ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 981 ข้ายอมแล้ว!
“ฟิ้ว!”
ครู่หนึ่ง ผลึกใสทรงปริซึมกลางหว่างคิ้วของโหยวน่าก็หลุดออกมาจาก ผิวเนื้อของนาง
แก่นเลือดแต่ละหยดบินออกมาจากหัวใจเบื้องใต้หน้าอกอวบอิ่มแล้ว ผสานรวมเข้ากับผลึกใสทรงปริซึมขนาดประมาณเล็บมือ
จิงชี่เลือดเนื้อของโหยวน่าลดฮวบลงไปเกินครึ่ง!
ดวงตาของนางค่อยๆ ปิดลงคล้ายคนที่ตายไปแล้ว
ทว่าผลึกใสทรงปริซึมชิ้นนั้นกลับปล่อยแสงสีเขียวเจิดจ้าคล้ายรวบรวม จิตวิญญาณและแก่นเลือดลมของนางเอาไว้ หมายจะหนีไปจากสนามรบ
“ในเมื่อตายแล้ว ก็ตายให้มันสมบูรณ์แบบอีกสักหน่อย”
ฉวนจื่อเซวียนแค่นเสียงเย็น กระบี่วิเศษสีเงินยวงเล่มหนึ่งพลันบิน ออกมาจากกลางฝุามือ
“ฟั่บ!”
กระบี่วิเศษที่แหวกทะลวงความว่างเปล่าพลันเปล่งแสงสว่างไสวแล้ว พุ่งเข้าฟาดฟันผลึกใสทรงปริซึม
จิ่งเฟยหยางเองก็ใช้เวทลับ ทำให้อักขระจำนวนนับไม่ถ้วนก่อตัวขึ้น เป็นตราผนึกหลายชั้น
เห็นเพียงว่าผลึกใสทรงปริซึมก้อนนั้นพุ่งชนไปทั่วอย่างต่อเนื่อง ขอแค่ ชนกับอักขระก็จะมีเสียงร้องโหยหวนออกมา มันจึงพุ่งชนสะเปะสะปะไป ทั่ว หมายจะหนีออกไปจากพื้นที่เล็กๆ นั้น แต่หนียังไงก็หนีไม่รอด
“สวบ!”
ในที่สุดกระบี่วิเศษสีเงินยวงก็แทงลงไปบนผลึกใสทรงปริซึมอย่างแรง
ผลึกใสทรงปริซึมที่มีรอยแตกร้าวอยู่แล้วพลันแตกกระจาย อีกทั้งใน เศษชิ้นส่วนเล็กๆ ของผลึกใสยังมีแก่นเลือดรวมอยู่ด้วย
เนี่ยเทียนที่เนื่องจากควบคุมท่อนกระดูกของสัตว์ยักษ์มวลดารา จิงชี่ เลือดเนื้อในร่างจึงเผาผลาญไปสิ้น เขานิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก็พลันพุ่งเข้าไปหา อักขระที่ลอยอยู่เต็มท้องฟูา
เส้นเลือดสีแดงหลายเส้นคล้ายเอ็นตกปลาแทงไปยังเศษผลึกใสแต่ละ ก้อนเหล่านั้นภายใต้การควบคุมของเขา
“การสูบดึงพลังชีวิต!”
เส้นเลือดเล็กละเอียดราวเส้นผมคล้ายปลิงดูดเลือดที่ค่อยๆ ขยายใหญ่
เมื่อเส้นเลือดเชื่อมโยงเข้ากับเนี่ยเทียน พลังเลือดลมมหาศาลที่ซ่อนอยู่ ในแก่นเลือดแต่ละหยดซึ่งโหยวน่ารวบรวมไว้กลางเศษผลึกใสก็ถูกดึง รับเข้ามาไว้ในร่างกายของเขา
เดิมทีร่างกายของเนี่ยเทียนเหมือนบ่อน้ำแห้งขอด แต่เมื่ออยู่ภายใต้ การสูบดึงแห่งชีวิต บ่อน้ำแห้งขอดนั้นก็เหมือนได้รับน้ำกรอกเทเข้าไปจน เต็มอย่างรวดเร็ว
“ไม่เสียแรงที่เป็นสายเลือดระดับแปดขั้นสูงสุด!”
เนี่ยเทียนร้องอุทานเริงร่าอยู่ในใจ เขาพบว่าเพียงแค่จิงชี่เลือดเนื้อที่ ซ่อนอยู่ในแก่นเลือดกลางเศษผลึกใสก็เทียบเคียงได้กับจำนวนรวมทั้งหมด ของจิงชี่เลือดเนื้อที่ได้มาจากร่างของพวกนักรบเผ่ากิ้งก่า!
