ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 973 ผู้มีชะตารันทด
มหาสมุทรสีดำอันกว้างใหญ่ไพศาล
แดนเอตทัคคะสามท่านที่มีจิ่งเฟิยหยาง ฉวนจื่อเซวียน ฉวีหมิงเต๋อเป็น ผู้นำบินทะยานไปด้านหน้า ส่วนด้านหลังคือแดนว่างเปล่ากลุ่มใหญ่
หากเปิดเผยตัวตนอยู่นอกทางช้างเผือก ต่อให้ผู้แข็งแกร่งเขตดินแดน เหล่านี้ไม่ได้ปลดปล่อยดินแดนของตัวเองออกมา ความเร็วของพวกเขาก็ ยังไม่ต่างจากสายฟูา
สามสำนักใหญ่ของดินแดนพงฟูา นอกจากแดนเอตทัคคะสามท่านนี้ แล้ว แต่ละฝุายยังส่งแดนว่างเปล่าอีกฝุายละสามคนมาร่วมเดินทางด้วย
ส่วนทางฝุายของดินแดนปราการดวงดาว นอกจากสำนักฟูากลมแล้ว ทุกฝุายล้วนส่งแดนว่างเปล่ามาสองคน
ทางฝุายดินแดนดาวตกนั้น มีเพียงฝานข่ายมาคนเดียว
การเข้ามาในแผ่นดินลอยตัวครั้งนี้จะต้องแก้ไขปัญหาให้เสร็จสิ้น โดยเร็ว ดังนั้นหลังจากที่เนี่ยเทียนปรึกษากับพวกเขาแล้วจึงตัดสินใจว่าจะ พาแค่แดนเอตทัคคะและแดนว่างเปล่าเข้ามาเท่านั้น
คนที่มีตบะต่ำกว่าแดนว่างเปล่าลงไปไม่มีประโยชน์มากนัก จึงไม่ได้ถูก พามาที่นี่ด้วย
เรือดาราของเนี่ยเทียนที่มีเขาและต่งลี่เป็นผู้โดยสารก็ทะยานไป ด้านหน้าอยู่ท่ามกลางกลุ่มของผู้แข็งแกร่งแดนว่างเปล่า
ในอาณาจักรเผ่ากิ้งก่าที่ถูกยกให้เป็นของเขา ต่งลี่ให้คนขุดหาหิน ดวงดาวมาได้สามล้านกว่าก้อน หินดวงดาวมากมายขนาดนี้มากพอจะให้ เนี่ยเทียนใช้ได้อย่างสิ้นเปลือง
หลายวันต่อมา
เกาะรูปไข่ห่านเกาะหนึ่งก็พลันปรากฏอยู่ในการรับสัมผัสของจิ่งเฟย หยาง ร่างของเขายังไม่ทันไปถึง กระแสจิตวิญญาณที่มากไพศาลของเขาก็ ปกคลุมไปก่อนแล้ว
“ไม่ใช่เกาะเปูาหมาย แต่ว่าบนเกาะนั่นก็มีชนต่างเผ่าอยู่เหมือนกัน เอ๊ะ!” สีหน้าของจิ่งเฟยหยางพลันมืดทะมึน กล่าวว่า “ยังมีเผ่ามนุษย์ หลายคนที่ถูกจับเป็นทาสด้วย!”
ฉวนจื่อเซวียนและฉวีหมิงเต๋อก็รับสัมผัสได้ถึงภาพเหตุการณ์นี้พร้อมๆ กัน สีหน้าของพวกเขาพลันมืดดำ
เนื่องจากอยู่ห่างค่อนข้างไกล ด้วยตบะของเนี่ยเทียนและต่งลี่จึงมองไม่ เห็นเกาะนั้น แล้วก็สัมผัสไม่ถึง เขาจึงถามอย่างแปลกใจ “สถานการณ์เป็น อย่างไร?”
