ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 972 แผ่นดินลอยตัว
จุดลึกของทางช้างเผือกอันลึกลับ
เมฆสีเทาเหลือบน้ำตาลผืนหนึ่งห่อหุ้มแผ่นดินลอยตัวให้ล่องลอยไป อย่างเงียบเชียบ
พื้นที่ของเมฆสีเทาเหลือบน้ำตาลกว้างใหญ่ไพศาลถึงขีดสุด ด้านบนมี แผ่นดินลอยตัวล่องลอยอยู่มากมาย ส่วนด้านล่างนั้นเป็นผืนแผ่นดินขนาด มหึมา
เมื่อนำมาเทียบกับตลอดทั้งดินแดนดาวตกแล้ว ขนาดของแผ่นดินนี้ ใหญ่กว่าหลายเท่าตัว
พื้นที่ที่มีเมฆสีเทาเหลือบน้ำตาลล่องลอย มีดวงดาวที่มอดดับมาแล้ว นับพันนับหมื่นปี ในสมัยโบราณ ดวงดาวเหล่านั้นอาจเคยมีสิ่งมีชิวิตอยู่ อาศัย ทว่าตอนนี้สิ่งมีชีวิตพวกนั้นได้จากไปแล้ว
เมื่อเทียบกับแผ่นดินที่อยู่ด้านล่างเมฆสีเทาเหลือบน้ำตาลแล้ว ดวงดาว ที่มอดดับเหล่านั้นกลับดูเล็กกระจิดริดเทียบไม่ติด
ช่วงแรกเริ่มสุด แผ่นดินลอยตัวคืออาณาจักรขนาดมหึมา สามารถ รวบรวมพลังจากท้องฟูามากหมู่ดาวมาได้ด้วยตัวเอง ไม่มีทางตายแห้งหรือ สลายหายไป
และก็มีเพียงอาณาจักรขนาดมหึมาจนเกิดคาดคิดแห่งนี้เท่านั้นถึงจะ พอรองรับสัตว์ยักษ์มวลดาราที่มีขนาดใหญ่โตจนพอๆ กับดินแดนดวงดาว ขนาดกลางเอาไว้ได้
เมื่อมองจากแผ่นดินลอยตัวด้านบนลงมาด้านล่างจะเห็นว่าพื้นที่ส่วน ใหญ่ของแผ่นดินลอยตัวถูกปกคลุมไปด้วยมหาสมุทรสีดำ
ยังมีแผ่นดินกว้างขวางที่มีเทือกเขาแม่น้ำ ปุาไม้แผ่กระจาย ซึ่งบาง พื้นที่ก็เป็นทะเลทรายร้อนระอุ บางพื้นที่คือเทือกเขาหิมะ
ท่ามกลางมหาสมุทรสีดำที่กว้างใหญ่ไพศาลมีเกาะเล็กเกาะน้อย กระจายตัวกัน ดั่งดวงดาราที่แต่งแต้มอยู่บนมหาสมุทร
จุดลึกของมหาสมุทรมีเกาะขนาดมโหฬารอยู่เกาะหนึ่งที่จู่ๆ ก็เกิดการ สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
ภูเขาเล็กเตี้ยแห่งหนึ่งที่อยู่บนเกาะสั่นคลอนตามแรงสะเทือนนั้น
เมื่อเศษหินร่วงกราวลงมา การอำพรางชั้นนอกของภูเขาเล็กเตี้ยจึง หายไปด้วย
ตำหนักหลังหนึ่งที่มีขนาดพอๆ กับตำหนักในอาณาจักรเลี่ยคง อาณาจักรโพ่สุ้ย ค่อยๆ ผุดขึ้นมาช้าๆ
คลื่นห้วงมิติกระเพื่อมชัดเป็นพิเศษ
เหนือตำหนักมีแสงดาวพร่างพราวสาดระจาย
