ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 980 ต้นกล้าศักดิ์สิทธิ์
ตามข้อตกลงระหว่างพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวกับสัตว์ยักษ์มวล ดารา การมาของเนี่ยเทียนครั้งนี้ เขาไม่ได้รับอนุญาตให้เก็บอะไรไปจาก แผ่นดินลอยตัวแม้แต่อย่างเดียว
ทว่าต้นที่แห้งเหี่ยวของต้นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ต้องการสารบ้ารุงด้วยจิงชี่ พืชหญ้าอย่างเร่งด่วน อีกทั้งโอสถวิญญาณพืชหญ้าของเนี่ยเทียนก็ยังไม่มี พลังพืชหญ้าเปี่ยมล้นมากพอจะท้าให้ต้นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์เปลี่ยนแปลงได้ เขาจึงไม่ทันได้ใคร่ครวญถึงข้อตกลงอะไรอีก
เมื่อค่ายกลก้าเนิดไม้โบราณก่อตัวขึ้นมา จิงชี่พืชหญ้าเข้มข้นที่อยู่รอบ ด้านก็มารวมตัวกันอย่างบ้าคลั่ง
เปลือกของต้นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์หลุดลอกออกอย่างต่อเนื่อง ล้าต้น แห้งเหี่ยวที่เดิมทีไม่หนามากอยู่แล้วก็ยิ่งเปลี่ยนมาเป็นเล็กบาง
“เนี่ยเทียน!”
จิ่งเฟยหยางตวาดเบาๆ เขามองไปรอบด้านอย่างกระวนกระวาย ก่อน กล่าวอย่างเป็นกังวล “เรื่องที่เจ้าท้าตอนนี้ เกรงว่าคงไม่เหมาะเท่าไหร่นัก”
“ข้ารู้ว่าไม่เหมาะ” เนี่ยเทียนยิ้มเจื่อน
ร่างของเขาอยู่ในค่ายกลก้าเนิดไม้โบราณ แต่ไม่ได้ใช้คาถาใดๆ มาชัก น้าแก่นพืชหญ้าที่เข้มข้น
นี่เป็นเพราะเขารู้ดีว่าต้นแห้งของต้นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ท่อนนี้ต้องการ จิงชี่พืชหญ้าที่ไหลมารวมกันยิ่งกว่าเขา
“ชนต่างเผ่าอาจสัมผัสได้ถึงความเคลื่อนไหวของทางนี้” จิ่งเฟยหยาง เอ่ยเตือน
“สนใจขนาดนั้นไม่ได้แล้ว” เนี่ยเทียนตอบ
“ต้นไม้นี่คือ?” จิ่งเฟยหยางเอ่ยถาม
แม้จะเป็นผู้แข็งแกร่งแดนเอตทัคคะ แต่วิชาที่เขาฝึกตนไม่เกี่ยวข้องกับ พลังของพืชหญ้า อีกทั้งวัตถุดิบวิเศษระดับเพาะฟ้าก็หาได้ยากยิ่ง ดังนั้น แม้แต่เขาก็ยังมองไม่ออกถึงความมหัศจรรย์และที่มาของต้นวิญญาณ ศักดิ์สิทธิ์
“นี่คือต้นไม้วิเศษ ตอนที่มันยังไม่ตาย ถือเป็นวัตถุดิบวิเศษระดับเพาะ ฟ้า มีชื่อว่าต้นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์” เนี่ยเทียนอธิบาย
“วัตถุดิบวิเศษระดับเพาะฟ้า! ” จิ่งเฟยหยางตัวสั่นสะท้าน “แต่ว่ามัน ตายไปแล้วไม่ใช่หรือ?”
