ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 974 ชะตาที่แตกต่างกัน
ซูหลินคือศิษย์ผู้กล้าของวิมานสวรรค์ที่เป็นรองแค่หนิงหยาง เคยช่วง ชิงตราประทับสะเก็ดดาวกับเนี่ยเทียนเมื่อครั้งอยู่ในประตูสวรรค์
ปีนั้นตอนที่มาที่นี่ ซูหลินและหยางคันสองคนนำพากลุ่มคนของวิมาน สวรรค์ ตำหนักเทพเพลิงและลัทธิอูตู๋ปะทะกับพวกเนี่ยเทียน
สุดท้ายภายใต้การช่วยเหลือจากสัตว์ยักษ์มวลดารา เนี่ยเทียนจึง สามารถออกจากแผ่นดินลอยตัว ย้อนกลับไปยังดินแดนดาวตกได้อย่าง ราบรื่น
ซูหลินและหยางคันสองตนถูกกักตัวอยู่ในแผ่นดินลอยตัว เป็นตายไม่รู้ แน่ชัด
ไม่นานชนต่างเผ่าก็ยกทัพรุกรานเข้าไปยังดินแดนดาวตกโดยอาศัยรอย แยกห้วงมิติหกเส้น
เวลาผ่านไปสิบกว่าปี ซูหลินจึงเริ่มเลือนหายไปจากความทรงจำของ เนี่ยเทียน
หากไม่เป็นเพราะซูหลินเป็นฝุายร้องเรียก หากไปอยู่ในอาณาจักรอื่น แล้วเดินสวนกับซูหลินที่อยู่เบื้องหน้านี้ เกรงว่าเนี่ยเทียนก็คงจำนางไม่ได้
นางเปลี่ยนแปลงไปมากเหลือเกิน
หลายปีที่ผ่านมา ซูหลินเปลี่ยนมาเป็นผอมแห้งราวซากผี ไม่มีความ งามอย่างในอดีตอีกแล้ว ผิวหนังที่เปิดเปลือยอยู่ใต้เสื้อผ้าขาดวิ่นเหมือนผิว ของต้นไม้เก่าแก่ ทั้งเหี่ยวแห้ง ทั้งไม่มีประกายเรียบรื่น นอกจากนี้ยังเต็ม
ไปด้วยรอยแส้มากมาย บางรอยก็ปูดนูนเป็นแผลเป็น มองดูแล้วราวกับงู ตัวเล็กที่น่าหวาดกลัว
“ไม่นึกเลยว่า จะเป็นนาง…”
บนเรือดารา ต่งลี่ทอดถอนใจอย่างปลงสังเวช ในอดีตนางเคยมองซู หลินเป็นภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เป็นศัตรูตัวฉกาจ สองฝุายราวน้ำกับไฟ ที่ไม่มีวันเข้ากันได้
พริบตาเดียว เวลาก็ผ่านไปแล้วสิบกว่าปี ชะตาชีวิตของคนทั้งสอง แตกต่างกันราวฟูากับเหว
“กลายมาเป็นแค่เขตต้นสวรรค์เท่านั้น”
ต่งลี่ส่ายหน้าเบาๆ ไม่รู้ว่าทำไม จู่ๆ ความแค้นระหว่างนางและซูหลินก็ หายวับไปไม่มีเหลือ ไม่คิดจะชำระความบัญชีแค้นในอดีตอีกแล้ว
“ซูหลิน ดูเหมือนข้าจะ…เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน”
ฝานข่ายขมวดคิ้วคิดหนัก รู้สึกว่าเหมือนใครเคยพูดถึงชื่อนี้กับเขามา ก่อน
เพียงแต่ว่าเขามักจะปิดด่านอยู่ตลอดทั้งปี ใจคิดแต่จะฝุาให้ถึงแดนว่าง เปล่า ธุระทั้งหมดในวิมานสวรรค์ล้วนยกให้จ้าวลั่วเฟิงจัดการ เขาไม่เคย ถามถึง
คนในวิมานสวรรค์ที่รู้ถึงการดำรงอยู่ของเขาก็มีอยู่บ้าง ทว่าคนที่เคย เห็นเขาตัวเป็นๆ กลับมีน้อยยิ่งกว่าน้อย
ซูหลินเป็นเมล็ดพันธ์คนสำคัญ แต่ไม่ได้โดดเด่นเท่าหนิงหยาง ไม่ สามารถช่วงชิงตราประทับสะเก็ดดาวมาได้ แน่นอนว่าย่อมไม่เคยเห็นหน้า เขามาก่อน
“พวกเจ้า…”
ซูหลินเหม่อมองผู้แข็งแกร่งเผ่ามนุษย์ที่กระจายตัวอยู่รอบเรือดาราซึ่ง แต่ละคนแผ่ปราณลึกล้ำดั่งมหาสมุทร นางมีท่าทางตื่นตระหนกอย่างเห็น ได้ชัด
พอพวกจิ่งเฟยหยางมาถึงก็สังหารชนต่างเผ่าที่จับพวกนางเป็นทาสใน เสี้ยววินาที
ชนต่างเผ่ายังไม่ทันได้กระตุ้นพลังในห่วงเงิน พวกนางจึงรอดตายมาได้
ด้วยความรู้ที่ซูหลินมี นางก็ยังมองตบะของพวกจิ่งเฟยหยางไม่ออก เพียงแค่รู้สึกว่าคนทั้งสามแข็งแกร่งจนเกินคาดคิด แข็งแกร่งยิ่งกว่าผู้ แข็งแกร่งคนใดก็ตามในดินแดนดาวตก
และแดนว่างเปล่าอีกหลายคนที่ตามมาถึงทีหลังก็ยิ่งทำให้ซูหลินเกิด ความหวาดกลัวราวกับว่าอีกฝุายสูงส่งจนตนมิอาจเอื้อมถึง
“เจ้า มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?” เนี่ยเทียนขมวดคิ้วน้อยๆ “ข้าจำได้ว่ายัง มีหยางคันจากตำหนักเทพเพลิงอีกคนหนึ่ง เขาอยู่ไหน ยังมีชีวิตอยู่ไหม?”