ค่ายกลนำส่งแห่งมิติที่อยู่ด้านในเกิดคลื่นสะเทือน ก่อนที่เงาร่าง มากมายที่มีเนี่ยเทียนเป็นผู้นำจะกรูกันออกมา
ประตูหินของตำหนักที่ปิดสนิทมานานหลายปีพลันเปิดอ้า เนี่ยเทียน เป็นคนแรกที่เดินออกไป เขาสูดลมหายใจเข้าลึก เงยหน้ามองเบื้องบน พลางกล่าวว่า “นึกไม่ถึงเลยว่าไม่ถึงหนึ่งร้อยปี จะได้กลับมาที่นี่อีกครั้ง”
ท้องฟูาเบื้องบนถูกปกคลุมไปด้วยหมู่เมฆสีเทาเหลือบน้ำตาล ท่ามกลางผืนเมฆมีปราณแห่งการฉีกกระชากที่น่ากลัวส่งผ่านมา
ในจุดที่ห่างไปไกลแสนไกลพอจะมองเห็นน้ำวนขนาดใหญ่ยักษ์ทรงก้น หอยที่ทอดยาวเข้าไปยังจุดลึกของหมอกเมฆสีเทาเหลือบน้ำตาล ปาน ประหนึ่งบันไดสวรรค์ที่เชื่อมโยงเข้ากับโลกเบื้องบน
แผ่นดินลอยตัวนี้มีปราณวิญญาณฟูาดินอยู่ก็จริง แต่เนื่องจากได้รับ ความเสียหายอย่างใหญ่หลวง ระดับความเข้มข้นของปราณวิญญาณฟูาดิน ของที่นี่จึงเทียบกับนครสะเก็ดดาวไม่ติด
“ยังคงเป็นที่นี่”
ต่งลี่ปรากฏตัวอยู่ด้านหลังเนี่ยเทียนอย่างเงียบเชียบ นางสูดลมหายใจ เข้าปอดหนึ่งคำคล้ายกำลังย้อนทวนความทรงจำ
แดนเอตทัคคะสามท่านอย่างจิ่งเฟยหยาง ฉวนจื่อเซวียน ฉวีหมิงเต๋อ และยังมีผู้แข็งแกร่งแดนว่างเปล่าที่มาจากดินแดนปราการดวงดาวอย่าง เยว่เหยียนสี่ เจียงเฟิง โต้วเถิงซานก็ทยอยกันเดินออกมาจากในตำหนัก
กระแสจิตวิญญาณที่กว้างใหญ่ไพศาลหลายขุมที่สร้างคลื่นสะเทือน รุนแรงให้กับความว่างเปล่าต่างก็แผ่ขยายออกไปแปดทิศ
“แผ่นดินลอยตัวแห่งนี้ช่างกว้างใหญ่ยิ่งนัก!”
“ในบันทึกของดินแดนพงฟูา ดินแดนปราการดวงดาวของพวกเราต่าง ก็ไม่เคยมีแผ่นดินลอยตัวปรากฏขึ้นมาก่อน”
“สถานที่มหัศจรรย์ ควรค่าแก่การสำรวจดีๆ ต่อให้รวมสามอาณาจักร ของเผ่ากิ้งก่าเข้าด้วยกันแล้ว เกรงว่าก็ยังไม่ได้หนึ่งในสิบของแผ่นดิน ลอยตัวแห่งนี้ ไม่เสียแรงที่เป็นอาณาจักรขนาดมหึมา”
พวกจิ่งเฟยหยางจุ๊ปากชื่นชมไม่หยุด
