ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 975 เป้าหมายแรก!
คนที่อยู่กับซูหลินมีมากหลายร้อยคน
หากมีเรือรบทางช้างเผือกจะสามารถส่งพวกเขาไปยังเกาะที่ทุกคนถูก นำส่งมาถึงได้ในคราวเดียว
น่าเสียดายที่ค่ายกลนำส่งแห่งมิติที่เดินทางมาจากอาณาจักรเลี่ยคงไม่ สามารถรองรับเรือรบทางช้างเผือกได้
หากเป็นอาวุธวิเศษประเภทบิน ลำหนึ่งก็บรรจุได้สิบกว่าคน จำเป็นต้องใช้มากหลายสิบลำถึงจะพาพวกเขาไปได้หมด
ผู้แข็งแกร่งแดนเอตทัคคะและแดนว่างเปล่ามีน้อยคนที่จะพกอาวุธ วิเศษประเภทบินติดตัว ตอนนี้จึงไม่รู้จะไปหามาจากที่ไหน
ชนต่างเผ่าที่พาพวกเขามาที่นี่ก็ใช้อาวุธวิเศษประเภทบินของชนต่าง เผ่าเคลื่อนย้ายพวกเขามาเช่นกัน
หลังจากที่พวกเขามาถึง อาวุธวิเศษประเภทบินของชนต่างเผ่าก็บินไป รับทาสจำนวนมากกว่าเดิมให้ไปค้นหาหินวิเศษ ยาสมุนไพรจากเกาะอื่นๆ
หลังจากคิดคำนวณดูแล้ว ด้วยความจนใจ จึงได้แต่ปล่อยให้พวกเขารอ อยู่ในเกาะเดิมไปก่อน
เพราะหากพาพวกเขามาด้วยก็มีแต่จะเป็นภาระ จะส่งผลต่อภารกิจที่ เนี่ยเทียนได้รับมาจากพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว
หลังจากทิ้งอาหารและหินวิเศษบางส่วนเพื่อรับประกันว่าทาสเหล่านั้น จะมีชีวิตอยู่ได้อีกสิบกว่าปีโดยไม่มีปัญหา ทุกคนถึงได้ทะยานขึ้นฟ้าจากไป
ระหว่างทางยังพบเกาะอีกหลายแห่ง
ทุกเกาะล้วนมีทาสเผ่ามนุษย์อยู่หลายร้อยคน
มีชนต่างเผ่าไม่มากที่คอยควบคุมให้พวกเขาทำงาน
พวกจิ่งเฟยหยางสามคนลงมือติดต่อกันอย่างรวดเร็วราวสายฟ้าแลบ ไม่เปิดโอกาสให้ชนต่างเผ่าตั้งตัวได้ทัน คนพวกนั้นก็ถูกสังหารไปในเสี้ยว วินาที
ทาสเผ่ามนุษย์ที่กลายเป็นไทก็ได้รับอาหารและหินวิเศษส่วนหนึ่งที่พอ ให้ดำรงชีวิตได้สิบกว่าปี
รอจนธุระในแผ่นดินลอยตัวเสร็จสิ้น ชนต่างเผ่าถูกสังหารจนเกลี้ยง และย้อนกลับไปยังเกาะที่เชื่อมโยงไปยังอาณาจักรเลี่ยคงอีกครั้ง ค่อยพา พวกเขาส่งออกไปจากแผ่นดินลอยตัว
เก้าวันต่อมา
จิ่งเฟยหยางพลันชะงักอยู่กลางอากาศ เขาหรี่ตามองไกลๆ ไปยังเกาะ แห่งหนึ่งและพูดขึ้นเสียงค่อย “เป้าหมายแรกก็คือที่นี่ ต่อให้อยู่ห่างกันไกล มากข้าก็ยังสัมผัสได้ถึงคลื่นห้วงมิติที่ผิดปกติ ที่นั่นก็คือหนึ่งในช่องทางที่ชน ต่างเผ่าใช้เข้ามาในแผ่นดินลอยตัว”
“ผู้แข็งแกร่งที่สุดของชนต่างเผ่าที่เฝ้าอยู่ที่นั่น มีสายเลือดระดับใด?” เนี่ยเทียนถามเสียงหนัก
“มีสายเลือดระดับแปดคนหนึ่ง!” จิ่งเฟยหยางตวาดเบาๆ
“สายเลือดระดับแปดเทียบเท่ากับแดนว่างเปล่าของพวกเรา… ” เนี่ย เทียนขมวดคิ้ว “ยากหรือไม่?”