“หยางคัน…” ซูหลินก้มหน้า กล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้าสลด “เมื่อสิบกว่า ปีก่อน หยางคันก็ตายแล้ว หลังจากที่พวกเราถูกชนต่างเผ่าจับมาเป็นทาส หลายปีมานี้ก็เร่ร่อนไปทั่ว ถูกส่งตัวไปยังอาณาจักรต่างๆ ของชนต่างเผ่าที่
โหดเหี้ยม ช่วยพวกเขาขุดแร่ เก็บยาสมุนไพร วัตถุดิบวิเศษ มีครั้งหนึ่งอยู่ ในถ้ำน้ำแข็ง หยางคันถูกพิษความเย็นรุกราน”
“ภูตผีปีศาจที่จับพวกเราเป็นทาสเห็นว่าเขาหมดมูลค่าจึงสังหารเขา ทิ้ง”
“ตอนที่เขาตาย ข้าก็อยู่ใกล้ๆ พอดี”
ซูหลินอธิบายเหตุการณ์ที่นางประสบพบเจอตลอดหลายปีมานี้ให้เขา ฟัง
“สำหรับคนที่ถูกจับเป็นทาสอย่างพวกเราแล้ว ความตายก็คือชะตา สุดท้าย บางที…ความตายถึงจะเป็นการปลดปล่อยอย่างแท้จริง” นางยิ้ม บางๆ ทว่ารอยยิ้มนั้นมองดูน่าเกลียดยิ่งกว่าร้องไห้เสียอีก
“ข้านึกออกแล้ว ซูหลิน ดูเหมือนว่าจะเป็นลูกศิษย์ของวิมานสวรรค์ ข้า” ฝานข่ายพูดขึ้นกะทันหัน
“วิมานสวรรค์… ” ซูหลินตัวสั่นสะท้าน จนกระทั่งบัดนี้ นางถึงเพิ่ง สังเกตเห็นฝานข่าย จึงถามขึ้นอย่างระมัดระวัง “ไม่ทราบว่าท่านคือ?”
ฝานข่ายคือคนที่มีขอบเขตต่ำสุด พลังอ่อนแอที่สุดในบรรดาแดนว่าง เปล่าและแดนเอตทัคคะที่รายล้อม
เขาจึงไม่สะดุดตาอย่างยิ่ง
แล้วก็ด้วยเหตุนี้ ซูหลินจึงไม่ทันสังเกตเห็นเขา
“ข้าชื่อว่าฝานข่าย มาจากวิมานสวรรค์เช่นกัน ไม่รู้ว่าคนในสำนักเคย พูดถึงชื่อข้าให้เจ้าฟังบ้างหรือเปล่า” ฝานข่ายถอนหายใจ
“ท่านบรรพบุรุษ!” ดวงตาของซูหลินสาดประกายสดใส พลันตื่นเต้น “ข้าย่อมรู้ถึงตัวตนของท่านบรรพบุรุษ เพียงแต่ว่าไม่มีโอกาสได้พบหน้า ท่านบรรพบุรุษ! ท่าน ท่านมาได้อย่างไร? ท่านมาที่นี่เพื่อช่วยพวกเราหรือ? ได้ยินเจ้าวิมานบอกว่าท่านบรรพบุรุษปิดด่านหลายปีก็เพื่อหวังฝุาทะลุสู่ แดนว่างเปล่า ตอนนี้ทำสำเร็จแล้วใช่หรือเปล่า?”
