ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 978 ชดเชยความเสียดาย
“ยังห่างจากจุดที่ตั้งของช่องทางห่วงมิติไปอีกหลายพันลี้” เนี่ยเทียน กล่าว
จิ่งเฟยหยางพยักหน้ารับ “น่าจะไม่ผิดแล้วล่ะ ในเมื่อมีทาสเผ่ามนุษย์ เคลื่อนไหวอยู่ใกล้ๆ นี้ก็หมายความว่าช่องทางห่วงมิติต้องอยู่ห่างไปไม่ไกล แน่นอน”
พวกเขาต่างก็มีประสบการณ์กันมาก่อนแล้ว
ช่องทางห่วงมิติห้าจุดแรกมีเกาะกลางทะเลเป็นจุดศูนย์กลาง ใน บริเวณใกล้เคียงจึงมีทาสเผ่ามนุษย์เคลื่อนไหว
ขอแค่เจอทาสเผ่ามนุษย์ก็รู้ได้ว่าช่องทางห่วงมิติต้องอยู่ในบริเวณ ใกล้เคียงแน่นอน
“ท้าเหมือนก่อนหน้านี้” ฉวีหมิงเต๋อเอ่ยเสียงหนัก
ฉวนจื่อเซวียนและฉวีหมิงเต๋อแลกเปลี่ยนสายตากัน แล้วก็คล้ายได้ ข้อตกลงร่วมกันอย่างเงียบเชียบจึงอ้าพรางปราณของทั่วร่างเดินทางน้าไป ก่อน
แดนเอตทัคคะสามคนคล้ายดวงวิญญาณร้ายที่พุ่งทะยานอยู่ในผืนป่า อย่างเงียบเชียบ
หนึ่งชั่วยามต่อมา เมิ่งหลีจากส้านักอักขระเทพก็น้าข่าวกลับมาบอก เนี่ยเทียนก่อนว่า “แก้ไขได้แล้ว”
เวลานี้เอง พวกเนี่ยเทียนถึงได้ขยับกาย
แล้วก็ไม่นานเท่าไหร่นัก แดนว่างเปล่ากลุ่มหนึ่งที่ห้อมล้อมเรือดารา ของเนี่ยเทียนจึงมาถึงสมรภูมิรบ
มีเผ่ามนุษย์อีกหลายร้อยคนที่ตรงคอสวมห่วงโซ่สีเงินร้องคร่้าครวญ รวมตัวอยู่ข้างกายฉวนจื่อเซวียน
ฉวนจื่อเซวียนถอนหายใจเฮือกๆ ได้แต่พูดเกลี้ยกล่อม
“สถานการณ์เป็นอย่างไร?” เนี่ยเทียนที่มาถึงแล้วมองเห็นผู้ฝึก ลมปราณขอบเขตสามัญ เขตลี้ลับและยังมีขอบเขตที่ต่้ากว่านั้นซึ่งดู เหมือนว่าฉวนจื่อเซวียนจะคุ้นเคยดี ก็อดถามขึ้นมาไม่ได้
ต้นไม้มากมายหลายต้นของผืนป่าแห่งนี้ถูกตัด แม้แต่รากก็ถูกถอน ออกมาด้วย
ดูเหมือนว่าผู้ที่ลงมือจะเป็นผู้ฝึกลมปราณเผ่ามนุษย์ทั้งหมด
ศพของอสูรกายและเผ่าทมิฬจ้านวนไม่น้อยกระจายอยู่สี่ทิศ สายเลือด ที่แข็งแกร่งที่สุดก็คือเผ่าทมิฬระดับเจ็ด
“พวกเขาคือคนของดินแดนพงฟ้า ถูกจับมาเป็นทาส” จิ่งเฟยหยางอธิ บายเบาๆ “คนส่วนใหญ่ล้วนเป็นส้านักที่พึ่งพาส้านักภูเขาพันกระบี่ ผู้ แข็งแกร่งในส้านักถูกสังหารทิ้ง พวกที่เหลืออยู่ซึ่งไม่เป็นภัยคุกคามจึงถูก จับขัง เอาห่วงเงินรัดคอ แล้วถูกขับไล่ออกมายังแผ่นดินลอยตัวแห่งนี้ ให้ พวกเขาท้างานตัดไม้ เตรียมว่ากลับไปจะเอาไปขายให้กับเผ่าไม้”