“นั่นคือภูตผีปีศาจระดับสูงตนหนึ่ง ข้าสามารถสัมผัสได้ถึงเลือดลมที่ มากไพศาลของเขา แต่ว่าไม่กล้าเข้าใกล้เกินไป กลัวจะเป็นการเปิดเผย ร่องรอย” จิ่งเฟยหยางนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ภูตผีปีศาจสายเลือดระดับแปด ต่อให้เป็นข้าก็ยังไม่สามารถสังหารได้ในเสี้ยววินาที คิดจะสังหารเขา ข้าก็ ต้องใช้วิธีการหลายอย่าง ที่ข้าเป็นกังวลก็คือหากเขาไม่ตายในเสี้ยววินาที ก็จะปล่อยข่าวของพวกเราออกไป”
“เป็นเหตุให้ผู้แข็งแกร่งคนอื่นของชนต่างเผ่ารู้ถึงการมาเยือนของพวก เราแล้วป้องกันไว้ก่อน”
“เมื่อมีการป้องกัน การลงมือของพวกเราหลังจากนี้ก็จะไม่ราบรื่น เหมือนเดิม”
ทุกคนขมวดคิ้วครุ่นคิด
“แล้วถ้าปิดผนึกเกาะนั้นล่ะ?” ต่งลี่ถาม
“ระหว่างที่ทำการปิดผนึก สายเลือดระดับแปดย่อมต้องสัมผัสได้ ” ฉวนจื่อเซวียนกล่าว “ไม่เหมือนกับชนต่างเผ่าที่พวกเราเจอมาระหว่างทาง เพราะชนต่างเผ่าที่เจอมาตามทางนี้ คนที่แข็งแกร่งที่สุดก็มีแค่สายเลือด ระดับเจ็ด ศักยภาพของสายเลือดระดับเจ็ดต่างจากพวกเรามากเกินไป พวกเราแอบลงมืออย่างลับๆ ก็ยังพอจะหลีกเลี่ยงการรับสัมผัสทาง สายเลือดของพวกเขาได้”
“สายเลือดระดับแปดรับมือได้ไม่ง่ายขนาดนั้น การปิดผนึกยังไม่ทัน สำเร็จ เขาต้องรู้ตัวก่อนแน่!”
