ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 979 ต้นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ต้นหนึ่งที่แห้งตาย
จิ่งเฟยหยางรู้ว่าเนี่ยเทียนไม่เหมือนคนทั่วไป
แล้วก็รู้ด้วยว่าเนื่องจากจิงชี่เลือดเนื้อของชนต่างเผ่ามีมากไพศาล ร่างกายแข็งแกร่ง แต่ละคนจึงมีน้าหนักตัวที่หนักมาก
ทว่าเขาเองก็เปิดศึกกับชนต่างเผ่าอยู่บ่อยๆ ชนต่างเผ่าที่ตายด้วยน้ามือ เขามีมากจนนับไม่ไหว
แต่เวลาที่เขาสังหารชนต่างเผ่าสายเลือดระดับหกก็ยังไม่รู้สึกว่าอีกฝ่าย หนักเท่าเนี่ยเทียน
ชนต่างเผ่าจะชุบหลอมเลือดเนื้อ ท้าให้มวลของกระดูกหนาแน่นขึ้น ดังนั้นจึงมีน้าหนักตัวมาก
สายเลือดระดับเดียวกัน ยิ่งหนักมากเท่าไหร่ก็ยิ่งหมายความว่าชุบ หลอมเรือนกายได้แข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น
เขาใช้อักขระดันให้เนี่ยเทียนลอยตัวแล้วสังเกตเห็นว่าค่อนข้างจะกิน แรงอักขระพวกนั้น จึงเข้าใจทันทีว่าระดับการชุบหลอมเรือนกายนี้ของเนี่ย เทียน เกรงว่าคงแข็งแกร่งยิ่งว่าชนต่างเผ่าและสัตว์วิเศษสายเลือดระดับหก ทั่วไปอยู่หลายเท่า
ซึ่งก็หมายความว่าล้าพังอาศัยแค่สายเลือดของเขา พลังการต่อสู้ของ เนี่ยเทียนก็สามารถงัดข้อกับชนต่างเผ่าสายเลือดระดับหกได้โดยเป็นฝ่าย ได้เปรียบด้วยซ้า
“บวกกับพลังวิญญาณในโอสถวิญญาณสามชนิด และความลี้ลับของ พระราชวังโบราณสะเก็ดดาว คนที่อยู่ระดับเดียวกันคงไม่มีใครเอาชนะเขา ได้ ไม่ว่าจะเป็นเผ่ามนุษย์ ชนต่างเผ่าหรือสัตว์วิเศษ”
ดวงตาจิ่งเฟยหยางฉายประกายประหลาด
“ฟิ้วๆๆ!”
มีอักขระอีกหลายตัวถูกเขาสร้างขึ้นมาให้ล้อมวนอยู่รอบกายเนี่ยเทียน ท้าให้เนี่ยเทียนบินทะยานอยู่ในผืนป่าภายใต้การชักน้าของอักขระเหล่านั้น ได้อย่างเบาสบายมากขึ้น
“เอ๊ะ!”