“ตายไปแล้วจริงๆ แต่…ตอนนี้กลับมีความลี้ลับเกิดขึ้นอีกครั้ง” เนี่ย เทียนเองก็ไม่รู้ว่าจะอธิบายอย่างไร เพราะแม้แต่เขาเองก็ยังมองไม่ออกว่า ต้นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ที่ฝังรากลึกอยู่ในใต้ดินจนมองไม่เห็นนั้นก้าลังเกิดการ เปลี่ยนแปลงอะไรกันแน่ และสุดท้ายจะมีความมหัศจรรย์อะไรเกิดขึ้น
พื้นที่แห่งนี้คือผืนป่าที่กว้างใหญ่ไพศาล ต้นไม้พืชพรรณโบราณ มากมายล้วนมีจิงชี่พืชหญ้าที่ไม่ธรรมดา
เดิมทีค่ายกลที่เกิดจากค่ายกลก้าเนิดไม้โบราณจะท้าได้เพียงชักน้าพืช พรรณที่เติบโตอยู่ในรัศมีร้อยลี้เท่านั้น
บางทีอาจเป็นเพราะใบไม้สามใบนั้น หรือไม่ก็เป็นเพราะสาเหตุอื่น เนี่ย เทียนถึงได้รู้สึกว่าขีดจ้ากัดในการรวบรวมจิงชี่พืชหญ้าของค่ายกลก้าเนิดไม้ โบราณได้ขยับขยายไปอีกขั้น
ขอแค่ในรัศมีหลายร้อยลี้นี้มีพืชพรรณที่มีจิงชี่พืชหญ้าอยู่ด้านในก็ล้วน ได้รับอิทธิพล ซึ่งจะแผ่พลังพืชหญ้าให้ไหลบ่าเข้ามา
“กึกๆๆ!”
ต้นไม้ท่อนนั้นที่เปลือกไม้หลุดร่วงอย่างต่อเนื่องยิ่งหดเล็กลงไปเรื่อยๆ
ผ่านไปอีกพักหนึ่ง แสงสีเขียวเจิดจ้าก็สาดออกมาจากใต้ดินที่ต้น วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ฝังรากอยู่
ใบไม้สามใบที่ก่อนหน้านี้ผสานรวมอยู่ในโอสถวิญญาณพืชหญ้าของ เนี่ยเทียนคล้ายจะหายไปนานแล้ว
แสงสีเขียวที่ปลดปล่อยออกมาจากใต้ดินมีปราณบางอย่างที่เนี่ยเทียน คุ้นเคยปะทุออกมา
“ฟิ้ว!”
จู่ๆ ต้นกล้าสีเขียวต้นหนึ่งก็บินออกมาจากร่องแตกบนพื้นดิน
ต้นกล้านั้นแผ่กลิ่นอายของความศักดิ์สิทธิ์ คล้ายสิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญา ซึ่งเกิดจากการฝักตัวใหม่อีกครั้งของรากต้นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ที่แห้งเหี่ยว ตายไปแล้ว
ไม่รอให้เนี่ยเทียนตั้งตัวได้ทัน ต้นกล้าต้นเล็กที่ส่ายไหวโอนเอนคล้าย เด็กน้อยที่เพิ่งเกิดมาแล้วเรียนรู้ที่จะก้าวเดินก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าท้อง ของเนี่ยเทียน
“ฟิ้ว!”
เพียงครู่เดียว ต้นกล้าสีเขียวอ่อนนั้นก็มุดหายเข้าไปในร่างของเนี่ย เทียน
เนี่ยเทียนอ้าปากกว้าง รับสัมผัสเล็กน้อยก็รู้ว่าต้นกล้านั้นจมดิ่งเข้าไป ยังโอสถวิญญาณพืชหญ้าของเขา
จากนั้นจิงชี่พืชหญ้าเข้มข้นที่ถูกชักน้ามาจากสี่ด้านแปดทิศก็คล้าย ได้รับการดึงดูดจากต้นกล้าเล็กๆ นั่นจึงบินหายเข้าไปในโอสถวิญญาณพืช หญ้าของเขา
ในโอสถวิญญาณพืชหญ้ามีกระแสอากาศสีเขียวเป็นเส้นๆ หมุนวนเป็น น้าวน หลังจากผ่านการช้าระล้างเรียบร้อยก็ถูกหล่อหลอมแล้วกรอกเทเข้า หาต้นกล้าต้นเล็ก
“นั่นมันต้นอะไร?” จิ่งเฟยหยางดวงตาเป็นประกาย