เนี่ยเทียนเอ่ยขึ้นเบาๆ “ในอดีตที่นี่เคยเป็นอาณาจักรขนาดมหึมา ทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ แต่เนื่องจากศึกใหญ่แห่งเผ่าพันธ์ อสูรกาย ภูตผี ปีศาจ เผ่าทมิฬเปิดฉากสงครามนองเลือดกับเผ่าสัตว์โบราณ ด้านบนของ แผ่นดินลอยตัวแห่งนี้จึงถูกทำลาย แผ่นดินที่ร่วงลงมาจึงกระแทกโดน แผ่นดินเบื้องล่าง เป็นเหตุให้มันมีสภาพอย่างในตอนนี้”
ต่งลี่เม้มปากยิ้ม “อีกเกือบครึ่งปีก็คงทำการขุดหาทรัพยากรของ อาณาจักรกิ้งก่าเสร็จสิ้น คาดไม่ถึงว่าทางนั้นยังไม่ทันจบเรื่อง พระราชวัง โบราณสะเก็ดดาวก็จะให้พวกเรามายังที่วิเศษนี่อีก”
“เจ้าอย่าคิดเพ้อเจ้อ” เนี่ยเทียนสีหน้าเคร่งเครียด “ครั้งนี้ที่พวกเรามา ไม่ใช่เพื่อขุดหาวัตถุดิบวิเศษที่มีอยู่ในแผ่นดินลอยตัว นั่นไม่ใช่เรื่องที่พวก เราควรจะทำ ภารกิจที่ข้าได้รับมาก็คือสังหารพวกชนต่างเผ่าที่บุกรุกเข้ามา ที่นี่ให้สิ้นซาก หรือไม่ก็ขับไล่พวกเขาไม่ให้หวนคืนมาได้อีก และทุกช่องทาง ที่อาจเชื่อมโยงไปยังอาณาจักรของชนต่างเผ่าที่ไม่ว่าจะเป็นรอยแยกห้วง มิติ หรือประตูข้ามอาณาจักรก็ต้องทำลายให้หมด”
สำหรับเรื่องของสัตว์ยักษ์มวลดารา เนื่องจากโม่เหิงกำชับมาว่าหากไม่ พูดได้ก็เป็นการดี ดังนั้นเขาจึงปิดบังเอาไว้
เขาบอกแค่ว่า แผ่นดินลอยตัวเป็นของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว ซึ่งตอนนี้มีชนต่างเผ่าบุกรุกเข้ามา ทางสำนักต้องการให้เขามาจัดการมหา ราชาสายเลือดระดับเก้าของชนต่างเผ่าที่เป็นผู้นำเพียงคนเดียวผู้นั้น
ขณะที่ทุกคนพูดคุยกัน เนี่ยเทียนก็อาศัยเรือดาราขยับเข้าไปใกล้ริม เกาะ
มองมหาสมุทรสีดำที่กว้างใหญ่ราวกับไร้ที่สิ้นสุด เนี่ยเทียนก็ส่งกระแส จิตวิญญาณที่ผสานกับจิตวิญญาณแห่งดวงดาวให้จมดิ่งลงไปยังมหาสมุทร สีดำ
เขารู้ตั้งนานแล้วว่าจุดลึกของมหาสมุทรสีดำไร้ที่สิ้นสุดนี้มีจิตสำนึก ลึกลับเก่าแก่อยู่ขุมหนึ่ง
ปีนั้นเขาไม่รู้ที่มาของจิตสำนึกเก่าแก่ขุมนั้น ตอนนี้ในที่สุดก็ได้เข้าใจ แล้วว่านั่นคือสัตว์ยักษ์มวลดารา
กระแสจิตวิญญาณของเขาแทรกซึมเข้าไปยังมหาสมุทรสีดำแล้วลอง เรียกขาน พยายามจะเชื่อมความสัมพันธ์กับสัตว์ยักษ์มวลดารา
ไม่นานนักกระแสจิตวิญญาณที่ยิ่งใหญ่เกรียงไกรของสัตว์ยักษ์มวล ดาราก็พลันเยื้องกรายมาถึง!
“เจ้าเองรึ?”