“ต้นไม้โบราณของที่แห่งนี้มีพลังพืชหญ้าเข้มข้นมาก มากเกินกว่า ต้นไม้ในอาณาจักรขนาดกลางจะเทียบเท่า”
“คนเผ่าไม้สามารถดึงเอาพลังงานด้านในไปผสานรวมกับสายเลือด ท้า ให้สายเลือดแปรสภาพเร็วขึ้น ต้นไม้โบราณประเภทนี้คุณภาพจะแข็งแกร่ง อย่างถึงที่สุด ซึ่งเผ่าไม้สามารถเอาไปสลักตราประทับทางสายเลือดแล้ว สร้างเป็นอาวุธร้ายกาจ”
ฉวนจื่อเซวียนปวดหัวเพราะเสียงโหวกเหวก เขาจึงตวาดบอกให้คน เหล่านั้นเงียบ
รอจนคนพวกนั้นค่อยๆ สงบสติอารมณ์ได้แล้ว ฉวนจื่อเซวียนถึงพูดอีก ครั้งว่า “วางใจเถอะ พวกเรามาครั้งนี้ก็เพื่อช่วยเหลือพวกเจ้าโดยเฉพาะ เอาอย่างนี้ พวกเจ้าเดินทางไปตามทิศทางที่พวกเรามา พยายามขยับเข้า ไปใกล้เกาะบนทะเลสีด้าให้ได้มากที่สุด รอพวกเราสังหารชนต่างเผ่า หมดแล้ว ตอนกลับไปจะต้องรับผิดชอบพาพวกเจ้าออกไปจากที่นี่ พา กลับไปยังดินแดนพงฟ้าแน่นอน!”
“ขอบคุณท่านเจ้าส้านัก!”
พวกผู้ฝึกลมปราณของส้านักเล็กๆ ที่อยู่ในการปกครองของส้านักภูเขา พันกระบี่ต่างก็ร้องไห้น้าหูน้าตาไหล พากันเอ่ยขอบคุณ
เผชิญหน้ากับอดีตผู้พักพิง ฉวนจื่อเซวียนใจกว้างอย่างยิ่ง เขาทิ้งหิน วิเศษและอาหารไว้ให้คนเหล่านั้นจ้านวนไม่น้อย
นอกจากนี้เขายังหยิบเอาอาวุธวิเศษประเภทบินสองสามล้าออกมาจาก ในแหวนเก็บของเพื่อช่วยให้คนเหล่านั้นทยอยกันบินกลับไปถึงเกาะของ ทะเลสีด้าได้ง่ายขึ้น
“ตอนนี้เจอคนที่พึ่งพาส้านักภูเขาพันกระบี่แล้ว หลังจากนี้อาจจะเจอ ทาสที่เคยพักพิงพวกเราสองฝ่ายก็เป็นได้” ฉวีหมิงเต๋อดวงตาเป็นประกาย “ภารกิจของแผ่นดินลอยตัวในครั้งนี้ หากเอาคนที่ถูกชนต่างเผ่าจับมาเป็น เชลยกลับไปยังดินแดนพงฟ้าด้วยกันได้ บางทีอาจชดเชยความรู้สึกผิดและ เสียดายในใจของพวกเราได้บ้าง”
จิ่งเฟยหยางเงียบงัน ทว่าดวงตากลับฉายแววเด็ดเดี่ยวมากเป็นพิเศษ เห็นได้ชัดว่าเขาก็คิดอย่างนี้เหมือนกัน
ปีนั้นกองทัพชนต่างเผ่าเข้ามารุกราน เนื่องจากมีมหาราชาสายเลือด ระดับเก้าน้าทัพเป็นจ้านวนมาก อีกทั้งลัทธิจิตตวิสุทธิ์ยังต้องการให้ บทเรียนกับดินแดนพงฟ้า จึงแอบแจ้งกับทุกฝ่ายว่าห้ามยื่นมือเข้า ช่วยเหลือ เป็นเหตุให้ชนต่างเผ่าสร้างความเสียหายต่อดินแดนพงฟ้าอย่าง ใหญ่หลวง
