ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 984 เต่าทมิฬ!
“การคาดเดาของพวกเรานั้นถูกต้อง ชนต่างเผ่ากำลังเก็บซากศพของ เผ่าหงส์อยู่จริงๆ”
เมิ่งหลีถือหินส่งข้อความไว้ในมือ หัวคิ้วขมวดมุ่น “ชนต่างเผ่าที่ เคลื่อนไหวอยู่ใกล้กับช่องทางห้วงมิติแห่งที่เจ็ดเจอเทือกเขาที่ปิดผนึกหงส์ น้ำแข็งหกแห่ง เผ่าหงส์หกตัวถูกเอาออกมาแล้ว และเตรียมจะส่งผ่าน ช่องทางห้วงมิติแห่งที่เจ็ดไปยังอาณาจักรของอสูรกายและภูตผีปีศาจ”
“ในเมื่อไม่สามารถอาศัยพลังจากภายนอกได้ เจ้าสำนักของข้าจึง เตรียมจะลงมือพร้อมกับอีกสองท่าน”
แดนว่างเปล่าของสำนักภูเขาพันกระบี่และสำนักทองไพศาลต่างก็ถือ หินส่งข้อความเสียงไว้ในมือ แล้วก็บอกข่าวล่าสุดที่ได้รับมาจากฉวนจื่อเซ วียนและฉวีหมิงเต๋อให้เนี่ยเทียนทราบเช่นกัน
“มีความเป็นไปได้สูงมากว่าศึกนี้จะเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น” เนี่ยเทียน รู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย “เว้นเสียแต่ว่าอสูรกายและภูตผีปีศาจจะถูกสังหาร ในเสี้ยววินาที หาไม่แล้วก็มีโอกาสที่พวกเขาจะส่งข่าวของพวกเราออกไป หากร่องรอยของพวกเราถูกเปิดเผย ช่องทางห้วงมิติแห่งสุดท้ายก็อาจจะ ไม่ได้มีมหาราชาสายเลือดระดับเก้ารออยู่แค่คนเดียว”
“หากเป็นเช่นนั้น พวกเราจะเจอกับการต่อสู้ที่ยากลำบาก อาจมีคน บาดเจ็บสาหัสเลยก็เป็นได้”
ประตูข้ามอาณาจักรของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวที่เชื่อมโยงกับ แผ่นดินลอยตัวตั้งอยู่ในจุดลึกของมหาสมุทรสีดำ ซึ่งอยู่ห่างจากที่แห่งนี้ เกินไป
หากพวกเขาเจอกับแรงกดดันมากเกินไป แน่นอนว่าสามารถขอความ ช่วยเหลือจากพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวได้ กลัวก็แต่ว่ากองเสริมยังไม่ ทันมาถึง พวกเขาจะถูกผู้แข็งแกร่งของชนต่างเผ่าสังหารหรือไม่ก็ทำร้ายให้ บาดเจ็บสาหัสไปก่อนแล้ว
“แล้วแบบนั้นจะทำอย่างไรกันดี?” เมิ่งหลีเองก็ปวดหัวเหมือนกัน
“เนี่ยเทียน!”