ไม่กี่วินาทีต่อมา จิ่งเฟยหยางก็อุทานเบาๆ แล้วหันกลับมามองเนี่ย เทียนอย่างอดไม่ไหวอีกครั้ง
เวลานี้เนี่ยเทียนได้ใช้พรสวรรค์การอ้าพรางสายเลือดแล้ว คลื่นเลือด ลมทั่วร่างของเขาจึงถูกปิดบังเอาไว้ แม้แต่เสียงหัวใจที่เต้นดังก็ยังเหมือน หยุดเต้นไปอย่างเงียบเชียบ
ขอแค่เป็นพลังแห่งเลือดเนื้อ การเต้นของหัวใจ การไหลรินของ สายเลือด การเปลี่ยนแปลงของความคิดก็ล้วนมีคลื่นเคลื่อนไหวแบบเล็ก ละเอียดแผ่ออกมา
ผู้แข็งแกร่งของชนต่างเผ่าสามารถรับสัมผัสกับคลื่นที่มาจากเลือดเนื้อ ผู้แข็งแกร่งเผ่ามนุษย์สามารถรับสัมผัสกับความเคลื่อนไหวของจิตวิญญาณ
คลื่นเลือดเนื้อ คลื่นเคลื่อนไหวของจิตวิญญาณต่างก็เป็นสองวิธีที่ ส้าคัญที่สุดในการตรวจสอบค้นหาสิ่งมีชีวิตของชนต่างเผ่าและเผ่ามนุษย์
จิ่งเฟยหยางไม่ใช่ชนต่างเผ่า แต่เนื่องจากเนี่ยเทียนอยู่ข้างกายเขา อยู่ ใกล้กับเขามาก เขาจึงพอจะจับคลื่นเลือดลมที่อุดมสมบูรณ์ของเนี่ยเทียน ได้อย่างเลือนราง
ทว่าตอนนี้จิ่งเฟยหยางสัมผัสไม่ได้ถึงเลือดลมที่แผ่ออกมาจากร่างของ เนี่ยเทียนแม้แต่เสี้ยวเดียว
เขาจึงเข้าใจโดยพลันว่าที่เนี่ยเทียนพูดก่อนหน้านั้นถูกต้องแล้ว เว้นเสียแต่ว่าจะเป็นอสูรกายที่เชี่ยวชาญเวทลับทางจิตวิญญาณเหมือนกัน แล้ว หากอาศัยแค่การรับสัมผัสจากเลือดเนื้อ ชนต่างเผ่าอื่นๆ คงยากที่จะ ตามหาเนี่ยเทียนได้เจอ
ต่อให้เนี่ยเทียนอยู่ใต้ดินที่พวกเขายืนเหยียบอยู่ พวกเขาก็คงไม่ สามารถสัมผัสได้ถึงการด้ารงอยู่ของเนี่ยเทียน
“อ้าพรางคลื่นเลือดลมแล้ว หากจะอ้าพรางคลื่นทางจิตวิญญาณ ข้า พอจะช่วยได้”
ครึ่งหนึ่งของอักขระที่ล้อมวนรอบกายเนี่ยเทียนพลันส่องแสงเจิดจ้า
ความคิดทั้งหมดที่แผ่ออกมาเป็นคลื่นเคลื่อนไหวของจิตวิญญาณเนี่ย เทียนล้วนถูกอักขระพวกนั้นปิดทับ จึงไม่แผ่ออกมาด้านนอกอีก
เมื่อเลือดเนื้อและจิตวิญญาณต่างก็ไม่แผ่คลื่นออกมา ขอแค่เนี่ยเทียน ไม่ปรากฏตัวตรงหน้าชนต่างเผ่า ให้พวกเขาได้เห็นแบบจังๆ เขาก็จะอยู่ใน สภาวะอ้าพรางตัว ซึ่งแม้แต่อสูรกายก็ยังมิอาจสัมผัสถึงได้
หนึ่งเค่อต่อมา
ใบของต้นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในโอสถวิญญาณพืชหญ้าของเนี่ย เทียนยิ่งเปล่งแสงสีเขียวสว่างไสวมากกว่าเก่า
เขาถึงขั้นสัมผัสได้ถึงความลิงโลดและตื่นเต้นของใบไม้ทั้งสามใบ
ราวกับว่าจุดที่ห่างจากเบื้องหน้าพวกเขาไปไม่ไกลมีของอะไรบางอย่าง ที่ดึงดูดใบของต้นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์
“คืออะไรกันแน่นะ?”