“อีกเดี๋ยวเจ้าก็จะได้รู้แล้ว” จิ่งเฟยหยางถอนหายใจเบาๆ หนึ่งที
“ฟิ้วๆๆๆ!”
เขาและฉวนจื่อเซวียน ฉวีหมิงเต๋อสามคนพลันเพิ่มความเร็วทะยาน ออกไปจากกลุ่ม
“ระวังหน่อย อย่าเปิดเผยร่องรอยเร็วเกินไปนัก!” เนี่ยเทียนตวาด
“วางใจเถอะ ชนต่างเผ่าของทางฝั่งนั้น สายเลือดที่แข็งแกร่งที่สุดก็คือ ระดับหกเท่านั้น จัดการได้ง่ายดายยิ่งนัก” เสียงของจิ่งเฟยหยางดังมาจาก ทิศไกลที่เขาหายตัวไป
เนี่ยเทียนก็เพิ่มความเร็วให้เรือดาราทะยานตามไป
ครึ่งชั่วยามต่อมา ในที่สุดเกาะที่จิ่งเฟยหยางสัมผัสถึงก็ปรากฏอยู่ใน ม่านสายตาของเนี่ยเทียน
บนอากาศเหนือเกาะถูกปกคลุมไปด้วยอักขระลึกลับหลากหลายสีสัน มีแสงกระบี่เล็กๆ ผนึกเกาะนั้นเอาไว้ และยังมีแสงสีทองเจิดจ้าที่ผลุบๆ โผล่ๆ อยู่บางมุมของเกาะ
ดูเหมือนว่าแดนเอตทัคคะสามท่านจะปิดผนึกเกาะนั้นไว้ ไม่ให้เสียง คลื่นจิตวิญญาณ คลื่นสายเลือดของชนต่างเผ่าแผ่ออกไป
รอจนเรือดาราเข้าไปใกล้ พลังของแดนเอตทัคคะสามท่านที่ห่อหุ้ม เกาะไว้ถึงได้ค่อยๆ จางหายไป
“ตึง!”
เรือดาราพลันหยุดชะงักอยู่กลางอากาศเหนือเกาะ
เนี่ยเทียนก้มลงมองเบื้องล่างก็เห็นว่าแต่ละพื้นที่บนเกาะมีศพของภูตผี ปีศาจ เผ่าเกล็ดดำและเผ่าหินเทากระจายเกลื่อนกลาด
ชนต่างเผ่าที่อยู่บนเกาะถูกแดนเอตทัคคะสามท่านสังหารสิ้นในเวลา สั้นๆ
เดิมทีด้วยตบะแดนเอตทัคคะของพวกเขาทั้งสามคนสามารถจัดการชน ต่างเผ่าพวกนั้นได้เร็วยิ่งกว่านี้ เพียงแค่เจอหน้าอีกฝุายก็ตายได้แล้ว
ที่เวลาล่าช้ามาถึงเพียงนี้ก็เพราะพวกเขาไม่อยากให้มีข่าวใดๆ เล็ดรอด ออกไปจากเกาะแห่งนี้ หลีกเลี่ยงไม่ให้ชนต่างเผ่าคนใดติดต่อกับชนต่างเผ่า คนอื่นๆ จนเป็นเหตุให้อีกฝุายมีการปูองกันรับมือไว้ก่อน
นอกจากศพของชนต่างเผ่าจำนวนมากแล้ว เนี่ยเทียนยังเห็นศพของ เผ่ามนุษย์ที่มีมากไม่ต่างกัน
เผ่ามนุษย์เหล่านั้นก็กระจายตัวอยู่ทั่วทุกมุมของเกาะ คล้ายกำลังขุดหา หินแร่ เก็บเกี่ยวพืชหญ้าวิเศษ
เผ่ามนุษย์ที่ตายไปสวมเสื้อผ้าสกปรกมอมแมม ร่างผอมแห้งราวท่อน ฟืน สภาพน่าสังเวชไม่ต่างจากขอทาน