เนี่ยเทียนสีหน้าคึกคัก รีบตอบกลับ “ข้าเอง! ข้าได้รับภารกิจจากทาง สำนัก จึงตั้งใจมาที่แผ่นดินลอยตัวเพื่อช่วยเจ้าจัดการกับชนต่างเผ่าที่บุกรุก เข้ามา หลีกเลี่ยงไม่ให้พวกเขารบกวนการจำศีลของเจ้า ปีนั้นโชคดีที่ได้เจ้า ช่วยเหลือ ข้าถึงไปจากแผ่นดินลอยตัวแห่งนี้ได้”
สัตว์ยักษ์มวลดาราไม่ได้รีบตอบกลับมา
เนี่ยเทียนตรวจสอบอย่างละเอียดจึงค้นพบว่าจุดลึกของมหาสมุทรสีดำ มีปราณลึกลับมากมายแทรกซึมเข้ามา
“อะไรน่ะ?”
“ดูเหมือนว่าจะมีบางอย่างที่มองไม่เห็นมาเยือนที่นี่กะทันหัน!”
“อยู่ในจุดลึกของมหาสมุทร!”
ตรงกลางเกาะ แดนเอตทัคคะอย่างจิ่งเฟยหยาง ฉวนจื่อเซวียนและ ฉวีหมิงเต๋อพลันสัมผัสได้จึงทะยานตัวขึ้นไปบนอากาศ
“ไม่ต้องตื่นเต้น” เนี่ยเทียนตะโกน “ไม่ใช่ชนต่างเผา!”
สีหน้าของจิ่งเฟยหยางแปลกประหลาด “เจ้า กำลังแลกเปลี่ยนกระแส จิตวิญญาณอยู่กับใครงั้นหรือ?”
เนี่ยเทียนพยักหน้ารับ บอกเป็นนัยกับพวกเขาว่าอย่าวู่วาม ก่อนจะ หลับตาลงแล้วใช้กระแสจิตวิญญาณสอบถามไปอีกครั้ง “พวกชนต่างเผ่าที่ บุกเข้ามา ตอนนี้อยู่ที่ไหน? มีสายเลือดอะไร? มีกันกี่คน? พวกเขาคิดจะทำ อะไร?”
สัตว์ยักษ์มวลดารายังคงนิ่งคิดคล้ายกำลังตรึกตรองอะไรบางอย่าง
ผ่านไปพักใหญ่ จิตสำนึกของมันถึงได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง “ข้าขอลอง คิดดูก่อน กองกำลังที่เจ้าพามาครั้งนี้น่าจะแก้ไขปัญหาให้ข้าได้ ไม่ต้องรีบ ร้อนถามอะไรข้ามากมาย ข้าจะบอกพิกัดบางจุดให้พวกเจ้า พวกเจ้าไปที่ นั่นแล้วทำลายช่องทางเข้าออกของมดกระจอกพวกนั้นทิ้งไปก่อน”
เนี่ยเทียนกล่าว “ก็ดี”
ภารกิจส่วนหนึ่งที่พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวมอบให้คือทำลาย ช่องทางการเชื่อมต่อระหว่างอาณาจักรของชนต่างเผ่ากับแผ่นดินลอยตัว เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ชนต่างเผ่าทยอยกันตามมาทีหลัง
ตัดทางถอยทิ้งไปก่อน แล้วค่อยจัดการกับชนต่างเผ่าพวกนั้น นี่คือ วิธีแก้ไขปัญหาที่ชาญฉลาด ซึ่งเขาเองก็เห็นด้วย
“ปีนั้นก็เพราะการมาถึงของเจ้า เพราะต้องส่งเจ้าไปจากที่นี่ ข้าถึงต้อง ใช้พลังงานเล็กน้อย แล้วก็เพราะว่าส่งเจ้าจากไป ข้าถึงจำศีลต่อไม่ได้ พลัง ที่เหลืออยู่ก็ต้องเอามาใช้ไล่กำจัดช่องทางที่พวกมดกระจอกเหล่านั้นเข้ามา เดิมทีเรื่องนี้ก็มีสาเหตุเพราะเจ้า!” สัตว์ยักษ์มวลดารากล่าวโทษ
เนี่ยเทียนยิ้มเจื่อน รีบขอโทษขอโพยแล้วเอ่ยปลอบใจมัน “นี่ข้าก็ กลับมาช่วยเจ้าแก้ปัญหา กลบทับช่องโหว่ที่เกิดขึ้นเพราะข้าแล้วไม่ใช่ หรือ?”