“ต้นกล้าของต้นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ มันได้รับการกระตุ้นจากใบไม้สาม ใบของต้นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ จึงดึงดูดจิงชี่พืชหญ้าที่อยู่รอบด้านเข้ามา แล้ว แตกหน่อจากรากของต้นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ที่ตายไปแล้วอีกครั้ง” เนี่ยเทียน กล่าวอย่างตกตะลึง
“วัตถุชิ้นนี้มีประโยชน์อะไรกับเจ้า?” จิ่งเฟยหยางถาม
“ตอนนี้ข้าก็ยังไม่รู้” เนี่ยเทียนตอบอย่างตรงไปตรงมา
หลังจากที่ต้นกล้าสีเขียวอ่อนต้นนั้นฝังรากลงไปในโอสถวิญญาณพืช หญ้า เขาก็สังเกตเห็นว่าต้นอ่อนของต้นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้ดูดซับจิงชี่ พืชหญ้าที่อยู่ในค่ายกลก้าเนิดไม้โบราณไปต่อ
เขายังพบว่าคราวนี้การเก็บรวบรวมจิงชี่พืชหญ้าของค่ายกลก้าเนิดไม้ โบราณไม่ได้เผด็จการเหมือนเดิมอีกแล้ว
ในอดีต หากค่ายกลก้าเนิดไม้โบราณเผยตัวเมื่อไหร่ ต้นไม้ทั้งหมดที่อยู่ ในรัศมีสามสิบห้าสิบลี้จะต้องถูกดูดจิงชี่พืชหญ้าไปหมดจนเหี่ยวตาย
ทว่าคราวนี้ เนื่องจากการด้ารงอยู่ของต้นอ่อนของต้นวิญญาณ ศักดิ์สิทธิ์ การเก็บรวบรวมจิงชี่พืชหญ้าของค่ายกลก้าเนิดไม้โบราณจึงเป็น เพียงแค่ส่วนน้อยส่วนหนึ่งจากต้นไม้ที่อยู่ใกล้เคียงเท่านั้น
พืชหญ้า ต้นไม้เหล่านั้นที่ถึงแม้จะแห้งเหลืองไปบ้าง แต่กลับไม่ได้ตาย ไป
“ฉวนจื่อเซวียนพบทะเลสาบสีด้าผืนหนึ่ง!”
และเวลานี้เอง จิ่งเฟยหยางก็พลันเลิกคิ้วคล้ายได้รับการติดต่อจากฉ วนจื่อเซวียนจึงรีบแจ้งให้เนี่ยเทียนทราบ
“พาข้าไป!” เนี่ยเทียนกล่าวด้วยน้าเสียงยินดี
“อืม ต้องรีบไป หลีกเลี่ยงไม่ให้ชนต่างเผ่าสัมผัสได้ถึงความผิดปกติแล้ว ท้าการป้องกัน! ” จิ่งเฟยหยางเองก็รู้ว่าสถานการณ์คับขันจึงรีบปล่อย อักขระออกมาห้าสิบกว่าตัวให้ประคองเนี่ยเทียนแล้วพาเขาพุ่งตัวไปยังจุด ที่ฉวนจื่อเซวียนอยู่
ครู่หนึ่ง เนี่ยเทียนก็มาถึงจุดที่ฉวนจื่อเซวียนอยู่ แล้วก็พบว่าแดน เอตทัคคะอีกท่านหนึ่งอย่างฉวีหมิงเต๋อก็มาถึงแล้ว
ทะเลสาบสีด้าผืนหนึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางผืนป่าที่ต้นไม้แน่นหนาจนมองไม่ เห็นแสง ทะเลสาบนิ่งสงบมานานหลายปี ไม่มีริ้วคลื่นใดๆ แม้แต่น้อย
เนี่ยเทียนสร้างดวงตาดาราให้จมลงไปยังทะเลสาบ
ไม่นานจิตส้านึกของสัตว์ยักษ์มวลดาราที่ไม่รู้ว่าใช้วิธีการใดก็พลันเยื้อง กรายมาถึง
“ดีมาก พวกเจ้ามาถึงที่นี่แล้ว ทั้งยังหาที่แห่งนี้เจอแล้ว” ความคิดของ สัตว์ยักษ์มวลดาราแผ่ออกมาจากทะเลสาบ ท้าให้เนี่ยเทียนสัมผัสได้อย่าง ชัดเจน “ยังคงท้าเหมือนเดิม ข้าจะช่วยพวกเจ้าอ้าพรางปราณ ไม่ให้เจ้า พวกมดกระจอกเหล่านั้นแพร่ข่าวออกไปได้ เพื่อถือเป็นค่าตอบแทน…”
ข้อความของมันยังไม่ทันส่งมาหมด จู่ๆ ก็เปลี่ยนน้าเสียง “เจ้าท้าผิด ข้อตกลง!”