บนลำคอของพวกเขาทุกคนมีห่วงเงินรัดอยู่ บนห่วงเงินเหล่านั้นสลัก ลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ของเผ่าภูตผีปีศาจ
“พวกเขาคือทาสที่ถูกภูตผีปีศาจจับตัวมา เมื่อภูตผีปีศาจยกทัพไปยัง อาณาจักรของเผ่ามนุษย์ก็จะจับเชลยมาทำเป็นทาส ให้พวกเขาขุดหาแร่ เก็บสมุนไพร” ดวงตาของจิ่งเฟยหยางดำมืด “เนื่องจากชนต่างเผ่าแพร่ พันธ์ได้ค่อนข้างยากลำบาก จำนวนจึงมีไม่มากเท่าเผ่ามนุษย์ ทว่า อาณาจักรที่อยู่ในการควบคุมของชนต่างเผ่ากลับมีมาก พวกเขาจึงต้องการ เอาทาสไปช่วยทำงานให้”
“นับสิบล้านปีที่ผ่านมา เมื่ออาณาจักรของเผ่ามนุษย์ที่เปิดศึกกับชน ต่างเผ่าถูกยึดครอง คนธรรมดาจะถูกสังหารจนสิ้น จากนั้นก็ถูกพวกเขา เอามาใช้เซ่นไหว้บรรพบุรุษ หรือนำไปทำพิธีบวงสรวงต่างๆ แต่หากเป็นผู้ ฝึกลมปราณที่สามารถสร้างภัยคุกคามให้พวกเขาได้ก็จะถูกฆ่าหมดเช่นกัน ที่เหลืออยู่ซึ่งเป็นพวกที่ไม่มีภัยคุกคาม จะต้องกลายมาเป็นทาส”
“ทาสจะถูกส่งไปยังอาณาจักรที่ไม่เหมาะกับการดำรงชีวิตของเผ่า มนุษย์ หลายพื้นที่จะเป็นพื้นที่มืดมิดไร้แสงสว่าง เมื่ออยู่ในถ้ำที่มืดมิดก็ ต้องช่วยพวกเขาขุดถ้ำ หาสมุนไพร วัตถุดิบวิเศษที่จะช่วยให้พวกเขาเอามา สร้างเป็นอาวุธหรือช่วยในการชุบหลอมสายเลือดของพวกเขา”
“หากทาสเผ่ามนุษย์อย่างพวกเราไม่ยอมเชื่อฟัง ทำให้พวกเขาไม่พอใจ ก็จะถูกสังหารอย่างไร้ปราณี”
จิ่งเฟยหยางชี้ไปยังศพของเผ่ามนุษย์ที่นอนเกลื่อนกลาด “ก่อนที่พวก เขาจะถูกจับมาเป็นทาส พวกเขาอาจอาศัยอยู่ในดินแดนอย่างดินแดนดาว ตก ดินแดนปราการดวงดาว แต่เพราะถูกชนต่างเผ่ารุกราน เป็นฝุายพ่าย แพ้ในสงคราม ผู้แข็งแกร่งในสำนักถูกสังหาร พวกเขาจึงกลายมาเป็นทาส ความเป็นความตายอยู่ที่ความคิดเดียวของพวกภูตผีปีศาจ”
มองศพของผู้ร่วมเผ่าพันธุ์หลายพันศพ และได้เห็นสภาพร่างกายที่แห้ง เหี่ยวราวผีตายซากของพวกเขา เนี่ยเทียนก็อดเศร้าสลดไม่ได้