ฝานข่ายสีหน้าซับซ้อน “สำเร็จแล้ว”
ซูหลินปิติยินดีล้นเหลือ รีบถาม “ท่านบรรพบุรุษ ท่านฝุาทะลุสู่แดน ว่างเปล่าแล้ว ถ้าเช่นนั้นตอนนี้วิมานสวรรค์ของพวกเราคงเป็นสำนักที่ แข็งแกร่งที่สุดในดินแดนดาวตกแล้วกระมัง?”
“แดนว่างเปล่าจะนับเป็นอะไรได้?” ฝานข่ายยิ้มขื่น ก่อนจะหันไปพูด กับเนี่ยเทียน “นายน้อยเนี่ย หวังว่าท่านจะเห็นแก่ที่วิมานสวรรค์ของเรา ยอมสวามิภักดิ์ด้วยใจภักดี ไม่คิดเล็กคิดน้อยกับนาง ไม่ว่าอย่างไร นางก็ คือคนของวิมานสวรรค์ข้า สิ่งที่นางพบเจอมาสิบกว่าปีนี้ก็น่าเวทนามาก พอแล้ว หวังว่านายน้อยเนี่ยจะให้อภัยนางได้”
“เรื่องมาถึงวันนี้ ข้าจะคิดเล็กคิดน้อยกับนางได้อย่างไร?” เนี่ยเทียน ยิ้มสง่างาม
ตอนนี้ดินแดนดาวตก ดินแดนปราการดวงดาว ดินแดนพงฟูาล้วนเป็น ของเขา แดนเอตทัคคะในดินแดนเหล่านั้นล้วนฟังคำสั่งจากเขา
ลำพังเพียงแค่ซูหลินที่ถูกชนต่างเผ่าจับมาเป็นทาส ตบะลดลงเหลือแค่ ต้นสวรรค์ซึ่งเมื่อสิบกว่าปีก่อนเคยมีความแค้นต่อกัน มาวันนี้แม้แต่ คุณสมบัติที่นางจะพูดคุยกับเขาก็ยังไม่มีด้วยซ้ำ
แล้วจะเขาจะมีปมในใจอะไรที่คลายไม่ได้อีก?
“ขอบพระคุณนายน้อยเนี่ย!” ฝานข่ายโค้งคำนับ
เห็นว่าท่านบรรพบุรุษของวิมานสวรรค์พินอบพิเทาต่อเนี่ยเทียนเช่นนี้ ซูหลินก็มีสีหน้าเลื่อนลอย รู้สึกทำอะไรไม่ถูก
ฝานข่ายโบกมือพาซูหลินมาอยู่ข้างกาย ก่อนอธิบายให้นางฟังถึง ตำแหน่งฐานะที่สูงศักดิ์ของเนี่ยเทียนในวันนี้
“ดินแดนดาวตก รวมไปถึงดินแดนปราการดวงดาวและดินแดนพงฟูา ที่มีแดนเอตทัคคะนั่งบัญชาการณ์ล้วนพึ่งพาเนี่ยเทียน!”
“ท่านบรรพบุรุษคือคนที่อ่อนแอที่สุดในกลุ่มคนที่มาที่นี่!”
“ตอนนี้นามของเนี่ยเทียนโด่งดังไปหลายดินแดนของเผ่ามนุษย์ กลายเป็นที่จับตามองของคนมากมาย!”