เนี่ยเทียนเองก็เริ่มปวดหัว
ไม่สามารถสังหารภูตผีปีศาจสายเลือดระดับแปดได้ในเสี้ยววินาที ร่องรอยของพวกเขาถูกเปิดเผย หากชนต่างเผ่าที่กระจายอยู่ทั่วแผ่นดิน ลอยตัวรู้ข่าว ย่อมต้องมีการเตรียมพร้อมรับมือ
เมื่อมีการป้องกันไว้ก่อน พวกชนต่างเผ่าก็จะมีวิธีมากมายในการต่อกร กับพวกเขา
หากพวกเขาระแวดระวังสักหน่อยก็สามารถอาศัยช่องทางอื่นเดินทาง กลับไปยังอาณาจักรของตัวเอง
หากดุร้ายหน่อยก็สามารถส่งข้อความไปเรียกผู้แข็งแกร่งในเผ่าพันธ์ให้ มาช่วยเหลือ
หรืออย่างน้อยที่สุดพวกเขาก็สามารถมารวมตัวกัน แล้วต่อสู้จนตัวตาย ภายใต้การนำของมหาราชาสายเลือดระดับเก้า
มีมหาราชาสายเลือดระดับเก้าเป็นผู้นำ บวกกับนักรบของชนต่างเผ่า อีกจำนวนมหาศาล ต่อให้พวกเขาเอาชนะได้ก็ต้องมีคนบาดเจ็บและล้ม ตาย
วิธีที่ดีที่สุดก็คือทำลายช่องทางห้วงมิติแต่ละแห่งอย่างเงียบเชียบ และ แยกสังหารชนต่างเผ่าที่รุกรานเข้ามาไปทีละกลุ่ม
รอจนชนต่างเผ่าสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ ช่องทางห้วงมิติถูกทำลายไป หมดแล้ว พวกเขาก็ไม่สามารถเรียกกำลังเสริมมาช่วย และสุดท้ายก็ต้องถูก กวาดล้างจนเกลี้ยง
“เอาอย่างนี้ ขอข้าคิดสักครู่”
เนี่ยเทียนนิ่งคิดพลางรวบรวมพลังของจิตวิญญาณแห่งดวงดาวและ พลังของจิตวิญญาณที่แท้จริงขึ้นมาสร้างดวงตาดารา
ดวงตาดาราที่นาบประทับกระแสจิตวิญญาณของเขาพลันจมหายเข้า ไปในมหาสมุทรสีดำ
เขาใช้จิตวิญญาณเรียกขาน
ไม่นานจิตสำนึกที่ยิ่งใหญ่เกรียงไกรของสัตว์ยักษ์มวลดาราก็เยื้องกราย มาจากจุดที่ไม่รู้ว่าห่างไปไกลเท่าไหร่ในมหาสมุทรสีดำ
เนี่ยเทียนรีบบอกให้รู้ถึงปัญหายุ่งยากที่พวกเขาพบเจอทันที
“อำพรางปราณ ตัดขาดความสัมพันธ์ระหว่างเกาะกับโลกภายนอก…”
จิตสำนึกของสัตว์ยักษ์มวลดาราคล้ายกำลังพึมพำเบาๆ ไม่นานนักมันก็ ตัดสินใจได้ “พวกเจ้าไปได้เลย ข้าจะลองเปลี่ยนพลังธรรมชาติของแผ่นดิน ลอยตัวมาปกคลุมเกาะแห่งนั้น ทำให้สิ่งมีชีวิตทั้งหมดบนเกาะไม่สามารถ ส่งจิตวิญญาณ สายเลือดหรือเสียงออกไปได้”
“ตกลง!”
ดวงตาดาราบินออกมาจากมหาสมุทรสีดำ ก่อนที่พลังของจิตวิญญาณ แห่งดวงดาวและพลังของจิตวิญญาณที่แท้จริงของเขาจะแยกออกจากกัน ในมหาสมุทรจิตวิญญาณ แล้วคืนสู่ตำแหน่งของใครของมัน
“รอหนึ่งเค่อ หนึ่งเค่อให้หลังค่อยลงมือ” เนี่ยเทียนกล่าว
จิ่งเฟยหยางตะลึงพรึงเพริด “แก้ไขปัญหาได้แล้ว?”