ต่งลี่พลันร้องอุทาน ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างตื่นเต้น “ดู เหมือนว่าเจ้าตัวขี้เกียจนี่จะมีวิธีอำพรางปราณ! เพียงแต่ว่าสายเลือดของ มันได้ตอนนี้เป็นเพียงแค่ระดับเจ็ด มันจึงมีความมั่นใจไม่มากพอ”
“เต่าทมิฬ?” เนี่ยเทียนตะลึงงัน
ต่งลี่พยักหน้ารับติดต่อกัน “หลังจากที่ข้าสื่อสารกับมัน มันก็บอกข้าว่า มันมีพรสวรรค์ทางสายเลือดที่มีประสิทธิผลทำนองนั้น”
“นอกช่องทางห้วงมิติแห่งที่เจ็ดมีอสูรกายและภูตผีปีศาจสายเลือด ระดับแปดอยู่สองคน มันมีแค่ระดับเจ็ด พรสวรรค์ทางสายเลือดของมัน สามารถทำให้อสูรกายและภูตผีปีศาจสายเลือดระดับแปดมิอาจส่งข่าว ออกไปข้างนอกได้จริงๆ หรือ?” เนี่ยเทียนแสดงท่าทางสงสัย
“มันไม่กล้ายืนยัน แค่บอกว่าพอจะเป็นไปได้” ต่งลี่ยิ้มเจิดจ้า
“สายเลือดต่ำไปหน่อย… ” เนี่ยเทียนครุ่นคิดอยู่นาน แล้วจู่ๆ ก็พูดขึ้น ว่า “บางทีข้าอาจช่วยมันได้!”
“จะช่วยมันอย่างไร?” ต่งลี่ไม่เข้าใจ
เนี่ยเทียนไม่ได้ตอบรับ แต่รีบให้เมิ่งหลีแจ้งพวกจิ่งเฟยหยางว่าอย่าเพิ่ง บุ่มบ่ามลงมือ ให้รอเขาไปถึงก่อน
เมิ่งหลีรีบส่งข่าวไปทันที
ไม่กี่วินาทีให้หลัง เมิ่งหลีก็เอ่ยขึ้นว่า “เรียบร้อยแล้ว!”
เนี่ยเทียนพอจะมีทิศทางคร่าวๆ อยู่ในใจแล้ว รอจนได้รับคำตอบยืนยัน เขาก็กระตุ้นเรือดาราไปอีกครั้ง
เรือดาราทะยานออกไป
แดนว่างเปล่าคนที่เหลือครุ่นคิดอยู่ครู่ก็พากันติดตามไป
ครึ่งเค่อต่อมา เรือดาราก็มาจอดอยู่บนยอดเขาน้ำแข็งโล้นเตี้ยลูกหนึ่ง
จิ่งเฟยหยางสามคนมารออยู่ก่อนแล้ว
“ทางนั้น” ฉวนจื่อเซวียนยื่นมือชี้ไปยังเทือกเขาน้ำแข็งสามลูกที่พอจะ เห็นได้เลือนราง “หุบเขาลึกกลางเทือกเขาทั้งสามก็คือที่ตั้งของช่องทาง ห้วงมิติแห่งที่เจ็ดของพวกชนต่างเผ่า และยังมีชนต่างเผ่าอีกสิบกว่าคน สายเลือดพวกเขาล้วนอยู่ที่ระดับเจ็ดและระดับแปด ระยะทางเท่านี้ พวก เราสัมผัสได้ถึงปราณจิตวิญญาณของพวกเขา แต่พวกเขาสัมผัสไม่ได้ถึง พวกเรา”
เมื่อเห็นว่าแดนว่างเปล่าทั้งกลุ่มและต่งลี่พากันติดตามมา จิ่งเฟยหยาง ก็ขมวดคิ้วน้อยๆ “พวกเจ้าห้ามเคลื่อนไปข้างหน้าอีก หากขยับเข้าไปใกล้ กว่านี้ อสูรกายและภูตผีปีศาจสายเลือดระดับแปดจะสามารถใช้เวทลับ ทางสายเลือด รวมถึงการรับสัมผัสทางจิตวิญญาณสัมผัสได้ถึงการดำรงอยู่ ของพวกเจ้า”