ในเศษผลึกใส แก่นเลือดของอสูรกายหายไป ทว่ายังมีเงาวิญญาณ จางๆ เคลื่อนไหวขยุกขยิก
เงาวิญญาณเหล่านั้นก็คือซากวิญญาณของโหยวน่าที่ยังไม่สลายหายไป
เนี่ยเทียนจึงปลดปล่อยไข่มุกวิญญาณมืดออกมาอีกครั้ง
พอไข่มุกวิญญาณมืดปรากฏ ซากวิญญาณของโหยวน่าที่พร่าเลือนอยู่ ในเศษผลึกใสก็คล้ายจะกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว
ซากวิญญาณของโหยวน่าตัวสั่นระริก
นางยังไม่ตายไปอย่างสมบูรณ์แบบ จึงเห็นได้ชัดว่านางรู้ที่มาและ สรรพคุณของไข่มุกวิญญาณมืด
วัตถุชิ้นนี้คือสมบัติล้ำค่าของเผ่าอสูรกาย เนี่ยเทียนได้มาครองก็ยัง พอทำเนา แต่ที่ทำให้นางหวาดกลัวอย่างแท้จริงก็คือเนี่ยเทียนสามารถ ควบคุมสมบัติล้ำค่าของเผ่าอสูรกายได้!
ในที่สุดนางก็รู้สึกสิ้นหวัง เพราะนางรู้ดีว่าด้วยสภาพของตัวเองในเวลา นี้ย่อมไม่มีทางต้านทานกับไข่มุกวิญญาณมืดได้
แล้วนับประสาอะไรกับที่นางพอจะสัมผัสได้ว่า วิญญาณวัตถุที่อยู่ใน ไข่มุกวิญญาณมืดมีปราณของมหาราชาระดับเก้า!
ไข่มุกวิญญาณมืดบินทะยานอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่า ทุกครั้งที่ ปะทะกับเศษผลึกใสเหล่านั้น เงาวิญญาณที่อยู่ข้างในก็จะหายวับไปเพียง ชั่วกะพริบตา
เวลาสั้นๆ แค่ไม่กี่วินาที ซากวิญญาณของโหยวน่าที่อยู่ในเศษผลึกใส ทั้งหมดก็หายเข้าไปในไข่มุกวิญญาณมืด
มาถึงตอนนี้ โหยวน่าถึงจะตายอย่างแท้จริง และไม่มีความเป็นไปได้ที่ จะฟื้นคืนชีพอีก
“อสูรกายเป็นเผ่าพันธ์ที่ค่อนข้างจะพิเศษอย่างแท้จริง โดยเฉพาะอสูร กายสายเลือดระดับแปดขั้นสูงสุด”
จิ่งเฟยหยางถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะหันไปอธิบายให้เนี่ยเทียน ฟัง “หลังจากที่พวกเราปรากฏตัว อสูรกายที่ชื่อว่าโหยวน่าผู้นี้ก็ใช้เวทลับ สายเลือด ถึงขนาดหนีการโจมตีปลิดชีพของข้าไปได้ ตอนที่นางเข้าไปยัง จุดลึกของหมอกมืด ข้าไม่สามารถเล็งร่างนางได้อย่างชัดเจนแล้วลงมืออีก ครั้ง หากไม่เป็นเพราะการโจมตีนั้นของเจ้าที่ทำให้ร่างกายของนางถูกแทง ทะลุเป็นรู นางก็ไม่มีทางละทิ้งกายเนื้อแล้วใช้ผลึกใสทรงปริซึมหนีไป”
“หากนางหนีไปได้ คงเป็นปัญหาใหญ่มาก” ฉวีหมิงเต๋อกล่าวอย่าง หวาดผวาไม่คลาย
“ที่แท้เรื่องเล่าลือก็เป็นความจริง” ฉวนจื่อเซวียนมองเนี่ยเทียนด้วย สายตาลึกล้ำ ก่อนจะเหลือบมองไปยังท่อนกระดูกที่แทงทะลุร่างของโหยว น่า “เดิมทีนึกว่าเรื่องที่คนของสำนักห้าธาตุบอกว่าเจ้าสังหารเผ่ากิ้งก่า สายเลือดระดับแปดเป็นเพียงเรื่องที่พูดให้ฟังเกินจริง ก่อนหน้านี้ข้าเองก็ไม่ ค่อยเชื่อเท่าไหร่ แต่ตอนนี้ข้าเชื่อจริงๆ แล้ว”
