ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 977 ขโมยอย่างไร้ยางอาย
ธารน้าสีด้าหลายเส้นไหลคดเคี้ยวไปยังทะเลสาบ
ธารน้านั้นประดุจหนวดของสัตว์ยักษ์มวลดาราที่แอบพาซากศพของ ภูตผีปีศาจกลับไปด้วยกันอย่างหลบๆ ซ่อนๆ
ผ่านไปพักหนึ่ง ทะเลสาบที่อยู่เบื้องหน้าทุกคนก็เปลี่ยนมาเป็นใส กระจ่างจนเห็นก้น
ก้นทะเลสาบเรียบรื่นแวววาวราวกระจก แม้แต่รูโหว่ที่ถูก “เวทรวม กระบี่แขวนลอยฟ้า” ของฉวนจื่อเซวียนแทงทะลุก็ยังถูกกลบทับจนเรียบ กลับคืนมามีสภาพดังเดิม
เพียงแต่ว่าศพของชนต่างเผ่าทุกคนกลับหายไปไม่เหลือแม้แต่เศษเนื้อ สักก้อน
“นี่…”
ฉวีหมิงเต๋อนวดคลึงจุดไท่หยาง ใบหน้าเต็มไปด้วยความฉงนสนเท่ห์ ไม่ รู้ว่าควรจะพูดอะไร
เดิมทีพวกเขายังคิดจะค้นร่างของภูตผีปีศาจระดับเจ็ด ระดับแปด เหล่านี้ ดูว่ามีของล้าค่าอะไรหรือไม่
ไท่รุ่ยที่เป็นสายเลือดระดับแปด ต่อให้ตายไปแล้ว ศพก็ยังมีมูลค่า พวก เขาจึงเตรียมที่จะเก็บมาไว้
ใครก็คาดไม่ถึงว่าหลังจากที่น้าสีด้าไหลย้อนกลับ ซากศพของชนต่าง เผ่าจะถูกพัดพาไปจนเกลี้ยง
ทุกอย่างล้วนเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาพวกเขา คล้ายมีหัวขโมยคนหนึ่งที่ กล้าขโมยเงินในกระเป๋าสตางค์ของพวกเขาอย่างโจ่งแจ้ง
เนี่ยเทียนเองก็รู้สึกพูดไม่ออกเหมือนกัน
ไท่รุ่ยภูตผีปีศาจระดับแปดมีเลือดลมอุดมสมบูรณ์ เขาคิดจะเก็บเอาไว้ แล้ววันหน้าค่อยๆ ใช้การสูบดึงพลังชีวิต ดึงพลังชีวิตของอีกฝ่ายมาฝึกเวท ไม้สวรรค์เกิดใหม่
จิตวิญญาณของภูตผีปีศาจที่ขอแค่ไม่สลายหายไปจนเกลี้ยง เมื่อหยิบ ไข่มุกวิญญาณมืดออกมาก็สามารถเก็บรวบรวมเอาไว้ได้
มาจนถึงตอนนี้ มีเพียงเกาะแห่งนี้เท่านั้นที่ไม่มีทาสเผ่ามนุษย์ ทั้งหมด มีเพียงภูตผีปีศาจและชนเผ่าอื่นๆ
เมื่อเรียกไข่มุกวิญญาณมืดออกมาเก็บซากวิญญาณของพวกภูตผีปีศาจ เขาก็เชื่อว่าพวกจิ่งเฟยหยางคงไม่คัดค้าน ไม่มีความเห็นต่าง
ทว่าธารน้าสีด้าที่เอ่อขึ้นมาจากก้นทะเลสาบไม่เพียงแต่กวาดเอา ซากศพของชนต่างเผ่าไป แม้แต่จิตวิญญาณของภูตผีปีศาจก็ยังหายไปไม่ เหลือ ไม่ทิ้งอะไรไว้แม้แต่นิดเดียว
เนี่ยเทียนไม่พอใจเล็กน้อย เขาจึงสร้างดวงตาดาราขึ้นมาแล้วทะยาน ดิ่งลงไปในน้าทะเลสาบ