เนี่ยเทียนฉงนสนเท่ห์ แอบครุ่นคิดอยู่กับตัวเองอย่างระมัดระวังยิ่ง กว่าเดิม
“มีภูตผีปีศาจเฝ้าอยู่ด้านหน้า แต่ว่า…ระดับสายเลือดค่อนข้างต่้า เป็น ระดับหก ระดับเจ็ดทั้งหมด” จิ่งเฟยหยางแค่นเสียงเบาๆ พลันเพิ่ม ความเร็ว
สิบกว่าวินาทีให้หลัง อักขระจ้านวนมากก็บินออกมาจากในร่างของเขา
อักขระเทพห้าแสงหกสี ตอนแรกยังเป็นสีสันงดงาม ทว่าครู่เดียวก็ กลายมาเป็นไร้รูปลักษณ์ พวกมันพากันจมดิ่งลงไปใต้ดินแล้วบินไป ด้านหน้าอย่างเงียบเชียบ
จิ่งเฟยหยางหยุดนิ่ง จุดลึกในดวงตามีอักขระนับหมื่นนับพันเคลื่อนไหว มือทั้งคู่ก็ตวัดรัวเร็วดั่งผีเสื้อโบยบินเหนือบุปผา สร้างตราฝ่ามือขึ้นมา
“เรียบร้อยแล้ว”
จิ่งเฟยหยางยิ้มบางๆ เพิ่มความเร็วอีกครั้ง จนกระทั่งไปถึงเป้าหมาย อย่างรวดเร็ว
ต้นไม้ที่แห้งเหี่ยวต้นหนึ่งถูกตัดออกเป็นสามท่อน ฝังร่างอยู่บนผืนดินที่ แห้งขอด
เห็นได้ชัดว่าผืนแผ่นดินนั้นไม่ได้เป็นของผืนป่ารกครึ้มแห่งนี้ แต่เหมือน หล่นลงมาจากฟ้า กระแทกให้พื้นที่นั้นเกิดเป็นหลุม
บริเวณใกล้เคียงหลุมลึกมีภูตผีปีศาจสิบกว่าคนที่ถูกอักขระของจิ่งเฟย หยางลอบสังหารอย่างเงียบเชียบ ตอนที่ตายไปก็ยังไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น
จิ่งเฟยหยางชี้ไปที่แผ่นดินผืนนั้น กล่าวว่า “ก่อนหน้านี้ภูตผีปีศาจ เหล่านี้กระจายตัวกันอยู่ในบริเวณใกล้เคียง คล้ายก้าลังปรึกษาอะไรกัน บางอย่าง ดูเหมือนว่าจะเอาต้นไม้ที่ตายมานานหลายปีซึ่งถูกตัดออกเป็น สามท่อนนี้ไปแลกเปลี่ยนกับเผ่าไม้”
เพียงแค่มองปราดเดียว เนี่ยเทียนก็จ้าได้ว่าต้นไม้แห้งเหี่ยวที่ไม่รู้ตาย มานานแล้วกี่ปีซึ่งถูกตัดออกเป็นสามท่อนนั้นก็คือต้นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์!
ต้นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์คือวัตถุดิบระดับเพาะฟ้า หลังจากฝังรากลงใน อาณาจักรแห่งหนึ่งก็จะสามารถชักน้าพลังพืชหญ้าจากนอกโลกเข้ามา ผสานรวมกับตัวอาณาจักรได้ด้วยตัวเอง ท้าให้อาณาจักรเปี่ยมล้นไปด้วย พลังชีวิต กลายมาเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้ฝึกวิชาพืชหญ้าหรือเผ่าพันธ์ อย่างเผ่าไม้ชื่นชอบ
ตามบันทึกในคัมภีร์ของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว ต้นวิญญาณ ศักดิ์สิทธิ์มีมากในยุคบรรพกาล หลายอาณาจักรล้วนเต็มไปด้วยพลังชีวิต ของพืชหญ้า
ทว่าเมื่อเวลาผ่านพ้นไป ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ต้นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ถึงได้ ค่อยๆ ลดน้อยลง ตอนนี้มีเพียงอาณาจักรของเผ่าไม้เท่านั้นที่ยังมีต้น วิญญาณศักดิ์สิทธิ์อยู่
“อาณาจักรของเผ่าไม้…”
เนี่ยเทียนมองแผ่นดินผืนนั้นที่กระแทกพื้นให้เป็นหลุมลึก ซึ่งเห็นได้ชัด ว่าไม่ใช่แผ่นดินของแผ่นดินเบื้องล่าง เขาจึงเงยหน้าขึ้นมองไปยังท้องฟ้าสี เทาขมุกขมัว
“หากคาดเดาไม่ผิด แผ่นดินผืนนี้ต้องเป็นของเผ่าไม้ซึ่งมาจากแผ่นดิน เบื้องบนที่แตกสลายแน่นอน”
“ต้นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ต้นนี้ถูกฟันออกเป็นสามท่อน หลังจากที่ค่อยๆ ตายไปก็ร่วงลงมาอยู่ที่นี่ ใบต้นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ในมหาสมุทรวิญญาณจุด ตันเถียนของข้าย่อมต้องสัมผัสได้ถึงต้นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ต้นนี้ ถึงได้ลิงโลด ปานนั้น เพียงแต่ว่ามันตายไปหลายปีแล้ว ต่อให้ใบไม้ทั้งสามใบสัมผัสได้ถึง แล้วจะท้าอะไรได้?”