“ยังดี ยังดีที่ดินแดนดาวตกมีเจ้าอยู่ เพราะเจ้าใช้วิธีการมหัศจรรย์ถึง สองครั้ง ทำให้ชนต่างเผ่ามิอาจรุกรานเข้าไปได้” มองศพสภาพอเนจอนาถ เหล่านั้น ต่งลี่ก็หนาวสะท้านไปทั้งใจ “หากปีนั้นดินแดนดาวตกถูกกองทัพ ของชนต่างเผ่ารุกรานได้สำเร็จ ในบรรดาศพพวกนั้นก็อาจมีญาติและสหาย ของพวกเรารวมอยู่ด้วย แล้วก็มีความเป็นไปได้ที่พวกเราจะเป็นหนึ่งใน นั้น”
“ห่วงเงินที่อยู่บนลำคอของพวกเขาสามารถทำลายมหาสมุทรจิต วิญญาณของพวกเขาได้ในเสี้ยววินาที” ฉวนจื่อเซวียนโกรธจนหน้าเขียว “พวกเราไม่ทันระวัง หากเป็นไปได้ต้องสังหารชนต่างเผ่าทุกคนในทันที
อย่าให้พวกมันตั้งตัวทันจนไปกระตุ้นพลังงานที่อยู่ในห่วงสีเงินได้ เพราะ บางทีอาจช่วยให้เพื่อนมนุษย์ของพวกเรารอดชีวิตได้”
“ชนต่างเผ่าพวกนี้สมควรตายกันให้หมด!” ฉวีหมิงเต๋อกล่าวอย่างเคียด แค้น
คนทั้งสามมาจากดินแดนพงฟูา ซึ่งก่อนหน้านี้ดินแดนพงฟูาก็เคยถูก ชนต่างเผ่ารุกรานเช่นกัน
อาณาจักรหลายแห่งในดินแดนพงฟูาถูกชนต่างเผ่าปล้นสะดม กลุ่ม อิทธิพลเล็กๆ หลายกลุ่มที่พึ่งพาพวกเขาถูกกวาดล้างจนเกลี้ยง เผ่ามนุษย์ หลายคนก็ต้องกลายมาเป็นทาส
พวกที่เป็นทาสล้วนถูกกำหนดชะตาชีวิตไว้แล้วว่า สักวันหนึ่งต้องถูก ชนต่างเผ่าสังหาร
เผ่าโครงกระดูกยิ่งเหี้ยมโหด อาณาจักรที่ถูกพวกเขารุกราน เผ่ามนุษย์ ทุกคนจะต้องถูกสังหารไปอย่างรวดเร็วแล้วถูกส่งไปยังพื้นที่ฝังกระดูก เพื่อให้พวกเขาได้ดูดซับพลังแห่งความตาย
ที่คนทั้งสามเดือดดาลขนาดนี้ก็เพราะนึกถึงเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ใน ดินแดนพงฟูาที่ตายไปหรือไม่ก็ถูกจับไปเป็นทาส
คนเหล่านี้เดิมทีควรได้รับการปกปูองจากพวกเขา แต่เพียงแค่เพราะ ชนต่างเผ่าที่เข้าไปรุกรานแข็งแกร่งเกินไป พวกเขามิอาจดูแลได้ทั่วถึง คน เหล่านั้นถึงได้เผชิญกับชะตากรรมน่าสลดเช่นนั้น
“น่าจะยังมีเผ่ามนุษย์ที่ถูกจับเป็นทาส ช่วยพวกเขาขุดหาวัตถุดิบ เก็บ สมุนไพรอยู่ในพื้นที่อื่น” จิ่งเฟยหยางนิ่งคิดไปครู่ ก่อนจะค่อยๆ เก็บปราณ
บนร่างของตัวเองกลับมาทั้งหมด “หากเจอสถานการณ์แบบนี้อีก พวกเรา ต้องระวังกันมากกว่านี้ ต้องสังหารชนต่างเผ่าที่อยู่บนเกาะให้ได้ในเสี้ยว วินาที อย่าให้เวลาพวกเขาได้ตั้งตัวทันแม้แต่นาทีเดียว!”