ทว่าเขากลับสัมผัสไม่ได้ถึงปราณของสัตว์ยักษ์มวลดาราจากใน ทะเลสาบที่สีด้าถดถอยจนกลายมาเป็นกระจ่างใส
และเวลานี้เอง ควันด้าที่ปกคลุมไปทั่วเกาะก็สลายหายไปอย่างเงียบ เชียบ กลายมาเป็นเส้นสีด้าที่แทรกซึมเข้าไปยังมหาสมุทร
เนี่ยเทียนแค่นเสียงเย็นในล้าคอ ก่อนจะขับเรือดาราให้บินออกไปนอก เกาะแล้วปล่อยดวงตาดาราเข้าไปยังมหาสมุทรสีด้าอีกครั้ง
ก่อนหน้านี้ทุกครั้งที่ดวงตาดาราจมลงไปในมหาสมุทรสีด้า จะต้องได้ เห็นภาพพร่าเลือนที่อยู่ในทะเลลึก และสามารถสัมผัสได้ถึงปราณของสัตว์ ยักษ์มวลดารา
ทว่าคราวนี้ดวงตาดารากลับมองไม่เห็นอะไรสักอย่างในน้าทะเลสีด้า มืดมิดนั่น
แสงสว่างจากดวงตาดาราไม่สามารถขับไล่สีด้านั่นออกไปได้ แน่นอน ว่าย่อมไม่สามารถมองเห็นสภาพใต้ทะเล แม้แต่การรับสัมผัสทางจิต วิญญาณของเขาที่พอมาอยู่ในทะเลลึกก็เหมือนอยู่ในควันด้าประหลาด สัมผัสไม่ได้ถึงอะไรแม้แต่น้อย
“เจ้าขโมยของของข้า!”
กระแสจิตวิญญาณของเนี่ยเทียนส่งความเดือดดาลออกไปจากดวงตา ดารา
ไม่มีเสียงตอบรับ
เนี่ยเทียนทั้งโมโห ทั้งรู้สึกข้าขัน “หรือว่าศพของภูตผีปีศาจมีประโยชน์ อะไรต่อเจ้า? เจ้าต้องการศพของพวกมันก็พูดกับข้าได้ เหตุใดต้องท้าลับๆ ล่อๆ แบบนี้ด้วย?”
ยังคงไม่มีเสียงตอบรับ
“เจ้าก้าลังท้าอะไรอยู่กันแน่?” เนี่ยเทียนตวาดอีกครั้ง
กลางทะเลยังคงไม่มีปราณของสัตว์ยักษ์มวลดารา
ขณะที่เนี่ยเทียนเริ่มหงุดหงิด การมองเห็นของดวงตาดาราก็เริ่ม กลับมา
ดวงตาดาราส่องประกายแสงอยู่กลางทะเลลึกสีด้า สิ่งที่เห็นล้วนเป็น เพียงน้าทะเลสีด้าอย่างเดียวเท่านั้น มองไม่เห็นซากศพของภูตผีปีศาจที่ถูก เก็บกลับไปเลยแม้แต่น้อย
ราวกับว่าเพียงแค่ครู่เดียวนี้ สัตว์ยักษ์มวลดาราก็พาซากศพของภูตผี ปีศาจไปอยู่ในที่ไกลแสนไกล หายไปจากเส้นสายตาของเขาและขอบเขต การรับสัมผัสของดวงตาดารา
ทว่าเนี่ยเทียนเพิ่งจะสัมผัสได้ถึงการด้ารงอยู่ของสัตว์ยักษ์มวลดารา
“การใช้ปราณช่วยพวกเจ้าปกปิดมดกระจอกพวกนั้นเผาผลาญพลังข้า ไปเล็กน้อย ข้าจ้าเป็นต้องเอาของบางอย่างกลับมาเป็นของบ้ารุงให้กับ ตัวเอง” สัตว์ยักษ์มวลดาราตอบกลับมาในที่สุด
“พวกเรามาที่นี่ ทุกอย่างที่ท้าไปก็เพื่อเจ้าทั้งนั้น!”