ต่งลี่กระอักกระอ่วนเล็กน้อย “เข้าใจแล้ว”
เนี่ยเทียนมีวิธีที่มหัศจรรย์ในการอำพรางพลังชีวิตทั้งหมด แดนว่าง เปล่าคนอื่นๆ ก็สามารถเก็บปราณไว้ได้
มีเพียงนางที่ขอบเขตต่ำสุด อีกทั้งบนร่างยังไม่มีความมหัศจรรย์เช่น เนี่ยเทียน จึงอาจกลายมาเป็นภาระของทุกคน
“เนี่ยเทียน เมื่อครู่นี้เมิ่งหลีส่งข้อความมาบอกว่าเจ้ามีวิธีที่สามารถ สร้างควันดำอย่างที่เคยทำมาคราวก่อนๆ ได้งั้นหรือ?” ฉวีหมิงเต๋อถาม อย่างสงสัย
“ข้าแค่บอกว่ามีความหวัง แต่จะได้ประสิทธิผลแบบเดียวกันหรือไม่ ข้าก็ไม่สามารถยืนยันได้เต็มร้อย” เนี่ยเทียนกล่าวอย่างตรงไปตรงมา
“ลองดูก็ได้” จิ่งเฟยหยางดวงตาเป็นประกายน้อยๆ
ยิ่งรู้จักกับเนี่ยเทียนมานานเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งรู้สึกว่าเนี่ยเทียนลึกลับมาก ขึ้นเท่านั้น ความมหัศจรรย์บนร่างของอีกฝุาย บางครั้งแม้แต่เขาก็ยังไม่ เข้าใจ
“จอดเรือดาราไว้ที่นี่ พวกเจ้าก็ไม่ต้องขยับเข้าไปใกล้อีกแล้ว” เนี่ย เทียนหันมาสั่งความ ก่อนจะหันไปมองเต่าทมิฬ “เจ้าตามข้ามา”
ดวงตาเล็กๆ ของเต่าทมิฬพลันเปล่งประกายแสงแห่งความตื่นเต้น คล้ายดื่มด่ำไปกับความรู้สึกที่ได้รับความสำคัญเช่นนี้อย่างยิ่ง
“มันน่ะหรือ?” ฉวนจื่อเซวียนมีสีหน้าประหลาด
ด้วยความรู้ของเหล่าแดนเอตทัคคะ พวกเขาเองก็ยังมองไม่ออกถึง ความเป็นมาของเต่าทมิฬ แต่ก็พอจะรู้ว่าสายเลือดของมันมีแค่ประมาณ ระดับเจ็ดเท่านั้น
สัตว์ต่างเผ่าระดับเจ็ด เมื่อเผชิญหน้ากับอสูรกายและภูตผีปีศาจระดับ แปดจะทำอะไรได้?
“ความเป็นมาของมันลึกลับ มีความพิเศษติดตัว” เนี่ยเทียนอธิบาย อย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้จิ่งเฟยหยาง จากนั้นอักขระของจิ่งเฟย หยางก็ล้อมวนเรือนกายของเขา พาเขากับแดนเอตทัคคะอีกสามท่าน ออกไปจากกลุ่ม มุ่งหน้าไปยังเทือกเขาภูเขาสามลูกที่ยังห่างไประยะหนึ่ง หมายจะลงมือกับอสูรกายและภูตผีปีศาจที่เฝูาอยู่ยังช่องทางห้วงมิติแห่งที่ เจ็ด
“ไม่เสียแรงที่เป็นบุตรแห่งดวงดาวคนที่เจ็ด” อู๋อวิ๋นจากสำนักทอง ไพศาลมองไปยังทิศทางที่เนี่ยเทียนหายไปแล้วทอดถอนใจอย่างปลง อนิจจัง “หลายครั้งที่พวกเรารู้สึกว่าไร้วิธีการให้รับมือ เขากลับเป็นคนที่ หาทางออกได้ครั้งแล้วครั้งเล่า”