หยุดไปครู่ เขาก็พูดอีกครั้งว่า “ข้ายอมแพ้แล้ว”
ฉวีหมิงเต๋อเองก็คลี่ยิ้ม กล่าวว่า “ข้าก็ยอมแพ้เหมือนกัน”
ตอนที่คนทั้งสองเลือกที่จะสวามิภักดิ์ต่อเนี่ยเทียนหลังจากเนี่ยเทียน กลับมาจากดินแดนหิมะก็เพราะหวาดกลัว “ผู้แข็งแกร่ง” แดนเทพเจ้า ผู้เชี่ยวชาญเวทลับเปลวเพลิงที่อยู่เบื้องหลังเนี่ยเทียน
อันที่จริงในใจพวกเขายังต่อต้านอยู่บ้าง เพราะรู้ดีว่ามิอาจต่อกรกับ “ผู้ แข็งแกร่ง” แดนเทพเจ้าได้ ถึงถูกบีบให้ต้องจำยอม
ขนาดตอนที่พวกเขารู้จากปากของแดนเอตทัคคะและแดนว่างเปล่า ของสำนักห้าธาตุว่าเนี่ยเทียนใช้กระดูกท่อนหนึ่งสังหารนักรบเผ่ากิ้งก่า สายเลือดระดับแปดไปห้าคนตอนอยู่อาณาจักรกิ้งก่า พวกเขาก็ยังไม่เชื่อ
พวกเขารู้ว่าเนี่ยเทียนสนิทกับหวงจินหนันไม่น้อย จึงคิดไปว่าหวง จินหนันจงใจแต่งเรื่องเพื่อชมเชยพลังการต่อสู้ของเนี่ยเทียนให้ฟังดูเกินจริง
จนกระทั่งเมื่อครู่นี้ที่ได้เห็นว่าเนี่ยเทียนใช้กระดูกลึกลับท่อนนั้นแทง ทะลุร่างโหยวน่าที่หนีรอดน้ำมือของจิ่งเฟยหยางกับตาตัวเอง พวกเขาถึง ได้รู้ว่าข่าวลือคือเรื่องจริง
เนี่ยเทียนมีตบะแค่เขตลี้ลับ ต่อให้อาศัยวัตถุนอกกาย แต่การที่ สามารถสังหารโหยวน่าสายเลือดระดับแปดได้ก็ยังถือว่าน่าตะลึงพรึงเพริด
ในที่สุดพวกเขาก็ยอมรับจากใจจริง รู้สึกว่าการเลือกสวามิภักดิ์ต่อเนี่ย เทียนนับเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาดอย่างถึงที่สุด
“อู้!”
ควันดำค่อยๆ สลายหายไป ก่อนที่จะมีหมอกสีดำผืนหนึ่งตรงเข้ามา ห่อหุ้มศพของโหยวน่าเอาไว้
หมอกดำได้รับการควบคุมจากสัตว์ยักษ์มวลดารา ซึ่งหลังจากจบเรื่อง แล้วมันก็จะเอาศพของชนต่างเผ่าไป นี่ก็คือสิ่งที่พวกเนี่ยเทียนเข้าใจมา นานแล้ว
ช่องทางห้วงมิติที่หกถูกทำลาย ชนต่างเผ่าที่ถูกสังหารก็ทยอยกันถูก เก็บศพเอาไป
พอหมอกดำจางหายก็มองไม่เห็นชนต่างเผ่าคนใดอีก เห็นได้ชัดว่าสัตว์ ยักษ์มวลดารายึดศพของพวกเขาไปแล้ว
สุดท้ายเหลือเพียงหมอกดำเข้มข้นที่ห่อร่างของโหยวน่าเอาไว้
เนี่ยเทียนรู้ว่าสัตว์ยักษ์มวลดาราคิดจะทำอะไร พอนึกขึ้นได้ก็ยกมือขึ้น กวักหนึ่งที
กระดูกของสัตว์ยักษ์มวลดาราท่อนนั้นจึงบินออกมาจากในหมอกดำ แล้วถูกสายเลือดของเขาชักนำให้กลับเข้ามาในฝุามือของเขาอีกครั้ง
หมอกดำไม่ได้รีบร้อนจากไป แต่กลับค่อยๆ ลอยออกมาปกคลุมร่าง ของเนี่ยเทียนเอาไว้
จิตสำนึกของสัตว์ยักษ์มวลดาราขาดๆ หายๆ อยู่ในหมอกดำ ไม่ค่อย ปะติดปะต่อนัก แต่เนี่ยเทียนก็ยังพอจะเข้าใจได้อย่างชัดเจน
“เมื่ออยู่ในหมอก จิตสำนึกของข้ามิอาจดำรงอยู่ได้นานนัก”