“ท้าเพื่อข้า? ก็ได้ แต่เดิมทีนี่คือภารกิจที่พระราชวังโบราณสะเก็ดดาว ของพวกเจ้าควรรับผิดชอบ! ตอนที่ข้าจ้าศีล พวกเจ้าก็ควรช่วยก้าจัดปัญหา จากโลกภายนอกให้ข้า หาไม่แล้วพวกเจ้ามีสิทธิ์อะไรถึงส่งลูกศิษย์มาท้า การประลองที่นี่ทุกๆ ร้อยปี ทั้งยังเก็บเอาวัตถุดิบวิเศษ สมุนไพรวิเศษไป จากแผ่นดินลอยตัวของข้า?”
ไม่รอให้เนี่ยเทียนโต้เถียง มันก็พูดอีกว่า “หลังจากนี้ไป ขอแค่ข้าลงมือ ช่วยเหลือ มดกระจอกที่พวกเจ้าสังหารไปต้องเป็นของข้าทั้งหมด”
“ศพของชนต่างเผ่าและซากวิญญาณของพวกเขามีประโยชน์อะไรกับ เจ้า?” เนี่ยเทียนถาม
“ไม่ใช่เรื่องของเจ้า!” สัตว์ยักษ์มวลดารากล่าว
สื่อสารกับมันอีกพักหนึ่ง เนี่ยเทียนก็พบว่ามันเค็มจนทะเลเรียกพี่ ขอ แค่มันคิดว่าสอดคล้องกับกฎระเบียบ มันก็จะยืนกรานโดยที่ไม่ยอมถอยให้ แม้แต่ก้าวเดียว
ด้วยความจนใจ เนี่ยเทียนจึงได้แต่ขับเรือดาราย้อนกลับเข้าไปในเกาะ ด้วยความห่อเหี่ยว
พวกจิ่งเฟยหยางต่างก็มองเขาด้วยสีหน้าประหลาด รอฟังค้าอธิบาย จากเขา
“ช่างมันเถอะ คุยกันไม่รู้เรื่อง” เนี่ยเทียนยิ้มขื่น “ขอแค่มันลงมือ ช่วยเหลือ มันก็ต้องรีดไถของบางอย่างกลับไป การท้าลายช่องทางห้วงมิติ ของชนต่างเผ่าหลังจากนี้ยังต้องอาศัยมันช่วยอ้าพรางเกาะให้ ถึงจะลงมือ ได้อย่างไร้ช่องโหว่”
เนี่ยเทียนไม่บอกว่ามันคือใคร แต่พวกจิ่งเฟยหยางก็รู้อะไรควรไม่ควร จึงไม่ได้ซักไซ้
แต่พวกเขาต่างก็เข้าใจว่าในจุดลึกของมหาสมุทรสีด้าในแผ่นดินลอยตัว แห่งนี้ซุกซ่อนใครบางคนที่พวกเขาไม่รู้จัก แต่กลับแข็งแกร่งจนน่า เหลือเชื่อเอาไว้
“ไปที่เป้าหมายต่อไปกันเถอะ รอให้ท้าลายช่องทางห้วงมิติทั้งหมด แก้ไขปัญหาการรุกรานของชนต่างเผ่าเสร็จแล้ว เราค่อยไปคิดบัญชีกับ มัน”
เรือดาราบินออกไป ผู้แข็งแกร่งแดนเอตทัคคะและแดนว่างเปล่าก็พา กันบินออกไปจากที่แห่งนั้นด้วย
ครึ่งปีต่อมา
ภายใต้ความช่วยเหลือจากสัตว์ยักษ์มวลดารา ช่องทางห้วงมิติห้าแห่งที่ เชื่อมโยงไปยังอาณาจักรของชนต่างเผ่าต่างก็ถูกท้าลายจนสิ้น
บนเกาะทั้งห้าแห่งล้วนมีชนต่างเผ่าสายเลือดระดับแปดเป็นคนเฝ้า พิทักษ์ บ้างก็เป็นเผ่าอสูรกาย บ้างก็เป็นเผ่าทมิฬ หรือไม่ก็คนของเผ่าหิน เทา เผ่าเกล็ดด้า