เนี่ยเทียนคิดพลางขยับเท้าเดินเข้าไปใกล้ต้นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์สาม ท่อน
ล้าต้นสองท่อนกระจายอยู่บนพื้นดินแห้งขอด ส่วนท่อนที่สามคือส่วน ของราก ยังคงฝึกรากอยู่ในผืนดิน จึงมิอาจมองเห็นรากของมันได้
เนี่ยเทียนมาหยุดอยู่ตรงล้าต้นสองท่อน ยื่นมือออกไปสัมผัสแล้วแอบ ใช้เวทลับพืชหญ้า
ไร้ปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ จากท่อนไม้ทั้งสองนั้น
นิ่งคิดไปพักหนึ่ง เนี่ยเทียนก็เดินมาหยุดอยู่ตรงท่อนที่ฝังรากใต้ผืน แผ่นดินใหญ่
เขายกมือขึ้นกดลงไปบนต้นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ที่สีเขียวหดหาย กลาย มาเป็นสีน้าตาลแห้งเหี่ยวอีกครั้ง
ทันใดนั้นใบสามใบของต้นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ก็บินออกมาจากโอสถ วิญญาณพืชหญ้า ไล่ตามแขนของเขา จนมาอยู่ตรงกลางฝ่ามือ แล้วมุด ลอดหายเข้าไปในต้นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ต้นนั้น
ต้นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ท่อนที่เป็นสีน้าตาลพลันมีเสียง “เปรี๊ยะๆ” ดังลั่น เปลือกไม้ที่แห้งเหี่ยวหลุดลอกออกเป็นแผ่นๆ
ขณะเดียวกันโอสถวิญญาณพืชหญ้าของเนี่ยเทียนก็กระตุ้นปราณ วิญญาณพืชหญ้าที่เข้มข้นให้พากันไหลไปรวมอยู่ที่รากของต้นวิญญาณ ศักดิ์สิทธิ์อย่างบ้าคลั่ง!
หยดพืชหญ้าแต่ละหยดในโอสถวิญญาณพืชหญ้าไหลหายไปอย่าง รวดเร็ว
เนี่ยเทียนพลันหน้าเปลี่ยนสี
เขาพบว่าหยดพืชหญ้าที่สะสมอยู่ในโอสถวิญญาณพืชหญ้าไหลหายไป เร็วเกินไป อีกไม่นานเท่าไหร่ หยดพืชหญ้าทั้งหมดของเขาคงหายเกลี้ยง แน่ๆ
“ท้าแบบนี้ไม่ได้!”