“เจ้าพูดอะไร?” เนี่ยเทียนแสร้งท้าเป็นไขสือ
“อย่ามาเล่นลูกไม้กับข้า! ” สัตว์ยักษ์มวลดาราเหมือนจะโกรธเคือง เล็กน้อย “ข้าสัมผัสได้ว่ามีพื้นที่หนึ่งเกิดการเปลี่ยนแปลง มีพืชหญ้าและ ต้นไม้โบราณหลายต้นขาดจิงชี่พืชหญ้าไปถึงหนึ่งในสามส่วน! บนร่างของ เจ้ายังมีคลื่นเคลื่อนไหวผิดปกติ ต้องเป็นฝีมือของเจ้าแน่นอน!”
“นี่…” เห็นว่าปกปิดไม่ได้ เนี่ยเทียนก็ยิ้มเจื่อน อธิบายว่า “เป็น อุบัติเหตุ เกิดอุบัติเหตุเล็กน้อย ในมหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียนของข้ามี ใบของต้นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์อยู่สามใบ ใบไม้ทั้งสามนั่น… ” เขาเล่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้อีกฝ่ายฟังอย่างละเอียด จากนั้นก็เอ่ยเร่ง “เจ้ารีบ ช่วยข้าเข้าเถอะ รีบใช้ควันด้าอ้าพรางตบตาพวกชนต่างเผ่าสายเลือดระดับ นั่นเร็วๆ เข้า”
สัตว์ยักษ์มวลดารานิ่งคิดไปครู่คล้ายก้าลังใคร่ครวญ พักหนึ่งถึงจะตอบ รับ “รอจบเรื่องนี้เมื่อไหร่ ข้าค่อยคิดบัญชีกับเจ้าอีกครั้ง!”
ควันด้าที่กว้างใหญ่ไพศาลพลันผุดขึ้นมาจากทะเลสาบสีด้า ก่อนจะถูก สัตว์ยักษ์มวลดาราขับไล่ให้ค่อยๆ ขยับเข้าไปยังจุดที่ตั้งช่องทางห้วงมิติที่ผู้ แข็งแกร่งชนต่างเผ่าปกป้องอยู่
“อีกสองจุดข้ามิอาจให้ความช่วยเหลือพวกเจ้าได้อีก พวกเจ้าจงจัดการ กันให้ดี!”
ไอหมอกค่อยๆ ลอยห่างไปไกล
ผู้แข็งแกร่งแดนเอตทัคคะสามท่านใช้หินส่งข้อความเสียงติดต่อกับ ลูกน้องของพวกเขา บอกให้พวกเขาเฝ้ารออยู่ที่เดิม
คนทั้งสามคนพาเนี่ยเทียนเข้าไปในควันด้า แล้วทะยานไปเบื้องหน้า อย่างต่อเนื่อง
จุดลึกของควันด้า เนี่ยเทียนอยู่ข้างกายจิ่งเฟยหยาง ได้เพียงแต่ มองเห็นจิ่งเฟยหยางรางๆ มองไม่เห็นฉวนจื่อเซวียน กับฉวีหมิงเต๋อ
กระแสจิตวิญญาณ การรับสัมผัส และเสียงของเขาล้วนใช้ไม่ได้ผลเมื่อ อยู่ในหมอกด้านี้
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน เนี่ยเทียนก็สัมผัสได้ว่าควันไม่ล่องลอยไปอีก จึงตระหนักได้ว่าตนมาถึงสถานที่เป้าหมายแล้ว
จิ่งเฟยหยางขยับเข้าไปใกล้เนี่ยเทียน ก่อนจะท้ามือบอกให้เขาหยุดรอ อยู่ในควันด้า ห้ามเดินเพ่นพ่านไปรอบด้าน
เนี่ยเทียนพยักหน้าบอกว่าเข้าใจ
จากนั้นก็เห็นว่าจิ่งเฟยหยางค่อยๆ หายไปจากควันด้า