ใช้เกาะห้าแห่งเป็นจุดศูนย์กลาง พวกเขาเองก็ค้นหาจนเจอทาสเผ่า มนุษย์อีกเป็นจ้านวนมาก
ยามเจอทาสเผ่ามนุษย์ พวกเขาแค่ช่วยปลดพันธนาการจากห่วงเงิน ออกให้ ทิ้งยา หินวิเศษและอาหารไว้ ก่อนจะก้าชับให้พวกเขารออยู่บน เกาะต่อไป รอให้ชนต่างเผ่าทั้งหมดถูกจ้ากัดจนสิ้นซากแล้ว ค่อยคิดหาวิธี ส่งตัวพวกเขาออกไปจากที่นี่
บนเกาะทุกแห่งล้วนอาศัยพลังของสัตว์ยักษ์มวลดาราให้ใช้ควันด้าปก คลุม
เพื่อถือเป็นค่าตอบแทน ชนต่างเผ่าทุกคนที่ถูกฆ่า หากไม่ถูกสัตว์ยักษ์ มวลดาราพาตัวไป หรือไม่ภายใต้การบีบบังคับจากสัตว์ยักษ์มวลดารา พวกเขาก็ต้องโยนศพเหล่านั้นลงไปในมหาสมุทรใหญ่
พวกเนี่ยเทียนที่ลงแรงไม่ได้ผลพวงอะไรกลับมาสักอย่าง ไม่เพียงแต่ ไม่ได้วัตถุดิบที่มีค่ามาจากตัวของชนต่างเผ่า ทั้งยังต้องเอายาและหินวิเศษ ของตัวเองออกไปให้ทาสเผ่ามนุษย์ใช้ในการด้ารงชีวิตอีกไม่น้อยด้วย
วันสุดท้าย หลังจากที่เนี่ยเทียนสื่อสารกับสัตว์ยักษ์มวลดารา เขาก็ ขมวดคิ้วเป็นปม
“ช่องทางห้วงมิติอีกสามแห่งล้วนไม่อยู่บนเกาะกลางทะเลสีด้า การ ต่อสู้ของพวกเราหลังจากนี้ก็ไม่สามารถยืมควันด้าของมันมาช่วยได้อีก แล้ว” เนี่ยเทียนย้อนทวนภาพแผนที่ที่สัตว์ยักษ์มวลดารานาบประทับไว้ให้ ในสมองของเขาอย่างชัดเจน “หากออกไปจากทะเลสีด้า การสื่อสารทาง จิตวิญญาณระหว่างข้ากับมันก็เป็นไปไม่ได้ง่ายนัก”
“ซึ่งก็หมายความว่า นับแต่ตอนนี้เป็นต้นไป เราคงต้องพึ่งตัวเอง เท่านั้น”
“มหาราชาสายเลือดระดับเก้าผู้น้าของชนต่างเผ่าต้องอยู่ในช่องทาง ห้วงมิติแห่งใดแห่งหนึ่ง ทุกคนต้องระวังตัวกันไว้ให้ดี”
เรือดาราพลันทะยานออกไป
ช่องทางห้วงมิติแห่งแรกที่เนี่ยเทียนเลือกอยู่ในป่ารกครึ้มบนผืน แผ่นดินใหญ่แห่งหนึ่ง
ที่เขาเลือกที่นี่ก็เพราะตอนสื่อสารกับสัตว์ยักษ์มวลดาราครั้งสุดท้าย ท้าให้เขารู้จากปากของสัตว์ยักษ์มวลดาราว่าบนแผ่นดินของแผ่นดิน ลอยตัวก็มีน้าของทะเลสีด้าไหลแยกเป็นสายเช่นกัน
ตามค้าบอกของสัตว์ยักษ์มวลดารา ขอแค่เขามองเห็นธารน้าสีด้าหรือ ทะเลสาบสีด้าก็สามารถติดต่อกับมันได้
ธารน้าสีด้าแต่ละเส้น ทะเลสาบสีด้าแต่ละแห่งล้วนเป็นดวงตาของสัตว์ ยักษ์มวลดาราที่กระจายอยู่ทั่วทุกมุม ท้าให้หนวดของมันยื่นไปได้ทุกหน แห่ง