ส้านักภูเขาพันกระบี่ ส้านักอักขระเทพและส้านักทองไพศาลจึงท้าได้ แค่รักษาคนที่ส้าคัญที่สุดของส้านักเอาไว้ ย้ายคนไปยังดวงดาวมอดดับที่ ชนต่างเผ่าหาไม่เจอ หรือไม่ก็พาคนเข้าไปอยู่ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของส้านัก ใช้ค่ายกลใหญ่เก่าแก่ต้านทานการจู่โจมของชนต่างเผ่า
ส่วนพวกผู้พึ่งพา ปีนั้นพวกเขาต่างก็ไม่มีความสามารถที่จะดูแลทุกคน ได้อย่างครอบคลุม
ส้าหรับพวกเขาแล้ว การที่พวกผู้พึ่งพาถูกสังหาร ถูกพาตัวไป ต้อง กลายมาเป็นทาส ก็ถือเป็นการละเลยต่อหน้าที่อย่างหนึ่ง นี่จึงท้าให้ในใจ ของพวกเขารู้สึกละอาย ทุกครั้งที่คิดถึงก็จะต้องรู้สึกผิดต่อคนเหล่านั้น เสมอ
คาดไม่ถึงว่าการเดินทางมาแผ่นดินลอยตัวครั้งนี้จะยังเจอคนของ ดินแดนพงฟ้าที่ถูกจับมาเป็นทาส เมื่อให้ความช่วยเหลือ จึงพอจะชดเชย ความเสียดายในใจของพวกเขาได้บ้าง
“การลงมือหลังจากนี้ต้องระวังมากกว่าเดิม ห้ามเปิดเผยร่องรอยจน เป็นเหตุให้ผู้น้าของชนต่างเผ่าอาศัยห่วงเงินมาสังหารคนของพวกเรา เด็ดขาด” ฉวีหมิงเต๋อกล่าวอีกครั้ง
“อืม” จิ่งเฟยหยางพยักหน้ารับหนักๆ
จากนั้นทุกคนก็เดินทางกันต่อ
ระหว่างทาง ภายใต้การโจมตีที่รวดเร็วปานสายฟ้าแลบของแดน เอตทัคคะสามท่าน ก็มีชนต่างเผ่าอีกสี่กลุ่มที่ตายไปในเสี้ยววินาที
ในกลุ่มของชนต่างเผ่าสี่กลุ่มนั้นมีทาสเผ่ามนุษย์ปะปนอยู่ด้วย ซึ่งหลาย คนมาจากดินแดนพงฟ้า มีทั้งคนของส้านักภูเขาพันกระบี่ แล้วก็มีทั้งคนที่ พึ่งพาส้านักอักขระเทพและส้านักทองไพศาล
ส้าหรับคนเหล่านี้ ผู้ฝึกลมปราณของสามฝ่ายต่างก็ให้การดูแลดีเป็น พิเศษ
หลังจากทิ้งยา หินวิเศษและอาหารที่มากพอไว้ให้ ก็ยังมอบอาวุธวิเศษ ประเภทบินอีกจ้านวนไม่น้อย ก้าชับพวกเขาว่าให้พยายามไปใกล้เกาะของ ทะเลสีด้าให้ได้มากที่สุด อย่าอยู่ในแผ่นดินแห่งนี้ต่อ
สุดท้ายช่องทางห้วงมิติที่อยู่ในป่ารกครึ้มก็ถูกหาเจออย่างราบรื่น
“ชนต่างเผ่าสายเลือดระดับแปดสามคน แบ่งออกเป็นภูตผีปีศาจ อสูร กายและเผ่าทมิฬ อสูรกายที่แข็งแกร่งที่สุดเหมือนจะเป็นเพศหญิง
สายเลือดของนางเกรงว่าคงเป็นขั้นสูงสุดของระดับแปด” จิ่งเฟยหยางที่ ตรวจสอบเรียบร้อยแล้วก็ค่อยๆ เก็บกระแสจิตวิญญาณกลับคืนมาอย่าง ระมัดระวัง เพราะกลัวว่าจะถูกจับได้ “ยุ่งยากไม่น้อย”
ทุกคนหันมามองเนี่ยเทียนโดยอัตโนมัติ
เนี่ยเทียนได้แต่ยิ้มเจื่อน
ตลอดทางมานี้เขาไม่เห็นธารน้าสีด้า แล้วก็มองไม่เห็นทะเลสาบสีด้า ด้วย