ทุกคนต่างก็เห็นด้วยอย่างมาก
การเดินทางมายังแผ่นดินลอยตัวแห่งนี้คือครั้งแรกที่พวกเขาร่วมรบ เคียงบ่าเคียงไหล่กับเนี่ยเทียนหลังจากเลือกสวามิภักดิ์กับอีกฝุาย
สื่อสารกับสิ่งมีชีวิตลึกลับในทะเลสีดำ ช่วยพวกเขาตบตาชนต่างเผ่า นี่ คือคุณความชอบของเนี่ยเทียน
ก่อนหน้านี้ไม่นานนัก โหยวน่าจากเผ่าอสูรกายหนีพ้นเงื้อมมือของพวก จิ่งเฟยหยางไปได้ แล้วก็เพราะถูกเนี่ยเทียนโจมตีปลิดชีพ นางจึงไม่ สามารถหนีรอดเอาข่าวไปเผยแพร่ได้
คราวนี้เมื่อพวกเขาไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี เนี่ยเทียนกลับออกหน้ามา แก้ปัญหาอีกครั้ง
การยกทัพมายังแผ่นดินลอยตัวครั้งนี้ยังไม่ยุติ ทว่าวิธีการมากมายที่ มหัศจรรย์ของเนี่ยเทียนกลับเป็นเรื่องที่ทุกคนประทับใจอย่างลึกล้ำ
จู่ๆ พวกเขาก็เชื่อว่าการพึ่งพาเป็นลูกน้องของบุตรแห่งดวงดาวคนที่ เจ็ดอย่างเนี่ยเทียน นับเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาดมาก
“อู้!”
ในที่สุดแดนเอตทัคคะสามท่านก็ขยับเข้าไปใกล้ที่ตั้งช่องทางห้วงมิติ ของชนต่างเผ่า
อักขระจำนวนนับไม่ถ้วนล้อมวนอยู่รอบกายเนี่ยเทียน ในอักขระทุกตัว ต่างก็มีเงาวิญญาณของจิ่งเฟยหยางที่นาบประทับอยู่ให้เห็นได้รำไร ซึ่งได้ ช่วยอำพรางปราณจิตวิญญาณของเนี่ยเทียนเอาไว้ด้วย
คนทั้งสามคนต่างก็จ้องมองเนี่ยเทียด้วยสายตาเป็นประกาย รอให้เขา ลงมือ
“สายเลือด! การผสานรวมชีวิต!”
เนี่ยเทียนยื่นมือขวาออกไปกดลงบนกระดองของเต่าทมิฬ ทันใดนั้น เส้นเลือดจำนวนมากก็ไหลบ่าออกไปจากกลางฝุามือเขา
เส้นเลือดทั้งหลายแทรกซึมเข้าไปยังเลือดเนื้อใต้กระดองของเต่าทมิฬ อย่างราบรื่นไร้อุปสรรค ครั้นจึงเชื่อมโยงเข้ากับเส้นเอ็นและเส้นชีพจรของ เต่าทมิฬอย่างแน่นหนา
“ตึกๆๆๆ!”
หัวใจของเต่าทมิฬและหัวใจของเขาเต้นเป็นจังหวะเดียวกันอย่าง มหัศจรรย์
จิงชี่เลือดเนื้อมากไพศาลที่มาจากเขามีความลี้ลับของสายเลือดแห่ง ชีวิต ซึ่งตอนนี้ได้ไหลรินไปตามเส้นเลือดเหล่านั้นแล้วกรอกเทเข้าไปหาเต่า ทมิฬ
พริบตานั้นแก่นเลือดหลายหยดในหัวใจเนี่ยเทียนก็พลันระเบิดแตก
“พลังชีวิตแข็งแกร่ง! แก่นเลือดเดือดพล่าน!”