ช่องทางห้วงมิติอีกสองแห่งที่เหลืออยู่ หนึ่งอยู่ในทะเลทรายร้อนระอุ หนึ่งอยู่ในเทือกเขาน้าแข็ง ที่นั่นไม่มีมือของสัตว์ยักษ์มวลดารายืดยาวไปถึง
กลางป่ารกครึ้มยังมีธารน้าสีด้า ซึ่งเวลาที่เขาลงมือก็อาจติดต่อกับสัตว์ ยักษ์มวลดาราได้
แผ่นดินลอยตัวมีมากมายไร้ที่สิ้นสุด ต่อให้มีเรือดาราอยู่ คิดจะข้าม จากพื้นที่หนึ่งไปอีกพื้นที่หนึ่งก็ยังจ้าเป็นต้องใช้เวลายาวนาน
จะอย่างไรซะเรือดาราก็ไม่ใช่เรือรบทางช้างเผือกขนาดใหญ่ที่สามารถ ลอดผ่านท้องฟ้านอกอาณาจักรได้ ความเร็วก็มีจ้ากัด
สองเดือนต่อมา เรือดาราทะยานผ่านพื้นที่รกร้างกว้างไกล ในที่สุดก็ เจอที่ตั้งของช่องทางห้วงมิติแห่งที่หกซึ่งระบุไว้ในแผนที่
มองไกลๆ ไปยังป่าเขียวขจี อยู่ห่างกันอีกหลายสิบลี้ เนี่ยเทียนก็ยังเห็น ว่าต้นไม้ทุกต้นที่เติบโตในนั้นล้วนสูงหลายสิบเมตร ใบเป็นพุ่มหนาแน่นจน แทบจะปิดแผ่นฟ้าได้
หลังจากที่เรือดาราขยับเข้ามาใกล้ จิงชี่พืชหญ้าที่เข้มข้นก็แผ่ออกมา จากผืนป่าแห่งนั้น สูดดมทีเดียวก็เหมือนไปช่วยบ้ารุงใบของต้นวิญญาณ ศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในโอสถวิญญาณพืชหญ้า
“หากผู้ที่ฝึกวิชาพืชหญ้ามาฝึกตนที่นี่ อัตราความเร็วในการฝึกตนจะ เพิ่มขึ้นมาก”
ฉวนจื่อเซวียนทอดถอนใจ “ในอดีตแผ่นดินลอยตัวก็เคยเป็นอาณาจักร ขนาดมหึมา อาณาจักรแบบนี้ในทางช้างเผือกอันกว้างใหญ่ไพศาลมีน้อย จนนับนิ้วได้ ถ้าไม่เป็นเพราะแผ่นดินลอยตัวแห่งนี้ถูกท้าลายอย่างหนัก หลายสิบล้านปีที่ผ่านมาก็ไม่รู้ว่าจะมีชนเผ่ามากแค่ไหนที่คิดหาวิธีมาช่วงชิง สถานที่แห่งนี้”
“เนี่ยเทียน ที่นี่ก็เหมาะให้เจ้าฝึกตนนะ” ต่งลี่กล่าว
“เหมาะสมจริง แต่น่าเสียดายที่พวกเรามีภารกิจติดตัว มิอาจถ่วงเวลา ล่าช้า” เนี่ยเทียนเองก็รู้สึกเสียดายเล็กน้อย “นอกจากนี้เพราะข้อตกลง บางอย่าง จึงยังไม่ถึงเวลาที่คนของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวเราจะเข้า มาที่นี่ได้”
ทุกคนพูดคุยกันเบาๆ พลางบินทะยานไปด้วย
หลายวันหลังจากนั้น พวกเขาก็ยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในผืนป่ารกครึ้ม
“มีเผ่ามนุษย์ก้าลังตัดไม้โบราณ! ” จิ่งเฟยหยางสัมผัสได้ถึงความ ผิดปกติก่อนใคร
——