ฉวนจื่อเซวียนและฉวีหมิงเต๋อพยักหน้ารับหนักๆ ในใจก็เริ่มมีแผนการ แล้ว
“ของบนเกาะจะเก็บไปหรือไม่?” ต่งลี่ถามเบาๆ
เนี่ยเทียนลังเลอยู่ชั่วครู่ก็ส่ายหน้า “ช่างเถอะ วัตถุที่ถูกขุดค้นขึ้นมา เป็นของแผ่นดินลอยตัว ไม่ได้อยู่ในขอบข่ายภารกิจของพวกเรา ส่วน สิ่งของบนร่างชนต่างเผ่าสายเลือดระดับต่ำพวกนั้นก็ไม่จำเป็นต้องค้น”
เดิมทีเขาสามารถเอาไข่มุกวิญญาณมืดออกมาเก็บดวงวิญญาณของที่ แห่งนี้ได้
แต่ซากวิญญาณที่ไข่มุกวิญญาณมืดเก็บเอาไปก็ย่อมต้องรวมวิญญาณ ของเผ่ามนุษย์เข้าไปด้วย
มองเห็นพวกจิ่งเฟยหยางที่เป็นเดือดเป็นแค้น เขาก็รู้ว่าหากใช้ไข่มุก วิญญาณมืดมาเก็บเอาวิญญาณของเผ่ามนุษย์ที่ไม่สามารถไปสู่สุขคติมา จะต้องทำให้พวกเขาไม่สบายใจแน่นอน
เขาจึงตัดสินใจล้มเลิกความคิดนี้
“งั้นก็ดี พวกเราไปต่อ คราวนี้ต้องระวังให้มาก!” ฉวีหมิงเต๋อเอ่ยขึ้น
แล้วก็เป็นดังคาด
ครึ่งวันต่อมา จิ่งเฟยหยางก็เป็นคนค้นพบเกาะอีกแห่งหนึ่งอีกครั้ง
เขากำชับพวกเนี่ยเทียนว่าไม่ต้องรีบร้อนรุดหน้าไป เขาและฉวนจื่อเซ วียน ฉวีหมิงเต๋อสามคนจะอำพรางปราณที่อยู่บนร่าง แล้วสังหารชนต่าง เผ่าทั้งหมดในเสี้ยววินาที
หลีกเลี่ยงไม่ให้ชนต่างเผ่าที่เป็นหัวหน้าตั้งตัวได้ทันแล้วกระตุ้นพลังงาน ในห่วงเงิน สังหารเผ่ามนุษย์ที่เป็นทาสจนสิ้น
คนทั้งสามที่ร่างเป็นเหมือนเงามายาพลันหายวับไป
ผ่านไปครู่หนึ่ง จิ่งเฟยหยางก็ส่งข่าวมาจากทิศไกล
คราวนี้เนี่ยเทียนถึงกระตุ้นให้เรือดาราทะยานไปอย่างรวดเร็ว
ไม่นานเรือดาราก็มาลอยอยู่เหนือเกาะอีกแห่งหนึ่ง
ครั้งนี้พวกจิ่งเฟยหยางทำสำเร็จแล้ว!
ชนต่างเผ่าที่อยู่บนเกาะล้วนถูกคนทั้งสามสังหารจนหมด เผ่ามนุษย์ เรือนกายผอมแห้งราวท่อนฟืนหลายร้อยคนที่บนคอมีห่วงเงินล้วนเงยหน้า มองท้องฟูาด้วยสายตาเลื่อนลอย
“เนี่ย เนี่ยเทียน!”
มุมหนึ่งของเกาะ มีคนร้องอุทานด้วยเสียงรวดร้าว
มองไปยังทิศทางนั้น เนี่ยเทียนขมวดคิ้วเป็นปม จ้องมองไปยังหญิงสาว ผอมแห้งผิวดำเกรียม เสื้อผ้าขาดวิ่นด้วยสายตานิ่งลึกอยู่พักใหญ่ ก่อนจะ เอ่ยขึ้นอย่างไม่แน่ใจ “ซู ซูหลิน?”
——