นี่หมายความว่าหากเขาคิดจะติดต่อหาสัตว์ยักษ์มวลดารา ยืมใช้พลัง ของมัน โดยให้มันแผ่ควันด้าออกไปปกคลุมก่อนนั้น เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เลย
ตอนที่สัตว์ยักษ์มวลดาราให้ความช่วยเหลือ แม้ว่ามันจะช่วงชิงศพของ ชนต่างเผ่าไปจากมือของพวกเขา ท้าให้พวกเขาไม่พอใจ แต่ก็ท้าให้การลง มือของพวกเขาราบรื่นอย่างถึงที่สุด
ตอนนี้ไม่มีความช่วยเหลือจากสัตว์ยักษ์มวลดาราแล้ว พอปัญหามาวาง รออยู่ต่อหน้า พวกเขาถึงได้เข้าใจว่าเมื่อไม่มีสัตว์ยักษ์มวลดาราให้การ ช่วยเหลืออย่างลับๆ พวกเขาก็ไม่มีทางท้าลายช่องทางห้วงมิติห้าแห่ง ติดต่อกันได้โดยไม่ชักน้าความสนใจของชนต่างเผ่าคนอื่นๆ ได้อย่าง ง่ายดายเพียงนั้น
“เอาแบบนี้ ทุกคนกระจายตัวกันออกไปตามหาให้ทั่วว่ามีธารน้าหรือ ทะเลสาบสีด้าหรือไม่”
นิ่งคิดอยู่ครู่ เนี่ยเทียนก็เอ่ยสั่งความ “ข้ามีข้อมูลที่แม่นย้าว่าพื้นที่ใน ป่าแห่งนี้มีธารน้าและทะเลสาบเช่นนี้อยู่ ขอแค่หาเจอ แล้วมันอยู่ไม่ไกล จากช่องทางห้วงมิติมากนัก พวกเราก็ยังสามารถใช้วิธีการเดิมท้าลาย ช่องทางห้วงมิติหลังที่หกและสังหารชนต่างเผ่าระดับแปดสามคนได้โดยที่ผี ไม่รู้เทพไม่เห็น”
จิ่งเฟยหยางนิ่งคิด “แดนว่างเปล่าให้รออยู่ที่นี่เถอะ อย่าเพ่นพ่านไปทั่ว ไม่แน่ว่าอาจมีชนต่างเผ่าสายเลือดระดับแปดคนที่สี่เคลื่อนไหวอยู่ในผืนป่า ศักยภาพของสองฝ่ายเท่าเทียมกัน ชนต่างเผ่าสายเลือดระดับแปดย่อมต้อง รับสัมผัสถึงคลื่นเลือดลมเล็กละเอียดที่แผ่ออกไปจากร่างของพวกเจ้าได้ แน่นอน”
ทุกคนไม่มีความเห็นแตกต่าง
มีเพียงเนี่ยเทียนที่คิดอยู่ครู่หนึ่งก็กล่าวว่า “ข้าสามารถเคลื่อนไหวเพียง ล้าพังได้”
ฉวนจื่อเซวียนหันมามองเขาด้วยสายตาสงสัย
“ข้าสามารถอ้าพรางปราณเลือดเนื้อ ยากที่ใครจะหาเจอ” เนี่ยเทียน เต็มไปด้วยความมั่นใจ “นอกจากนี้หากเจอชนต่างเผ่าสายเลือดระดับแปด เข้าจริงๆ ข้าก็มีวิธีเอาตัวรอด ขนาดเผ่ากิ้งก่าสายเลือดระดับแปด ข้ายังฆ่า มาได้ไม่น้อย”
“เนี่ยเทียน มีข้อหนึ่งที่หวังว่าเจ้าจะเข้าใจ คนของเผ่ากิ้งก่าเมื่อเทียบ กับภูตผีปีศาจ อสูรกายและเผ่าทมิฬที่ขอบเขตเท่าเทียมกันแล้ว อันที่จริง พวกมันอ่อนแอกว่าไม่น้อย” จิ่งเฟยหยางพูดด้วยสีหน้าจริงจัง “อาณาจักร ที่เจ้ายกทัพไป พวกเราก็เคยไปมาแล้วเช่นกัน แล้วก็เคยเห็นเผ่ากิ้งก่าด้วย
