายออก”
โม่เหิงอธิบายที่มาที่ไปของเรื่องราวให้เนี่ยเทียนฟังอย่างละเอียด “เจ้า พาผู้ที่อยู่ใต้บังคับบัญชาไปที่แผ่นดินลอยตัวนั่นสักรอบ แล้วสังหารหรือไม่ ก็ขับไล่พวกชนต่างเผ่าที่บุกรุกเข้าไปให้สิ้นซาก พร้อมกับทำลายทางเข้าไป ยังแผ่นดินลอยตัวใดๆ ก็ตามที่พวกเขาหาเจอให้หมดอย่าให้หลงเหลือ”
“ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของชนต่างเผ่ามีเพียงมหาราชาสายเลือดระดับเก้า คนเดียว ลูกน้องของเจ้าน่าจะจัดการได้ หากไม่ได้จริงๆ ให้ติดต่อมาที่ สำนัก เราจะคิดหาทางอื่นไว้ให้”
เนี่ยเทียนคิดอยู่ครู่ก็กล่าวอีกว่า “แล้วจะเข้าไปในแผ่นดินลอยตัวนั่นได้ อย่างไร?”
“แค่เจ้าเปลี่ยนค่ายกลนำส่งที่อยู่ในอาณาจักรเลี่ยคงเล็กน้อยโดยการ สลักพิกัดของแผ่นดินลอยตัวลงไปใหม่ ก็จะเดินทางไปที่นั่นได้ หากเจ้า ตัดสินใจจะไป ข้าจะให้ค่านจื้อเซิ่งช่วยเชื่อมโยงค่ายกลนำส่งในแผ่นดิน ลอยตัวที่เราสร้างไว้นานแล้วเข้ากับค่ายกลนำส่งในอาณาจักรเลี่ยคง” โม่ เหิงกล่าว
“ตกลง ภารกิจนี้ ข้ารับ” เนี่ยเทียนตอบรับ
“เจ้าไปเรียกรวมลูกน้อง รายละเอียดเรื่องอื่นๆ ข้าจะจัดการให้เอง” โม่เหิงพยักหน้ารับ “เมื่อเจอกับสัตว์ยักษ์มวลดาราแล้วคลี่คลายปัญหาได้ แล้ว เจ้าสามารถถามมันถึงความมหัศจรรย์ของกระดูกท่อนนั้น มันเข้า ใจความลี้ลับของกระดูกนั่นดีกว่าพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวหลายเท่า นัก แม้แต่จู๋อวิ๋นก็มิอาจเปรียบเทียบกับมันได้”
——