“แก้ไขได้แล้ว” เนี่ยเทียนยิ้มน้อยๆ
ทุกคนงุนงงกันไปหมด ดวงตาเต็มไปด้วยความฉงนสนเท่ห์ ทว่าเห็น ท่าทางมาดมั่นของเนี่ยเทียนก็รู้ดีว่าเนี่ยเทียนกับพระราชวังโบราณสะเก็ด ดาวมีข้อตกลงที่มิอาจบอกกล่าวกับใครได้ จึงไม่ได้ซักถามอย่างละเอียด
ทุกคนเลือกที่จะเชื่อเขา
แล้วจู่ๆ ก็มีควันสีดำบางๆ ลอยออกมาจากมหาสมุทรสีดำ ควันสีดำนั้น ถูกสัตว์ยักษ์มวลดาราควบคุมจึงค่อยๆ ลอยไปยังเกาะที่มีภูตผีปีศาจ สายเลือดระดับแปดเฝ้าอยู่
แรกเริ่มควันนั้นยังบางเบา แต่ไม่นานก็เปลี่ยนมาเป็นเข้มข้นและหนา ขึ้นเรื่อยๆ
ไม่นานนักแดนเอตทัคคะสามคนก็สัมผัสได้ว่าเกาะนั้นถูกควันดำปก คลุมไว้จนมิด
จิ่งเฟยหยางเองก็ค่อยๆ เก็บกระแสจิตวิญญาณกลับคืนมา เขาพูดด้วย น้ำเสียงแปลกใจ “เมื่ออยู่ในควันดำนั้น กระแสจิตวิญญาณของข้าเหมือน จมเข้าไปในบ่อโคลนสีดำ สัมผัสอะไรไม่ได้สักอย่าง แล้วก็มองไม่เห็นอะไร ด้วย”
“เอาล่ะ ลงมือได้” เนี่ยเทียนกล่าว
“แผ่นดินลอยตัวนี่…”
ฉวนจื่อเซวียนมองไปยังมหาสมุทรสีดำราวน้ำหมึกที่กว้างใหญ่ไพศาล ฉับพลันนั้นสีหน้าของเขาก็แปรเปลี่ยน หัวใจพลันเกิดความหนาวสะท้าน
ไม่ต้องให้เนี่ยเทียนอธิบาย พวกเขาก็พอจะคาดเดาได้ว่าในจุดลึกของ มหาสมุทรสีดำต้องมีบางสิ่งบางอย่างที่พวกเขาไม่เข้าใจดำรงอยู่แน่นอน
มีเพียงเนี่ยเทียนเท่านั้นถึงจะสื่อสารกับเจ้าสิ่งนั้นได้ และสามารถขอให้ เจ้าสิ่งนั้นออกแรงช่วยพวกเขา
จิตสำนึกของเจ้าของสิ่งนี้แผ่ปกคลุมไปทั่วทั้งมหาสมุทรกว้างใหญ่ สิ่งมีชีวิตระดับนี้ แม้แต่พวกเขาเองก็ยังหวาดกลัว
ความลับของสัตว์ยักษ์มวลดารา แม้แต่เทพบุตรและเทพธิดาของสำนัก ห้าธาตุก็ยังไม่รู้แน่ชัด
พวกฉวนจื่อเซวียนก็ยิ่งไม่มีทางรู้ได้ แต่ยิ่งเป็นสิ่งที่ลึกลับมากเท่าไหร่ ก็ ยิ่งทำให้คนหวาดกลัวได้มากขึ้นเท่านั้น
ทันใดนั้นทุกคนที่พากันบินไปยังเกาะแห่งนั้นก็ล้วนตกอยู่ในความเงียบ งัน
……
เกาะที่มีควันดำล้อมวนอยู่ด้านนอก ไท่รุ่ยภูตผีปีศาจสายเลือดระดับ แปดมาจากตระกูลปาตุ้นของอาณาจักรปีศาจที่ห้านั่งนิ่งๆ อยู่ริมทะเลสาบ แห่งหนึ่งบนเกาะ
น้ำของทะเลสาบเป็นสีเขียวมรกต มีริ้วคลื่นห้วงมิติที่มหัศจรรย์แผ่ กระเพื่อม