“ทว่าข้ายังพอจะสัมผัสได้ว่ากระดูกที่อยู่ในมือของเจ้า เดิมทีไม่ควรถูก เจ้าควบคุม หากแบ่งตามประเภทต้นกำเนิดของสรรพสิ่ง กระดูกนั้นถือว่า เป็นเผ่าพันธุ์เดียวกับข้า อีกทั้งยังเก่าแก่กว่าข้าด้วย”
“เจ้าใช้มันได้ ทำให้ข้าแปลกใจมาก”
“หลังจากจบเรื่องแล้ว ก่อนที่เจ้าจะจากไป ช่วยเอากระดูกนั่นมาให้ข้า ดูหน่อย ที่เกาะซึ่งพวกเจ้าใช้เข้าออก พลังงานของข้าจะสามารถหล่อ หลอมได้ง่ายขึ้น”
“ถือเป็นค่าชดเชย เรื่องที่เจ้าทำตัวเหลวไหลในแผ่นดินลอยตัว ข้าจะ ไม่คิดเล็กคิดน้อยด้วยอีก”
“…”
หมอกนี้ไม่ใช่ธารน้ำหรือทะเลสาบสีดำ จิตสำนึกของสัตว์ยักษ์มวล ดาราจึงพร่ามัวและยิ่งเบาบางลงเรื่อยๆ
เนี่ยเทียนรับฟังอยู่พักใหญ่ก็พบว่าไม่มีจิตสำนึกของสัตว์ยักษ์มวลดารา ส่งออกมาอีก และศพของโหยวน่าที่ถูกหมอกดำห่อหุ้มก็ผสานรวมเข้าไปใน หมอกที่ลอยหายไป จนกระทั่งหายไปอย่างสมบูรณ์แบบ
มองไปรอบด้าน เนี่ยเทียนพบว่าไม่มีศพของชนต่างเผ่าใดๆ เหลืออยู่ มี เพียงช่องทางห้วงมิติที่หกที่ถูกทำลายเท่านั้น
“มันเอาศพของชนต่างเผ่าไปหมดแล้ว”
ฉวนจื่อเซวียนน้ำเสียงผ่อนคลาย “ยังดีที่ช่องทางห้วงมิติที่หกถูก ทำลายไปแล้ว ตอนนี้เหลืออีกแค่สองแห่ง หากจัดการได้ ภารกิจของพวก เราก็จะจบลง”
“ไปรวมตัวกับคนอื่นๆ เถอะ” จิ่งเฟยหยางเสนอแนะ
เนี่ยเทียนพยักหน้ารับ “ตกลง”
จิ่งเฟยหยางใช้อักขระเทพพาเนี่ยเทียนที่ไม่มีเรือดาราบินไปยังจุดที่ต่ง ลี่และพวกแดนว่างเปล่ารออยู่อีกครั้ง
ก่อนที่จะจากไป เนี่ยเทียนมองเห็นเศษผลึกใสที่ซากวิญญาณของโหยว น่าถูกไข่มุกวิญญาณมืดดูดซับไป ซึ่งพอร่วงลงพื้นก็แตกกระจายกลายเป็น ฝุนผง
เขาเข้าใจทันทีว่า ผลึกใสทรงปริซึมที่พอไม่มีแก่นเลือดและจิตวิญญาณ ก็ไร้มูลค่าใดๆ ให้กล่าวถึง
“หากอสูรกายสายเลือดระดับแปดใช้ผลึกใสกลางหว่างคิ้วหลบหนีไป ได้ ก็มีหวังที่จะได้เกิดใหม่อีกครั้ง” จิ่งเฟยหยางอธิบายเบาๆ “หากมหา ราชาสายเลือดระดับเก้าลงมือ แค่ใช้แก่นเลือดของเขาก็จะสร้างเลือดเนื้อ และกระดูกให้กับโหยวน่าโดยผ่านผลึกใสทรงปริซึม ทำให้นางมีชีวิต กลับคืนมาใหม่ได้อีกครั้ง”
“แน่นอนว่าค่าตอบแทนนี้มากมหาศาล สายเลือดของโหยวน่าที่ฟื้นคืน ชีพจะถดถอยลง จำเป็นต้องสั่งสมพลังงานในการเลื่อนระดับสายเลือดอีก ครั้ง วิธีการเช่นนี้คล้ายการจุติมาฝึกตนใหม่ของพวกเรา ยังดี ยังดีที่นาง ตายไปแล้วจริงๆ หากนางยังมีชีวิตอยู่ วันหน้าจะกลายมาเป็นภัยคุกคาม อย่างใหญ่หลวง”
ฉวนจื่อเซวียนและฉวีหมิงเต๋อก็พากันบอกให้เขารู้ถึงความมหัศจรรย์ใน การฟื้นคืนชีพของชนต่างเผ่า
——