เนี่ยเทียนเข้าใจดีว่าผู้แข็งแกร่งแดนเอตทัคคะก้าลังจะสังหารผู้ แข็งแกร่งชนต่างเผ่าที่เฝ้าอยู่รอบช่องทางห้วงมิติและท้าลายช่องทางห้วง มิติหลังที่หกด้วยความเร็วราวสายฟ้าแลบอีกครั้ง
เขาที่อยู่ในควันด้า มองไม่เห็น ไม่ได้ยิน การรับสัมผัสหายสิ้น
แต่เขากลับเข้าใจว่าสถานที่ตั้งของช่องทางห้วงมิติที่มีควันด้าโอบล้อมนี้ ก้าลังมีการต่อสู้ดุเดือด หรือไม่ก็มีการเข่นฆ่าสังหารเกิดขึ้น
ผ่านไปอีกพักหนึ่ง โหยวน่าสายเลือดระดับแปดของเผ่าอสูรกายก็พลัน เผยกายในควันด้า
โหยวน่าก็คือเพศหญิงสายเลือดระดับแปดขั้นสูงสุดที่จิ่งเฟยหยาง สัมผัสถึง
เห็นได้ชัดว่าโหยวน่าที่ในอดีตหน้าตางดงาม แต่งกายหรูหราได้รับ บาดเจ็บสาหัส ผลึกใสทรงปรึซึมกลางหว่างคิ้วที่มีเฉพาะในเผ่าอสูรกายเกิด ร่องรอยของการปริแตก
เผ่าอสูรกายผู้นี้มีลางว่าจะได้รับบาดเจ็บทางจิตวิญญาณ
โหยวน่าที่มีร่างอรชรอ้อนแอ้นมีบาดแผลเต็มร่าง ตอนที่นางลอด ทะลวงอยู่ในควันด้าก็มีอักขระจ้านวนนับไม่ถ้วนสาดกระเด็นออกมาจาก ร่างของนาง
นางได้กระตุ้นใช้พลังของสายเลือดแล้ว ทุกครั้งที่บีบอักขระตัวหนึ่ง ออกไปจากในร่าง สีหน้าของนางก็จะบิดเบี้ยวดุร้ายคล้ายเจ็บปวดอย่างยิ่ง
เรือนกายที่โผล่ขึ้นมาของโหยวน่าพลันเปลี่ยนมาเป็นพร่าเลือนเพราะ ถูกควันด้ากลบทับ
เนี่ยเทียนตะลึง พอเห็นต้าแหน่งที่โหยวน่าจากไปอย่างชัดเจนก็รีบ กระตุ้นคาถาดาวเปล่งประกายแล้วหายไปจากควันด้าทันที
“ออกมา!”
กระดูกของสัตว์ยักษ์มวลดาราที่ได้มาจากผู้เฒ่าเผ่ากิ้งก่าถูกเขาเรียก ออกมาทันใด
วินาทีที่กระดูดโผล่ออกมา จิงชี่เลือดเนื้อทั้งหมดของเขาก็พลันหายไป ฮวบฮาบ
หลังจากจับต้าแหน่งได้อย่างแม่นย้าแล้ว ท่อนกระดูกก็พุ่งทะยานไปหา ร่างของโหยวน่าด้วยความเร็วราวสายฟ้า
“สวบ!”
หัวใจของโหยวน่าที่มีสายเลือดระดับแปดซึ่งหันหลังให้เขาถูกกระดูก ยาวสิบกว่าเมตรท่อนนั้นแทงทะลุ แล้วปักคาอยู่อย่างนั้น พร้อมๆ กับที่ เลือดสดทะลักออกมาราวกับน้าพุ
“ฟิ้วๆๆ!”
จิ่งเฟยหยาง ฉวนจื่อเซวียนและฉวีหมิงเต๋อรีบพุ่งออกมาจากควันด้า ด้วยความร้อนใจราวมีไฟมาลน
โหยวน่าหันกลับมา แสงของผลึกใสกลางหว่างคิ้วสลัวรางไปอย่าง รวดเร็ว
นางมองไกลๆ มายังเนี่ยเทียนด้วยสีหน้าสับสน เลื่อนลอย คล้ายนึกไม่ ถึงว่าขนาดการโจมตีถึงชีวิตของจิ่งเฟยหยางนางยังหลบพ้นมาได้ แล้วเหตุ ใดถึงหนีเด็กเผ่ามนุษย์ที่มีตบะแค่เขตลี้ลับคนหนึ่งไม่พ้น?
——