ข้อมูลที่ฝานข่ายมอบให้สร้างความสะท้านสะเทือนจนซูหลินส่ายหน้า ไม่หยุด นางรู้สึกเหมือนมีสายฟูามาระเบิดอยู่ในสมอง ทำให้นางเข้าใจโดย พลันว่าเวลาหลายปีที่ผ่านมา ระยะห่างระหว่างนางกับเนี่ยเทียนกว้างใหญ่ จนมิอาจชดเชยได้อีกแล้ว
เดิมทีนางคิดว่าเมื่อได้กลับไปวิมานสวรรค์ นางจะได้อาศัยทรัพยากร ของสำนักมาไล่ตามอีกฝุายได้ทัน
ทว่าคำพูดของฝานข่ายกลับเหมือนการจู่โจมที่รุนแรงสำหรับนาง ทำ ให้นางตระหนักได้อย่างลึกล้ำว่า ชั่วชีวิตนี้นางไม่เหลือความหวังที่จะยืนอยู่ ต่อหน้าเนี่ยเทียนในฐานะที่เท่าเทียมกันได้อีกแล้ว
“ชะตาชีวิตของคน เหตุใดถึงได้แตกต่างกันถึงเพียงนี้?” นางคร่ำครวญ อยู่ในใจ
สายตาของนางคอยเหลือบมองไปยังต่งลี่เป็นระยะ และบางครั้งก็เห็น ว่าต่งลี่มองมาด้วยสายตาเวทนา
สายตานั้นเป็นเหมือนกระบี่ที่ทิ่มแทงเข้ามาในใจของนาง
“ปีนั้นนางยังเทียบข้าไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นฐานะหรือขอบเขต พริบตาเดียวเวลาสิบกว่าปีผ่านไป นางอยู่เคียงข้างเนี่ยเทียน ช่วยเนี่ยเทียน ควบคุมอาณาจักรต่างๆ สามารถพูดคุยกับแดนเอตทัคคะและแดนว่าง เปล่าได้โดยตรง ตบะก็ก้าวกระโดดตามไปด้วย…”
เมื่อสายตาของต่งลี่จับจ้องมองมา ซูหลินก็ค่อยๆ ก้มหน้า ความมั่นใจ ที่เพิ่งผุดขึ้นพังทลายลงไปในพริบตา
เวลานี้เนี่ยเทียนเองก็ไม่ได้ให้ความสนใจซูหลินอีกแล้ว เพียงมองนาง เป็นคนแปลกหน้าที่ผ่านทางมาเท่านั้น
จิ่งเฟิยหยาง ฉวนจื่อเซวียน ฉวีหมิงเต๋อกระจายตัวกันไปรอบด้าน ช่วย ทำลายห่วงเงินที่อยู่บนลำคอของทาสเผ่ามนุษย์ที่เหลือทิ้งให้
ห่วงเงินพังทลาย ตราผนึกที่พันธนาการความเป็นความตายของพวก เขาก็ถูกทำลายลงไปด้วย
ทาสเผ่ามนุษย์ที่โชคดีรอดชีวิตมาได้ บางคนก็ร้องไห้คร่ำครวญ บางคน ก็ฮึกเหิมพร้อมเริ่มชีวิตใหม่
พวกเขาพากันพูดถึงที่มาของตัวเองให้พวกเนี่ยเทียนฟังเสียงดัง เจี๊ยวจ๊าว
พวกเขาต่างก็เป็นคนที่ถูกจับตัวมาจากอาณาจักรที่ชนต่างเผ่ายึดครอง ได้สำเร็จ หรือไม่ก็ถูกชนต่างเผ่ารุกรานในช่วงเวลาสั้นๆ
หลังจากที่กลายมาเป็นทาส พวกเขาก็เป็นเหมือนซูหลิน หยางคันที่ถูก ชนต่างเผ่าพาไปยังอาณาจักรต่างๆ แล้วต้องช่วยพวกชนต่างเผ่าเก็บเกี่ยว สมุนไพร วัตถุดิบวิเศษ
ระหว่างนั้นก็มีคนมากมายตายไปเช่นหยางคัน
จากคำบอกเล่าของพวกเขา หญิงสาวเผ่ามนุษย์ที่หน้าตางดงามบางคน ยังถูกภูตผีปีศาจมองเป็นเหมือนอาหารเลิศรสที่เอามา…
คำบรรยายของพวกเขาที่ดังเข้าหูเนี่ยเทียน ทำให้เนี่ยเทียนมีสีหน้ามืด คล้ำ
จิ่งเฟยหยางกล่าวเสียงหนักอย่างเห็นใจ “ศึกของเผ่าพันธุ์มักจะ โหดเหี้ยมเช่นนี้เสมอ ในยุคสมัยที่ยาวนานกว่านั้น สมัยที่เผ่ามนุษย์ของ พวกเรายังไม่รู้จักใช้ปราณวิญญาณฟูาดินมาฝึกตน ชนต่างเผ่าใหญ่ๆ ล้วน มองพวกเราเป็นเหมือนสัตว์เดรัจฉาน อิทธิพลเช่นนี้ได้หยั่งรากลงลึกอยู่ใน สายเลือดของพวกชนต่างเผ่านานแล้ว”
“พอมาถึงตอนนี้ เผ่ามนุษย์แข็งแกร่งมากพอ สามารถแข็งข้อกับชน ต่างเผ่าที่แข็งแกร่งที่สุดได้ ทว่าพอแพ้สงคราม เผ่ามนุษย์ที่ถูกจับมาเป็น ทาสก็ยังมีชะตากรรมน่ารันทดไม่ต่างไปจากเมื่อก่อน”
เนี่ยเทียนทอดสายตามองไปยังทิศไกล นิ่งไปครู่จึงพูดว่า “หลังจากนี้ เวลาลงมือต้องระวังให้มากกว่าเดิม ช่วยเผ่ามนุษย์ที่เป็นทาสมาได้มาก เท่าไหร่ก็ช่วยให้หมดเท่านั้น”
“เราจะทุ่มเทอย่างสุดความสามารถ!” จิ่งหยางเฟยคำราม
——