เขาขมวดคิ้วน้อยๆ แล้วชักมือกลับมาอย่างเด็ดเดี่ยว ครั้นจึงหยิบกิ่งไม้ เจ็ดสิบสองกิ่งออกมาจากในแหวนเก็บของแล้วจัดเรียงตามรูปแบบของ ค่ายกลก้าเนิดไม้โบราณ
รอจนค่ายกลก้าเนิดไม้โบราณก่อตัวส้าเร็จ ค่ายกลนี้ก็โคจรทันที พลัง พืชหญ้าที่ล้อมวนอยู่รอบๆ ป่ารกครึ้มพลันไหลบ่ามาจากแปดทิศ
พลังพืชหญ้าที่พุ่งมารวมกันพากันมุดหายเข้าไปในค่ายกลก้าเนิดไม้ โบราณ กลายมาเป็นเหมือนหมอกสีเขียวเข้มข้น
หมอกเข้มข้นนี้ก็คือแก่นพืชหญ้า ซึ่งไม่จ้าเป็นต้องให้เนี่ยเทียน ปรับเปลี่ยนอะไร พวกมันก็ไหลหายเข้าไปในรากที่ตายแล้วของต้น วิญญาณศักดิ์สิทธิ์โดยอัตโนมัติ
นาทีนี้เนี่ยเทียนพลันเกิดความรู้สึกมหัศจรรย์อย่างหนึ่ง
เขารู้สึกว่า แรกเริ่มเดิมที ค่ายกลก้าเนิดไม้โบราณก็มีขึ้นเพื่อปกป้องต้น วิญญาณศักดิ์สิทธิ์!
กิ่งไม้ทั้งเจ็ดสิบสองกิ่งนี้เขาก็ได้มาจากแผ่นดินลอยตัวผืนหนึ่งของ แผ่นดินด้านบน แผ่นดินนั้นคือมาตุภูมิหนึ่งของเผ่าไม้ เดิมทีมีต้นไม้โบราณ ขนาดมหึมาอยู่เจ็ดสิบสองต้น ซึ่งต้นไม้เหล่านี้ก็คือรากฐานในการรวบรวม พลังพืชหญ้า ท้าให้มันกลายเป็นค่ายกลมหัศจรรย์ซึ่งคุ้มครองแผ่นดิน ลอยตัวผืนนั้น
ภายหลังเขาไขความลี้ลับของค่ายกลก้าเนิดไม้โบราณได้ แผ่นดินนั้นจึง แตกกระจายแล้วร่วงดิ่งสู่ด้านล่าง
ความมหัศจรรย์ของค่ายกลก้าเนิดไม้โบราณล้วนกลายมาเป็นลายเส้น ต้นไม้โบราณแห่งชีวิตที่ผสานรวมเข้าไปในกิ่งไม้ทั้งเจ็ดสิบสองกิ่ง ซึ่งตกมา อยู่ในมือของเขาทั้งหมด
“แผ่นดินนั้นเคยเป็นมาตุภูมิของเผ่าไม้ ค่ายกลก้าเนิดไม้โบราณใช้กิ่ง ไม้เจ็ดสิบสองกิ่งเป็นรากฐานปกป้องต้นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ เพียงแต่ว่า หลังจากที่ต้นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ซึ่งถูกปกป้องถูกฟันออกเป็นสามท่อน มันก็ ร่วงหลุดจากแผ่นดินด้านบนมาอยู่ที่นี่”
สายฟ้าเส้นหนึ่งพลันแลบผ่านสมองของเนี่ยเทียนไป เขาจึงคล้ายจะ เข้าใจต้นสายปลายเหตุของเรื่องราวในบัดดล
“แม้ไม่รู้ว่าใบไม้สามใบของต้นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์มาจากต้นวิญญาณ ศักดิ์สิทธิ์ที่ตายไปแล้วต้นนี้หรือไม่ แต่พอใบไม้ทั้งสามใบหายเข้าไปในราก ของต้นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ที่ตายแล้ว ก็คล้ายจะไปจุดพลังชีวิตให้กับต้น วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ ท้าให้มันเกิดการเปลี่ยนแปลง!”
การก่อตัวของค่ายกลก้าเนิดไม้โบราณ ได้ชักน้าจิงชี่พืชหญ้าเข้มข้นมา จากทั่วทุกมุมในผืนป่า
เปลือกไม้แห้งเหี่ยวบนล้าต้นส่วนนอกที่โผล่ออกจากพื้นดินซึ่งเชื่อมกับ รากของต้นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์พากันหลุดร่วงออก
ดวงตาเนี่ยเทียนมีริ้วคลื่นประหลาดกระเพื่อมไหว
——