ท่อนแขนของหญิงสาวเผ่ามนุษย์คนหนึ่งที่ผิวพรรณขาวนวลราวกับ หยก บนร่างมีกลิ่นหอมอบอวลถูกเขาถือไว้ในมือ มือหนึ่งของเขาถือจอก เหล้าเอาไว้ บางครั้งก็ยกขึ้นจิบเลือดสดในจอกเหล้าเบาๆ ด้วยท่วงท่าสง่า งาม
ดวงตาของเขาก็ค่อนข้างอ่อนโยน คล้ายกำลังดื่มด่ำไปกับความสุข
“ช่างเป็นรสชาติที่ยอดเยี่ยมยิ่งนัก”
หลังจากดื่มเลือดแดงฉานไปอีกหนึ่งคำ เขาก็หัวเราะเบาๆ อย่างพึง พอใจ คราบเลือดตรงมุมปากแดงจัดบาดตา
ข้างกายเขามีภูตผีปีศาจสายเลือดระดับเจ็ดกระจายตัวอยู่อีกหลายคน รวมไปถึงกระดูกขาวโพลนกองเป็นพะเนิน
กระดูกเหล่านั้นล้วนมาจากเด็กสาวเผ่ามนุษย์อายุประมาณสิบห้าสิบ หก ไม่เกินยี่สิบปี
กองกระดูกขาวโพลนและเลือดสดในจอกนั้นล้วนขับให้ภูตผีปีศาจ ระดับสูงที่หน้าตาหล่อเหลาเหล่านี้ดูเหี้ยมอำมหิตอย่างบอกไม่ถูก
“ใต้เท้า ควันดำพวกนี้… ” ภูตผีปีศาจสายเลือดระดับเจ็ดคนหนึ่งที่ หลังจากดื่มเลือดสดไปหนึ่งอึกก็พลันหันไปมองรอบด้าน “ค่อนข้างจะ ผิดปกติ”
“มหาสมุทรสีดำของแผ่นดินลอยตัวมักจะมีควันดำลอยขึ้นมาเป็น บางครั้ง ไม่ต้องตื่นตระหนก” ไท่รุ่ยตอบรับอย่างไม่ใส่ใจ
ภูตผีปีศาจคนอื่นๆ ที่ได้ยินเขาพูดแบบนี้ก็ดื่มด่ำกับอาหารเลิศรสต่อไป โดยไม่พูดมากอีก
ผ่านไปพักหนึ่ง ภูตผีปีศาจร่างกายใหญ่มหึมาหลายตัวที่นอนหมอบอยู่ ห่างไปไกลพลันส่งเสียงร้อง “ครืดๆๆ” ราวกับกำลังกระวนกระวาย
“เพล้ง!”
จอกเหล้าในมือของไท่รุ่ยพลันระเบิดแตก เลือดสดไหลลงมาตามร่อง นิ้วของเขา
“ตูม! ตูม! ตูม!”
แดนเอตทัคคะสามคนโผล่พรวดออกมาจากควันดำเข้มข้น วินาทีที่ ออกมาจากควันดำได้ พลังสยบที่น่ากลัวของแดนเอตทัคคะถึงได้ปรากฏ ออกมา
“เผ่ามนุษย์!” ไท่รุ่ยหน้าเปลี่ยนสีทันควัน
“เป็นเจ้า!”
พอจิ่งเฟยหยางเข้ามาแล้วเห็นไท่รุ่ยอย่างชัดเจนก็ร้องคำรามเดือดดาล ทันที
“เจ้าสำนักอักขระเทพ ดินแดนพงฟ้า!” ไท่รุ่ยเองก็ร้องอุทานเสียงหลง “พวกเจ้า พวกเจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?”
เมื่อหลายปีก่อนภูตผีปีศาจ อสูรกายพร้อมใจกันยกทัพเข้ารุกราน ดินแดนพงฟ้า ไท่รุ่ยติดตามมหาราชาสายเลือดระดับเก้าในตระกูลไปด้วย จึงเคยเข้าร่วมศึกล้อมโจมตีสำนักอักขระเทพ
ที่นั่นเขาเคยเจอกับจิ่งเฟยหยางมาครั้งหนึ่ง
คาดไม่ถึงว่าคนทั้งสองจะได้มาเจอกันอีกครั้งในแผ่นดินลอยตัวแห่งนี้
ศัตรูคู่แค้นมาเจอหน้า คนทั้งคู่ล้วนตาแดงก่ำ!
——