เผ่ากิ้งก่าแม้แต่ความลี้ลับที่แท้จริงของสายเลือดก็ยังมิอาจบรรลุได้ ขนาด การใช้เวทลับทางสายเลือดและพลังของจิตวิญญาณ พวกมันก็ยังไม่รู้สัก อย่าง”
“หากใช้ระดับทางสายเลือดของเผ่าพันธุ์สิ่งมีชีวิตมาแบ่ง พวกมัน เทียบเท่ากับชนเผ่าระดับสูงอย่างภูตผีปีศาจ อสูรกายไม่ได้ด้วยซ้า”
ฉวนจื่อเซวียนและฉวีหมิงเต๋อก็พากันเอ่ยปากเตือน บอกให้เขาอย่า วู่วามเกินไปนัก
“ความสามารถในการป้องกันตัวเอง ข้าพอมี พวกเจ้าวางใจได้เลย ” เนี่ยเทียนกล่าวอีกครั้ง
“หากไม่สามารถสังหารได้ในเสี้ยววินาที ชนต่างเผ่าย่อมต้องปล่อยข่าว ออกไป รอจนพวกเขาระวังตัว ก็อาจระดมผู้แข็งแกร่งจ้านวนมากกว่าเดิม เข้ามาทางช่องทางห้วงมิติอีกสามแห่งที่เหลือ” จิ่งเฟยหยางยังคงไม่วางใจ
“นี่…”
พอพวกเขาพูดอย่างนี้ เนี่ยเทียนเองก็เริ่มลังเลขึ้นมาบ้างเหมือนกัน
และเวลานี้เอง จู่ๆ ใบไม้ของต้นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในโอสถ วิญญาณพืชหญ้าของเนี่ยเทียนก็พลันส่องประกายแสงสีเขียวเจิดจ้า
เนี่ยเทียนนิ่วหน้า รับสัมผัสอย่างละเอียดก็พลันพูดขึ้นว่า “ผู้อาวุโสจิ่ง ท่านช่วยพาข้าไปดูที่ตรงนั้นหน่อยได้ไหม?” เขายื่นมือออกไปชี้
“มีอะไรผิดปกติงั้นรึ?” จิ่งเฟยหยางสงสัย ทิศทางที่เนี่ยเทียนชี้ไปอยู่ ห่างจากเส้นทาง ไม่ใช่ที่ตั้งของช่องทางห้วงมิติ
“รายละเอียดข้าเองก็ยังไม่รู้แน่ชัดเหมือนกัน ต้องไปเห็นก่อนค่อยว่า กัน” เนี่ยเทียนกล่าว
จิ่งเฟยหยางนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง “เอาเถอะ ที่นี่ไม่น่าจะใช่พื้นที่ที่มหา ราชาระดับเก้าคนนั้นเคลื่อนไหว เขาคงอยู่ตรงจุดที่มีช่องทางห้วงมิติแห่ง ใดแห่งหนึ่ง ไม่มีไอ้หมอนั่นอยู่ด้วย มีข้าคุ้มครองเจ้าไปส่ง ขอแค่ไม่โผล่เข้า ไปยังพื้นที่ป้องกันของชนต่างเผ่าสายเลือดระดับแปดสามคนนั้น เจ้าและ ข้าก็ไม่น่าจะถูกเปิดเผยร่องรอย”
ฉวนจื่อเซวียนและฉวีหมิงเต๋อก็แสดงท่าทีทันทีว่าจะไปหาธารน้าและ ทะเลสาบสีด้าในทิศทางอื่น
สามฝ่ายจึงแยกย้ายกันลงมือ
เนี่ยเทียนมอบเรือดาราไว้ให้กับต่งลี่ชั่วคราว ส่วนเขาก็มีจิ่งเฟยหยา งพาออกไปจากที่แห่งนั้นอย่างเงียบเชียบ
“เจ้านี่…”
ขณะที่อักขระเทพสิบกว่าตัวประคองให้เนี่ยเทียนบินทะยานไปกลาง ผืนป่า จิ่งเฟยหยางก็ขมวดคิ้วน้อยๆ “หนักยิ่งนัก ขนาดสัตว์วิเศษตัวใหญ่ มหึมาหลายตัวยังไม่หนักเท่าเจ้าเลย”
——