พรสวรรค์อีกสองชนิดถูกกระตุ้นใช้แทบจะเวลาเดียวกัน
เรือนกายของเขาเกิดการแปรสภาพภายใต้การจับตามองของแดน เอตทัคคะสามท่าน โครงกระดูก เลือดเนื้อ กล้ามเนื้อของเขาพากันปูดนูน ขึ้นมา ครั้นจึงมีโครงสร้างเหมือนเกล็ดปลาที่แข็งแกร่งปกคลุมไปทั่วร่าง ของเขา
แก่นเลือดเดือดพล่านถูกเผาไหม้ ปราณชีวิตที่เข้มข้นและบริสุทธิ์ยิ่ง กว่าเดิมก็ไหลกรากเข้าหาเต่าทมิฬราวกับน้ำตก
เต่าทมิฬตัวสั่นระริกด้วยความตื่นเต้น
พริบตานั้นเนี่ยเทียนก็สัมผัสได้ว่าโซ่ผลึกที่มองไม่เห็นในหัวใจเล็กๆ ของเต่าทมิฬถูกกระตุ้นขึ้นมา
ลวดลายที่ซับซ้อนและเก่าแก่จำนวนมากบนกระดองของเต่าทมิฬเลื้อย ขยุกขยิกอย่างเงียบเชียบ คล้ายขานรับการระเบิดของพรสวรรค์แห่งชีวิต
แสงสว่างจากรอบด้านพลันเปลี่ยนมาเป็นหม่นมัว ราวกับว่าถูกความ มืดมิดกลืนกินเข้าไป
นาทีนี้ ทุกสิ่งที่เป็นต้นกำเนิดแสงคล้ายได้รับผลกระทบจากพรสวรรค์ ทางสายเลือดของเต่าทมิฬ แสงสว่างถูกความมืดมิดกลืนกินจนสิ้น
ฟูาดินกลายมาเป็นสีดำทะมึนอย่างน่าแปลกใจ ราวกับว่าถูกหมึกสีดำ ทาทับเขาไว้จนกลายเป็นสีดำเข้มที่บริสุทธิ์ที่สุด
“พลังแห่งความมืดมิด! ราตรีมืดมิดนิรันดร์กาล!”
เสียงแปลกประหลาดที่ราวกับมาจากยุคโบราณกาลดังออกมาจาก หัวใจของเต่าทมิฬ ซึ่งมีเพียงเนี่ยเทียนเท่านั้นที่ได้ยิน
เสียงนั้นคล้ายเสียงขับขานที่มหัศจรรย์ของเทพแห่งความมืด สั่นสะเทือนใจคน
เสียงกังวานทรงพลังคือภาษาของชนต่างเผ่าที่เนี่ยเทียนไม่เคยสัมผัสมา ก่อน แต่ด้วยความมหัศจรรย์ของการผสานรวมพลังชีวิตกลับทำให้เขาฟัง เข้าใจ
ความมืดมิดราวกับไร้ที่สิ้นสุดปกคลุมไปทั่วฟูาดิน กลืนกินแสงสว่าง ทุกที่ที่ผ่าน โลกทั้งใบก็คล้ายจะตกอยู่ท่ามกลางความมืดอย่างไร้ขีดจำกัด และไม่มีทางขับไล่ความมืดมิดนี้ออกไปได้
ความมืดแผ่ลุกลามไปอย่างรวดเร็ว เวลาสั้นๆ ก็ปกคลุมไปถึงหุบเขาที่ พวกชนต่างเผ่าเฝูาพิทักษ์อยู่
ในหมอกดำของสัตว์ยักษ์มวลดารายังพอจะมองเห็นได้บ้างในระยะทาง สั้นๆ อย่างน้อยก็มองเห็นรูปร่างเป็นเค้าโครงของคนที่อยู่ข้างกาย ทว่า ท่ามกลางความมืดมิดอย่างถึงที่สุดนี้ ขนาดพวกจิ่งเฟยหยางก็ยังมองไม่ เห็นสิ่งใด
ทุกคนเหมือนตกอยู่ในความมืดมิดอันบริสุทธิ์ที่ไร้จุดสิ้นสุด คล้ายถูก กักขังอยู่ในกรงขังสีดำขนาดใหญ่ยักษ์ มิอาจหนีออกมาได้อีกตลอดกาล
——