“ทางที่ดีที่สุดเจ้าควรจะกำจัดให้สิ้นซาก! ” สัตว์ยักษ์มวลดาราส่ง ข้อความมาอีก
นาทีถัดมาก็มีจิตสำนึกขุมหนึ่งไหลบ่าเข้าสู่มหาสมุทรจิตวิญญาณของ เนี่ยเทียน
ภาพแผนที่ภูมิศาสตร์ขนาดใหญ่ยักษ์ของแผ่นดินเบื้องล่างพลันนาบ ประทับลงไปในจุดลึกของความทรงจำเนี่ยเทียน ยากที่จะลบเลือนได้อีก
ภาพแผนที่ภูมิศาสตร์นี้ไม่เพียงแต่มีขนาดใหญ่ ยังซับซ้อนอย่างถึงที่สุด ในนั้นมีแปดตำแหน่งที่ระบุพิกัดไว้โดยเฉพาะ คล้ายจะเป็นช่องทางที่ชน ต่างเผ่าใช้เข้ามาที่นี่
ห้าจุดในแปดตำแหน่งก็คือเกาะห้าเกาะบนมหาสมุทรสีดำ
อีกสามจุดที่เหลืออยู่บนพื้นดินกว้างใหญ่ด้านนอก ที่หนึ่งคือทะเลทราย ร้อนระอุ ที่หนึ่งคือเทือกเขาน้ำแข็ง ส่วนอีกที่หนึ่งคือผืนปุารกครึ้ม
“แปดตำแหน่งนี้ล้วนมีพวกมดกระจอกเฝูาอยู่ แต่ว่าไอ้เจ้าคนที่ ค่อนข้างร้ายกาจกลับไม่ได้อยู่ด้วย”
“ตำแหน่งที่ใกล้ที่สุดอยู่ใกล้กับที่นี่มาก พวกเจ้าไปทำลายมันทิ้งก่อน ค่อยว่ากัน ขอแค่เจ้าใช้กระแสจิตวิญญาณร้องเรียกข้าเบาๆ ในมหาสมุทรสี ดำแห่งนี้ ก็จะสามารถสื่อสารกับข้าได้ทันที”
“จำไว้ว่าเมื่อยังไม่ถึงช่วงเวลาที่ข้ากับพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวของ พวกเจ้าตกลงกันไว้ เจ้าและคนของเจ้าห้ามตามหาและขุดค้นสิ่งที่ซุกซ่อน อยู่ในแผ่นดินลอยตัวแห่งนี้เด็ดขาด”
“อีกอย่างยามที่ลงมือพยายามออมแรงไว้หน่อย อย่าทำลายแผ่นดิน ลอยตัวไปมากนัก ข้ายังต้องใช้แผ่นดินลอยตัวพวกนั้นมาชักนำพลังงานที่ อยู่นอกทางช้างเผือกเพื่อรักษาสภาวะการจำศีลของข้า หากแผ่นดินผืนนี้ พังทลายลงอย่างแผ่นดินเบื้องบน ข้าก็ต้องถูกบีบให้ตื่นขึ้นมา”
“หากข้าฟื้นตื่น จะทำให้เกิดผลลัพธ์เช่นไร คนที่ส่งเจ้ามาที่นี่ น่าจะรู้ ชัดเจนดี”
สัตว์ยักษ์มวลดารากำชับเนี่ยเทียนอย่างละเอียด เพราะกลัวว่าเขาจะ ทำตัวเหลวไหลด้วยไม่เข้าใจกฎกติกา
เนี่ยเทียนรับฟังอย่างนอบน้อม
เมื่อจดจำคำสั่งของสัตว์ยักษ์มวลดาราได้ขึ้นใจแล้ว เขาก็พาคนที่มา ด้วยเดินทางไปยังเปูาหมายแรกโดยอิงตามแผนที่ผืนนั้นและคำชี้นำของ สัตว์ยักษ์มวลดารา
——